Masukเสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกสิบล้อที่ดังกระหึ่มและกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาปกคลุมบริเวณหน้าคลังสินค้า 3 ทำให้ พลอยนัชชาต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก เธอแหงนหน้ามองอาคารสังกะสีขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของพื้นที่บริษัทมันทั้งเก่าและดูอึดอัดผิดกับตึกสำนักงานที่เธอเคยนั่งทำงานอย่างลิบลับ
“มาแล้วเหรอ พนักงานใหม่จากแผนกบัญชี” เสียงห้าวดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มที่เดินตรงมาหาเธอ เขาคือ วินัยหัวหน้าฝ่ายเช็กสต๊อกที่สายตาดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
“สวัสดีค่ะ หัวหน้าวินัย ฉันชื่อพลอยนัชชามารายงานตัวค่ะ” พลอยนัชชายกมือไหว้ด้วยความเคารพเธอหวังว่าการทำงานที่นี่จะราบรื่นและได้กลับไปทำงานที่แผนกเดิมเร็ว ๆ
วินัยกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานและผิวพรรณที่ดูเนียนละเอียดของคนตรงหน้าอย่างจาบจ้วงก่อนจะยิ้ม
“เรียกว่าพี่วินัยก็ได้นะ ท่านรองประธานสั่งกำชับพี่มาเป็นพิเศษเลยนะว่าให้ดูแลเธอให้ดี งานในนี้มันไม่มีแอร์ให้เปิดหรอกนะนัชชา มีแต่ฝุ่นกับเหงื่อ ถ้าทนไม่ไหวจะถอดใจตอนนี้ก็ได้นะ”
“นัชชาอดทนได้ค่ะ หัวหน้าสั่งงานมาได้เลย” เธอเชิดหน้าตอบพยายามไม่แสดงความหวั่นไหว
“วันนี้เพิ่งมาทำงานวันแรกงานยังไม่มีอะไรมาก นี่เป็นเอกสารของสินค้าทั้งหมดนะ แต่วันนี้ยังไม่ต้องศึกษาทั้งหมดหรอกนะ ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละนิด”
“ค่ะหัวหน้า” เธอรับเอกสารปึกใหญ่มาถือไว้แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปนั่งตรงไหนเพราะดูแล้วที่นี่ไม่มีห้องทำงานเลย
“เดี๋ยวเอาเอกสารไปวางที่โต๊ะนั้นก่อนก็ได้นะ” วินัยชี้ไปยังโต๊ะตัวยางที่มีทั้งกองเอกสารและของใช้ต่าง ๆ รวมกันอยู่แต่ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
“ค่ะ” เธอเดินเอาของมาวางและเห็นว่านอกจากเอกสารแล้วยังมีกระเป๋าแก้วน้ำวางอยู่ด้วย
“ที่นี่เราใช้โต๊ะร่วมกันน่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่วางของและกินข้าวเพราะงานของเราไม่ใช่งานนั่นโต๊ะ เดี๋ยววันนี้พี่จะสอนงานก่อนคร่าว ๆ ตามมาด้านหลังเลยพี่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วย
วินัยพาพลอยนัชชามายังด้านในของโกดังสินค้าและแนะนำให้เธอได้รู้จักกับพนักงานคนอื่นที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ชายมีเพียงปรียาภรณ์หรืออิ๋วที่เป็นผู้หญิงซึ่งเธอมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่อิ๋ว นัชชาฝากตัวด้วยนะคะ”
“ได้จ้ะ”
หลังจากนั้นวินัยก็พาหญิงสาวมายังด้านท้ายสุดของโกดังสินค้า
“นี่คือสต๊อกน้ำหอมล็อตใหม่ยังไงช่วยเช็กให้เสร็จด้วยนะ”
“ทั้งหมดนี่เลยเหรอคะ”
“อื้อ เช็กเสร็จส่งข้อมูลให้อิ๋วนะ รีบทำหน่อยก็ดีเพราะห้องนี้มันร้อนไม่เหมาะกับเก็บสินค้าพวกเครื่องสำอาง”
“แล้วเราต้องทำยังไงต่อกับของพวกนี้ล่ะคะ”
“พรุ่งนี้เช้าจะขนเข้าไปเก็บในที่ที่อุณหภูมิเหมาะสม ถึงเวลานั้นจะมีคนอื่นมาช่วย”
“ค่ะหัวหน้า”
พลอยนัชชาทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จในเวลาเกือบจะหกโมงเย็น เมื่อเดินออกมาด้านนอกทุกคนก็กลับกันหมดแล้ว
“งานเสร็จแล้วใช่ไหม”
“ค่ะหัวหน้า”
“หวังว่าคงเรียบร้อยดีนะ”
“ค่ะ”
“เธอมาจากแผนกบัญชีพี่เชื่อว่างานจะละเอียดและรอบคอบดีนะ”
“ค่ะหัวหน้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“จะกลับบ้านแล้วเหรอ”
“ค่ะหัวหน้า”
“แล้วจะกลับบ้านยังไง”
“นั่งรถเมล์ค่ะ”
“ให้พี่ไปส่งไหมล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้า นัชชานั่งรถเมล์สะดวกกว่าขอบคุณมากนะคะ”
“พรุ่งนี้หวังว่าเราคงได้ทำงานร่วมกันอีกนะ” วินัยพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้สึกดีที่ในแผนกมีพนักงานผู้หญิงคนอื่นมาทำงานแล้วเธอยังสวยมากอีกด้วย
“ค่ะหัวหน้า สวัสดีค่ะ” พลอยนัชชายกมือไว้ก่อนจะเดินออกมารอรถเมล์
วันนี้งานในแผนกเช็กสต๊อกยังไม่ยุ่งมากอาจเป็นเพราะเธอเพิ่งได้ทำแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็รู้ได้เลยว่าหลังจากนี้เธอจะต้องเจอศึกหนักแน่ ๆ เพราะที่นี่อากาศร้อนมากและยังต้องใช้แรงงานเยอะแต่หญิงสาวก็หวังว่าตัวเองคงจะทำงานนี้ได้ไม่นานและเธอจะต้องหาทางย้ายกลับไปแผนกเดิมให้ได้
หญิงสาวคิดว่าจะต้องหาทางเจอกับคุณภัทราเพื่อที่จะร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นธรรมนี้แต่ก็ยังไม่รู้จะมีช่องทางไหนที่จะทำให้เธอติดต่อกับท่านประธานของบริษัทได้เพราะคุณภัทราไม่ได้เข้ามาที่บริษัททุกวันอีกทั้งตอนนี้เธอยังให้ลูกชายเข้ามาบริหารงานแทน พลอยนัชชาคิดไม่ออกเลยว่าจะมีทางไหนให้ตนเองได้เจอท่านประธานบริษัทบ้าง
......
เมื่อรถเมล์จอดที่หน้าปากซอยพลอยนัชชาก็เดินเข้ามายังซอยเล็ก ๆ ซึ่งบ้านของหญิงสาวอยู่ห่างจากปากซอยเกือบห้าร้อยเมตร
หญิงสาวปรับสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเปิดประตูบ้านเข้าไป
“กลับมาแล้วจ้า”
“แม่กลับมาแล้ว” เด็กชายภูตะวันวัยหกขวบรีบวิ่งเข้ามากอดด้วยความคิดถึง
“สวัสดีครับแม่ เหนื่อยไหมครับ”
“เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่พอเจอหน้าตะวันปุ๊บแม่ก็หายเหนื่อยเลย” พลอยนัชชากอดลูกชายแล้วหอมไปที่แก้มทั้งสองข้างด้วยความรักที่มีให้อย่างท่วมท้น
“จริงเหรอครับ”
“จริงสิ แล้วยายนีไปไหนล่ะ” เธอมองไปยังห้องรับแขกแล้วไม่เห็นน้าสาวก็ถามขึ้น
“ยายนีเข้าห้องน้ำครับ”
“ตะวันทำอะไรอยู่ล่ะลูก”
เธอเดินตามลูกชายมายังห้องรับแขกและ เห็นว่าบนโต๊ะเล็ก ๆ ด้านหน้าโซฟานั้นมีสมุดและอุปกรณ์การเรียนวางอยู่เต็มไปหมด
“ยายนีสอนผมบวกเลขและฝึกเขียนชื่อตัวเองครับ”
“ลูกชายแม่เก่งจัง แล้วหนูกินข้าวหรือยังครับ”
“กินแล้วครับเย็นนี้ยายนีทำเกี๊ยวให้ครับผมกินไปตั้งหลายตัว อร่อยมากเลยครับแม่”
“ดีแล้วที่กินเยอะ จะได้โตวัย ๆ”
“ครับแม่ ถ้าโตแล้วผมจะช่วยแม่กับยายนีทำงานนะครับ”
“น่ารักมากเลยครับลูกชายของแม่”
“อ้าว!....กลับมาแล้วเหรอนัชชาหิวไหม” นลินีเดินออกมาจากห้องน้ำก็ทักทายหลานสาวด้วยสีหน้าที่ดูสดใสกว่าเมื่อเช้า
“น้านีเป็นยังไงบ้างคะ ยังเวียนหัวอยู่ไหม”
“น้าหายดีแล้วจ้ะ สงสัยว่าที่เวียนหัวเพราะคืนก่อนน้าดูละครดึกไปหน่อย ตื่นเช้ามาก็เลยเวียนหัว นัชชาจะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน”
“แล้วน้านีหิวหรือยังคะ”
“ยังเลยเมื่อกี้ตอนเตรียมให้ตะวันน้าก็แอบกินไปนิดหน่อยจ้ะ”
“งั้นนัชชาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะเหนียวตัวมาก ๆ”
พลอยนัชชาเข้าไปอาบน้ำและพยายามทำตัวเองให้สดชื่น เรื่องที่ถูกย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าเธอจะไม่บอกน้าสาวเพราะคิดว่ามันอาจเป็นการย้ายงานแค่ชั่วคราวและไม่อยากเอาเรื่องหนักใจมาให้น้านลินี
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







