Masukเสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกสิบล้อที่ดังกระหึ่มและกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาปกคลุมบริเวณหน้าคลังสินค้า 3 ทำให้ พลอยนัชชาต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก เธอแหงนหน้ามองอาคารสังกะสีขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของพื้นที่บริษัทมันทั้งเก่าและดูอึดอัดผิดกับตึกสำนักงานที่เธอเคยนั่งทำงานอย่างลิบลับ
“มาแล้วเหรอ พนักงานใหม่จากแผนกบัญชี” เสียงห้าวดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มที่เดินตรงมาหาเธอ เขาคือ วินัยหัวหน้าฝ่ายเช็กสต๊อกที่สายตาดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
“สวัสดีค่ะ หัวหน้าวินัย ฉันชื่อพลอยนัชชามารายงานตัวค่ะ” พลอยนัชชายกมือไหว้ด้วยความเคารพเธอหวังว่าการทำงานที่นี่จะราบรื่นและได้กลับไปทำงานที่แผนกเดิมเร็ว ๆ
วินัยกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานและผิวพรรณที่ดูเนียนละเอียดของคนตรงหน้าอย่างจาบจ้วงก่อนจะยิ้ม
“เรียกว่าพี่วินัยก็ได้นะ ท่านรองประธานสั่งกำชับพี่มาเป็นพิเศษเลยนะว่าให้ดูแลเธอให้ดี งานในนี้มันไม่มีแอร์ให้เปิดหรอกนะนัชชา มีแต่ฝุ่นกับเหงื่อ ถ้าทนไม่ไหวจะถอดใจตอนนี้ก็ได้นะ”
“นัชชาอดทนได้ค่ะ หัวหน้าสั่งงานมาได้เลย” เธอเชิดหน้าตอบพยายามไม่แสดงความหวั่นไหว
“วันนี้เพิ่งมาทำงานวันแรกงานยังไม่มีอะไรมาก นี่เป็นเอกสารของสินค้าทั้งหมดนะ แต่วันนี้ยังไม่ต้องศึกษาทั้งหมดหรอกนะ ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละนิด”
“ค่ะหัวหน้า” เธอรับเอกสารปึกใหญ่มาถือไว้แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปนั่งตรงไหนเพราะดูแล้วที่นี่ไม่มีห้องทำงานเลย
“เดี๋ยวเอาเอกสารไปวางที่โต๊ะนั้นก่อนก็ได้นะ” วินัยชี้ไปยังโต๊ะตัวยางที่มีทั้งกองเอกสารและของใช้ต่าง ๆ รวมกันอยู่แต่ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
“ค่ะ” เธอเดินเอาของมาวางและเห็นว่านอกจากเอกสารแล้วยังมีกระเป๋าแก้วน้ำวางอยู่ด้วย
“ที่นี่เราใช้โต๊ะร่วมกันน่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่วางของและกินข้าวเพราะงานของเราไม่ใช่งานนั่นโต๊ะ เดี๋ยววันนี้พี่จะสอนงานก่อนคร่าว ๆ ตามมาด้านหลังเลยพี่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วย
วินัยพาพลอยนัชชามายังด้านในของโกดังสินค้าและแนะนำให้เธอได้รู้จักกับพนักงานคนอื่นที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ชายมีเพียงปรียาภรณ์หรืออิ๋วที่เป็นผู้หญิงซึ่งเธอมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่อิ๋ว นัชชาฝากตัวด้วยนะคะ”
“ได้จ้ะ”
หลังจากนั้นวินัยก็พาหญิงสาวมายังด้านท้ายสุดของโกดังสินค้า
“นี่คือสต๊อกน้ำหอมล็อตใหม่ยังไงช่วยเช็กให้เสร็จด้วยนะ”
“ทั้งหมดนี่เลยเหรอคะ”
“อื้อ เช็กเสร็จส่งข้อมูลให้อิ๋วนะ รีบทำหน่อยก็ดีเพราะห้องนี้มันร้อนไม่เหมาะกับเก็บสินค้าพวกเครื่องสำอาง”
“แล้วเราต้องทำยังไงต่อกับของพวกนี้ล่ะคะ”
“พรุ่งนี้เช้าจะขนเข้าไปเก็บในที่ที่อุณหภูมิเหมาะสม ถึงเวลานั้นจะมีคนอื่นมาช่วย”
“ค่ะหัวหน้า”
พลอยนัชชาทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จในเวลาเกือบจะหกโมงเย็น เมื่อเดินออกมาด้านนอกทุกคนก็กลับกันหมดแล้ว
“งานเสร็จแล้วใช่ไหม”
“ค่ะหัวหน้า”
“หวังว่าคงเรียบร้อยดีนะ”
“ค่ะ”
“เธอมาจากแผนกบัญชีพี่เชื่อว่างานจะละเอียดและรอบคอบดีนะ”
“ค่ะหัวหน้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“จะกลับบ้านแล้วเหรอ”
“ค่ะหัวหน้า”
“แล้วจะกลับบ้านยังไง”
“นั่งรถเมล์ค่ะ”
“ให้พี่ไปส่งไหมล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้า นัชชานั่งรถเมล์สะดวกกว่าขอบคุณมากนะคะ”
“พรุ่งนี้หวังว่าเราคงได้ทำงานร่วมกันอีกนะ” วินัยพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้สึกดีที่ในแผนกมีพนักงานผู้หญิงคนอื่นมาทำงานแล้วเธอยังสวยมากอีกด้วย
“ค่ะหัวหน้า สวัสดีค่ะ” พลอยนัชชายกมือไว้ก่อนจะเดินออกมารอรถเมล์
วันนี้งานในแผนกเช็กสต๊อกยังไม่ยุ่งมากอาจเป็นเพราะเธอเพิ่งได้ทำแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็รู้ได้เลยว่าหลังจากนี้เธอจะต้องเจอศึกหนักแน่ ๆ เพราะที่นี่อากาศร้อนมากและยังต้องใช้แรงงานเยอะแต่หญิงสาวก็หวังว่าตัวเองคงจะทำงานนี้ได้ไม่นานและเธอจะต้องหาทางย้ายกลับไปแผนกเดิมให้ได้
หญิงสาวคิดว่าจะต้องหาทางเจอกับคุณภัทราเพื่อที่จะร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นธรรมนี้แต่ก็ยังไม่รู้จะมีช่องทางไหนที่จะทำให้เธอติดต่อกับท่านประธานของบริษัทได้เพราะคุณภัทราไม่ได้เข้ามาที่บริษัททุกวันอีกทั้งตอนนี้เธอยังให้ลูกชายเข้ามาบริหารงานแทน พลอยนัชชาคิดไม่ออกเลยว่าจะมีทางไหนให้ตนเองได้เจอท่านประธานบริษัทบ้าง
......
เมื่อรถเมล์จอดที่หน้าปากซอยพลอยนัชชาก็เดินเข้ามายังซอยเล็ก ๆ ซึ่งบ้านของหญิงสาวอยู่ห่างจากปากซอยเกือบห้าร้อยเมตร
หญิงสาวปรับสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเปิดประตูบ้านเข้าไป
“กลับมาแล้วจ้า”
“แม่กลับมาแล้ว” เด็กชายภูตะวันวัยหกขวบรีบวิ่งเข้ามากอดด้วยความคิดถึง
“สวัสดีครับแม่ เหนื่อยไหมครับ”
“เหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่พอเจอหน้าตะวันปุ๊บแม่ก็หายเหนื่อยเลย” พลอยนัชชากอดลูกชายแล้วหอมไปที่แก้มทั้งสองข้างด้วยความรักที่มีให้อย่างท่วมท้น
“จริงเหรอครับ”
“จริงสิ แล้วยายนีไปไหนล่ะ” เธอมองไปยังห้องรับแขกแล้วไม่เห็นน้าสาวก็ถามขึ้น
“ยายนีเข้าห้องน้ำครับ”
“ตะวันทำอะไรอยู่ล่ะลูก”
เธอเดินตามลูกชายมายังห้องรับแขกและ เห็นว่าบนโต๊ะเล็ก ๆ ด้านหน้าโซฟานั้นมีสมุดและอุปกรณ์การเรียนวางอยู่เต็มไปหมด
“ยายนีสอนผมบวกเลขและฝึกเขียนชื่อตัวเองครับ”
“ลูกชายแม่เก่งจัง แล้วหนูกินข้าวหรือยังครับ”
“กินแล้วครับเย็นนี้ยายนีทำเกี๊ยวให้ครับผมกินไปตั้งหลายตัว อร่อยมากเลยครับแม่”
“ดีแล้วที่กินเยอะ จะได้โตวัย ๆ”
“ครับแม่ ถ้าโตแล้วผมจะช่วยแม่กับยายนีทำงานนะครับ”
“น่ารักมากเลยครับลูกชายของแม่”
“อ้าว!....กลับมาแล้วเหรอนัชชาหิวไหม” นลินีเดินออกมาจากห้องน้ำก็ทักทายหลานสาวด้วยสีหน้าที่ดูสดใสกว่าเมื่อเช้า
“น้านีเป็นยังไงบ้างคะ ยังเวียนหัวอยู่ไหม”
“น้าหายดีแล้วจ้ะ สงสัยว่าที่เวียนหัวเพราะคืนก่อนน้าดูละครดึกไปหน่อย ตื่นเช้ามาก็เลยเวียนหัว นัชชาจะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน”
“แล้วน้านีหิวหรือยังคะ”
“ยังเลยเมื่อกี้ตอนเตรียมให้ตะวันน้าก็แอบกินไปนิดหน่อยจ้ะ”
“งั้นนัชชาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะเหนียวตัวมาก ๆ”
พลอยนัชชาเข้าไปอาบน้ำและพยายามทำตัวเองให้สดชื่น เรื่องที่ถูกย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าเธอจะไม่บอกน้าสาวเพราะคิดว่ามันอาจเป็นการย้ายงานแค่ชั่วคราวและไม่อยากเอาเรื่องหนักใจมาให้น้านลินี
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม






![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
