Masuk"สถานะของเราตอนนี้คือพ่อและแม่ของตะวันเท่านั้นนะคะ" "แต่ที่ทำกันในห้องครัวเมื่อกี้... พี่ว่ามันไกลกว่าสถานะพ่อแม่ไปมากนะ" ในสายตาคนอื่น 'พลอยนัชชา' คือพนักงานที่เรียบร้อยและตั้งใจทำงาน แต่ในสายตาของ 'ภูผา' รองประธานหนุ่มไฟแรง เธอคือ 'เมียลับ' ที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี การกลับมาเจอกันครั้งนี้มีความลับสำคัญค้ำคออยู่... นั่นคือลูกชายวัย 6 ขวบที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นในอดีตกับความรักที่ยังมีอยู่เต็มหัวใจ ส่วนเธอต้องเลือกระหว่างการปกป้องลูก... หรือการยอมจำนนต่อสัมผัสเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้จนแทบขาดใจ
Lihat lebih banyakบรรยากาศในเวลาเช้าที่เร่งรีบภายในตึกหกชั้นของบริษัท ภัทรา คอสเมติก จำกัดภายในเต็มไปด้วยพนักงานที่เดินกันให้ขวักไขว่ พลอยนัชชาหรือนัชชาในชุดพนักงานออฟฟิศสีสุภาพใบหน้าสวยหวานที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อน ๆ กำลังก้มหน้าก้มตาเช็กเอกสารในมือขณะรอลิฟต์
“นัชชา ดูอะไร”
“อ้าว พี่มลสวัสดีค่ะมาแต่เช้าเลยนะคะ” พลอยนัชชาทักทายนฤมลหัวหน้าของเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แต่ก็ยังช้ากว่านัชชานะ”
“ทำไมวันนี้คนรอลิฟต์เยอะจังคะพี่มล” หญิงสาวรอลิฟต์อยู่นานแต่ก็ยังไม่ถึงคิวสักที
“พี่ได้ยินว่าลิฟต์ทั้งตึกเสียน่ะ มีใช้ได้ตัวนี้แค่ตัวเดียว”
“ถึงว่าละคนรอเยอะเชียว”
“ถึงคิวเราแล้วรีบไปเถอะ วันนี้ลูกชายแท้ ๆ ของคุณภัทราจะเข้าศึกษางานด้วยนะ ไม่รู้ว่าเขาจะมาที่แผนกเราด้วยหรือเปล่าพี่ได้ยินมาว่าหล่อรวยระดับพระเอกซีรีส์เลยแหละ”
“เหรอคะ” พลอยนัชชายิ้มแห้ง ๆ ให้กับความตื่นเต้นของเพื่อนร่วมงาน เธอไม่สนใจว่าใครจะมาหรือใครจะไป เป้าหมายเดียวของเธอคือทำงานให้เสร็จเลิกงานให้ตรงเวลา เพื่อกลับไปดูแลลูกชายและน้านลินีที่เป็นครอบครัวเพียงสองคนของเธอ
ภายในลิฟต์ที่เบียดเสียดพลอยนัชชาถูกดันเข้าไปอยู่มุมในสุด จังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด มือหนาของใครบางคนก็สอดเข้ามากันประตูไว้ก่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสากลที่ดูภูมิฐาน
เสียงพูดคุยในลิฟต์เงียบกริบลงทันทีเมื่อร่างสูงสง่ากว่า 185 เซนติเมตรก้าวเข้ามากลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูกหญิงสาวที่อยู่มุมในสุดจนมือที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่สั่นระริก
กลิ่นที่เธอไม่มีวันลืม พลอยนัชชาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังเธออยู่ตรงหน้า ท้ายทอยที่คุ้นตาเธอไม่แน่ใจว่านั่นจะใช้เขาหรือเปล่า
พลอยนัชชาหัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอก้มหน้าลงต่ำที่สุด พยายามซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของพนักงานคนอื่น ในใจภาวนาขออย่าให้เขาหันมา อย่าให้เขาจำเธอได้
“ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำหวานข้างหูเธอ มันชี้ชัดแล้วว่าเขาคือภูผาชายที่เธอไม่เจอมานานเกือบเจ็ดปี
‘เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ’ พลอยนัชชาพยายามคิดเพราะเท่าที่รู้บริษัทของเขาเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องสำอางที่เธอทำงานอยู่
เมื่อถึงชั้นสี่พลอยนัชชารีบก้าวออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็วโดยไม่มองซ้ายมองขวาแต่จังหวะที่เธอกำลังจะพ้นประตู เสียงทุ้มนั้นก็รั้งเธอไว้ทางอ้อม
“เดี๋ยวครับ”
พลอยนัชชาชะงักเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง ภูผาเดินก้าวออกมาจากลิฟต์ช้า ๆ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมาที่ใบหน้าซีดเผือดของเธอเขามองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพูดขึ้น
“แฟ้มเอกสารของคุณตก” เขาพูดเรียบ ๆ พร้อมกับก้มลงเก็บแฟ้มที่เธอเผลอทำหล่นตอนไหนไม่รู้ขึ้นมาส่งให้
“ขอบคุณค่ะ” เธอรีบดึงแฟ้มมาแล้วเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีไป
ภูผายืนมองตามแผ่นหลังนั้นไป สายตาที่เคยเรียบเฉยกลับวาวโรจน์ไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นที่ถูกซุกซ่อนไว้มานานหลายปี
‘พลอยนัชชา ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง’
ภูผาไม่คิดเลยว่าการเข้ามาที่นี่วันแรกเป็นครั้งแรกก็จะได้เจอกับคนที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อเจ็ดปีก่อน
พลอยนัชชาเดินมาถึงที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่จนนฤมลอดถามไม่ได้
“เป็นอะไรหรือเปล่านัชชาพี่เห็นหน้าซีด ๆ ตั้งแต่ออกมาจากลิฟต์แล้วล่ะ”
“มึนหัวนิดหน่อยค่ะ เมื่อคืนนอนดึกไปนิด”
“ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนนะหรือจะลาก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ นัชชาว่าบางที่อาจเพราะร่างกายต้องการคาเฟอีนก็ได้นะคะเติมกาแฟอีกสักนิดก็น่าจะดีขึ้นค่ะ” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรทั้งที่ในใจนั้นหนักอึ้ง
“นั่นสิชีวิตพวกเราขาดกาแฟได้ที่ไหนกัน” นฤมลหัวเราะตามก่อนจะนั่งทำงานของตนเองต่อ
ในแผนกบัญชีที่ทำอยู่มีพนักงานอยู่สามคนคือนฤมลหัวหน้าแผนก รุจิรัตน์และพลอยนัชชาที่เข้ามาทำงานที่นี่ได้สี่เดือนแล้ว นอกจากเงินเดือนจะสูงกว่าที่อื่นแล้วยังอยู่ใกล้บ้านอีกด้วย
พลอยนัชชาเดินไปชงกาแฟก่อนจะกลับมานั่งทำงาน แต่หญิงสาวก็นั่งใจลอยจนทำงานพลาดไปหลายจุด เธอพยายามสงบสติอารมณ์และเลิกคิดถึงเขาแต่ก็ยากกว่าจะทำได้
เมื่อถึงเวลาพักกลางวันหญิงสาวก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งกับเพื่อนร่วมงานซึ่งนาน ๆ เธอจะมาทานเพราะส่วนใหญ่แล้วน้าสาวของเธอจะทำอาหารมาให้แต่เมื่อคืนน้าเธอไม่ค่อยสบายวันนี้พลอยนัชชาเลยไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันมาด้วย
ขณะนั่งทานอยู่เสียงซุบซิบจากโต๊ะข้าง ๆ กลับทำให้หญิงสาวรู้ว่าที่นี่ไม่เหมาะสำหรับเธอเลย
“นี่ ๆ รู้กันหรือยังพนักงานที่ชื่อนัชชาแผนกบัญชีน่ะ เห็นหน้าเด็ก ๆ แบบนั้น มีลูกโตจนเข้าโรงเรียนแล้วนะ แถมไม่มีพ่อด้วย เห็นว่าท้องตั้งแต่สมัยเรียนโน่น” พนักงานคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับเพื่อนพนักงานด้วยกัน
“จริงเหรอ มิน่าล่ะถึงได้ไม่ค่อยสุงสิงกับใครฉันได้ยินมาว่าเธอเตรียมข้าวกลางวันมากินด้วยสงสัยกลัวคนอื่นจะรู้ความลับว่าแอบซุกลูกไว้” พนักงานอีกคุยอย่างออกรส
“หรือที่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำเพราะความสงสารกันนะ”
พลอยนัชชากำช้อนและส้อมแน่นน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ เธอรีบเงยหน้ากะพริบตาถี่ ๆ หญิงสาวไม่ได้อายที่มีลูกเลยสักนิดแต่คิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้ใครฟัง
“อย่าไปสนใจพวกนั้นเลย ที่นัชชาได้ทำงานที่นี่ไม่เกี่ยวกับความสงสารเลย รีบกินเถอะนะ” นฤมลเข้าใจความรู้สึกของลูกน้องดีและเธอเองก็ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบกับการทำงานตรงไหน เพราะที่ผ่านมาพลอยนัชชาก็ทำงานได้ดีและที่เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก็เพราะความสามารถไม่ใช่เพราะความสงสาร
นอกจากพลอยนัชชาและนฤมลได้ยินผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดแล้วยังมีใครอีกคนที่นั่งฟังอยู่ด้วยและคำพูดพวกนั้นก็กระตุ้นความรู้สึกโกรธในใจให้ลุกโชน
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร