Masukวันต่อมาพลอยนัชชาก็มาทำงานที่คลังสินค้าตั้งแต่เช้า พอถึงเวลาพักก็นั่งทานอาหารที่น้านลินีเตรียมมาก่อนจะเริ่มงานอีกครั้งในช่วงบ่าย
ภายในคลังสินค้า 3 อากาศร้อนอบอ้าวราวกับเตาอบเพราะเป็นจุดพักสินค้าชั่วคราวก่อนจะย้ายเข้าคลังสินค้าหนึ่งและสองพลอยนัชชาต้องปีนบันไดเหล็กขึ้นไปนับลังสินค้าที่ซ้อนกันสูงท่วมหัว เหงื่อเม็ดไหลซึมตามไรผมจนเสื้อเชิ้ตสีขาวเริ่มเปียกแนบไปกับแผ่นหลังความเมื่อยล้าเริ่มเข้าจู่โจม แต่ภาพใบหน้าของภูตะวันลูกชายก็คือแรงฮึดเดียวที่ทำให้เธอยังคงตำงานต่ออย่างไม่มีถอย
ในขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของภูผาก็นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดในคลังสินค้า เขาเห็นหญิงสาวที่กำลังพยายามยกกล่องสินค้าหนัก ๆ ด้วยท่าทางทุลักทุเล มือที่ถือปากกาอยู่เผลอกำแน่นจนมันแทบจะหักคามือ
‘ทำไมถึงยังดื้อด้านขนาดนี้ แค่ขอร้องฉันสักคำหรือแค่บอกว่ายอมแพ้และขอโทษที่ทิ้งฉันไปหาคนอื่นฉันก็อาจจะใจอ่อน’ เขาคิดในใจด้วยความสับสน
แต่แล้วสายตาของเขาก็ต้องแสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นในหน้าจอว่าวินัยเดินเข้าไปหาพลอยนัชชา พยายามจะช่วยพยุงเธอตอนลงจากบันได แต่มือของมันกลับจงใจจับไปที่เอวบางของหญิงสาว
ภูผาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ความแค้นที่สั่งสมมาถูกแทนที่ด้วยความหึงหวงที่รุนแรงกว่า
.....
คลังสินค้า
“อุ๊ย!.... หัวหน้าคะ นัชชาจัดการเองได้ค่ะ” นัชชารีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของวินัยด้วยความรังเกียจ
“พี่อยากช่วย เห็นว่าไม่เคยทำงานหนักแบบนี้มาก่อน”
“ค่ะนัชชาไม่เคยทำงานนี้มาก่อนแต่นัชชาก็อยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แล้วหัวหน้ามาใกล้ชิดนัชชาแบบนี้คงไม่เหมาะมั้งคะ” เธอพยายามปฏิเสธเธอย่างสุภาพ
“อย่าหวงตัวไปหน่อยเลยนัชชา พี่รู้เธอมีลูกแล้วและชีวิตก็ลำบากทำดีกับพี่ไว้สิ จะได้ทำงานสบายพี่ว่าเราสองคนน่าจะ....” วินัยยังไม่ทันพูดจบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินก้าวเข้ามาในคลังสินค้าก็ทำเอาพนักงานแถวนั้นพากันก้มหน้าก้มตาทำงาน
“งานที่สั่งไว้เสร็จแล้วเหรอวินัย ถึงได้มีเวลามาช่วยพนักงานใหม่นับของ” น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้วินัยสะดุ้งสุดตัว ภูผาหยุดเดินใบหน้าเขาบึ้งตึงจนน่ากลัว
“ทะ....ท่านรองประธาน ผมแค่เห็นนัชชาเขาดูเหนื่อย ๆ เลยจะช่วย พอดีเธอยังไม่ชินกับงานนี้ครับ” วินัยรีบแก้ตัวหน้าซีด
ภูผาหันไปมองพลอยนัชชาที่ยืนหน้าซีดเซียว เหงื่อท่วมตัว ใบหน้าสวยที่เคยนวลเนียนบัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ ใจหนึ่งเขาอยากจะคว้าตัวเธอออกมาจากที่นี่ แต่อีกใจหนึ่งกลับย้ำเตือนตัวเองถึงความเจ็บปวดในอดีต
“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอนัชชา นี่ยังไม่ได้ครึ่งของความเหนื่อยที่ฉันต้องเจอตอนอยู่ต่างประเทศคนเดียวเลยนะ” ภูผาเดินเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมกับกลิ่นตัวหอมละมุนของเธอทำให้เขาเผลอสูดหายใจเข้าลึก
“ฉันไม่ได้บ่นว่าเหนื่อยสักคำนะคะ ถ้าท่านรองไม่มีธุระอะไร ฉันขอทำงานต่อให้เสร็จ” พลอยนัชชาตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น เธอต้องทำให้เขาเห็นว่าเธอมีความสุขดีแม้จะไม่ใช่งานที่เธอชอบก็ตาม
“ปากดี งั้นก็นับให้เสร็จก่อนบ่ายสาม ถ้าขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว เธอต้องอยู่ทำโอทีเฝ้าโกดังนี่คนเดียวทั้งคืน”
ภูผาทิ้งคำสั่งไว้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พลอยนัชชายืนมองตามด้วยสายตาตัดพ้อ เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อเขาพ้นสายตาเธอไปภูผาก็รีบควักโทรศัพท์ออกมากดสั่งการบางอย่างทันที
“คุณพรทิพย์ผมว่าติดแอร์เพิ่มที่คลัง 3 หน่อยนะ ผมว่ามันร้อนไปหน่อยสินค้าเราจะเสียหายได้” ภูผาเอาสินค้ามาอ้างทั้งที่เขาทำไปเพราะสงสาร
“แต่คลังนั้นเป็นแค่จุดพักสินค้าเองนะคะ”
“ผมรู้ แต่บางครั้งเราก็พักสินค้านานเป็นวันเลยนะ ตอนนี้สินค้าเราเยอะมากขึ้นถ้าเสียหายขึ้นมาผมว่ามันไม่คุ้มเอานะครับ”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะรีบจัดการให้ค่ะ”
“มีอีกอย่างนะ ผมฝากกำชับหัวหน้าฝ่ายสต๊อกด้วยว่าอย่าทำรุ่มร่ามกับพนักงานหญิง” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหงุดหงิด ถึงแม้เขากับเธอจะเลิกกันไปนานแต่ภูผาก็ไม่ชอบเห็นใครรังแกหรือเอาเปรียบเพราะสิ่งนั้นเขาจะเป็นคนทำกับเธอเอง
“คนไหนคะท่านรอง”
“ก็ทุกคนนั่นแหละ ผมไม่อยากให้มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นในที่ทำงาน”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะบอกให้ แล้วบ่ายนี้ท่านรองจะเข้ามาอีกไหมคะ”
“คงไม่แล้วล่ะ คุณมีอะไรด่วนก็โทรเข้ามือถือผมได้เลยนะ”
เวลา 17.00 น.
ขณะที่พลอยนัชชากำลังตรวจสอบรหัสสินค้า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ก็ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับเงาร่างสูงที่ทอดทับลงมา
“ดูเหมือนงานที่นี่จะเหมาะกับเธอดีนะ งานที่ต้องใช้แรง มากกว่าใช้สมอง”
หญิงสาวชะงักมือ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ภูผายืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เขาจงใจมาตรวจงานเพื่อจะดูความพ่ายแพ้ของเธอ
“ถ้าคุณมาเพื่อจะดูว่าฉันร้องไห้หรือยัง คุณคงผิดหวังค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันไปมอง พยายามประคองกล่องในมือไว้
“ปากดี แต่เหงื่อท่วมตัวเชียวนะหรือว่าจริง ๆ แล้วเธอถนัดงาน ใช้แรงอยู่แล้ว”
พลอยนัชชาไม่สนใจคำพูดของเขาหญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานต่ออย่างไม่พัก
“เห็นแข็งแรงแบบนี้สงสัยคงต้องย้ายไปแผนกอื่นที่ลำบากกว่านี้”
“ท่านรองคะ ถ้าคุณเกลียดฉันนักก็แค่ไล่ฉันออก ไม่ต้องมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้”
“ไล่ออกมันง่ายไปสำหรับคนอย่างเธอ ฉันอยากเห็นเธอคลานมาอ้อนวอนขอลาออกเองมากกว่า ผัววิศวะของเธอคงให้เงินใช้ไม่พอใช่ไหมล่ะที่ถึงได้ต้องมาทนทำงานที่นี่หรือว่าที่ทำงานหนักเพราะอยากจะเอาไปปรนเปรอผัวกันล่ะ” ภูผาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้า
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะท่านรอง” พลอยนัชชาเม้มปากแน่น
“ทำไม พูดยังไม่ออกเหรอหรือว่าความจริงมันค้ำคอ” เขายังคงพูดจาถากถางและเมื่อเห็นเธอโกรธก็ยิ่งสนุก
คำถามของนลินีทำให้พลอยนัชชาเริ่มวางแผนว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตตนเองและลูกในท้อง“ท้องของนัชชาคงจะโตมากตอนเปิดเรียนปีสาม ถ้าสอบเสร็จนัชชาจะไปดร็อปเรียนก่อนค่ะ คลอดแล้วก็ค่อยกลับไปเรียนใหม่”“หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียว”“ค่ะแต่ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะปิดเทอมนี้ท้องยังไม่โตมากนัชชาคงต้องหางานพิเศษทำค่ะ”“อย่าออกไปทำงานที่อื่นเลยช่วยน้าทำบัญชีดีกว่าน้าจะรับงานจากเพื่อนรุ่นพี่ของน้ามาให้ นัชชาจะได้ทำงานที่บ้าน”“น้าว่าเงินที่เรามีอยู่มันจะพอไหมคะ” หญิงสาวหมายถึงเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้“ถ้าเราใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพอจ้ะ”“นัชชาเป็นหลานสาวที่ไม่ดีเลยใช่ไหมคะที่สร้างแต่ปัญหาให้น้า”“อย่าคิดแบบนั้นสินัชชาปัญหามันเกิดแล้วต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง เด็กที่อยู่ในท้องของนัชชาก็หลานสาวของน้าเหมือนกันนะน้าจะช่วยนัชชาเลี้ยงลูกเอง”เมื่อถ้าสาวพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้สึกเบาใจขึ้นแต่ในใจเธอจะไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้เธอจะต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแต่ภูผาก็จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ เธอจะไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมาต้องล่ำบาก.....หญิงสาวทำตัวเป็นปกติจนกระทั่งเย็นวัน
นลินีรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับหลานสาวของเธอเลยที่ต้องมาเป็นทุกข์อยู่แค่ฝ่ายเดียว“ช่างเถอะค่ะนัชชาได้คุยกับน้าแล้วก็สบายใจขึ้นมากค่ะ”“แล้วหนูคิดจะบอกพี่เขาตอนไหนล่ะ”“ว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนค่ะ”“นัชชาจ๊ะน้ารู้ว่าหนูรักเขามากน้าอยากให้หนูตัดสินใจเรื่องนี้ให้ดีและไม่ต้องห่วงเรื่องงานของน้าหรอกนะ พรุ่งนี้น้าจะไปยื่นหนังสือลาออกและไปทำงานที่บริษัทบัญชีของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน”“น้านีคะ นัชชาขอโทษที่ทำให้น้าต้องลำบาก”“อันที่จริงน้าก็คิดเรื่องลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่แต่ยังลังเลอยู่พอมาเจอเรื่องนี้น้าก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”“แล้วเงินเดือนจะได้เท่าเดิมไหมคะน้านี”“เงินเดือนคงไม่เท่าเดิมแต่จะได้เปอร์เซ็นต์จ้ะ นัชชาไม่ต้องเครียดเรื่องของน้านะ ใกล้สอบแล้วตั้งใจเรียนดีกว่านะตกลงไหม”“ก็ได้ค่ะน้านี”.....พลอยนัชชากลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองจากนั้นก็อ่านหนังสือแต่ก็ไม่มีสมาธิเท่าไหร่จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“ว่าไงคะพี่ภู อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว” หญิงสาวทักทายด้วยเสียงสดใส“ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเลย คิดถึงนัชชาจังก่อนสอบเราเจอกันหน่อยดีไหมครับ” ปลายสายส่งเสียงอ้อนเพราะเขาไม่ไ
คุณอารีรัตน์เสนอเงินมากถึงห้าล้านเพื่อให้หญิงสาวยอมไปจากลูกเลี้ยงของเธอ เงินจำนวนนี้มันมากพอให้หญิงสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายและที่เธอยอมให้เงินมากขนาดนั้นก็เพราะเธอหวังจะได้มากกว่าถ้าหากคนที่ภูผาจะแต่งงานด้วยเป็นคนที่เธอเตรียมไว้“คืออะไรคะ”“น้าจะให้เงินเธอห้าล้านแต่เธอต้องทำให้ภูผายอมไปเรียนนะ”“น้าจ้างให้นัชชาเลิกกับพี่ภูใช่ไหม”“ว่าอย่างนั้นก็ได้เงินนี้มันมากพอที่เธอจะปล่อยมือจากเขา”“ถึงบ้านนัชชาจะไม่ได้รวย แต่นัชชาก็ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงินนะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรเงินที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจากไปก็มากให้เธอเรียนจนจบ“จะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”“ไม่ค่ะ ถ้าน้าไม่มีอะไรพูดกับนัชชาแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”“นัชชาน้าของหนูทำงานฝ่ายบัญชีที่บริษัทคุณไพศาลใช่ไหม ถ้ามีข่าวว่าฝ่ายบัญชียักยอกเงินบริษัทแล้วอนาคตการทำงานของน้าเธอก็คงจบลงและคงไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน” เมื่อพูดกันดี ๆ แล้วหญิงสาวไม่ให้ความร่วมมือเธอเลยเขาเรื่องของน้าสาวมาขู่เพราะรู้ดีว่าพลอยนัชชามีญาติเพียงคนเดียว“น้านีไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าน้าสาวของตัวเองจะลำบา
เพราะปกติแล้วพลอยนัชชาจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่เสมอเช้านี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นถึงแม้จะเมามากและแทบจะไม่ได้นอนพักแต่หญิงสาวก็ลืมตาตื่นในเวลา 6 โมงเช้า เธอมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้จะจำรายละเอียดได้ไม่หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ความรู้สึกก็ชัดเจนพลอยนัชชาหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียใจที่ยอมให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามามีอิทธิพลเหนือความจริงที่เจ็บปวด เธออยากจะลุกจากตรงนี้และออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่ร่างกายกับไม่มีแรง หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่ามันยังเช้าอยู่จึงหลับตาลงและนอนต่อเพราะความเหนื่อยล้าเธอรู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปอีกเกือบ 3 ชั่วโมง“9 โมงแล้วเหรอ” เธอพูดกับตัวเองแล้วรีบดันตัวลุกขึ้น ตอนนี้ภูผาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเธอแล้วหญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบชุดที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมแล้วเดินออกมาจากห้อง“ตื่นแล้วเหรอ” ภูผาที่กำลังเทเขาต้มใส่ชามถามขึ้นจนคนที่กำลังแอบย่องออกมาจากห้องสะดุ้งสุดตัว“ท่านรอง”“ท่านรองเหรอ เมื่อคืนไม่ได้เรียกแบบนี้”“ก็เมื่อคืนฉันเมา” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่กล้าจะมองหน้าเขาหลังจากที่เมื่อคืนเผลอปล่อยกายปล
ความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ภูผาโหยหาและคิดถึงมาตลอด ที่ผ่านมาเขามีผู้หญิงอีกหลายคนแต่ก็คบกันไม่รอดเพราะในใจของชายหนุ่มยังคงมีพลอยนัชชาแม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแล้วในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทำแบบเดิมอีกครั้งเขาก็จะตักตวงความสุขให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สมกับวันเวลาที่เขาคิดถึงหญิงสาวมาตลอดหญิงสาวขยับสะโพกไปตามอารมณ์ ท่อนเอ็นร้อนที่เสยเข้าหาประสานกับร่องรักคับแน่นอย่างลงตัว ภูผารู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอารมณ์แบบไหน เขาสวนสะโพกเข้าหาเธออย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบดังก้องไปทั้งห้องแล้วความสุขความเสียวซ่านก็เดินทางมาถึงขีดสุด สัญชาตญาณดิบส่งให้ทั้งคู่ถาโถมเข้าหากันเร็วขึ้น แรงบีบรัดในกายและแรงจากการเสียดสีทำให้ความร้อนในกายของทั้งสองคนแผดเผาจนแทบหลอมละลายภูผาจับสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะตอกอัดท่อนเอ็นเสยขึ้นอย่างไม่ยั้งทำเอาพลอยนัชชาขาสั่นจนทรงตัวแทบไม่อยู่ความเสียวซ่านพุ่งสูงสุดขึ้นเสียงครางหวานดังไปทั่วห้องพลอยนัชชาร่อนสะโพกอย่างเร่าร้อน ภูผาโน้มลำตัวเธอลงมาให้หน้าอกอวบอิ่มพอดีกับริมฝีปากร้อนแล้วดูดดึงอย่างหิวกระหายส่งผ่านความเสียวซ่านให้คนที่โยกอยู่ทา
ความรู้สึกแบบนี้หญิงสาวจำได้ดีว่าภูผาเคยมอบให้เธอเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นมันเต็มไปด้วยความรักที่มีให้แก่กันอย่างท่วมท้นแต่วันนี้เธอรู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาพลอยนัชชาสัญญากับตัวเองไว้ว่าชีวิตนี้เธอจะไม่นอนกับผู้ชายคนไหนหรือคบกับใครอีกเพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหาแต่ในเมื่อเขาคือภูผา หญิงสาวจึงปล่อยกายไปกับเขาอย่างเต็มที่ร่างกายของเธอมันตอบสนองทุกอย่างไปตามอารมณ์ความรู้สึกและสัญชาตญาณที่ไม่อาจหักห้ามได้เลย“อ่า....สวยมากนัชชาของพี่สวยไม่เปลี่ยนเลย”เสียบแหบพร่าพูดออกมาจากความรู้สึก เขาไล้ปลายนิ้วโป้งไปบนกลีบกุหลาบที่ปิดสนิท ความรู้สึกไม่ต่างจากครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ความเป็นหญิงของพลอยนัชชาสวยงามอย่างไม่มีที่ติแม้เธอจะมีลูกแล้วแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้อารมณ์ของเขาลุกโชนอย่างง่ายดายภูผาทำให้พลอยนัชชาสั่นท้านไปทั้งตัว ปลายลิ้นกดนวดเป็นวงกลมบนเกสรเสียว ปลุกเร้าจนหญิงสาวต้องแอ่นสะโพกเข้าหาอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งเขาลากลิ้นแทรกกลางกลีบกุหลาบเธอก็ยกสะโพกสูง เพื่อให้เขาดูดกินน้ำหวานได้อย่างเต็มที่“อื้ม....อ๊ะ!....”“หวานเหมือนเดิมเลยนัชชา”“พี่ภูอื้อ....”เสียงหวานครางเรียกชื่อคนรักไม







