LOGINภูผายืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ความโกรธแค้นแล่นขึ้นมาจุกที่อก
‘ท้องตอนเรียนงั้นเหรอ ที่บอกเลิกฉันไปหาไอ้รุ่นพี่วิศวะนั่น เพราะท้องกับมันสินะ นัชชาเธอใจร้ายกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก’
ชายหนุ่มคิดว่าตนเองลืมผู้หญิงที่ชื่อพลอยนัชชาไปแล้วแต่เมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้งก็รู้ในทันทีว่าเวลาไม่เคยทำให้ความทรงจำของเขาหายไปเลย
ในเมื่อตอนนี้เธออยู่ใต้อำนาจของเขาแล้วมีหรือเขาจะยอมปล่อยให้เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายทั้งที่เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดมาตลอดเจ็ดปี
เมื่อกลับขึ้นมาบนห้องทำงานเขาก็กดอินเตอร์คอมเรียกเลขาของมารดาที่ท่านให้มาช่วยงานทันทีเพื่อจัดการบางอย่าง
“คุณพรทิพย์ผมขอรายชื่อพนักงานทั้งหมดหน่อยครับ”
“ได้ค่ะ”
เมื่อเลขาเอารายชื่อพนักงานทั้งหมดมาให้ดูเขาก็รีบเปิดไปยังแผนกบัญชีและคิดว่าจะทำยังไงเธอได้รับโทษกับสิ่งที่ทำในอดีต
รอยยิ้มซ่อนความเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากเมื่อเห็นว่ายังมีบางแผนกที่เหมาะสำหรับพลอยนัชชามากกว่าแผนกบัญชีที่เธอทำอยู่
เขาเรียกเลขาคนเดิมให้เข้ามาคุยอีกครั้งเพื่อออกคำสั่ง
“ท่านรองแน่ใจเหรอคะว่าจะย้ายเธอไปทำงานแผนกนี้จริง ๆ” พรทิพย์ถามย้ำเพราะคิดว่าบางทีเจ้านายอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป
“คุณสงสัยการตัดสินใจของผมเหรอ” เขาเงยหน้าถามเลขาที่เพิ่งทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก
“เปล่าค่ะ” แม้ว่าสงสัยและคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดที่ย้ายพนักงานบัญชีที่เพิ่งได้รับการบรรจุไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนไปแผนกอื่นแต่ด้วยตำแหน่งเลขาเธอจึงไม่กล้าถามออกไป
เมื่อรับคำสั่งมาจากเจ้านายแล้วพรทิพย์ก็กดลิฟต์ลงมายังชั้นที่ต่ำกว่าเพื่อไปยังแผนกบัญชีด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“สวัสดีค่ะคุณพรทิพย์ มีอะไรหรือเปล่าคะถึงได้มาที่นี่” นฤมลทักทายเลขาของเจ้านายเพราะมีไม่บ่อยนักที่เธอจะมายังแผนกนี้
“สวัสดีค่ะคุณนฤมล พอดีฉันมีเรื่องมาแจ้งค่ะ” พูดจบก็ส่งเอกสารในมือให้กับหัวหน้าแผนกบัญชี
“นี่มันอะไรกันคะคุณพรทิพย์” บรรยากาศในแผนกบัญชีที่เคยสงบสุขถูกทำลายลงด้วยกระดาษแผ่นเดียว นฤมลมองคำสั่งย้ายด่วนที่ส่งมาจากเบื้องบนด้วยสีหน้าลำบากใจ
“มีอะไรคะพี่มล” พลอยนัชชาที่นั่งอยู่ไม่ไกลหันมาถามเพราะเสียงของหัวหน้าที่ดังกว่าปกติ
“นัชชาด็ดูเอาเองก็แล้วกัน”
พลอยนัชชารับเอกสารมาอ่านแล้วก็ขมวดคิ้ว มือสั่นเทาหัวใจเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นข้อความชัดเจน
“ย้ายไปแผนกเช็กสินค้าคลังสินค้าสามงั้นเหรอคะ” เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ เธอรู้ว่าคลังสินค้าสามคือที่ที่ร้อนและทำงานหนักที่สุดของบริษัท ภัทรา คอสเมติกและไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนเองถึงย้ายไปที่แผนกนั้น
“เช็กสินค้าคลังสินค้าสามงั้นเหรอคะคุณพรทิพย์ นั่นมันงานของผู้ชาย แถมคลังนั้นไม่มีแม้แต่แอร์นะคะ เรารับนัชชามาทำบัญชีนะคะทำไมถึงได้ย้ายไปแผนกอื่นล่ะคะ” นฤมลรีบถามแทนรุ่นน้อง
“ฉันเองก็ไม่กล้าถามเหตุผลหรอกค่ะเรื่องนี้แต่เป็นคำสั่งตรงจากท่านรองประธานค่ะ”
“รองประธานเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ วันนี้ท่านเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นวันแรกจากนั้นก็ออกคำสั่งนี้”
พลอยนัชชากำหมัดแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเขาไม่ได้แค่กลับมาแต่กลับมาเพื่อทำลายชีวิตของเธออีกครั้งทั้งที่เธอพยายามจะประคับประคองอย่างเต็มที่
“คุณพรทิพย์คะนัชชาขอไปคุยกับเขาได้ไหมคะ” พลอยนัชชาคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยและเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ทำงานในแผนกเดิม
“แต่คำสั่งออกมาแล้วนะคะ”
“นัชชาอยากรู้เหตุผลค่ะว่าทำไมถึงถูกย้ายไปทำงานที่แผนกอื่น ขอร้องล่ะคุณพรทิพย์นัชชาต้องเจอเขาค่ะ”
“ฉันว่าท่านรองออกคำสั่งมาแล้วคงยากที่จะเปลี่ยนใจท่าน”
“นัชชาไม่ได้หวังให้ท่านเปลี่ยนใจแค่อยากรู้เหตุผลค่ะ”
“เอางั้นก็ได้ ตอนนี้ท่านรองอยู่ในห้องทำงาน ลองเข้าไปถามท่านดูนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณพรทิพย์”
“ใจเย็น ๆ นะนัชชา” นฤมลตะโกนไล่หลัง
“ค่ะพี่มล”
ณ ห้องทำงานรองประธาน
ห้องกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทาดูเคร่งขรึม ภูผานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ สายตาคมกริบจ้องไปยังผู้มาเยือนที่พรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอคำเชิญ
“รู้สึกว่าเธอจะลืมมารยาทไปนะ” เขาตำหนิออกมาอย่างไม่พอใจ
“ขอโทษค่ะ แต่ฉันร้อนใจและมีเรื่องจะถาม”
“ถามเหรอ” ภูผาจ้องหน้าหญิงสาวด้วยสายตาดุดันเต็มไปด้วยความแค้น
“ค่ะ”
“ผมมีเวลาไม่มากนะ อยากถามอะไรก็รีบถาม”
“ฉันมีวุฒิบัญชี และทำงานที่นี่มาสี่เดือนโดยไม่มีข้อผิดพลาด คุณมีสิทธิ์อะไรมาย้ายฉันไปคลังสินค้า” พลอยนัชชาพยายามคุมเสียงให้เป็นปกติทั้งที่ในใจนั้นโกรธและโมโหมาก
“แต่ฉันคือรองประธาน สั่งให้เธอไปล้างห้องน้ำเธอก็ต้องไป อย่าลำพองตัวว่าแค่ทำงานมาสี่เดือนแล้วจะมีปากมีเสียงกับฉัน ถึงเธอจะเรียนจบมาโดยตรง แต่นั่งใจลอยปล่อยให้ตัวเลขผิดพลาดเพียงเพราะแค่เห็นหน้าแฟนเก่างั้นเหรอ งานบัญชีต้องการคนที่มีสติ ไม่ใช่คนที่วัน ๆ เอาแต่คิดเรื่องซุกลูกหรือเรื่องผู้ชาย” ภูผาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินช้า ๆ เข้ามาหาเธอจนพลอยนัชชาต้องถอยหลังไปจนติดกำแพง กลิ่นน้ำหอมเดิมที่เคยทำให้เธออบอุ่น บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนลมหนาวที่พัดผ่านแล้วแสบไปทั่วอณูผิว
“คุณแกล้งฉันเพราะเรื่องในอดีตใช่ไหม” ถามออกไปเสียงสั่น พยายามคุมไม่ให้น้ำตาไหลต่อหน้าผู้ชายที่ใจร้ายที่สุด
“อดีตเหรอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย เรื่องระหว่างเรามันตายไปนานแล้ว ที่ฉันย้ายเธอก็แค่เพราะไม่อยากเห็นหน้าพนักงานที่มีประวัติสำส่อนจนท้องในวัยเรียนมานั่งเสนอหน้าในแผนกหลักให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง” ภูผาหัวเราะในลำคอเสียงนั้นเย็นเฉียบ
เพียะ!
ใบหน้ารองประธานสะบัดไปตามแรงตบของพลอยนัชชายืนตัวสั่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนแก้ม
“อย่ามาดูถูกฉันนะภูผา คุณไม่รู้อะไรเลย”
“ฉันรู้ดีกว่าที่เธอคิดซะอีก รู้ว่าเธอทิ้งฉันไปหาไอ้รุ่นพี่นั่น เพราะใจง่ายจนท้องโย้ เป็นไงล่ะ ผัววิศวะของเธอเลี้ยงไม่ดีหรือไง ถึงต้องกระเสือกกระสนมาหางานทำที่บริษัทแม่ฉัน” ภูผาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น บีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ถ้าฉันรู้ว่าที่นี่คือบริษัทของแม่คุณฉันคงไม่มาทำงานที่นี่ตั้งแต่แรก และอย่ามาว่าพี่เมธเพราะเขาดีกับฉันมากกว่าที่คุณคิด” พลอยนัชชาโต้กลับเพื่อปกป้องความลับที่สำคัญที่สุด
“ดีจนทิ้งให้เธอเลี้ยงลูกคนเดียวเนี่ยนะ ฉันว่าเธอเก็บคำแก้ตัวของเธอไว้ แล้วไปที่คลังสินค้าซะ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป แต่คนอย่างเธอก็คงไม่กล้า เพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ไม่มีพ่อไม่ใช่เหรอ” ภูผาโน้มตัวลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อน ๆ รดรินใบหน้าของเธอ
พลอยนัชชาสะอึกจนพูดไม่ออกเมื่อความจริงที่เธอปกปิดไว้กำลังถูกเขาเหยียบย่ำ
“ไปซะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำมากกว่าแค่ย้ายแผนก”
หญิงสาวมองชายตรงหน้าด้วยความผิดหวังเพราะไม่คิดเลยว่าคนที่จิตใจดีเห็นอกเห็นใจคนอื่นจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมโมโหและโกรธแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
เมื่อหญิงสาวเดินออกไปแล้ว ภูผาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับกำหมัดแน่นจน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด
พลอยนัชชาและภูตะวันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างกันเมื่อวันนี้ภูผาพาพวกเธอทั้งสองคนเข้ามาที่บ้านของคุณไพศาลบ้านหลังนี้แต่ก่อนพลอยนัชชาเคยเข้าออกอยู่บ่อย ๆ แต่ความรู้สึกในวันนี้มันต่างกัน เธอจับมือลูกชายแน่นก่อนจะเดินตามภูผาเข้ามาในบ้าน“สวัสดีครับพ่อ” ภูผากล่าวทักทายบิดาที่นั่งอยู่ในบริเวณห้องรับแขก“อ้าว....มากันแล้วเหรอ ไหนมาดูสิหลานปู่เป็นยังไงบ้าง” คุณไพศาลกล่าวทักทายก่อนภูตะวันที่จับมือมารดาอยู่ดูยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม“สวัสดีครับ”“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีจ้ะหนูนัชชาเรียกพ่อได้แล้วนะ มานั่งกันก่อนขอพ่อดูหน้าหลานชายหน่อยสิ”ภูตะวันมองหน้ามารดาเมื่อเห็นเธอพยักหน้าเด็กชายก็เดินเข้าไปหาคุณไพศาลที่นั่งอยู่“โอ้โห...โตเป็นหนุ่มแล้วนะ หน้าตาเหมือนตกภูผาตอนเด็กเลยนะ”“คุณปู่เป็นคุณปู่ของผมจริง ๆ เหรอครับ” เด็กชายถามอย่างไม่แน่ใจเพราะที่ผ่านมาชีวิตเขามีแค่แม่กับแม่ยายและเพิ่งจะมีพ่อได้ไม่กี่วัน แล้วมาวันนี้ยังจะมีคุณปู่เพิ่มมาอีก“ก็ใช่น่ะ ปู่เป็นปู่ของตะวันจริง ๆ”“แต่คุณปู่ไม่เหมือนคุณปู่ของเพื่อนผมเลย”“ไม่เหมือนยังไง ไหนลองเล่าให้ปู่ฟังสิ”“ก็ปู่ของเพื่อนผมพวกเขามีผมสีขาวแล้วหน้าก็จะเหี่ยว
“ตะวันมานั่งตรงนี้ก่อนลูกแม่กับลุงภูมีอะไรจะคุยกับตะวันสักหน่อยครับ”“ครับแม่” เด็กชายเดินมานั่งตักมารดาบริเวณห้องรับแขกของบ้านพัก“เรื่องที่ตะวันพูดกับแม่เมื่อคืนตะวันจะพูดกับลุงภูไหมครับหรือว่าตะวันเปลี่ยนใจแล้ว”“ไม่ครับ”“ตะวันจะพูดอะไรกับลุงเหรอครับ” ภูผาเขามานั่งขนาบข้างให้ลูกชายอยู่ตรงกลางระหว่างตนเองละลูกชาย“ผมมีอะไรจะขอลุงภูอย่างหนึ่งครับไม่รู้จะได้ไหม”“ลองบอกลุงมาก่อนสิครับว่าตะวันจะขออะไร”“คือผม....” ภูตะวันอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงอีกอย่างเด็กชายก็กลัวว่าถูกปฏิเสธแล้วตัวเองจะผิดหวัง“ตะวันคนเก่งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยครับลุงรอฟังอยู่นะ”“ลุงภูมาเป็นพ่อผมได้ไหมครับ” เด็กชายพูดออกมาเสียงเบา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่เหมาะสมไหมแต่ในใจของเขาอยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ“ให้ลุงเป็นพ่อของตะวันเหรอ”“ใช่ครับได้หรือเปล่า” ภูตะวันมองหน้าภูผาสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังภูผาเห็นสายตาของลูกชายแล้วเขาก็ยิ้มกว้างก่อนจะดึงเด็กชายเข้ามากอด“ได้สิ ลุงยินดีเป็นพ่อของตะวัน”“จริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ”“จริงสิ ลุงต้องถามตะวันมากกว่าว่าตะวันพูดจริงใช่มั้ย”“ผมพูด
ชายหนุ่มจับเรียวขาของหญิงสาวให้กางออก ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเกสรปลุกเร้าให้เธอเสียวซ่านก่อนที่ปลายลิ้นร้อนลากไล้อย่างชำนาญจนเธอสั่นสะท้านภูผาจับสะโพกกลมกลึงมาอยู่ริมขอบโต๊ะแล้วกดปลายท่อนเอ็นไปบนเกสรลากขึ้นจงใจให้พลอยนัชชาเสียวซ่าน สายตาของทั้งสองต่างมองกันด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด“อ๊ะ!....อื้อ....พี่ภู”เธอกำลังร้อนรุ่มจากไปพิศวาสยิ่งเขากดนวดแรงขึ้นเท่าไหร่เปลวไฟก็ยิ่งโหมแรงขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะสอดท่อนเอ็นเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นเข้าไปทีเดียวจนลึกสุด พลอยนัชชาถึงกับสะดุ้งเฮือกสองมือจับขอบโต๊ะแน่น“อื้ม....ทั้งคับทั้งแน่น”เขาเริ่มขยับสะโพกช้า ๆ ก่อนจะขยับเร็วขึ้น จนหญิงสาวครางอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงของคนรักเพิ่มไฟตัณหาในกายของภูผาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น เขากระแทกท่อนเอ็นกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหนื่อย“พี่ภู......อื้อ มันเสียวนัชชาไม่ไหว...อ๊า....”เธอร้องครางกระเส่าก่อนจะเกร็งไปทั้งตัวและกรีดร้องอย่างสุขสม ช่องทางรักของเธอตอดรัดอย่างรุนแรงจนเขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ภูผาเร่งจังหวะอย่างดุดันเพื่อส่งให้หญิงสาวไปถึงสวรรค์“อื้อ....พี่ภู”พลอยนั
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วภูผาก็สั่งกาแฟมาจิบ ในจังหวะที่พลอยนัชชาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาก็แอบเอากาแฟราดลงบนขาตัวเองจนเห็นรอยเปื้อนอย่างชัดเจน“พี่ขอตัวและที่คอนโดแป๊บหนึ่งได้ไหม” เขาบอกเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าเตรียมตัวจะออกจากร้าน“จะไปอะไรคะ”“ดูกางเกงพี่สิ เมื่อกี้กาแฟหกใส่ คงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปประชุม”“ก็ได้ค่ะ”พลอยนัชชายอมนั่งรถมากับภูผาที่คอนโดหญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับแขกระหว่างที่เจ้าของห้องเข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะกลับออกมาอีกครั้ง“ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะ”“ยังไม่อยากไปทำงาน พี่อยากอยู่กับนัชชาก่อน” ภูผาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์มาดื่มโดยมีพลอยนัชชาเดินตามไปติด ๆ“แต่พี่ภูมีประชุมนะคะ กินเบียร์ตอนนี้จะดีเหรอ”“พี่เลื่อนไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ” เขาตอบเหมือนการประชุมไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร“การประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ”“แต่การได้อยู่กับนัชชาสำคัญกว่านะ”“พี่ภูคะ นัชชาไม่อยากทำให้พี่ภูเสียงานนะคะ”“เราสองคนไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะ ตั้งแต่กลับจากหัวหินก็นานมากแล้ว พี่คิดถึงนัชชามาก”“แต่เราก็เจอกันตลอดนี่คะ”“พี่ไม่ได้หมายถึงเจอแบบนั้น”“นัชชาร
ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากไปเที่ยวทะเล ตอนนี้ภูตะวันสอบเสร็จแล้วและสัปดาห์หน้าภูผาก็จะพาเขาไปเที่ยวเขาใหญ่ตามสัญญา“ทำไมเราไม่ไปกันพรุ่งนี้เลยล่ะครับผมปิดเทอมแล้วนะครับลุงภู” เด็กชายทวงสัญญาทันทีเมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว“ตะวันปิดเทอมแล้วก็จริงแต่แม่กับยายนียังต้องทำงานอยู่ วันศุกร์เราค่อยไปดีไหมลูก”“แต่ผมต้องรออีกหลายวันเลยนะครับ”“แม่รู้ว่าตะวันใจร้อนอยากจะไปเที่ยวอยากจะไปทำกิจกรรมอย่างพี่ลุงภูเล่าให้ฟังแต่ตะวันก็ต้องรู้จักอดทนนะครับลูก คนเก่งของแม่รออีกแค่ไม่กี่วันได้ไหม”“ผมจะได้ไปจริง ๆ ใช่ไหมครับลุงภู” ภูตะวันเริ่มไม่แน่ใจ“ได้ไปสิครับ ลุงจองที่พักไว้แล้วเราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยนะ”“วันศุกร์ใช่ไหมครับ”“ใช่ครับวันศุกร์เราจะออกจากที่นี่กันหลังจากแม่ของตะวันเลิกงานคืนนั้นรู้เราจะดูดาวกันด้วยนะ ลุงเพิ่งซื้อกล้องดูดาวตัวใหม่มามันเห็นดวงดาวชัดมากแล้วก็เห็นไกลมากเลยเลยนะ”“จริงเหรอครับผมอยากให้ถึงวันศุกร์เร็ว ๆ จัง”“ลุงซื้อหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวมาฝากด้วยนะตะวันจะได้เอาไว้ดูก่อนที่จะไปดูของจริงไงล่ะ”“ขอบคุณครับลุงภู”“แล้วช่วงปิดเทอมแบบนี้ตะวันอยู่ยังไงล่ะนัชชา”
กลับมาจากเที่ยวทะเลภูผารีบเข้าไปคุยกับบิดาเพราะอยากให้ตนเองกับพลอยนัชชาและตะวันได้กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มรอจังหวะที่น้าอารีรัตน์ออกไปข้างนอกบริษัทแล้ว เขาจึงเข้ามาหาบิดาที่ห้องทำงาน“มีอะไรจะคุยกับพ่อใช่ไหมล่ะ” คุณไพศาลพอจะเดาออกเพราะทุกครั้งที่ลูกชายมาหาที่ห้องทำงานนั่นหมายถึงชายหนุ่มจะต้องมีเรื่องมาคุยกับเขา“ครับพ่อ พ่องานยุ่งไหม”“ถ้าพ่อบอกว่างานยุ่งภูผาจะไม่คุยใช่ไหม” คุณไพศาลวางปากกาแล้วมองหน้าลูกชายที่ดูเครียดกว่าทุกวัน“ไม่ครับ ผมจะบอกว่าต่อให้งานของพ่อยุ่งแค่ไหนพ่อก็ต้องฟังเรื่องที่ผมจะบอกก่อน” ภูผาพูดอย่างจริงจังก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา“เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ว่ามาพูดเรื่องหนูณีญาอีกนะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เปล่าครับพ่อ ผมแค่อยากจะบอกว่าพ่อกับน้าอารีไม่ต้องพยายามหรอกครับเพราะยังไงเรื่องของผมกับณีญามันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”“ทำไมล่ะลูก น้องก็น่ารักดีน่ะ ช่วงนี้ก็เห็นว่าขยันเรียนรู้งานด้วยนะ” คุณไพศาลชงหลานสาวของภรรยาให้กับลูกชายอย่างเต็มที่“พ่อครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันแล้ว แล้วตอนนี้ผมก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้วครับ”“ที่มาคุยกับพ่อเพราะอยากจะมาปฏิเสธใช่ไหม”“คร







