Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-06-21 13:12:29

ครั้งที่ อัลเบิร์ต ชาร์ลสตัน ยังเป็นนักศึกษาหนุ่มอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี เขาบังเอิญได้รู้จักและมีความสัมพันธ์กับโรส นักร้องสาวในบาร์ผู้มีอายุมากกว่าถึงสามปี และทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นทายาทของมหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงของลอนดอน เธอก็ตัดสินใจใช้เสน่ห์ เรือนร่าง และกลเม็ดเด็ดพรายทุกอย่างของผู้หญิง มัดใจชายหนุ่มอ่อนประสบการณ์อย่างเขาเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด ด้วยหวังว่าเธอจะมีชีวิตบั้นปลายอันแสนสุขสบาย ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหราไม่ต่างจากคนในวงสังคมชั้นสูง

แต่ลางร้ายก็เริ่มปรากฏเสียตั้งแต่แรก เมื่อว่าที่พ่อสามีในขณะนั้นเกิดไม่เห็นดีเห็นชอบกับการแต่งงาน เพราะเห็นว่าบุตรชายของเขายังเด็กเกินไป ยังไม่เคยทำงานหรือแม้แต่รับผิดชอบชีวิตตัวเองเสียด้วยซ้ำ

กระนั้นเคนเน็ธก็ยังพยายามทำหน้าที่ของผู้เป็นพ่ออย่างดีที่สุด เขายกแมนชั่นขนาดใหญ่บนถนนพิกคาดิลลี ย่านใจกลางเมืองลอนดอนให้เป็นเรือนหอของทั้งคู่ มิหนำซ้ำยังมอบบัญชีเงินฝากจำนวนยี่สิบล้านปอนด์ให้เป็นทุนรอนติดตัวอีก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้นักร้องจากบาร์ข้างถนนอย่างโรสได้มีโอกาสใช้ชีวิตเฉิดฉายเหมือนในวิมานที่เธอวาดไว้อยู่หลายปี

แต่หลังจากแต่งงานแล้ว อัลเบิร์ตก็ไม่คิดจะทำงานทำการอะไร ฝ่ายภรรยาก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปวันๆ หากไม่ชักชวนเขาไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า ก็พากันตระเวนไปตามบ่อนการพนัน จนเงินยี่สิบล้านปอนด์ในธนาคารร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็ว... ในไม่ช้า เมื่อข่าวความเหลวแหลกของบุตรชายและสะใภ้ไปถึงหู เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน เขาจึงเรียกทั้งคู่ไปต่อว่าและสั่งห้ามไม่ให้เหยียบคฤหาสน์ชาร์ลสตันอีกอย่างเด็ดขาด

ช่วงเวลานั้นเอง โรสก็เริ่มตั้งครรภ์ และให้กำเนิดบุตรชายชื่อเจค็อบ หรือ เจโคบี ชาร์ลสตัน ในปีต่อมา ทำให้เคนเน็ธดีใจจนลืมความขุ่นเคืองที่มีต่ออัลเบิร์ตและภรรยาไปไม่น้อย... แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังลั่นวาจาว่าจะไม่มีทางให้ความช่วยเหลือด้านการเงินจนกว่าคนทั้งคู่จะเลิกใช้ชีวิตอย่างที่เป็นอยู่...

สามปีให้หลัง หลังจากเครื่องประดับราคาแพงที่โรสสะสมไว้ถูกขายและจำนำจนหมดแล้ว อัลเบิร์ตก็จำใจต้องเอาโฉนดแมนชั่นซึ่งเป็นบ้านที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ไปจำนองกับธนาคาร นำเงินที่ได้มาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายไม่ต่างจากเดิม ยิ่งไปกว่านั้น จากเคยเล่นการพนันเพียงเพื่อความสนุกสนานและเพื่อการเข้าสังคม ไม่นานสองสามีภรรยาก็เริ่มหันมาทุ่มเทกับมันมากขึ้น เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาจะทำให้เงินทุนที่มีอยู่งอกเงยขึ้นมาจนสามารถปลดเปลื้องหนี้สินทั้งหมดได้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าคู่สามีภรรยา อัลเบิร์ต ชาร์ลสตัน จะมีโชคทางด้านนี้ไม่เลวทีเดียว ทั้งคู่จึงเอาแต่เข้าบ่อนทุกคืน ปล่อยให้พี่เลี้ยงเด็กค่าแรงต่ำที่ว่าจ้างมาจากไชนาทาวน์คอยดูแลเจโคบีเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เคนเน็ธย่อมทนเห็นหลานชายคนเดียวถูกปล่อยปละละเลยอย่างนั้นไม่ได้ ท้ายที่สุดเขาจึงยื่นข้อเสนอเพื่อนำตัวเด็กน้อยเจโคบีในวัยสามขวบกลับไปเลี้ยงดูที่คฤหาสน์ชาร์ลสตันด้วยตัวเอง แล้วคนอย่างอัลเบิร์ตกับภรรยามีหรือจะปฏิเสธ กลับยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องคอยรับผิดชอบ ไม่ต้องคอยเสียเงินจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลลูกทุกวัน

เป็นเวลาเกือบสี่ปีเต็มที่อัลเบิร์ตและโรสแทบไม่เคยแวะเวียนไปเยี่ยมคฤหาสน์ชาร์ลสตัน จนกระทั่งอายุของเด็กน้อยย่างเข้าสู่ปีที่เจ็ด ก็เป็นเวลาเดียวกับที่โชคทางด้านการพนันของผู้เป็นพ่อและแม่หมดลง เมื่อโรสเริ่มบังคับให้สามีไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเคนเน็ธ มหาเศรษฐีเฒ่าก็สบโอกาสในการดัดนิสัยบุตรชาย เพราะแทนที่เขาจะให้เงินก้อนใหญ่แก่อัลเบิร์ตเพื่อนำไปถลุงเล่นเหมือนเคย เขากลับให้เป็นเงินค่าใช้จ่ายจำนวนไม่มากนักในแต่ละสัปดาห์

อันที่จริงจะบอกว่าไม่มากนักก็ไม่ถูก เพราะเงินรายสัปดาห์ที่เคนเน็ธให้เป็นค่ากินอยู่ของบุตรชายและภรรยานั้น ตกเดือนละถึงสองหมื่นปอนด์ นั่นก็นับว่ามากเกินพอจะทำให้ใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในลอนดอนได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายแล้ว

แต่แน่ล่ะ... มันย่อมก็ไม่เพียงพอต่อกิเลสของคนที่ตกเป็นทาสของปีศาจการพนัน...

***

“เจค็อบ... ลูกชายของเรายังไงล่ะ ที่จะเป็นเครื่องต่อรองชั้นเยี่ยม...” เสียงโรสกระซิบข้างหูของอัลเบิร์ตอย่างเย็นชา

ตั้งแต่รู้ตัวเองว่าตั้งครรภ์ หญิงสาวก็ไม่เคยคิดที่จะคลอดบุตรชายคนนี้เลยสักนิด แต่เพราะเห็นว่าพ่อสามีดูจะเห่อหลานคนแรกเสียเต็มประดา เธอถึงจำเป็นต้องเก็บเลือดก้อนนี้เอาไว้เพื่อเอาอกเอาใจเขา...

สุดท้ายผลมันเป็นอย่างไรล่ะ ไอ้แก่ขี้เหนียวนั่นก็เลยหันไปประคบประหงมไอ้เด็กมารหัวขนแทน แล้วถีบหัวเธอกับอัลเบิร์ตให้มาทนกัดก้อนเกลือกินอยู่อย่างนี้...

“เจโคบีน่ะเหรอ” ชายหนุ่มถามงงๆ

“คุณเองก็รู้นี่ว่าพ่อของคุณเลี้ยงเจค็อบมาอย่างกับจงอางหวงไข่” โรสอธิบายถึงเหตุผลแทนคำตอบ “ไอ้แก่เคนเน็ธน่ะ ทั้งรักทั้งหลงไอ้เด็กนั่นมากแค่ไหนคุณก็เห็น... เพราะฉะนั้น เราจะขู่พ่อของคุณว่า... ถ้าไม่ยอมให้เงินเราล่ะก็ เราจะเอาลูกกลับมาเลี้ยงเอง!”

“เอากลับมาเลี้ยงเอง!” ชายหนุ่มเบิกตาโพลง เบ้ปากราวกับได้ฟังเรื่องที่น่ารังเกียจเสียเต็มประดา “ผมไม่เอาด้วยหรอกนะโรส...” อัลเบิร์ตเองก็ไม่ต่างจากโรสนักหรอก เขาไม่เคยต้องการลูกคนนี้แม้แต่น้อย... การที่มหาเศรษฐีเฒ่าได้นำตัวเด็กน้อยไปเลี้ยงดูตั้งแต่ยังไม่รู้ความ มันทำให้เขาไม่มีความรู้สึกผูกพันใดๆ กับบุตรชายเลย...

ในทางตรงกันข้าม นับวันยิ่งได้เห็นเคนเน็ธแสดงความรักใคร่เจโคบีมากกว่าตนซึ่งเป็นลูกในไส้ คอยเอาอกเอาใจกันจนออกนอกหน้า นั่นก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มริษยาและจงเกลียดจงชังสายเลือดของตัวเองมากขึ้นทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว...

อย่างไอ้ลูกเวรนั่นน่ะ จะไปลงนรกที่ไหนเขาก็ไม่สนหรอก...

“อยู่ๆ จะให้เอาไอ้เด็กเปรตนั่นกลับมาก็เท่ากับหาเหาใส่หัวน่ะสิ... ไหนจะค่าอยู่ค่ากิน ไหนจะต้องอยู่กับบ้านคอยเฝ้าดูแลมันอีก แล้วคุณกับผมจะเอาเวลาที่ไหนไปเข้าบ่อนหาเงินล่ะ... ปล่อยให้พ่อเลี้ยงมันอย่างเดิมนั่นแหละดีแล้ว”

“โอ๊ย!! ทำไมคุณถึงได้โง่นักนะ!!” โรสแผดเสียงใส่หน้าผู้เป็นสามีอย่างเหลืออด มือทั้งสองข้างผลักร่างเพรียวผอมจนเซไปด้านหลัง “ใครมันจะเอากลับมาจริงๆ ล่ะ!! ให้ฉันเลี้ยงสิ จะได้เอาขี้เถ้ายัดปากมันวันละสามมื้อ! นี่คือการขู่ เข้าใจไหมว่ามันคือการขู่! พ่อคุณเลี้ยงเจค็อบให้เป็นเทวดาขนาดนั้น คิดว่าจะยอมปล่อยให้มันกลับมาอยู่อดๆ อยากๆ กับเราที่นี่หรือไง”

อัลเบิร์ตย่นคิ้ว พยายามคิดตามกับสิ่งที่ภรรยาสาวชาวจีนกำลังสาธยาย ครู่เดียวก็ยิ้มออกมาได้ “คุณนี่ฉลาดจริงๆ โรส... นึกแล้วเชียวว่าซักวันไอ้เด็กนั่นจะต้องเป็นประโยชน์กับเราบ้าง”

“แน่ล่ะสิ ฉันทนอุ้มท้องมันมาตั้งเกือบปี ต้องทรมานมากแค่ไหน ท้องก็แตก ขาก็ลาย หลังก็ปวด นี่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเอาใจไอ้แก่เคนเน็ธที่ดันสาระแนมารู้เข้าเสียก่อนล่ะก็ ฉันไม่เก็บมันเอาไว้ให้ลำบากหรอก... ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจค็อบมันควรจะต้องตอบแทนพ่อแม่ของมันบ้างแล้ว” โรสเหยียดยิ้มเยาะหยัน

“แล้วเราจะพูดกับพ่อยังไงดีล่ะ” อัลเบิร์ตเอ่ยถามเสียงแผ่ว

“ก็ขอเงินกันตรงๆ ง่ายๆ นี่แหละ...” เธอนิ่งไปชั่วอึดใจ ดวงตาชั้นเดียวตวัดมองสามีหนุ่มด้วยประกายอันน่าพรั่นพรึง “แต่ถ้ายังดักดานไม่ยอมให้กันอีก เห็นทีเราก็คงต้องเล่นบทร้ายกับพ่อของคุณบ้างแล้วล่ะ!” พูดต่ออย่างเย็นเยียบ เชื่องช้า ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ

เสียงของโรสทำให้อัลเบิร์ตหนาวสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกชันตั้งแต่ต้นคอไล่ลงไปจนถึงสันหลัง “บทร้ายอย่างนั้นเหรอ...” ชายหนุ่มถามกลับไป แม้ยังไม่เข้าใจคำพูดของภรรยาสาว แต่ลางสังหรณ์บอกว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีงามหรือง่ายดาย ในขณะที่สายตาก็เหลือบมองหญิงสาวค่อยๆ เชิดใบหน้าขึ้น ก่อนจะแค่นรอยยิ้มที่แสนน่ากลัวออกมาพร้อมกับคำตอบ

“ใช่! ร้ายมากๆ ด้วย...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทส่งท้าย

    ทันทีที่ประตูห้องชั้นบนสุดของตึกหน้าเปิดออก อัลเฟรโดก็ดึงแขนนรินทร์นารถซึ่งมีท่าทีไม่เต็มใจ ให้เดินตามเข้าไปจนถึงชุดโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อนด้านใน ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งเป็นการบังคับกลายๆ ให้เธอนั่งตามตั้งแต่เขาพาตัวเธอและเจโคบีกลับมาถึงคฤหาสน์ทะเลทราย ชายหนุ่มก็เอาแต่นิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว ทำให้ในใจของนรินทร์นารถเต็มไปด้วยความวิตกกังวล กลัวว่าหลังนี้เขาจะควบคุมตัวเธอเอาไว้แต่ในตึกหลังโดยไม่อนุญาตให้เจอกับเจโคบีเพื่อป้องกันไม่ให้เธอมีโอกาสพาเด็กชายหนีไปอีก“คุณอัลเฟรโดคะ...” หลังจากทิ้งตัวลงบนโซฟายาวที่อยู่เยื้องกัน ถึงจะยังหวั่นๆ กับความผิดของตัวเอง แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจเอ่ยปาก ดีกว่าต้องทนอยู่ในบรรยากาศที่น่าอึดอัดอย่างนี้ต่อไป “ฉันรู้ว่าทำให้คุณโกรธ... แต่ว่าฉัน...” เธอเคยบอกเขาหลายครั้งแล้วว่าเธอจำเป็นต้องพาเจโคบีกลับไปคืนให้เคนเน็ธ“ฉันไม่ได้โกรธเธอ...” ชายหนุ่มพูดขัดคอด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาไม่ถูก“แล้วคุณ... พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ...”นรินทร์นารถไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร แต่ไม่คิดว่าอัลเฟรโดจะพาเธอขึ้นมาถึงที่นี่เพื่อลงโทษด้วยการร่วมรักอย่างโหดเหี้ยมอำมห

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 55

    “นะ...นี่ตกลงว่าจะเอายังไงกันแน่!” เขาตะคอกอย่างลืมตัว“ฉันทิ้งลูกชายเอาไว้ที่ตลาด... ให้ฉันไปรับตัวเขามาที่นี่ก่อน ไม่อย่างนั้นฉันก็ยังให้ของคุณไม่ได้หรอกค่ะ...”ดวงตาสีฟ้าจ้องเขม็งมายังใบหน้าของหญิงสาวชาวเอเชีย ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าเธอเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันเพราะเสียดายตุ้มหูเพชรคู่นั้นขึ้นมา เขาก็ยังพอตัดใจได้ แต่เมื่อได้เห็นสร้อยเพชรที่น่าจะหนักมากกว่าสามสิบกะรัต สตินึกคิดและความยับยั้งชั่งใจก็ขาดผึง“อย่าต่อรองกับฉันดีกว่าน่า! หรืออยากจะให้ฉันเรียกตำรวจมาก่อน หา!”กัปตันเรือสินค้าวัยกลางคนปักใจเชื่อว่านรินทร์นารถจะต้องเป็นทาสหรือไม่ก็นางบำเรอของเศรษฐีคนใดคนหนึ่งที่พยายามหลบหนีไปจากที่นี่พร้อมๆ กับของมีค่าที่เธอขโมยมา แล้วเรือของเขาก็เป็นทางเดียวที่จะช่วยเธอได้... เพราะฉะนั้น อย่างน้อยๆ เขาก็น่าจะรีดเอาเครื่องเพชรของเธอมาได้มากกว่าแค่ตุ้มหูคู่นั้น จึงเจตนาข่มขู่ให้เธอหมดทางเลือก...“ฉัน... ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว... ฉันจะกลับไปหาเจค็อบ...” หญิงสาวละล่ำละลัก สภาพการณ์ที่เห็นทำให้เธอเกิดไม่ไว้เขาขึ้นมาหลังจากผ่านเหตุการณ์มากมาย ถูกสองกุ๊ยชาวจีนลักพาตัวมาขังบนเรือประมง ถูกคนหัวล้านท่าทาง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 54

    ขณะที่ยืนลังเลตัดสินใจอะไรไม่ถูกอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรที่ท่าเรือด้านใน จึงรีบหันไปมองด้วยความตกใจ หญิงสาวพบว่าเจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ เขากำลังยืนชี้นิ้วตวาดคนงานที่ขนลังสินค้าอะไรสักอย่างขึ้นไปบนเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งชายคนนั้นมีศีรษะล้านเลี่ยน หนวดเครารุงรัง ดูจากการแต่งตัวลำลองแบบชาวตะวันตกและท่าทางวางอำนาจกับเหล่าคนงานพื้นเมืองแล้ว ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาจะต้องเป็นกัปตันของเรือขนส่งสินค้าลำนั้นอย่างแน่นอน...ถึงแม้ว่าใบหน้าที่เธอมองเห็นจะบอกถึงความดุร้ายเจ้าอารมณ์ แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตานรินทร์นารถต้องเบิกกว้าง หัวใจเต้นระทึก ก็คือรูปร่างหน้าตาของเขา... มันเป็นลักษณะของชาวตะวันตกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดวงตาสีฟ้าอมเทา ผมสีทอง หรือผิวที่กลายเป็นสีแดงจัดเพราะถูกแดดเผา...“เอ่อ... ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณพอจะพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า...” ด้วยเวลาแห่งความปลอดภัยที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากเสี่ยงดวงเดินเข้าไปทักเขาตรงๆ“มีอะไร” เขาถามเธอกลับแทนคำตอบ “เห็นหรือเปล่าว่าฉันกำลังยุ่งอยู่ เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบว่ามาเร็วๆ” น้ำเสียง

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 53

    “เฮ้ย! อย่ามานอนแถวนี้ ลุกออกไปเร็วๆ เข้า ลุกๆ!” เสียงโหวกเหวกโวยวายของชายแปลกหน้าชาวโมร็อกโกปลุกร่างสองร่างที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้ากระสอบผืนใหญ่ให้ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่เขาไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ เดินเข้ามายกลังไม้เปล่าๆ สองสามใบที่ตั้งอยู่ข้างๆ เธอกลับออกไปถึงแม้จะไม่เข้าใจภาษาอาหรับที่เขาใช้ แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของเขาเมื่อสักครู่ เธอก็รู้ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอและเจโคบีอยู่ที่นั่นต่อนรินทร์นารถรีบประคองเด็กชายยืนขึ้น เขายังมีสีหน้างัวเงีย แต่ก็ยอมลุกเดินตามเธอออกจากซอกอาคารแคบๆ แห่งนั้นโดยดีหญิงสาวเหลือบมองชายวัยกลางคนคนเดิมวางลังไม้ลงบนพื้นแล้วปูด้วยเสื่อเก่าๆ ผืนหนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปยกเอาลังกระดาษใบใหญ่จากด้านในตัวอาคารมาวางตั้ง ก่อนที่จะหยิบอินทผลัมสุกหลายทะลายในลังออกมาวางเรียงรายบนนั้น“ยังจะมองอะไรอยู่อีก! ไปๆๆ! อย่ามายืนขวางหน้าร้าน” เขาเงยหน้าขึ้นพูดด้วยถ้อยคำที่เธอยังคงฟังไม่รู้เรื่องพลางโบกไม้โบกมือไล่ “แต่งเนื้อแต่งตัวก็ดี หอบหิ้วลูกออกมาเร่ร่อนเป็นขอทานซะได้... ไม่ไหวจริงๆ ผู้หญิงสมัยนี้...” พ่อค้าผลไม้คนเดิมบ่นไล่หลังชายคนนั้นไม่ได้แปลกใจที่เห็นเธอและเจโคบี

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 52

    เช้าตรู่วันนั้น ภายในตึกเล็กของคฤหาสน์ทะเลทรายก็เกิดความวุ่นวายโกลาหล เมื่อบุตรชายของอัลเฟรโดพบว่าน้องชายคนใหม่ของเขาเกิดหายตัวไปจากห้องอย่างลึกลับ ตอนแรกอิสซามเข้าใจว่าเด็กชายคงจะตื่นและลงไปเดินเล่นที่สวนหน้าตึก แต่เมื่อถามจากปากยามซึ่งมีหน้าที่ดูแลประตู เขาจึงรู้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน“ใครบอกแกว่าเมื่อคืนนี้อัลวาโรไม่สบาย อามีน” อิสซามตะคอกใส่ยามวัยกลางคนที่กำลังยืนก้มหน้างุด ข้างๆ ยังมียามหนุ่มอีกคนซึ่งมีสีหน้าหวาดหวั่นไม่ต่างกันถึงแม้จะมีวัยแค่สิบขวบ แต่เด็กชายผิวคล้ำหน้าตาคมเข้มก็เป็นทายาทเพียงคนเดียวของพ่อค้าอาวุธสงครามผู้ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดและบุคลิกเปี่ยมด้วยอำนาจที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้เป็นพ่อ ทำให้ไม่มีใครในคฤหาสน์ของอัลเฟรโดมองเขาเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง“สะ...สาวใช้ที่ราเนียส่งมาดูแลครับ คุณอิสซาม...” อามีนตอบตะกุกตะกัก“ไอ้โง่! บอกแค่นั้นแกก็ยอมให้เข้ามาในตึกแล้วหรือไง ถ้าทำงานได้แค่นี้ฉันบอกให้พ่อเลี้ยงหมายังจะดีซะกว่า”“ไอ้หนู เอ่อ คุณอัลวาโร... หายไปอย่างนั้นเหรอครับ” อีกฝ่ายถามกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ“ก็ใช่น่ะสิ รอให้พ่อ

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 51

    “หนาวไหมจ๊ะ” นรินทร์นารถกระซิบถามเจ้าของร่างน้อยๆ ที่เดินอยู่เคียงข้างเด็กชายส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่การที่เขาคอยเป่าลมหายใจใส่อุ้งมือทั้งสองข้างตลอดเวลามันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเจโคบีไม่ต้องการให้เธอเป็นห่วงจริงอยู่ที่ทาร์ฟายาเป็นเมืองท่าติดทะเล ได้รับอิทธิพลจากลมทะเลในตอนกลางวัน ทำให้มีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังคงรายล้อมไปด้วยทะเลทราย เมื่อถึงเวลากลางคืนอากาศจึงเย็นจัดเนื่องจากพื้นที่ที่เป็นทรายจะไม่สามารถกักเก็บความร้อนเอาไว้ได้เหมือนพื้นดินหญิงสาวเปลื้องผ้าคลุมบนศีรษะ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาก่อนจะห่มผ้าผืนนั้นให้“ผมไม่หนาวหรอกฮะ... นีนาเอาเก็บไว้ห่มเองเถอะ...” ปากบอกอย่างนั้นแต่ฟันกระทบกันเสียงดังกึกกักพี่เลี้ยงสาวไม่ฟังคำพูดของเขา กระชับผืนผ้าให้แน่นแล้วยัดชายทั้งสองข้างใส่ไว้ในมือน้อยๆ“ห่มเอาไว้ จะได้ไม่เป็นหวัด...” ยกมือขึ้นหยิกแก้มของเขาเบาๆ “เจค็อบเหนื่อยหรือยัง... อดทนอีกหน่อยนะจ๊ะ อีกไม่นานก็จะถึงในเมืองแล้ว...”“ทำไมเราไม่ไปตามถนนล่ะฮะ... ตอนที่มากับพวกโจรสลัดเราไม่เห็นต้องเดินบนทรายอย่างนี้เลย...”เจโคบีหันไปมองรอบๆ ตัวที่มีแต่ผืนทรายก

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 17

    รถลิมูซีนของ เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน เดินทางมาถึงเฮสติงส์ในช่วงสาย เพราะถึงแม้จะร้อนรนใจแค่ไหน เขาก็จำเป็นต้องมอบหมายงานสำคัญให้เลขาฯ ที่บริษัทช่วยดูแลเสียก่อนจะปลีกตัวกลับมาได้ และทันทีที่รถผ่านประตูรั้วเข้ามาในเขตคฤหาสน์ มหาเศรษฐีเฒ่าก็แทบจะเปิดประตูถลาลงจากรถ“สวัสดีครับนายท่าน” เฮอร์แมนเปิดประตูออกมา

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 16

    แสงสีทองของวันใหม่เริ่มทาทาบที่ขอบฟ้า ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ชาร์ลสตัน โฮเวิร์ด แม็คลาเรน ยังคงเดินวนเวียนไปมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงและโกรธแค้นหลังจากนรินทร์นารถและเจโคบีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาเฝ้าแต่สบถกับตัวเองซ้ำๆ เสียดายแผนการรวบหัวรวบหางที่พังทลายไปในข้ามคืนอันที่จริงโฮเวิร์ดไม่ได้อยากจะเสีย

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 11

    โฮเวิร์ด แม็คลาเรน นักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีทอดสายตามองทิวไม้รกครึ้มตลอดสองข้างทางขณะบังคับพวงมาลัยให้รถ แอสตัน มาร์ติน สีแดงสดของเขาเลี้ยวไปตามแนวถนน อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลของคฤหาสน์ชาร์ลสตันบ่งบอกได้ดีว่า เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน มั่งคั่งและทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจของยุโรปมากแต่ไหนรอยยิ้มที่เต็มไป

  • คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย   บทที่ 9

    ค่ำคืนนี้ดูเหมือนเวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มและหงุดหงิด ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าอัลเบิร์ตคงไม่กล้าทำอะไรอย่างที่พูดขู่เขา แต่หากเกิดคดีความขึ้นมาจริงๆ เขาก็ยังไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร ที่แน่ๆ มันคงจะกลายเป็นข่าวเสื่อมเสียให้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status