LOGIN“พี่ช่วยฟังเสียงของหัวใจตัวเอง ช่วยสนใจแค่น้องเพียงคนเดียวไม่ได้เหรอคะ”
View MoreASI International School
“ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ” ตะวันเอ่ยบอกกับลูกๆ ของเธอเสียงหวาน ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปจัดกระโปรงนักเรียนให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวของเธออย่างเบามือ
ไม่รู้ว่าลูกๆ บ้านอื่นจะเป็นเหมือนกันไหน แต่ลูกชายในบ้านของตะวันเรียบร้อยกว่าลูกสาวเป็นไหนๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า ‘ฮาญา’ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้าง แถมเธอยังมีพี่ชายที่คอยประคบประหงมถึง 2 คน และยังมีน้องชายคนเล็กที่รักและตามใจเธอยิ่งกว่าใครในบ้าน ถึงแม้ว่าฮาญาจะไม่ใช่เด็กที่เรียบร้อยสักเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นเด็กสาวที่สดใส ร่าเริงและเป็นที่รักของทุกๆ คนในบ้าน
“คุณแม่ขา...”
“ขาลูก” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนจะขานรับเสียงเรียกของลูกสาวของเธอกลับไป
“คุณแม่ช่วยบอกพี่ไต้ฝุ่นกับพี่ปั้นหน่อยได้ไหมคะ”
“หืมมมม ให้คุณแม่บอกกับพี่ๆ เขาว่าอะไรเหรอคะ?”
“ห้ามพวกเขาไม่ให้ไปส่งฮาญาที่ห้องค่ะ”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนที่เขาจะมองไปยังลูกชายบุญธรรมของเธอทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ปกติฮาญาติดพี่ๆ ของเธออย่างกับอะไรดี แล้วทำไมอยู่ดีๆ สาวน้อยในวัย 16 ขวบของตะวันถึงได้ผลักไสพี่ชายแบบนี้
“ทำไมล่ะคะ พี่ๆ เขาเป็นห่วงถึงได้ไปส่งหนูถึงห้อง”
“นั่นสิครับ?” กำปั้นเอ่ยถามน้องสาวออกมาด้วยความแปลกใจไม่ต่างจากมารดาบุญธรรมของเขา
“แต่น้องอายุ 16 แล้วนะคะ ขึ้นเกรด 10 แล้วด้วยไม่เห็นต้องไปส่งทุกวันเลย” ฮาญาหญิงสาววัย 16 ปีเอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อน พร้อมกับยู่หน้าเล็กน้อยเมื่อเธอโดนขัดใจ
“ถึงจะเกรด 12 ก็ยังเป็นน้องพี่ครับ”
“แต่ว่าฮาญาไม่ชอบที่คนอื่นมองพี่ๆ นี่ค่ะ”
“มองพี่ๆ?”
“มองยังไงเหรอค่ะ?” ตะวันเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัย
“เพื่อนๆ ของญ่าปลื้มพี่ไต้ฝุ่นกับพี่กำปั้นมากเลยค่ะ พวกเขายังขอให้พามาแนะนำให้พี่ๆ รู้จักด้วยนะคะ”
“แล้วทำไมน้องไม่ทำตามที่พวกเขาขอล่ะครับ?” กำปั้นแกล้งถามน้องสาวออกไปอีกครั้ง รอยยิ้มทะเล้นของเขาทำให้เด็กสาวนึกหมั่นไส้ขึ้นมา...
“น้องจะฟ้องพี่พิมพ์”
“ญ่า...!”
“น้องจะบอกกับพี่พิมพ์ว่าพี่ปั้นปันใจไปให้สาวอื่น”
“ไม่ได้น่ะฮาญา พี่แค่หยอกน้องเล่นเฉยๆ”
“ก็ไม่รู้สิคะ...”
“หึหึ”
“หัวเราะอะไรอะพี่ฝุ่น ช่วยผมด้วยสิครับ” กำปั้นโวยวายขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอแกร่งของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายของเขา
“ถึงโรงเรียนแล้ว รีบไปเถอะครับ...สวัสดีครับคุณแม่ สวัสดีครับลุง” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องชายก่อนที่เขาจะหันไปไหว้คุณแม่และลุงคนขับรถอย่างนอบน้อม
“เชอะ!! ไม่ช่วยกันเลย อย่าให้ถึงที่ผมบ้างนะ...สวัสดีครับ สวัสดีครับ”
“ฮาญาไปเรียนก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ”
“รอเฮคด้วยสิครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ”
“เรียนให้สนุกนะคะ” ตะวันโบกมือลาลูกๆ ของเธอก่อนที่รถตู้คันหรูจะถูกขับออกไป เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้มีกฎห้ามนักเรียนขับรถมาเรียนเองไม่อย่างนั้นจะถูกทำทัณฑ์บน เพราะถือว่าทำผิดกฎระเบียบร้ายแรง ซึ่งกฎทั้งหมดที่ถูกตั้งขึ้นมานี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนทุกคน
“พี่ไต้ฝุ่นขา”
“ขา...?” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนจะขานรับเสียงเรียกของน้องสาวต่างสายเลือดออกมาเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ส่งน้องแค่นี้ก็พอค่ะ”
“ถ้าเป็นความต้องการของน้อง พี่ก็จะทำตามนั้นค่ะ”
“อือออ ขอบคุณค่ะ” ฮาญามีสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้ากลับไปในทันที
“แต่พี่ฝุ่นครับ...” กำปั้นมองหน้าน้องสาวก่อนที่เขาจะเอ่ยขัดพี่ชายคนโตขึ้น แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกมาฮาญาก็เป็นฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“พี่พิมพ์มาโน้นแล้วค่ะ ถ้าพี่ไม่รีบไปน้องจะฟ้อง”
“ยะ อย่านะญ่า...ไปก่อนนะครับ”
“หึหึ / ค่ะ”
“ยังไม่ทันไรก็กลัวแฟนขนาดนี้...พี่ชายฉัน” ฮาญาพึมพำออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“น้องไปก่อนนะคะ”
“ถ้ามีอะไรรีบโทรหาพี่...เข้าใจไหมคะ”
“น้องเข้าใจแล้วค่ะ”
“...” ไต้ฝุ่นมองตามน้องสาวไปจนลับตา ก่อนที่เขาจะเดินตามเธอไปห่างๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว
ไต้ฝุ่นกับกำปั้นเป็นลูกบุญธรรมของฮันเตอร์กับตะวันนับตั้งแต่วันที่พวกเขาทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้เด็กชายทั้ง 2 เติบโตขึ้นมาในบ้านของตะวันโดยมีคุณแม่ของเธอรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม พวกเขาไม่เคยรับรู้และไม่คิดจะรับรู้ด้วยว่าครอบครัวที่แท้จริงของเขาคือใคร เพราะไต้ฝุ่นและกำปั้นเชื่อมาเสมอว่า ‘ผู้ให้กำเนิดไม่ประเสริฐเท่ากับผู้ที่เลี้ยงดู’
ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่พวกเขาก็ได้รับความรัก และถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจากคนในครอบครัวที่เขามีอยู่ในตอนนี้ รวมถึงน้องๆ ของเขาที่ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ก็รักและเคารพพวกเขาไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆ
“...” หลังจากเห็นน้องสาวเข้าห้องเรียนไปแล้ว ไต้ฝุ่นจึงเดินมายังห้องเรียนของตัวเองในทันที ถึงภายนอกเขาจะดูเป็นคนสุขุมไม่สนใจใคร แต่เขาก็มีดีกรีเป็นถึงนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนตั้งแต่เกรด 7 จนถึงปัจจุบัน เขาสอบได้เกรด A ทุกวิชา และเขายังเป็นตัวแทนที่ทางโรงเรียนจะส่งไปแข่งขันด้านวิชาการทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเขามักจะได้รับชัยชนะกลับมาทุกสนามแข่งขัน
ความฉลาดและความหล่อเหลาของเขาเป็นที่พูดถึงไปทั่ว รุ่นน้องรุ่นพี่ทั้งในและนอกโรงเรียนต่างพากันปลื้มเขาทั้งนั้น
“ไต้ฝุ่นมาแล้วเหรอ ทำไมวันนี้มาไวจังคะ?” เนเน่เพื่อนสาวร่วมห้องของไต้ฝุ่นเอ่ยทักทายขึ้นเสียงสดใส พร้อมกับยื่นกล่องช็อคโกแลตมาให้เขาด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน
“ขอบคุณ แต่เราไม่ชอบกินช็อคโกแลต” ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปนั่งยังที่ของตัวเอง
“อะ เอ่อ”
“ฉันบอกแกแล้วว่าเขาไม่สนใจแกหรอก”
“หรือว่าไต้ฝุ่นไม่มองหญิง”
“นั่นสิ”
“ฉันคิดว่าไม่ใช่ ทำไมแกไม่ลองเข้าทางน้องสาวเขาล่ะ” เจนนี่กระซิบบอกกับเพื่อนสาวเสียงเบา ก่อนที่พวกเธอจะพากันแสยะยิ้มร้ายออกมา
“เขาทั้งรักทั้งเอ็นดูน้องสาวเขามากนะ สำหรับเคสนี้ฉันคิดว่าถ้าอยากได้พี่ก็ต้องเขาทางน้อง”
“ฉันได้ยินมาว่าน้องฮาญาอยู่สีเดียวกับเราไม่ใช่เหรอยะ...”
“กีฬาสีที่กำลังจะมาถึงหล่อนก็เสนอดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งให้นางไปซิยะ”
“จริงด้วย...ฉันคิดออกแล้ว”
ช่วงบ่ายของวันเป็นคาบสรรทนาการซึ่งช่วงนี้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาสี นักเรียนทุกเกรดจำเป็นต้องเข้าร่วมโดยที่มีรุ่นพี่เกรด 12 รับหน้าที่เป็นแม่สีของแต่ละสี
เด็กๆ แต่ละเกรดถูกจับฉลากแบ่งสีตามแม่สีไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งห้องของฮาญาและไต้ฝุ่นอยู่สีเดียวกันนั่นก็คือสีแดง
“พี่ฝุ่นน้องมีช็อคโกแลตรสใหม่มาให้ชิมค่ะ” ฮาญาวิ่งเข้ามาหาพี่ชายของเธอ ถึงแม้ว่าเรื่องเรียนเธอจะสู้พี่ชายไม่ได้เลย แต่เรื่องทำอาหารเธอมั่นใจว่าเธอทำเก่งกว่าพวกพี่ๆ อย่างแน่นอน
“น้องทำเองเลยนะคะ” ฮาญาเอ่ยบอกกับพี่ชายของเธอเสียงใส่ ก่อนที่มือบางจะยื่นกล่องช็อคโกแลกที่เธอทำเองกับมือไปให้เขาได้ลองชิม ชายหนุ่มรับกล่องตรงหน้ามาจากน้องสาว ก่อนที่เขาจะหยิบขนมใส่ปากเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“พี่ไต้ฝุ่นเขาไม่ชอบกินช็อคโกแลตหรอกค่ะน้องฮาญา” เนเน่ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าเสียงใส พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับรุ่นน้องตรงหน้า
“ไม่จริงนะคะ ปกติพี่ฝุ่นชอบกินช็อคโกแลตจะตายโดยเฉพาะช็อตโกแลตที่ฮาญาทำ” ฮาญาตอบคนตรงหน้ากลับไปในทันที ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองพี่ชายของตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“...”
“แต่เมื่อเช้า...” เนเน่อ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ ร่างบางเดินกระแทกเท้าออกไปจากบริเวณนี้ในทันที พร้อมกับริมฝีปากบางสบถออกมาเสียงแผ่วเบาจนจับใจความไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเท่าวันนี้มาก่อนเลย แต่เธอไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน
‘ยิ่งยากก็ยิ้มท้าทาย’ ริมฝีปากบางค่อยๆ แสยะยิ้มร้ายออกมา
“พี่ฝุ่นไม่ชอบกินช็อคโกแลตตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะ?” ฮาญาเอ่ยถามพี่ชายของเธอออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่หญิงสาวจะยกแขนเรียวขึ้นมากอดอกของตัวเองเอาไว้แน่น ตากลมโตมองไปยังคนตรงหน้าอย่างจับผิด
“และที่พี่เนเน่พูด...หมายความว่ายังไงคะ?”
“ก็หมายความว่าพี่ชอบกินแค่ช็อคโกแลตของน้องไงคะ”
“ฮาญาทำอร่อยใช่ไหมคะ?” เด็กสาวยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยถามพี่ชายออกไปอย่างภาคภูมิใจ
“อร่อยมากค่ะ”
“คุณแม่สอนฮาญามาเองกับมือเลยนะคะ”
“หึหึ เก่งมากค่ะ”
“พี่ฝุ่นพูดจาคะขากับน้องแบบนี้ไม่กลัวใครมาได้ยินเข้าเหรอคะ”
“ไม่กลัวค่ะ”
“นักเรียนที่เข้ามาในห้องประชุมนี้แล้ว ขยับขึ้นมานั่งดด้านหน้าก่อนนะคะ”
“น้องไปเข้าแถวก่อนนะคะ” ฮาญามองไปเห็นเพื่อนสาวที่กำลังกวังมือเรียก เธอจึงหันกลับมาเอ่ยบอกกับพี่ชายเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ค่ะ”
“อย่าวิ่งสิคะ เดี๋ยวก็ล้มลงไปหรอก”
“แฮร่ๆ” ฮาญาหันมายิ้มให้กับพี่ชายก่อนที่เธอจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหาเพื่อนๆ ของตัวเองที่นั่งอยู่อีกฝั่งของห้องประชุม
“พี่ฝุ่นตื่นเช้าจังเลยค่ะ” ฮาญาเอ่ยถามสามีของตัวเองออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมือแขนแกร่งของสามีคอยประคองอยู่ไม่ห่าง“วันนี้เป็นวันสำคัญของเรานี่คะ พี่ยังนอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน”“จริงเหรอคะ”“พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนี่ค่ะ” ไต้ฝุ่นตอบภรรยาของเขากลับไป ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนของเธอ มือหนาประคองหน้าท้องที่ขยายใหญ่เพราะอุ้มท้องเด็กแฝดเอาไว้อย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้หน้าท้องของภรรยาก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายลูกๆ ของเขาอย่างเช่นทุกวัน“อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อดีใจมากเลยนะรู้ไหมที่ลูกๆ เกิดมา”“ดูสิคะ” ฮาญาชี้ให้สามีของเธอดูท้องทีนูนขึ้นมาทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่าแฝนน้อยรับรู้ได้ถึงเสียงของคุณพ่อของพวกเขาจุ๊บ!!!“เมียพ่อตัวเล็กนิดเดียวลูกๆ ช่วยใจดีกับแม่หน่อยนะครับ ช่วยคลอดง่ายๆ แม่ของลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” ไต้ฝุ่นจุ๊บลงที่หน้าท้องของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างเช่นทุกครั้ง“พูดมาตั้งเยอะสุดท้าย แค่ห่วงเมียเหรอครับพี่ฝุ่น” เฮคเตอร์เดินเข้ามาพร้อมกับประคองภรรยาของเขาที่กำลังอุ้มท้องอ่อนๆ เข
“น้องคะ”“คะ” ฮาญาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าสามีของตัวเองอีกครั้ง“เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานน้องตกหลุมรักพี่ตอนไหนเหรอคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางที่นอนอยู่ข้างกายของเขาออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่ฮาญาจะมาสารภาพรักกับเขา เขาก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเธอกำลังตกหลุมรักเขาอยู่“พี่ฝุ่นจำงานกีฬาสีได้ไหมคะ”“จำได้ค่ะ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับคำถามของเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นที่เธอประทับใจในตัวเขาให้กับเขาได้ฟังอีก...“มีคำพูดหนึ่งที่พี่ฝุ่นบอกกับอชิ...”‘ถ้ามึงแตะต้องน้องกูแม้แต่เพียงปลายเส้นผม กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่’“น้องตกหลุมรักพี่ตอนนั้นแหละค่ะ” ฮาญายกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยบอกกับเขากลับไปเสียงหวาน มือบางลูบลงที่ใบหน้าหล่อเหลาของสามีของตัวเองอย่างอ่อนโยน“ถ้าอย่างนั้นก็ทีหลังพี่สินะคะ”“คะ” ฮาญาหันกลับหน้ามามองสามีของตัวเองแทบจะทันทีที่เขาเอ่ยจบ ร่างบางขยับตัวลุกนั่งในขณะที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างรอคำตอบ“พี่ตกหลุมน้องตั้งแต่ตอนนั้น...”เมื่อ 10 ปีก่อน...ฮาญาในวัน 15 ปี เดินเข้ามาภายในเรือนกระจกที่ตั้งอยู่หลังคฤหาส
3 ปีต่อมา...ณ คฤหาสน์หลังงามของฮันเตอร์“เจ้าของวันเกิดมาแล้วค่ะ” พอใจเอ่ยบอกกับทุกคนทันทีที่เห็นไต้ฝุ่นเดินจูงมือบางของฮาญาเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้หลายชนิดจนฮาญาเริ่มแปลกใจ“พี่ฝุ่นว่าคุณพ่อกับคุณแม่เล่นใหญ่เกินไปไหมคะ”“ทำไมน้องถึงคิดแบบนั้นละคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามหญิงคนรักออกมาด้วยความสงสัย พร้อมกับจูงมือเธอเดินตรงไปตามเส้นทางเล็กๆ บริเวณสสวนหลังบ้างที่บัดนี้มีเพียงไฟในสวนที่ยังคงส่องแสงสว่างนำทางเขาและเธอเท่านั้น“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากลับมาบ้าน ยังไม่ดีเลยนะคะ”เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา โดยไต้ฝุ่นเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอพาฮาญาออกไปทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หลังจากที่เพนเฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงของตัวเองตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฮันเตอร์ไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่พอเขาตระหนักได้ว่า...ทั้งสองไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีความคิด และมีชีวิตเป็นของตัวเอง สักวันก็ต้องมีวันนี้สู้ปล่อยให้พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยยังดีเสียกว่า“อย่างนั้นเหรอคะ พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาให้กับความช่างสังเกตุของหญิงสาว ก
“พี่ฝุ่นคะ” ฮาญาเอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงอ่อนเสียงหวาน มือบางบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มออกที่ละเม็ดจนกระทั่งเม็ดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะถอดเสื้อของเขาออกอย่างเบามือ“ขา...” มือบางลูบไล้อกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับเขา“ถ้าพี่ฝุ่นอยากจะลงโทษน้อง ก็ปล่อยให้น้องเป็นคนปรนนิบัติพี่ดีไหมคะ”“หึหึ”“ถ้าน้องต้องการอย่างนั้น...พี่ก็ยินดีครับ” ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มร้ายออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายถูกมือบางของหญิงสาวผลักล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงกว้างแทนที่ของหญิงสาว“พร้อมแล้วใช่ไหมคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาพร้อมกับขยับตัวขึ้นไปคล่อมกายแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ริมฝีปากจุ๊บลงที่อกข้างซ้ายของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ลิ้นร้อนของหญิงสาวจะโลมเลียอกแกร่งของคนตรงหน้าอย่างจงใจจะยั่วยวนเขา“คิดจะทรมานพี่เหรอครับ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าออกมาเสียงกระเส่า มือหนาลูบลงที่หัวน้อยๆ ของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน“...” ริมฝีปากบางค่อยๆ ยกยิ้มออกมา พร้อมที่ลิ้นร้อนของเธอจะโลมเลียลงมายังมัดกล้ามบริเวณหน้าท้องแกร่งของชายหนุ่ม“อืมมมมม เด็กดี” ไต้ฝุ่นร้องครางออกมาเสียงหลงทันทีที่ลิ้น
“ฝีมือน้องเป็นไงคะ?” ฮาญากลับมานั่งยังที่นั่งของตัวเองก่อนที่เธอจะหันกลับมาถามชายหนุ่มข้างกายที่กำลังขับรถด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างเช่นทุกครั้ง“เก่งมากค่ะ พี่เคยเห็นแต่น้องยิงปืนในสนามซ้อม...” ไต้ฝุ่นตอบคำถามของเธอกลับไปในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังถนนตรงหน้าด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจ
“วันนี้เป็นอย่างไงบ้างครับ” ฮันเตอร์เดินเข้าไปกอดคอลูกชายคนโตของเขาเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยถามคนตรงหน้าออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าผลลับของมันจะเป็นอย่างไรไต้ฝุ่นเป็นคนมีความสามารถ ไม่ว่างานที่เขาได้รับมอบหมายจะยากแค่ไหน เขาก็มักจะทำมันให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสมอ เพราะแบบ
“พี่ตะวันคะ ญ่าไม่อ้อมค้อมแล้วนะคะ”“ครับ”“ญ่ามีเรื่องอยากให้พี่ช่วยค่ะ” ฮาญาขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงตรงหน้ายิ่งขึ้น ก่อนที่เธอจะเริ่มคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม“ฮาญาอยากให้พี่ตะวันมาช่วยออกแบบคาเฟ่ให้ค่ะ”“ตกลงครับ”“ง่ายแบบนี้เลยเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ“พี่จะไม่
“...” ฮาญามองไปยังร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉยต่างไปจากทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจากเธอ แต่ฮาญามั่นใจว่าเขาไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน“อ่อ ฉันลืมไปโกดังสินค้าของพี่ชายเธอไฟไหม้นี่นา”“พูดอะไรของคุณ” คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดเข้าหากัน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าออกมาอี