LOGIN“พี่ช่วยฟังเสียงของหัวใจตัวเอง ช่วยสนใจแค่น้องเพียงคนเดียวไม่ได้เหรอคะ”
View MoreASI International School
“ถึงโรงเรียนแล้วค่ะ” ตะวันเอ่ยบอกกับลูกๆ ของเธอเสียงหวาน ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปจัดกระโปรงนักเรียนให้กับลูกสาวเพียงคนเดียวของเธออย่างเบามือ
ไม่รู้ว่าลูกๆ บ้านอื่นจะเป็นเหมือนกันไหน แต่ลูกชายในบ้านของตะวันเรียบร้อยกว่าลูกสาวเป็นไหนๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า ‘ฮาญา’ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้าง แถมเธอยังมีพี่ชายที่คอยประคบประหงมถึง 2 คน และยังมีน้องชายคนเล็กที่รักและตามใจเธอยิ่งกว่าใครในบ้าน ถึงแม้ว่าฮาญาจะไม่ใช่เด็กที่เรียบร้อยสักเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นเด็กสาวที่สดใส ร่าเริงและเป็นที่รักของทุกๆ คนในบ้าน
“คุณแม่ขา...”
“ขาลูก” ตะวันยกยิ้มออกมาก่อนจะขานรับเสียงเรียกของลูกสาวของเธอกลับไป
“คุณแม่ช่วยบอกพี่ไต้ฝุ่นกับพี่ปั้นหน่อยได้ไหมคะ”
“หืมมมม ให้คุณแม่บอกกับพี่ๆ เขาว่าอะไรเหรอคะ?”
“ห้ามพวกเขาไม่ให้ไปส่งฮาญาที่ห้องค่ะ”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนที่เขาจะมองไปยังลูกชายบุญธรรมของเธอทั้งสองคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ปกติฮาญาติดพี่ๆ ของเธออย่างกับอะไรดี แล้วทำไมอยู่ดีๆ สาวน้อยในวัย 16 ขวบของตะวันถึงได้ผลักไสพี่ชายแบบนี้
“ทำไมล่ะคะ พี่ๆ เขาเป็นห่วงถึงได้ไปส่งหนูถึงห้อง”
“นั่นสิครับ?” กำปั้นเอ่ยถามน้องสาวออกมาด้วยความแปลกใจไม่ต่างจากมารดาบุญธรรมของเขา
“แต่น้องอายุ 16 แล้วนะคะ ขึ้นเกรด 10 แล้วด้วยไม่เห็นต้องไปส่งทุกวันเลย” ฮาญาหญิงสาววัย 16 ปีเอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อน พร้อมกับยู่หน้าเล็กน้อยเมื่อเธอโดนขัดใจ
“ถึงจะเกรด 12 ก็ยังเป็นน้องพี่ครับ”
“แต่ว่าฮาญาไม่ชอบที่คนอื่นมองพี่ๆ นี่ค่ะ”
“มองพี่ๆ?”
“มองยังไงเหรอค่ะ?” ตะวันเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัย
“เพื่อนๆ ของญ่าปลื้มพี่ไต้ฝุ่นกับพี่กำปั้นมากเลยค่ะ พวกเขายังขอให้พามาแนะนำให้พี่ๆ รู้จักด้วยนะคะ”
“แล้วทำไมน้องไม่ทำตามที่พวกเขาขอล่ะครับ?” กำปั้นแกล้งถามน้องสาวออกไปอีกครั้ง รอยยิ้มทะเล้นของเขาทำให้เด็กสาวนึกหมั่นไส้ขึ้นมา...
“น้องจะฟ้องพี่พิมพ์”
“ญ่า...!”
“น้องจะบอกกับพี่พิมพ์ว่าพี่ปั้นปันใจไปให้สาวอื่น”
“ไม่ได้น่ะฮาญา พี่แค่หยอกน้องเล่นเฉยๆ”
“ก็ไม่รู้สิคะ...”
“หึหึ”
“หัวเราะอะไรอะพี่ฝุ่น ช่วยผมด้วยสิครับ” กำปั้นโวยวายขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากลำคอแกร่งของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายของเขา
“ถึงโรงเรียนแล้ว รีบไปเถอะครับ...สวัสดีครับคุณแม่ สวัสดีครับลุง” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับน้องชายก่อนที่เขาจะหันไปไหว้คุณแม่และลุงคนขับรถอย่างนอบน้อม
“เชอะ!! ไม่ช่วยกันเลย อย่าให้ถึงที่ผมบ้างนะ...สวัสดีครับ สวัสดีครับ”
“ฮาญาไปเรียนก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ”
“รอเฮคด้วยสิครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ”
“เรียนให้สนุกนะคะ” ตะวันโบกมือลาลูกๆ ของเธอก่อนที่รถตู้คันหรูจะถูกขับออกไป เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้มีกฎห้ามนักเรียนขับรถมาเรียนเองไม่อย่างนั้นจะถูกทำทัณฑ์บน เพราะถือว่าทำผิดกฎระเบียบร้ายแรง ซึ่งกฎทั้งหมดที่ถูกตั้งขึ้นมานี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนทุกคน
“พี่ไต้ฝุ่นขา”
“ขา...?” ไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนจะขานรับเสียงเรียกของน้องสาวต่างสายเลือดออกมาเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ส่งน้องแค่นี้ก็พอค่ะ”
“ถ้าเป็นความต้องการของน้อง พี่ก็จะทำตามนั้นค่ะ”
“อือออ ขอบคุณค่ะ” ฮาญามีสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้ากลับไปในทันที
“แต่พี่ฝุ่นครับ...” กำปั้นมองหน้าน้องสาวก่อนที่เขาจะเอ่ยขัดพี่ชายคนโตขึ้น แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรออกมาฮาญาก็เป็นฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“พี่พิมพ์มาโน้นแล้วค่ะ ถ้าพี่ไม่รีบไปน้องจะฟ้อง”
“ยะ อย่านะญ่า...ไปก่อนนะครับ”
“หึหึ / ค่ะ”
“ยังไม่ทันไรก็กลัวแฟนขนาดนี้...พี่ชายฉัน” ฮาญาพึมพำออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“น้องไปก่อนนะคะ”
“ถ้ามีอะไรรีบโทรหาพี่...เข้าใจไหมคะ”
“น้องเข้าใจแล้วค่ะ”
“...” ไต้ฝุ่นมองตามน้องสาวไปจนลับตา ก่อนที่เขาจะเดินตามเธอไปห่างๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว
ไต้ฝุ่นกับกำปั้นเป็นลูกบุญธรรมของฮันเตอร์กับตะวันนับตั้งแต่วันที่พวกเขาทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้เด็กชายทั้ง 2 เติบโตขึ้นมาในบ้านของตะวันโดยมีคุณแม่ของเธอรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม พวกเขาไม่เคยรับรู้และไม่คิดจะรับรู้ด้วยว่าครอบครัวที่แท้จริงของเขาคือใคร เพราะไต้ฝุ่นและกำปั้นเชื่อมาเสมอว่า ‘ผู้ให้กำเนิดไม่ประเสริฐเท่ากับผู้ที่เลี้ยงดู’
ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่พวกเขาก็ได้รับความรัก และถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจากคนในครอบครัวที่เขามีอยู่ในตอนนี้ รวมถึงน้องๆ ของเขาที่ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ก็รักและเคารพพวกเขาไม่ต่างจากพี่น้องแท้ๆ
“...” หลังจากเห็นน้องสาวเข้าห้องเรียนไปแล้ว ไต้ฝุ่นจึงเดินมายังห้องเรียนของตัวเองในทันที ถึงภายนอกเขาจะดูเป็นคนสุขุมไม่สนใจใคร แต่เขาก็มีดีกรีเป็นถึงนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนตั้งแต่เกรด 7 จนถึงปัจจุบัน เขาสอบได้เกรด A ทุกวิชา และเขายังเป็นตัวแทนที่ทางโรงเรียนจะส่งไปแข่งขันด้านวิชาการทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเขามักจะได้รับชัยชนะกลับมาทุกสนามแข่งขัน
ความฉลาดและความหล่อเหลาของเขาเป็นที่พูดถึงไปทั่ว รุ่นน้องรุ่นพี่ทั้งในและนอกโรงเรียนต่างพากันปลื้มเขาทั้งนั้น
“ไต้ฝุ่นมาแล้วเหรอ ทำไมวันนี้มาไวจังคะ?” เนเน่เพื่อนสาวร่วมห้องของไต้ฝุ่นเอ่ยทักทายขึ้นเสียงสดใส พร้อมกับยื่นกล่องช็อคโกแลตมาให้เขาด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน
“ขอบคุณ แต่เราไม่ชอบกินช็อคโกแลต” ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปนั่งยังที่ของตัวเอง
“อะ เอ่อ”
“ฉันบอกแกแล้วว่าเขาไม่สนใจแกหรอก”
“หรือว่าไต้ฝุ่นไม่มองหญิง”
“นั่นสิ”
“ฉันคิดว่าไม่ใช่ ทำไมแกไม่ลองเข้าทางน้องสาวเขาล่ะ” เจนนี่กระซิบบอกกับเพื่อนสาวเสียงเบา ก่อนที่พวกเธอจะพากันแสยะยิ้มร้ายออกมา
“เขาทั้งรักทั้งเอ็นดูน้องสาวเขามากนะ สำหรับเคสนี้ฉันคิดว่าถ้าอยากได้พี่ก็ต้องเขาทางน้อง”
“ฉันได้ยินมาว่าน้องฮาญาอยู่สีเดียวกับเราไม่ใช่เหรอยะ...”
“กีฬาสีที่กำลังจะมาถึงหล่อนก็เสนอดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งให้นางไปซิยะ”
“จริงด้วย...ฉันคิดออกแล้ว”
ช่วงบ่ายของวันเป็นคาบสรรทนาการซึ่งช่วงนี้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาสี นักเรียนทุกเกรดจำเป็นต้องเข้าร่วมโดยที่มีรุ่นพี่เกรด 12 รับหน้าที่เป็นแม่สีของแต่ละสี
เด็กๆ แต่ละเกรดถูกจับฉลากแบ่งสีตามแม่สีไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งห้องของฮาญาและไต้ฝุ่นอยู่สีเดียวกันนั่นก็คือสีแดง
“พี่ฝุ่นน้องมีช็อคโกแลตรสใหม่มาให้ชิมค่ะ” ฮาญาวิ่งเข้ามาหาพี่ชายของเธอ ถึงแม้ว่าเรื่องเรียนเธอจะสู้พี่ชายไม่ได้เลย แต่เรื่องทำอาหารเธอมั่นใจว่าเธอทำเก่งกว่าพวกพี่ๆ อย่างแน่นอน
“น้องทำเองเลยนะคะ” ฮาญาเอ่ยบอกกับพี่ชายของเธอเสียงใส่ ก่อนที่มือบางจะยื่นกล่องช็อคโกแลกที่เธอทำเองกับมือไปให้เขาได้ลองชิม ชายหนุ่มรับกล่องตรงหน้ามาจากน้องสาว ก่อนที่เขาจะหยิบขนมใส่ปากเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“พี่ไต้ฝุ่นเขาไม่ชอบกินช็อคโกแลตหรอกค่ะน้องฮาญา” เนเน่ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นเอ่ยบอกกับเด็กสาวตรงหน้าเสียงใส พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับรุ่นน้องตรงหน้า
“ไม่จริงนะคะ ปกติพี่ฝุ่นชอบกินช็อคโกแลตจะตายโดยเฉพาะช็อตโกแลตที่ฮาญาทำ” ฮาญาตอบคนตรงหน้ากลับไปในทันที ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองพี่ชายของตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“...”
“แต่เมื่อเช้า...” เนเน่อ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ ร่างบางเดินกระแทกเท้าออกไปจากบริเวณนี้ในทันที พร้อมกับริมฝีปากบางสบถออกมาเสียงแผ่วเบาจนจับใจความไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเท่าวันนี้มาก่อนเลย แต่เธอไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน
‘ยิ่งยากก็ยิ้มท้าทาย’ ริมฝีปากบางค่อยๆ แสยะยิ้มร้ายออกมา
“พี่ฝุ่นไม่ชอบกินช็อคโกแลตตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอคะ?” ฮาญาเอ่ยถามพี่ชายของเธอออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่หญิงสาวจะยกแขนเรียวขึ้นมากอดอกของตัวเองเอาไว้แน่น ตากลมโตมองไปยังคนตรงหน้าอย่างจับผิด
“และที่พี่เนเน่พูด...หมายความว่ายังไงคะ?”
“ก็หมายความว่าพี่ชอบกินแค่ช็อคโกแลตของน้องไงคะ”
“ฮาญาทำอร่อยใช่ไหมคะ?” เด็กสาวยกยิ้มออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยถามพี่ชายออกไปอย่างภาคภูมิใจ
“อร่อยมากค่ะ”
“คุณแม่สอนฮาญามาเองกับมือเลยนะคะ”
“หึหึ เก่งมากค่ะ”
“พี่ฝุ่นพูดจาคะขากับน้องแบบนี้ไม่กลัวใครมาได้ยินเข้าเหรอคะ”
“ไม่กลัวค่ะ”
“นักเรียนที่เข้ามาในห้องประชุมนี้แล้ว ขยับขึ้นมานั่งดด้านหน้าก่อนนะคะ”
“น้องไปเข้าแถวก่อนนะคะ” ฮาญามองไปเห็นเพื่อนสาวที่กำลังกวังมือเรียก เธอจึงหันกลับมาเอ่ยบอกกับพี่ชายเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ค่ะ”
“อย่าวิ่งสิคะ เดี๋ยวก็ล้มลงไปหรอก”
“แฮร่ๆ” ฮาญาหันมายิ้มให้กับพี่ชายก่อนที่เธอจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปหาเพื่อนๆ ของตัวเองที่นั่งอยู่อีกฝั่งของห้องประชุม
หลายวันต่อมา...“วันนี้ไปสอบมาเหนื่อยไหมคะลูกสาว” ตะวันเดินออกมาต้อนรับฮาญาที่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าออกมาด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แต่ฮาญาง่วงนอนมากกว่า”“เมื่อคืนคงจะอ่านหนังสือดึกสินะคะ”“...” ฮาญาเลือกที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้กับคนตรงหน้าแทนที่จะตอบคำถามกลับไป“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักก่อนนะคะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะให้คนขึ้นไปตามค่ะ”“ค่ะ”ฮาญาเดินขึ้นมายังห้องนอนของตัวเองก่อนที่หญิงสาวจะรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาจนต้องจับราวบันไดเอาไว้ ก่อนหน้านี้เธอก็มีอาการเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลม และรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับว่ากำลังจะเป็นไข้คุณหมอที่ห้องพยาบาลวัดความดัน และแจ้งว่าความดันของเธอต่ำสาเหตุน่าจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และมีความเครียดสะสมมากเกินไป คุณหมอท่านให้ยามาพร้อมกับย้ำนักย้ำหนาว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ“เฮ่ออออ!!” ฮาญาพาร่างกายและหัวที่หนักอึ้งของตัวเองมายังห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะรีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในทันทีเผื่อว่าอาการที่เธอเป็นอยู่มันจะทุเลาขึ้นบ้าง“กินยานอนแล้วกันไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว” ฮาญากินยาที่คุณหมอให
“...” ฮาญาเดินไปตามเสียงเรียกของไต้ฝุ่นอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปยังรถบัคกี้ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล“หมวกกันน็อคค่ะ” ไต้ฝุ่นยื่นหมวกกันน็อคมาให้กับน้องสาวก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปช่วยเธอใส่มันอย่างชำนาญ“ขอบคุณค่ะ”“เพื่อความปลอดภัยใส่เข็มขัดให้เรียบร้อยคะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนที่เขาจะดึงมันออกมาเพื่อใส่ให้กับเธออีกครั้ง“น้องใส่เองค่ะ”“ค่ะ” มุมปากของไต้ฝุ่นยกยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถบัคกี้ของตัวเองในทันที เสียงรถบัคกี้ที่ถูกสตาร์ทขึ้นมาพร้อมกันเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถทุกคันจะถูกขับออกไปตามลำดับ“กรี๊ดดดดด! / กรี๊ดดดดดดด!”“กรี๊ดดดดดด!! พวกเราไม่ได้ไปขับรถเล่นชิวๆ เหรอคะ” ฮาญาร้องถามออกมาเสียงหลง พร้อมกับหันไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่คันหลังด้วยความตกใจทันทีที่เธอได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณแม่และน้องสาวของเธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกันกับเธอ“ชิวๆ เหรอคะ?” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วเพื่อให้ตามรถของคุณพ่อของเขาได้ทัน“ชิวไม่ชิวเดี๋ยวน้องก็รู้”“กรี๊ดดดด! พี่ฝุ่น”“นี่แค่พึ่งเริ่มเองนะคะ จับไว้ให้แน่นๆ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
เช้าวันต่อมา...“พี่ญ่าตื่นแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามพี่สาวของเธอออกมา ก่อนที่พอใจที่นอนอยู่อีกฝั่งจะหันมามองที่ฮาญาพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ“ค่ะ...” มือบางกุมขมับของตัวเองเอาไว้พร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังหลังคาเต็นท์ ก่อนที่หญิงสาวกระพริบตาถี่รั่วเพื่อพยายามปรับภาพตรงหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น“รู้สึกยังไงบ้างคะ” พอใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ตาลาย เวียนหัวคล้ายจะเป็นลมค่ะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยไหมคะ” น้ำฟ้าเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงพี่สาวไม่ต่างกัน“ไม่อยากแล้วค่ะ ว่าแต่พี่มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ” ฮาญาเอ่ยถามน้องสาวทั้งสองคนออกมาด้วยความสงสัย ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือ...“อุ๊บ! ไม่ได้นะ...” มือบางรีบยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ทันทีที่เธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนขึ้นมาได้ ฮาญาจำได้รางๆ ว่าเธอแพ้เสียงในหัวของตัวเองที่ต้องการจะระบายความรู้สึกอึดอัดออกมา‘นี่ฉันแพ้เสียงในหัวของตัวเองอย่างนั้นเหรอเนี่ย’‘น้องสาวก็น้องสาวสิไม่เห็นต้องย้ำให้ตรงนี้มันเจ็บเลย’“...”‘ฮึกกกก น้อง
“คุณแม่คะ”“ขาลูก...” ตะวันยกยิ้มหวานออกมา ก่อนที่เธอจะขานรับเสียงเรียกของเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนอย่างเช่นทุกครั้ง“ทำไมคุณแม่ถึงรักคุณพ่อล่ะคะ”“ทั้งๆ ที่คุณแม่เลือกที่จะหนีคุณพ่อไปแล้ว แล้วทำไมถึงยังยอมให้คุณพ่อเข้ามาในชีวิตอีกล่ะคะ” ฮาญาเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“หึหึ”“คุณแม่หัวเราะทำไมคะ หรือเพราะฮาญากับเฮคเตอร์เหรอคะ”“เรื่องของหนูก็มีส่วน แต่ที่สำคัญ...คือ แม่รักคุณพ่อของหนู รักมาก มากจนไว้ว่าจะห่างกันไกลแค่ไหน หรือห่างกันนานเพียงใดแม่ก็ยังรักพ่อของหนูอยู่”“แล้วถ้าคุณพ่อยังคงทำไม่ดีกับคุณแม่อยู่ล่ะคะ คุณแม่จะกลับมาไหม”“ไม่กลับค่ะ ถึงแม่จะรักพ่อของหนูมาก แต่แม่ก็รักตัวเองมากเหมือนกัน หากวันนั้นพ่อของหนูปรับปรุงตัวไม่ได้แม่ก็จะไม่เลือกรักเขาอีกเป็นครั้งที่ 2”“แต่คุณพ่อทำได้ใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ เขาทำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้”“...” ฮาญามองไปยังหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มแดงทั้งสองข้างของเธอป๋องขึ้นมาอย่างเขินอาย หญิงสาวพ้นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้กับคุณแม่ของเธอ“โรแมนติกจัง...เอิ่บ!!”“ไหวไหมคะ”“รู้สึกอยากอาเจียนรึเปล่าคะ”“อยาก