คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย

คลื่นรักเชลยหัวใจ 1 เมียเชลย

last updateآخر تحديث : 2025-06-27
بواسطة:  สาริศาمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
56فصول
557وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ในวันที่เด็กน้อย ‘เจโคบี้’ ทายาทมหาเศรษฐีวัยเจ็ดขวบ และ ‘นรินทร์นารถ’ พี่เลี้ยงสาวชาวไทย ถูกพาตัวไปจากคฤหาสน์ชาร์ลสตัน ไม่มีใครคาดคิดว่าชะตากรรมของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่แล้วชีวิตของเด็กชายและหญิงสาวก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเหตุการณ์อันเลวร้ายกลับชักนำให้เธอกลายเป็นนางในฮาเร็มของ ‘อัลเฟรโด วาลเดซ อัลทาซา’ มหาเศรษฐีหนุ่ม พ่อค้าอาวุธสงครามผู้ทรงอิทธิพลแห่งโมร็อกโก หากไม่ว่าอย่างไร เพื่อรักษาคำสัญญาที่มีต่อผู้มีพระคุณ นรินทร์นารถจะต้องหาทางดิ้นรนจากเงื้อมมือของอัลเฟรโด และนำตัวเจโคบี้กลับไปคืนยังแผ่นดินอังกฤษอีกครั้งให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเธอเองก็ตาม...

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

เพล้ง!!

เสียงแจกันดอกไม้บนโต๊ะริมผนังถูกมือหญิงสาวชาวจีนกวาดกระเด็นลงไปกระทบพื้นจนแตกกระจายไม่มีชิ้นดี คิ้วของเธอขมวดแน่น ขณะที่ดวงตาชั้นเดียวตวัดมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่อีกฟากของห้องด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ริมฝีปากบางเฉียบถูกเม้มกัดจนแน่น ทำให้ใบหน้างดงามของเธอดูร้ายกาจราวกับคนละคน

“ไม่รู้ล่ะ! ยังไงคราวนี้คุณก็ต้องเอาเงินไอ้แก่นั่นมาให้ได้!” หญิงสาวตวาดลั่น ยิ่งเห็นสามีชาวอังกฤษเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมพูดจาอะไร โรสก็ยิ่งเกิดโทสะ กระทืบรองเท้าส้นสูงลงบนดอกลิลีสองสามช่อที่ร่วงกระจายอยู่โดยไม่ใส่ใจว่าเศษแจกันอาจทิ่มตำพื้นรองเท้าของเธอจนทะลุได้

ทำไมอัลเบิร์ตถึงไม่ได้เรื่องได้ราวขนาดนี้นะ... เสียแรงที่เป็นถึงลูกชายของมหาเศรษฐี กับอีแค่เงินแสนสองแสนปอนด์ เขาก็ยังไม่มีปัญญาหามาให้เธอได้... แล้วที่เธอยอมแต่งงานอยู่กินกับเขามาจนถึงป่านนี้มันเพื่ออะไรกัน... เพื่อเศษเงินที่พ่อผัวขี้เหนียวโยนมาให้ใช้เดือนละไม่กี่เพนนีอย่างนั้นน่ะหรือ...

“ผมก็อ้อนวอนพ่อจนแทบจะกราบอยู่แล้วนะโรส แต่ในเมื่อท่านไม่ยอมให้ แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงได้ล่ะ...” ผู้เป็นสามีตอบเสียงอ่อย ยืนคอตก ไหล่ห่อลู่จนร่างสูงเพรียวและซูบผอมดูคล้ายจะหดเล็กลงไปอีก

อัลเบิร์ต ชาร์ลสตัน นึกอยากจะหาเหตุผลอะไรแย้งออกไปสักอย่างแต่ก็ไม่กล้า เพราะนับตั้งแต่เขาพบรักกับนักร้องสาวชาวจีนในบาร์เหล้าเมื่อสิบกว่าปีก่อน กระทั่งแต่งงานมีบุตรชายด้วยกันจนถึงป่านนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่ชายหนุ่มจะกล้ามีปากเสียงหรือขัดใจเธอ จึงได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อน หันไปมองนอกหน้าต่างอย่างคนอับจนปัญญา ปล่อยให้แสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาทาทาบใบหน้าซีดเผือดและตาโหลลึก เขียวช้ำ ราวกับคนอดนอนมาตลอดทั้งชีวิต

ทำไมอัลเบิร์ตจะไม่รู้ว่าที่ผ่านมา เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน บิดาของเขา หมดเงินไปกับเขาและภรรยาเป็นจำนวนมากมายมหาศาลแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดในธนาคารจำนวนยี่สิบล้านปอนด์ หรือแม้แต่แมนชั่นมูลค่าร่วมสิบล้านที่ปัจจุบันติดจำนองอยู่และมีแนวโน้มอย่างมากว่ากำลังจะถูกยึดในไม่ช้า

เพราะสองสามีภรรยาใช้เวลาช่วงกลางวันหมดไปกับการนอน ตื่นขึ้นมาก็แต่งตัวเข้าบ่อน เล่นไพ่ ดื่มเหล้า ไม่คิดทำงานทำการเหมือนคนอื่นเขา การใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้นี่เองที่ทำให้มรดกส่วนน้อยที่ได้รับมาเป็นของขวัญเมื่อครั้งแต่งงานต้องมีอันมลายหายไปในเวลาไม่กี่ปี และมันก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอกที่มหาเศรษฐีเฒ่าเคนเน็ธจะต้องทำใจแข็ง หยุดให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อเป็นการดัดนิสัยลูกชายเสเพลและสะใภ้ผู้เหลวแหลก ก่อนสมบัติทุกอย่างที่เขาสั่งสมมาชั่วชีวิตจะถูกผลาญไปจนหมดสิ้น

“จะให้คุณทำยังไงอย่างนั้นเหรอ! ฉันสิที่ต้องเป็นฝ่ายถามคุณ คุณจะให้ฉันทำยังไง!!... เหตุผลเดียวที่ฉันยอมตกลงแต่งงานกับคุณก็เพราะฉันเชื่อคุณ!!... คุณบอกว่าคุณเป็นลูกชายมหาเศรษฐี คุณจะเลี้ยงดูฉันให้สุขสบายไปตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ!!... แล้วนี่มันอะไร หา!... ชีวิตที่ต้องคอยแบมือรับเศษเงินอาทิตย์ละสี่ห้าพันนี่น่ะเหรอที่เรียกว่าสุขสบาย!... ทุเรศที่สุด!!”

ได้ยินคำพูดถากถางจากปากของผู้หญิงที่เขารัก ใบหน้าของอัลเบิร์ตก็ร้อนวูบไปด้วยความโกรธ แทบจะเผลอตัวตวาดกลับไปว่า ถ้าเธอไม่ได้แต่งงานกับเขา ป่านนี้เธอก็ยังเป็นนักร้องในบาร์เก่าๆ ยอมให้พวกคนงานขี้เมาลูบสะโพกจับหน้าอกแลกกับการเลี้ยงเหล้าไปวันๆ อยู่ไม่ใช่หรือ

แต่ประกายความเดือดดาลในดวงตาสีเขียวก็จางหายไปแทบจะทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวเล็กของโรส ชายหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้า ซ่อนสายตาไม่ให้ผู้เป็นภรรยารู้สึกถึงความคิดอันเป็นปฏิปักษ์

“ที่จริง... ตอนแต่งงาน... พ่อก็ให้เรามาตั้งเยอะแล้วไม่ใช่เหรอโรส...”

“นั่นมันตั้งเป็นสิบปีแล้วนะอัลเบิร์ต... ไอ้แก่นั่นให้เงินคุณมาแค่ก้อนเดียว... แค่ครั้งเดียว... แล้วเงินสดอีกตั้งไม่รู้กี่ร้อยล้านล่ะอยู่ที่ไหน... คุณเป็นลูกชายคนเดียวของมันนะ... ถ้าแม้แต่เงินแค่แสนเดียวคุณก็ยังขอมาไม่ได้ คุณก็รอให้ไอ้แก่ขี้งกนั่นหอบเอามรดกทุกอย่างที่คุณควรได้ลงโลงไปด้วยเถอะ แต่ฉันไม่ขอทนรออยู่กับคุณอย่างนี้แน่ๆ!!” หญิงสาวแผดเสียงลั่นพลางสะบัดตัวกลับ ทำท่าจะก้าวออกไปจากห้อง ทว่าฝ่ามือผอมซูบของสามีชาวอังกฤษก็รีบฉวยต้นแขนของเธอเอาไว้ได้ทัน

“คุณ... คุณหมายความว่ายังไง แล้วนี่คุณจะไปไหน...”

“ฉันก็จะไปจากบ้านเฮงซวยหลังนี้เสียทีน่ะสิ! ฉันไม่ยอมอยู่อย่างอดๆ อยากๆ กับคุณอย่างนี้หรอกนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ปล่อยสิ!!” โรสกรีดร้องพร้อมกับกระชากแขนของตัวเองออก

“คุณอย่าทำอย่างนี้สิโรส... คุณก็เห็นนี่ว่าผมก็บากหน้าไปพบพ่อทุกครั้ง พยายามทำทุกอย่างตามที่คุณสั่งแล้ว...”

“แต่คุณก็ไม่เคยทำสำเร็จ!!” เธอแค่นเสียงใส่ ตวัดหางตามองเขาราวกับคนที่เกลียดชังกันมานานแสนนาน “ฉันคิดว่าสิบปีที่ผ่านมา ฉันเสียเวลาไปกับคุณมากพอแล้วล่ะอัลเบิร์ต... เราหย่ากันเถอะ!”

“โรส!!...” ชายหนุ่มเบิกตาโพลง ละล่ำละลักออกมาด้วยความตกใจ “นี่คุณพูดเล่นใช่ไหม!... คุณไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหม...” เขาเคยชินกับคำขู่และการตั้งท่าจะหนีออกจากบ้านของภรรยาสาวชาวจีนมาหลายปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากขอหย่าออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันไม่ได้พูดเล่น! ในเมื่อคุณมันไม่เอาไหน ทำให้ฉันสุขสบายไม่ได้อย่างที่เคยสัญญา! ฉันก็จะไปหาคนอื่น... คนที่เขาทำให้ฉันได้ เข้าใจไหม!”

“ได้โปรดเถอะ... อย่าทำอย่างนี้เลยนะที่รัก...” อัลเบิร์ตทรุดตัวลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษเล็กเศษน้อยของกระเบื้องแจกันอย่างหมดเรี่ยวแรง แขนทั้งสองข้างรั้งสะโพกอีกฝ่ายเข้ามาแนบชิดใบหน้า ก่อนจะเงยขึ้นมองหญิงสาวด้วยแววตาวิงวอน “คุณก็รู้นี่นาว่าผมรักคุณ ผมขาดคุณไม่ได้... อย่าทำร้ายผมอย่างนี้เลยนะ... ผมยอมแล้ว ผมยอมทำทุกอย่าง ผมจะกลับไปขอร้องพ่ออีกครั้ง...” เสียงชายหนุ่มคร่ำครวญ

หญิงสาวเชิดหน้าอย่างผู้มีชัยชนะพลางเหยียดริมฝีปากยิ้มสาสมใจ “ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันหย่า พรุ่งนี้คุณก็ต้องกลับไปเอาเงินของพ่อคุณมาให้ได้ซักก้อน!”

“แต่... คุณรออีกซักอาทิตย์ไม่ได้เหรอ... ผมเพิ่งไปหาท่านมาเมื่อสามวันก่อนเองนะ แล้วพ่อเองก็เพิ่งจะขู่เรื่องตัดผมออกจากกองมรดก...”

“ไอ้แก่นั่นมันไม่กล้าหรอก ยังไงคุณก็เป็นลูกชายคนเดียว!”

“มันก็จริง... แต่ถ้าจะให้ผมบากหน้ากลับไปอีกในวันพรุ่งนี้... ยังไงพ่อก็ไม่มีทางยอมให้อยู่ดี...”

“คุณไม่มีทางเลือกแล้วนะอัลเบิร์ต เจ้าหนี้แต่ละคนก็นับวันรอแต่จะมาเคาะประตูบ้านแล้ว คุณไม่รู้เลยหรือไง! เราไม่มีเงินแล้วนะ! เข้าใจไหมว่าเราไม่มีเงินเหลือแล้ว!”

“ผมรู้ ตะ...แต่ว่า...” ชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวลุกขึ้นจากพื้น ดึงมือภรรยาชาวจีนขึ้นมากุมไว้ที่อกด้วยความรักใคร่ สายตาก็ถ่ายทอดความกลัดกลุ้มใจให้อีกฝ่ายได้เห็นโดยไม่ปิดบัง

“ฉันเข้าใจว่าคนหัวอ่อนอย่างคุณคงจะขูดเกลือมาจากไอ้แก่นั่นได้ยาก... แต่อย่าลืมสิ อัลเบิร์ต... เรายังมีเครื่องต่อรองชั้นดีอยู่...” จู่ๆ โรสก็ก้าวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบกระซาบ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคนที่มีแผนการอยู่ในใจ

“เครื่องต่อรองอย่างนั้นเหรอ” คิ้วของอัลเบิร์ตขมวดมุ่นด้วยความสงสัย

“ก็เจค็อบ... ลูกชายของเรายังไงล่ะ”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
56 فصول
บทที่ 1
เพล้ง!!เสียงแจกันดอกไม้บนโต๊ะริมผนังถูกมือหญิงสาวชาวจีนกวาดกระเด็นลงไปกระทบพื้นจนแตกกระจายไม่มีชิ้นดี คิ้วของเธอขมวดแน่น ขณะที่ดวงตาชั้นเดียวตวัดมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่อีกฟากของห้องด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ริมฝีปากบางเฉียบถูกเม้มกัดจนแน่น ทำให้ใบหน้างดงามของเธอดูร้ายกาจราวกับคนละคน“ไม่รู้ล่ะ! ยังไงคราวนี้คุณก็ต้องเอาเงินไอ้แก่นั่นมาให้ได้!” หญิงสาวตวาดลั่น ยิ่งเห็นสามีชาวอังกฤษเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมพูดจาอะไร โรสก็ยิ่งเกิดโทสะ กระทืบรองเท้าส้นสูงลงบนดอกลิลีสองสามช่อที่ร่วงกระจายอยู่โดยไม่ใส่ใจว่าเศษแจกันอาจทิ่มตำพื้นรองเท้าของเธอจนทะลุได้ทำไมอัลเบิร์ตถึงไม่ได้เรื่องได้ราวขนาดนี้นะ... เสียแรงที่เป็นถึงลูกชายของมหาเศรษฐี กับอีแค่เงินแสนสองแสนปอนด์ เขาก็ยังไม่มีปัญญาหามาให้เธอได้... แล้วที่เธอยอมแต่งงานอยู่กินกับเขามาจนถึงป่านนี้มันเพื่ออะไรกัน... เพื่อเศษเงินที่พ่อผัวขี้เหนียวโยนมาให้ใช้เดือนละไม่กี่เพนนีอย่างนั้นน่ะหรือ...“ผมก็อ้อนวอนพ่อจนแทบจะกราบอยู่แล้วนะโรส แต่ในเมื่อท่านไม่ยอมให้ แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงได้ล่ะ...” ผู้เป็นสามีตอบเสียงอ่อย ยืนคอตก ไหล่ห่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ครั้งที่ อัลเบิร์ต ชาร์ลสตัน ยังเป็นนักศึกษาหนุ่มอายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี เขาบังเอิญได้รู้จักและมีความสัมพันธ์กับโรส นักร้องสาวในบาร์ผู้มีอายุมากกว่าถึงสามปี และทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นทายาทของมหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงของลอนดอน เธอก็ตัดสินใจใช้เสน่ห์ เรือนร่าง และกลเม็ดเด็ดพรายทุกอย่างของผู้หญิง มัดใจชายหนุ่มอ่อนประสบการณ์อย่างเขาเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด ด้วยหวังว่าเธอจะมีชีวิตบั้นปลายอันแสนสุขสบาย ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหราไม่ต่างจากคนในวงสังคมชั้นสูงแต่ลางร้ายก็เริ่มปรากฏเสียตั้งแต่แรก เมื่อว่าที่พ่อสามีในขณะนั้นเกิดไม่เห็นดีเห็นชอบกับการแต่งงาน เพราะเห็นว่าบุตรชายของเขายังเด็กเกินไป ยังไม่เคยทำงานหรือแม้แต่รับผิดชอบชีวิตตัวเองเสียด้วยซ้ำกระนั้นเคนเน็ธก็ยังพยายามทำหน้าที่ของผู้เป็นพ่ออย่างดีที่สุด เขายกแมนชั่นขนาดใหญ่บนถนนพิกคาดิลลี ย่านใจกลางเมืองลอนดอนให้เป็นเรือนหอของทั้งคู่ มิหนำซ้ำยังมอบบัญชีเงินฝากจำนวนยี่สิบล้านปอนด์ให้เป็นทุนรอนติดตัวอีก ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้นักร้องจากบาร์ข้างถนนอย่างโรสได้มีโอกาสใช้ชีวิตเฉิดฉายเหมือนในวิมานที่เธอวาดไว้อยู่หลายปีแต่หลังจาก
اقرأ المزيد
บทที่ 3
บนเนินผาสูงชันซึ่งทอดยาวจนสุดอาณาเขตพื้นที่คฤหาสน์ชาร์ลสตัน มองไกลออกไปสุดสายตา เห็นผืนน้ำสีครามและท้องฟ้ายามเย็นที่ถูกแสงสีทองอาบไล้ ตัดกับทุ่งหญ้าสูงซึ่งโบกสะบัดไปมาราวกับคลื่นสีเขียวสดยามลมทะเลโชยพัดเข้าสู่แผ่นดิน ประภาคารเก่าแก่ทาสีขาวนวลตั้งตระหง่านเป็นจุดดึงดูดสายตามองเห็นได้แต่ไกลบันไดไม้ที่นำขึ้นไปยังกระโจมไฟด้านบนถูกปิดตายและเริ่มผุพังตามเวลา เบื้องหน้ามีชายวัยหกสิบสี่ปียืนจับมืออยู่กับหลานชายตัวน้อย ทอดสายตาออกไปยังเวิ้งทะเล จ้องมองภาพของเรือยอชต์ลำใหญ่กำลังแล่นห่างและเลือนหายไปในแสงของดวงอาทิตย์“ถ้าผมโตเมื่อไหร่ ผมจะเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ๆ แบบเรือลำนั้นให้ได้เลยฮะคุณปู่!” เด็กชายวัยเจ็ดขวบหันมายิ้มอย่างเริงร่า ในแววตาไร้เดียงสาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและปรารถนา“จะเอาอย่างนั้นจริงๆ เหรอ เจค็อบ... เป็นกัปตันเรือไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะลูก...” ชายสูงวัยก้มลงสบตาเด็กน้อย “ลูกผู้ชายน่ะ ถ้าตัดสินใจแล้วต้องไม่ล้มเลิกกลางคันนะ”“ผมแน่ใจฮะ” เขาพยักหน้า ตอบชัดถ้อยชัดคำ“ดีมาก... ปู่เชื่อว่าซักวันเราจะต้องเป็นกัปตันเรือที่เก่งที่สุดในอังกฤษแน่ๆ...” พูดพลางหัวเราะอารมณ์ดี พร้อมกับขยี
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“ลมแรงขึ้นทุกทีแล้ว ตากลมนานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ปู่ว่าเรากลับไปที่บ้านกันดีกว่า” เคนเน็ธพยายามชักจูงให้หลานชายลืมเรื่องที่เขาพูดไปเสีย“จริงด้วยสิฮะ ป่านนี้นีนาคงรอนานแล้วล่ะ” เจโคบีพูดพลางกระชับนิ้วมือเล็กๆ เข้ากับฝ่ามือหยาบย่นตามกาลเวลาของเคนเน็ธ ก่อนจะออกแรงดึงให้ร่างสูงใหญ่ที่นั่งยองๆ อยู่ลุกขึ้นยืน “คุณปู่ฮะ อาทิตย์หน้าคุณปู่ต้องกลับมาช่วยผมทาสีเจ้าซีเซอร์เพนต์นะฮะ”“มันคืออะไรกันเหรอ เจค็อบ” ชายสูงวัยถามด้วยความแปลกใจ“มันก็คือชื่อของเรือบังคับวิทยุที่คุณปู่ซื้อมาฝากผมเมื่อเช้านี้ยังไงล่ะฮะ ผมตั้งชื่อมันว่าเจ้างูทะเล” เด็กน้อยตอบฉะฉาน ขณะพยายามใช้สองมือจูงปู่ของเขาให้ก้าวตามไป“แล้วทำไมเราจะต้องไปทาสีมันด้วยล่ะ เรือที่ปู่ซื้อมาให้มันไม่สวยหรือไง หือ...”“ผมอยากให้มีรูปงูบนเรือด้วยนี่นา ไม่อย่างนั้นจะสมกับชื่อเจ้างูทะเลได้ยังไงกันล่ะฮะ” พูดจบก็กระโดดโลดเต้น วิ่งนำไปข้างหน้าเคนเน็ธส่ายหน้ายิ้มๆ กับความร่าเริงไร้เดียงสาของเจโคบี ก้าวเท้าตามเด็กน้อยไปด้วยความสบายใจ ชีวิตบั้นปลายในวัยหกสิบสี่ปี ถึงจะต้องผิดหวังกับลูก แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีหลานที่เฉลียวฉลาดน่ารักมาทดแทน เพียงเท่านี้
اقرأ المزيد
บทที่ 5
นรินทร์นารถ ปิยบุตร ชาร์ลสตัน นึกถึงเมื่อแปดปีก่อน ในวันแรกที่เธอได้พบกับบิดาบุญธรรม ผู้ที่เธอไม่กล้าอาจเอื้อมแม้แต่จะเรียกเขาว่าพ่อเธอเป็นแค่เด็กสาวที่ติดตามนงนุช มารดาม่ายชาวไทยมาทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดในบริษัท ชาร์ลสตัน เทรดอิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชาร์ลสตัน... แม้จะเป็นแค่ลูกจ้างระดับล่างที่พูดภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้ แต่ความที่มารดาของเธอเป็นคนขยันขันแข็งและยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เคนเน็ธจึงสะดุดตาและรู้สึกเมตตาเป็นพิเศษ...หลังจากทำงานอยู่ได้เพียงไม่กี่ปี มารดาของเธอก็โชคร้ายล้มป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมและเสียชีวิตไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเคนเน็ธผู้อยู่ในฐานะเจ้านายใหญ่ได้รับข่าวจึงได้เดินทางไปร่วมพิธีฝังศพด้วย... เขาพอจะรู้มาจากปากพนักงานคนอื่นๆ ว่าแม่บ้านชาวไทยยังมีบุตรสาววัยสิบห้าปีที่กำลังไร้ที่พึ่งพิงอยู่อีกหนึ่งคน และเพียงแค่พบนรินทร์นารถครั้งแรก เคนเน็ธก็เกิดความรักใคร่เอ็นดูเธออย่างบอกไม่ถูก...เนื่องจากในเวลานั้นเขาก็กำลังผิดหวังกับความประพฤติของบุตรชายอยู่ เขาจึงเสนอความอุปการะด้านการศึกษาให้แก่เธอ หากเคนเน็ธก็ต้องประหลาดใจเมื่อเด็กสาวกลับปฏิเสธเขาอย่างสุภาพ และเลือกที่จะขอ
اقرأ المزيد
บทที่ 6
“แล้วยังไงต่อ...” ผู้เป็นพ่อกัดฟันถาม“เรื่องลงทุนทำธุรกิจที่ผมเคยคุยกับคุณพ่อเมื่อสามวันก่อนนั่นแหละครับ... เพื่อนๆ ที่แมนเชสเตอร์รับประกันว่าธุรกิจตัวนี้มีแต่กำไรเท่านั้น... ขอแค่คุณพ่อให้ผมยืมเงินทุนซักห้าแสนปอนด์... ไม่สิ แค่สามแสนปอนด์ก็พอ... ผมรับรองว่าจะคืนเงินก้อนนี้ให้คุณพ่อภายในสองสามปีอย่างแน่นอน...” อัลเบิร์ตพยายามโน้มน้าว ในขณะที่ดวงตามีรอยขุ่นขาวของเคนเน็ธยังจ้องเขม็ง รอคอยว่าบุตรชายของเขาจะพูดอย่างไรต่อ “คุณพ่ออยากให้ผมรู้จักทำงานและรับผิดชอบตัวเองไม่ใช่เหรอครับ ผมเองก็อยากให้เจค็อบภาคภูมิใจในตัวพ่อของเขาเหมือนกัน แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ ผมก็ต้องการความช่วยเหลือจากคุณพ่อนะครับ...” ถึงจะอธิบายอย่างลื่นไหลคล้ายกับผ่านการท่องบทเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่กล้าสบตากับผู้เป็นพ่อ ด้วยกลัวจะถูกอ่านไปถึงความคิดในใจ“เฮอะ!!” มหาเศรษฐีเฒ่าแค่นหัวเราะ “ลงทุนทำธุรกิจอย่างนั้นน่ะเหรอ ธุรกิจอะไรล่ะ ไพ่ ยา หรือว่าเหล้า!... นี่แกคิดว่าฉันจะเชื่อนิทานหลอกเด็กของแกจริงๆ เหรอ!... แกเห็นฉันโง่มากขนาดนั้นเลยเหรอ อัลเบิร์ต!”“คะ...คุณพ่อ... แต่นี่มันเป็นโอกาสที่ผมจะได้พิสูจน์
اقرأ المزيد
บทที่ 7
เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน ยืนเหม่อมองร่างของเด็กน้อยในชุดนอนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง ในอ้อมแขนเล็กๆ ของเขากอดเจ้างูทะเล หรือเรือบังคับวิทยุลำใหญ่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญเมื่อเช้านี้เอาไว้แน่น เสียงหายใจของเจโคบีเป็นจังหวะแผ่วเบาสม่ำเสมอ ภาพที่มองเห็นทำให้มหาเศรษฐีผู้สูงวัยต้องอดยิ้มไม่ได้ยิ่งโลกของผู้ใหญ่สับสนวุ่นวายมากแค่ไหน ความไร้เดียงสาของเด็กๆ ก็ยิ่งเปรียบเสมือนแสงไฟอันอบอุ่นที่ช่วยปลอบประโลมใจในค่ำคืนอันมืดมิดและเหน็บหนาวมากเท่านั้น“เจค็อบเอ๊ย... ทำไมถึงได้อาภัพอย่างนี้นะ”เคนเน็ธถอนหายใจแรงๆ มือหยาบย่นเอื้อมลงไปลูบเรือนผมหยักศกที่ปลกอยู่บนหน้าผากเบาๆ ขนตางอนเป็นแผงหนาพริ้มสนิท เมื่อรวมกับรูปหน้ารียาวขาวสะอ้านและเส้นผมสีดำเป็นเงา เด็กน้อยก็คือความงดงามที่เกิดจากส่วนผสมอันลงตัวระหว่างชาวเอเชียและชาวยุโรปอย่างแท้จริง“ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ว่ายังไงปู่จะเลี้ยงเจ้าเอง เจค็อบ... ปู่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากเจ้าไปจากอกปู่เป็นอันขาด ปู่สัญญา...”ท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกลอดผ่านประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ เคนเน็ธยืนเพ่งมองใบหน้าของเจโคบีอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่มือทั้งคู่จะค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่หล
اقرأ المزيد
บทที่ 8
“ลักพาตัว...” อัลเบิร์ตทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “ลักมันมาทำไม... ก็คุณบอกเองว่าเราแค่ขู่พ่อเท่านั้นไม่ใช่เหรอ จะลักมันมาเพิ่มความลำบากให้เราอีกทำไม...”“โอ๊ย! ทำไมผัวฉันถึงได้โง่เป็นควายอย่างนี้นะ” ผู้เป็นภรรยาตวาดด้วยอารมณ์สุดที่จะทนไหว “ถ้าไม่ลักมันมาเรียกค่าไถ่ ไอ้แก่ตายซากนั่นมันจะยอมจ่ายเงินให้เราหรือไงล่ะ”แต่จู่ๆ โรสก็ผุดลุกขึ้นจากโซฟายาว เดินเยื้องย่างเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า ยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบต้นคอของชายหนุ่มเอาไว้ ส่งสายตายั่วยวนคล้ายเป็นการขอโทษที่ก่นด่าเมื่อวินาทีก่อน ก่อนจะส่งเสียงกระซิบกระซาบข้างใบหน้าซูบผอม“แล้วพอเราได้เงินจากพ่อของคุณแล้ว แทนที่เราจะคืนเจค็อบให้... เราก็ฆ่ามันทิ้งซะ!!”คำพูดประโยคสุดท้ายเหมือนเสียงแก้วเจียระไนกำลังแตกละเอียดอยู่ในโสตสำนึกของอัลเบิร์ต เขาต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดชีวิต“ฆ่าเจค็อบอย่างนั้นเหรอ... คุณบ้าไปแล้ว นั่นลูกของเรานะ...”“คุณเคยคิดว่ามันเป็นลูกด้วยเหรออัลเบิร์ต... ไม่เอาน่า คุณก็รู้ว่าตราบใดที่ไอ้เด็กนั่นมันยังอยู่ พ่อของคุณไม่มีทางหันมาเหลียวแลหรือแม้แต่แบ่งเศษเสี้ยวมรดกให้คุณหรอก...” โรสพยายามหว่านล้อมด้วยสีหน้าไม่สะทก
اقرأ المزيد
บทที่ 9
ค่ำคืนนี้ดูเหมือนเวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มและหงุดหงิด ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าอัลเบิร์ตคงไม่กล้าทำอะไรอย่างที่พูดขู่เขา แต่หากเกิดคดีความขึ้นมาจริงๆ เขาก็ยังไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร ที่แน่ๆ มันคงจะกลายเป็นข่าวเสื่อมเสียให้อับอายไปทั้งแวดวงธุรกิจทีเดียว ปัญหาไม่ใช่ตรงนั้น แต่มหาเศรษฐีเฒ่ากลัวว่าเรื่องครั้งนี้จะสร้างบาดแผลร้าวลึกให้กับหัวใจอันบริสุทธิ์ของเจโคบีต่างหากหรือเขาควรจะยอมปล่อยวางทิฐิแล้วเสียเงินสักก้อนเพื่อซื้อกรรมสิทธิ์ในตัวหลานชายสุดที่รักแทน... แต่นั่นคงเป็นการส่งเสริมให้อัลเบิร์ตกลายเป็นแมงดา หากินกับลูกไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักจบสิ้นไม่มีทาง... เคนเน็ธจะไม่ยอมให้เจโคบีต้องตกเป็นเหยื่อความโลภของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแท้ๆ อย่างเด็ดขาด...“ท่านคะ” เสียงนุ่มละมุนสะกิดชายสูงวัยให้หลุดจากภวังค์ความคิด เขากระพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมา“นีนา... นี่ยังไม่เข้านอนอีกเหรอ” ทักทายกลับพลางหันไปมองด้วยความประหลาดใจ“ดิฉันลงมาปิดประตูบ้าน พอดีเห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่ก็เลยแวะมาดูน่ะค่ะ ท่านยังทำงา
اقرأ المزيد
บทที่ 10
โฮเวิร์ด แม็คลาเรน นักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีทอดสายตามองทิวไม้รกครึ้มตลอดสองข้างทางขณะบังคับพวงมาลัยให้รถ แอสตัน มาร์ติน สีแดงสดของเขาเลี้ยวไปตามแนวถนน อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลของคฤหาสน์ชาร์ลสตันบ่งบอกได้ดีว่า เคนเน็ธ ชาร์ลสตัน มั่งคั่งและทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจของยุโรปมากแต่ไหนรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อนึกถึงหญิงสาวชาวเอเชีย บุตรบุญธรรมที่มหาเศรษฐีเฒ่าพยายามชักนำให้เขารู้จักและสนิทสนม จริงอยู่ที่เธอเป็นคนสวยมีเสน่ห์ดึงดูดใจ แต่ที่ดึงดูดใจเขามากกว่านั้นก็คือผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากกลายเป็นเขยของตระกูลชาร์ลสตันต่างหากโฮเวิร์ดได้ชื่อว่าเป็นทายาทผู้สืบสายเลือดเอิร์ลแห่งอะเบอร์เฟลดี เมืองเก่าแก่ของประเทศสกอตแลนด์ แต่ตระกูลแม็คลาเรนในเวลานี้จะมีก็เพียงแค่บรรดาศักดิ์อันสูงส่งเท่านั้น เบื้องหลังธุรกิจรวมทั้งหลักทรัพย์ของครอบครัวล้วนติดจำนองอยู่กับธนาคารของเครือญาติจนหมดแล้ว จะเหลืออยู่บ้างก็คือเครดิตในฐานะผู้บริหารผีมือดีของบริษัทขนาดกลาง การสร้างความสัมพันธ์กับเครือบริษัทชาร์ลสตันจึงเอื้อผลประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมากข่าวในแวดวงธุรกิจลือกันไปทั่วว่
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status