Masuk///ผ่านไปหลายวัน///
ภายในห้องนั่งเล่นที่เคยเต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น หลังจากเขมมิกาเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ คนที่ไม่มีความสุขกลับกลายเป็นปรเมศ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้
จึงอยากให้เขมมิกาเดินออกไปจากชีวิตของเขา นั่นคือเหตุผลหลักเพราะคำว่ารัก ไม่อาจทำร้ายเธอได้อีกต่อไป
ก่อนที่เรื่องราวมันจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ ปรเมศเลือกที่จะผลักไสหญิงสาวออกไปให้พ้นจากผู้ชายอารมณ์ร้ายอย่างเขา
“หยุดดื่มได้แล้วครับบอส” นทีเลิกงานมากลับต้องเห็นภาพเจ้านายเมาหัวราน้ำแทบทุกวัน
“มหาวิทยาลัยเกษมเมฆา เสร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว”
“ตอนนี้ราวแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับบอส”
“ดี!เร่งมือหน่อย”
“บอสกำลังคิดจะทำอะไร”
“สั่งให้คนสะกดรอยตามเขมมิกา ไม่ว่าเธอทำอะไรอยู่ที่ไหนต้องคอยรายงานฉันทุกวัน”
“บอสเป็นคนไล่คุณผู้หญิงไปไม่ใช่เหรอครับ หย่ากันแล้วด้วย ทำไมต้องอยากตามติดชีวิตของเธอด้วยล่ะครับ”
“จะถามมากทำไม ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ นั่งลงดื่มด้วยกันหน่อยสิ”
“ทำไมต้องหาแนวร่วมตลอด บอสดูซิว่าใครมา” นทีถึงกับถอนหายใจออกมาเสียงดัง หลังจากเห็นพี่สาวของเขมมิกาควงแขนบิดาปรเมศเดินเข้ามาในบ้านอย่างเชิดหน้าชูตา
“หึ! จมูกไวจังเลยนะ” ปรเมศพูดพลางคว้าแอลกอฮอล์ในแก้วขึ้นมากระดกรวดเดียว
“ปรเมศ! ใครใช้ให้แกเอาที่ตรงในไปสร้างมหาลัย แกรู้ไหมฉันตั้งใจจะทำโรงแรม” พอปราวินมาถึงเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงระเบิดอารมณ์ใส่ลูกชายทันที
“ที่ตรงนั้นเป็นของแม่ ผมจะทำอะไรก็ได้ พ่อไม่ต้องมายุ่ง”
“ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน แม่แกจะมีปัญญาจากไหนมาซื้อ”
“ท่านค่ะ... ใจเย็นก่อนค่ะ สร้างมหาลัยก็ดีต่ออนาคตของชาตินะคะ” มินดาแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะแสดงละครฉากใหญ่ในบทแม่พระผู้ใจบุญและอ่อนโยน
“หุบปาก! คนนอกอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็น” คราวนี้ปรเมศตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ทว่ามินดากลับยิ้มหยัน
“นี่แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง คุณมิ้นต์เป็นภรรยาของฉันแล้วเธอจะเป็นคนนอกได้อย่างไร”
“ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ เล็งปืนไปที่หัวใจของเธอ พ่อรีบพาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านของผมซะ!”
“ไอ้ปรเมศ!”
“นทีไปหยิบปืนมาให้ฉัน”
“บอสครับ”
“ไปหยิบปืนมาให้ฉัน!” น้ำเสียงวางอำนาจ ทำให้ลูกน้องคนสนิทไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของปรเมศได้
“ครับบอส”
“นี่แกคิดจะทำอะไร”
“ผมเตือนพ่อแล้วนะครับว่าอย่าพาผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่นี่อีก” ปรเมศพูดพลางคว้าปืนมาจากนที แล้วเล็งไปยังเป้าหมาย เขาแสดงใบหน้าเคร่งขรึมเสียจนมินดาหวั่นใจ กลัวปรเมศคิดจะทำอะไรแบบที่เขาได้ขู่เอาไว้เมื่อสักครู่
“แกมันบ้า! บ้าเหมือนแม่ของแกไม่มีผิด”
“นับหนึ่ง! นับสอง! นับ...”
“ไอ้ลูกเนรคุณ! เดี๋ยวฉันจะมาคิดบัญชีกับแกทีหลัง” ชายสูงวัยพูดพลางคว้าแขนภรรยารุ่นลูกเดินออกไปจากบ้านอย่างไว
ช่างน่าเวทนาบั้นปลายชีวิตของเขาเหลือเกิน ที่หลงผิดทิ้งเพชรเม็ดงามไปคว้าเอากรวดอย่างมินดามาประดับไว้บนบ่า
บ้านหลังนี้เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทิ้งภรรยาที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไปคว้าเอาผู้หญิงหน้าเงินมาเชิดหน้าชูตาในสังคม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ปราวินกลับไม่ใส่ใจในถ้อยคำเหล่านั้น เพราะหน้ามืดตามัวหลงเมียเด็ก จนไม่รู้จักผิดถูกชั่วดีด้วยซ้ำ
เส้นทางความรักของเขากับมินดา นำมาซึ่งการจบชีวิตของภรรยา จนทำให้ปรเมศผูกใจเจ็บ พลอยทำให้ความรักของเขากับเขมมิกาสั่นคลอน จนนำมาสู่ความขัดแย้งในชีวิตคู่
หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม
หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ
“สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”
“ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ







