LOGINเขาไม่ชอบวุ่นวายกับผู้หญิง พอได้เจอเธอที่โดนไล่ล่า โซซัดโซเซมาอยู่ในไร่ หัวใจอันเฉยชากลับเริ่มหวั่นไหว... หลายวันมานี้เตชทัตถามตัวเองอยู่หลายครั้ง ว่าทำไมถึงใจเต้นกับผู้หญิงคนนี้ ทำไมถึงอยากพูดคุย อยากอยู่ใกล้ เสี้ยวนาทีสั้นๆ ที่ชญานินจูบเขาเมื่อกี้ เขาพลันได้คำตอบ เขาตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว
View More“หมายความว่าไง ลาพักร้อนอย่างนั้นเหรอ!” เสียงลูกชายคนโตของบ้านกฤตพัฒน์ดังลั่น เมื่อได้ฟังน้องสาวคนเดียวบอกว่าต้องการลาไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่เชียงราย
“พี่วินจะตะโกนเสียงดังทำไมคะ” ชญานินมองค้อนขวับใส่พี่ชายด้วยใบหน้าแสนงอน แค่เธอจะลาไปเที่ยวนี่มันเรื่องใหญ่ขนาดต้องตะโกนลั่นบ้านเลยหรือไง
เมวินขึงตาบอก “ไม่ให้ลา!”
“นินจะลา”
“ชญานิน”
“เอาน่า วินจะอะไรกับน้องนักหนา ปล่อยน้องไปบ้าง” คุณชลวิภาที่นั่งมองอยู่เอ่ยขัดด้วยสีหน้าอ่อนใจ ทำให้คุณอิทธิราชพยักหน้าว่าตามทันที
“นั่นน่ะสิ แกก็ปล่อยๆ น้องไปบ้างเถอะ”
เมวินทำตาโตมองพ่อ “แต่น้องจะไปเที่ยวถึงเชียงรายเลยนะครับ ไปคนเดียวด้วย จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง น้องเป็นผู้หญิงนะครับพ่อ!”
“พ่อก็ห่วงน่า”
“แม่ก็ห่วง แต่เราต้องให้น้องได้ลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองบ้าง จะไปกำหนดชีวิตน้องไม่ได้นะลูก น้องมีชีวิตของน้อง วินเข้าใจที่แม่พูดหรือเปล่า” คุณชลวิภาไม่รู้ว่าทำไมลูกชายถึงหวงน้องหนักแบบนี้ หวงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย จนตอนนี้ชญานินโตเป็นสาวแล้วก็ยังหวง น้องสาวเลยโสดสนิท ทั้งที่หน้าตาฐานะก็ออกจะเพรียบพร้อม
“...” พอไม่มีใครเข้าข้าง เมวินก็ได้แต่ทำหน้าบูด ไม่พูดไม่จา
ชญานินรีบเอ่ยอ้างเรื่องที่คุณพี่ส่งไปเรียน “พี่วินอย่าลืมสิ นินเรียนศิลปะป้องกันตัวแทบทุกอย่างมาแล้วนะ ไปเที่ยวแค่ไม่กี่วัน คงไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
“ยังไงพี่ก็ไม่สบายใจอยู่ดี อย่าไปเลยนะ พี่สังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ ว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นกับนินอะ” เมวินพูดด้วยสีหน้ากังวล
“นินไปเที่ยวบ้านเพื่อน ทางนั้นต้องดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน พี่วินไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลย ให้นินไปเถอะนะ นะ...พี่วินคนดี” หางเสียงออดอ้อนเต็มที่ ใบหน้าละห้อยอย่างน่าสงสาร
คุณอิทธิราชกับคุณชลวิภาเห็นลูกสาวใช้ไม้ตายออกมาแล้วก็ได้แต่นึกสงสารลูกชาย เจอไม้นี้เมื่อไร เมวินไม่เคยแข็งใจได้เลย
นาทีต่อมา เมวินก็อ่อนลงจริงๆ เขาถอนใจพูดกับชญานินหน้างอ
“พี่ก็แค่เป็นห่วงนิน”
“นินรู้ แต่พี่วินต้องเชื่อใจนินสิคะ ว่านินดูแลตัวเองได้”
“พี่คงห้ามไม่ได้แล้วใช่ไหม”
“อื้อ! ให้นินไปเถอะนะ น้าา...”
“เฮ้อ!” เมวินยีผมน้องสาวอย่างอ่อนใจ อ้อนขนาดนี้ เขาจะใจแข็งต่อได้ไง “อยากไปก็ไปเถอะ ไปแล้วก็เที่ยวให้สนุก ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย”
“รับทราบค่ะ!” ชญานินยกมือขึ้นแตะคิ้วอย่างแข็งขัน
เมื่อเห็นสองพี่น้องตกลงกันได้แล้ว คุณอิทธิราชจึงถามลูกสาวว่าจะไปเที่ยววันไหน
“ไปวันหยุดหน้านี่ละค่ะ นัดกับขิงหอมไว้แล้ว” เธออ้างถึงเพื่อนรักที่จะไปหา ผู้เป็นพ่อก็พยักหน้ารับรู้ อมยิ้มบอกด้วยน้ำเสียงใจดีอย่างที่เคยเป็นเสมอมา
“ไปเถอะ ไปพักผ่อนให้สบายใจแล้วค่อยกลับมา พ่ออนุญาตให้หยุดยาวไปเลย”
“แม่ด้วย” คุณชลวิภายกมือสนับสนุนอีกคน ทำเอาเมวินครางโอด
“พ่อกับแม่เล่นอนุญาตอย่างงี้ นินก็ลอยตัว เที่ยวเพลินไม่ยอมกลับบ้านกันพอดี”
“อื้อ!” ชญานินตอบรับทันที “นินจะเที่ยวให้ฉ่ำไปเลยค่ะ!”
วันเดินทาง
เวลาบ่ายโมงโดยประมาณ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อครอปตัวเก๋กับกางเกงยีนกำลังยืนรอคนมารับอยู่ในสนามบินแม่ฟ้าหลวงของจังหวัดเชียงราย ใบหน้าสวยของเธอทำให้คนมาใช้บริการสนามบินเหลียวมองบ่อยๆ แต่คนถูกมองไม่ได้สนใจสายตาของพวกเขาเหล่านั้นเลย
“นิน ทางนี้ๆ”
ชญานินหันไปตามเสียงเรียกทันที เห็นสาวเหนือตัวเล็กพูดเก่งและเจ้าน้ำตา เจ้าของบ้านไร่ที่เธอจะมาพักผ่อนในครั้งนี้วิ่งเร็วๆ โผเข้ามากอดแน่นเช่นทุกครั้งที่เจอกัน ซึ่งครั้งล่าสุดก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว
พอกอดจนพอใจแล้ว พิชานันท์ถึงผละออกมายิ้มให้ “นี่นินอ้อนท่าไหนยังไง พี่วินถึงปล่อยให้มาหาขิงคนเดียวเนี่ย”
“อ้อนทุกอย่าง พ่อกับแม่เองก็สนับสนุนให้นินมา พี่วินคนเดียวต้านไม่อยู่หรอก”
“แล้วจะอยู่กี่วัน ขิงจะได้วางแผนเที่ยวกันถูก” พิชานันท์ทำตาวาวถาม ก่อนคว้ากระเป๋าเดินทางของเพื่อนลากเดินนำไปหารถ
ชญานินยิ้มกว้างบอก “ไม่มีกำหนดจ้ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ต้องใช้ให้คุ้มที่สุด”
“ดีเลยสิ นินจะได้มาอยู่เป็นเพื่อนขิงพอดี”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เดี๋ยวพ่อสินจะไปต่างประเทศแล้วน่ะ”
“อืม เดี๋ยวนินอยู่เป็นเพื่อนขิงเอง เอาให้เบื่อหน้ากันไปเลย”
พิชานันท์หัวเราะลั่น “ไม่เบื่อหรอกน่า นานๆ จะได้อยู่ด้วยกัน มันต้องสนุกแน่ ขิงจะพาเที่ยวให้ทั่วเลย”
“โอเคจ้ะ”
เมื่อพิชานันท์พาชญานินขับรถออกจากสนามบินมาได้สักพัก วิวข้างทางก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากชุมชนตึกสูงเป็นไร่เกษตรของผู้คน มีภูเขาเล็กใหญ่สลับทับซ้อนเป็นฉากหลัง ชญานินเห็นแล้วแทบไม่ละสายตาจากหน้าต่างรถเลย ตอนนี้สายตาเธอมองไร่ชาที่ปลูกลดหลั่นเป็นขั้นบันไดลงมาตามสันเขาอย่างนึกทึ่งกับความสามารถของชาวไร่ และนั้นก็ทำให้เธอไม่รู้เลยว่าเพื่อนเหลือบมองกระจกมองหลังบ่อยๆ กระทั่งเจ้าตัวส่งเสียงถามขึ้นมานั่นละ
“นินดูรถคันนั้นหน่อยสิ ขิงรู้สึกว่าขับตามเรามาสักพักแล้ว เมื่อกี้ก็ขับมาเบียดรถเราด้วย” พิชานันท์บอกด้วยสีหน้ากังวล เธอดูแล้วรถคันนั้นไม่ใช่รถของคนรู้จัก กระจกยังปิดทึบ มองไม่เห็นเลยว่าใครขับ
ชญานินละสายตาจากไร่ชามามองดูกระจกข้างรถ เห็นรถคันหนึ่งขับตามหลังมาจริงๆ แต่ไม่ได้ขับจี้ขนาดนั้น อยู่ห่างพอสมควร “ใช่รถของคนรู้จักขิงหรือเปล่า”
“ไม่ใช่”
“งั้นเร่งความเร็วหน่อยดีกว่า” บอกโดยไม่ละสายตาจากรถคันนั้น
“โอเค” สาวเหนือกดเท้าเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วทันที พอเห็นว่ารถคันนั้นไม่ได้ตามมา สองสาวพลันหันมองตากันอย่างโล่งใจ
ใครจะรู้
จู่ๆ รถคันนั้นพลันเร่งเครื่องตามมาขับมาปาดหน้ารถของพวกเธอในตอนที่เพิ่งวางใจกันนี่ละ!
เอี๊ยดดดดดด
“ว้าย!!”
พวกเธอร้องออกมาอย่างตกใจ ขณะพิชานันท์รีบหักพวงมาลัยรถหลบ แต่เพราะรีบร้อนไป เลยทำรถเสียหลัก เกือบพุ่งตกขอบถนนแล้ว ดีที่เหยียบเบรกทัน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ชญานินได้แต่จับราวเหนือศีรษะเอาไว้แน่น พอทุกอย่างหยุดนิ่ง จึงหันไปถามเพื่อนอย่างเป็นห่วง “ขิงโอเคนะ”
“โอเคอยู่” พิชานันท์พยักหน้าบอกเสียงสั่น หน้าซีดไปหมด ด้วยไม่เคยเจอเหตุอุกอาจอย่างนี้มาก่อน ชญานินกำลังจะเอ่ยปลอบ ก็เหลือบเห็นผู้ชายตัวใหญ่ท่าทางนักเลงโตลงจากรถคันนั้น เดินตรงมาหาพวกตน
“ใครน่ะ ขิงรู้จักไหม”
“รู้จักสิ” สายตาพิชานันท์จ้องคนเดินใกล้เข้ามาวาววับ “นั่นมันลูกน้องของเสี่ยวงศกร คนที่ขิงเคยเล่าให้ฟังว่ามาขอซื้อที่ดินท้ายไร่ไง ไม่รู้มาขับปาดหน้าเราทำไม แต่พวกนี้ไม่ใช่คนดีอะไร นินหยิบปืนของพ่อสินในช่องเก็บของข้างหน้าออกมาไว้เลย กันไว้ดีกว่าแก้”
ไม่รอให้เพื่อนพูดจบ ชญานินเปิดช่องเก็บของคว้าปืนสั้นมาเตรียมพร้อมอย่างคล่องแคล่วทันที เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นตอนที่เธอเอาปืนเหน็บไว้หลังเอวแล้วเอาเสื้อคลุมมาสวมปิดไว้พอดี สองสาวหันหน้าส่งสายตาให้กัน ก่อนพิชานันท์จะสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลดกระจกลงเล็กน้อย พออีกฝ่ายก้มลงมาคุย เธอก็โวยวายอย่างหัวเสีย
“มีอะไร! มาขับรถปาดหน้าแบบนี้ได้ไง ถ้ามีอุบัติเหตุขึ้นจะทำไง!”
“คุณวายุอยากคุยกับคุณพิชานันท์นิดหน่อยครับ”
“วายุ? วายุไหน ไม่รู้จักอะ”
“ลงมาเถอะครับ อย่าให้ต้องใช้กำลังเลย”
“ก็บอกว่าไม่รู้จัก! คนชื่อวายุมีเป็นร้อยเป็นพัน ไปบอกเขาลงมาคุยกับฉันเองสิ ถ้าไม่เห็นหน้าก่อน ฉันไม่ลงไปหรอก!”
พอถูกพิชานันท์ทำมึนขึงตาใส่แบบไม่ยอมง่ายๆ สุดท้ายนักเลงโตก็ได้แต่มองอย่างหงุดหงิดแล้วหันหลังเดินกลับไปที่รถ ชญานินยกนิ้วให้เพื่อนสาวทันที
“เหอะ! พ่อสินไม่ยอม มันเลยจะมาเข้าทางขิงสินะ ฝันไปเถอะ!”
“ตกลงเขาเป็นใครน่ะ” ชญานินนิ่วหน้าถาม
“ลูกชายเสี่ยวงศกรแหละ มีดีแค่หน้าตา นิสัยนี่เลวสุดๆ”
ราวกับจะรู้ว่าพิชานันท์พูดถึงตัวเองอยู่ ชายหนุ่มคนหนึ่งพลันก้าวลงมาจากรถคันนั้นพอดี
“นั่นเขาเหรอ”
สาวตัวเล็กพยักหน้ารับ แววตาจ้องมองคนมาขวางทางอย่างเคร่งเครียด กลางวันแสกๆ แบบนี้ วายุมาขับรถปาดหน้าเธอทำไม คิดจะทำอะไรกันแน่
“งั้นก็ลดสายตาลงหน่อยสิยะ ไม่ต้องหาในนี้ก็ได้ ห้างที่หล่อนเดินตรวจอยู่ทุกวันน่ะ ไฮโซหล่อรวยเดินกันควัก หล่อนก็รู้จักตั้งหลายคน จิ้มๆ เลือกเอาสักคนเหอะ ผู้ชายหล่อๆ รวยๆ บางคนเขาไม่จริงจังเรื่องรักหรอก พาไปให้คุณป๋าเห็นหน้าสักครั้งสองครั้งแล้วเทเลย พวกนี้นะ มีผู้หญิงยาวกว่าหางว่าวอีก"“แล้วทำไมแกไม่หาผู้หญิงสวยๆ ไปหลอกพ่อบ้าง ทำไมต้องให้ฉันหาอยู่คนเดียว!” เพียงรักษ์แหวใส่อย่างหมดความอดทน เวลาสองเดือนที่ได้มา ถูกใช้ไปกับการหาผู้ชายมาเล่นเป็นแฟนมากกว่าครึ่ง แล้วพวกผู้ชายที่พอจะเข้าตาหน่อย ดันถูกใจศิวาหมด แววไม่รอดกรงวิวาห์ลอยมาแต่ไกลเลยเนี่ยคนทำไม่ได้ยิ้มแห้งให้เพื่อน “หล่อนก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ แค่ชะนีอื่นที่ไม่ใช่หล่อนเข้าใกล้ ฉันก็ขนลุกแล้ว”“เฮ้อ! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจบเห่แน่”“เอาน่า ไหนๆ ก็เลือกทางนี้แล้ว เราก็ต้องเดินไปให้ถึงปลายทาง ถ้าหาคนมาแกล้งเป็นแฟนไม่ได้จริงๆ ค่อยไปหาในแอปฯ หาคู่อะไรนั่น”“...”“ถามจริงๆ ทำไมเลือกนัก”“ก็ไม่ถูกใจอะ”
“แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า”“คิดอะไร”“ฉันว่าคนพวกนั้นต้องวางแผนจับตัวรัฐมนตรีคนนั้นแน่ๆ”“เด็กสามขวบยังมองออกเลย” ศิวาว่าพลางมองกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ถูกคุมตัวออกไป แม้พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปดูไปฟังใกล้ๆ เหมือนคุณหญิงคุณนายพวกนั้น แต่สายตาไม่เคยพลาดการเคลื่อนไหวทางนั้นเลย“แล้วแกคิดว่าคนที่กล้าวางแผนใช้งานบริษัทตัวเองเป็นกับดักแบบนี้ จะเอาคุณป๋าฉันอยู่มั้ย?”“หืม นี่หล่อนต้องการจะสื่อว่า?”เพียงรักษ์ละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมามองศิวาตาเป็นประกาย “คุณเมวินต้องเอาคุณป๋าอยู่แน่ๆ”“โอ้!”“ทำไงดีๆ ฉันอยากทำข้อตกลงกับเขาอะ” เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนายหมียักษ์กวนประสาทคนนั้น หากเขาสามารถทำให้คุณป๋าเชื่อได้ เธอก็ยินดีลบบัญชีแค้น!“แรง! บทจะเลือกได้ หล่อนก็เลือกของดีเลยนะชะนี”“บอกที ต้องทำยัง ฉันถึงจะได้เขามาอยู่ในกำมือ”ศิวาไม่ต้องคิดนานก็รู้ว่าค
นักข่าวสายไฮยีน่าไม่รอช้า รีบเข้ารุมล้อมตัวรัฐมนตรีอดิศรทันที เร็วจนการ์ดคนสนิทเข้าขวางไว้ไม่ทัน แสงแฟลชสาดใส่รัวพอๆ กับเสียงซักถาม นักข่าวทุกคนไม่คิดจะปล่อยให้ข่าวนี้หลุดมือ เพราะคนในภาพเป็นถึงรัฐมนตรีใหญ่ แต่กลับมีคลิปหลุดว่าทำผิดกฎหมายเสียเอง ข่าวใหญ่แบบนี้พวกเขาต้องเล่นให้เปรี้ยงข่าวด่วนและพาดหัวข่าวในช่วงดึกของวันต้องมีข่าวนี้ไปลง!“ไม่มีอะไรทั้งนั้น! เจ้าหน้าที่ปิดจอเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมฟ้องพวกคุณแน่! ฟ้องให้หมดเลย!” เสียงตวาดก้องดังมาจากคนที่ถูกล้อมเอาไว้ เขายังหันไปสบตาคนสนิทที่ยืนอยู่นอกวง ไม่นานฝ่ายนั้นก็ถอยห่างออกไป“ท่านคะ ท่าน!"“ชี้แจงด้วยค่ะท่าน!”นักข่าวยังร้องถามเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลบออกไป แต่รัฐมนตรีใหญ่กลับไม่แม้แต่จะหยุดฝ่ากองทัพนักข่าวออกไป“จะรีบไปไหนล่ะครับท่าน”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนรัฐมนตรีเฒ่าจะก้าวเท้าไปถึงประตูห้องจัดงาน การ์ดที่กันนักข่าวอยู่รีบเข้ามาขวางผู้มาใหม่ไว้ ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะอยู่ในชุดบริกร แต่เขาไม่ได้มาแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนอีกหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง“แกเป็นใคร!” นายอดิศรถามเสียงกร้าวทันที และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของคนท
“สวัสดีครับคุณเมวิน”“...” ร่างสูงของคนคิดจะหลบออกไปสูดอากาศหลังเดินทักทายแขกเหรื่อจนเมื่อยขาถอนใจเบาๆ เมื่อมีคนมาทักอีกแล้ว เขากลับไปพร้อมรอยยิ้มบางแบบปั้นแต่ง พอเห็นว่าใครมาทักก็กลายเป็นยิ้มจริงใจทันที “คุณศิวาเองเหรอครับ”“ครับ ผมนึกว่าจะไม่ได้คุยกับคุณเมวินแล้ว”เมวินเอ่ยสีหน้าละมุน “ยังไงต้องขอบคุณที่มาร่วมงานของเรานะครับ”“ยินดีครับ งานดีๆ แบบนี้ผมจะพลาดได้ยังไง”“คุณนงลักษณ์ไม่มาด้วยเหรอครับ คืนนี้เราเอาของสวยๆ งามๆ ออกมาประมูลตั้งหลายชิ้น” เจ้าของงานถามหาเมื่อไม่เห็นมารดาของชายหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วรายนั้นแทบไม่พลาดงานแบบนี้“คุณแม่ไม่สะดวกครับ ผมเลยควงสาวน้อยคนนี้มาแทน” ว่าแล้วศิวาก็ดึงร่างเล็กของเพื่อนรักที่หลบอยู่ข้างหลังออกมาแนะนำกับหนุ่มหล่อตรงหน้า “นี่เพียงรักษ์ เพื่อนสนิทผมครับ”“...” เพียงรักษ์ เวลานี้เธอปั้นหน้าแทบไม่ถูก เมื่อถูกดึงออกมาจ๊ะเอ๋กับชายตรงหน้าดื้อๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้ ตอนแรกเธอยังนึกไม่ออกว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอมาเจอจังๆ แบบนี้ถึงนึกออกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนายหมียักษ์บนเครื่องบินนั่น!“นี่เพื่อนคุณศิวาเหรอครับ” เมวินถามเสียงนุ่ม สายตามองแก้มป
เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือ
สองวันต่อมาชญานินยังอยู่ที่ไร่รุ่งรวินท์ ไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย เพราะเมวินอยากรอดูเรื่องคนร้ายที่หนีไปได้ก่อนวันนั้นหลังจากทำแผลถูกยิงถากๆ ที่หัวไหล่เสร็จ สินธรหารือกับเตชทัตอยู่นานหลายชั่วโมง ด้วยพ่อเลี้ยงหนุ่มต้องการจัดการเสี่ยวงศกรเอง ไม่อยากให้สินธรเข้ามายุ่งอีก สินธรไม่เห็นด้วย คุยกัน
บริเวณป่าห่างจากจุดปะทะกันออกมาไกลพอสมควร ในเวลานี้มันได้กลายเป็นสนามไล่ล่าของพวกตนุภัทรกับพวกเสี่ยวงศกรไปแล้วเมื่อขึ้นรถหลบหนีออกมาได้แบบไม่ทิ้งฝุ่น พวกเสี่ยวงศกรยังนึกกระหยิ่มใจว่าปลอดภัยแล้วแน่ๆใครจะรู้ ยังไปไม่ถึงไหน พลันมีคนสาดกระสุนใส่รถไม่ยั้ง เป็นเหตุให้รถเป๋ไปเป๋มาทันที“รีบลงจากรถ!!” เส
ฝ่ายวงศกรไม่สงสัยอะไร เขายิ้มน้อยๆ ถามสินธร “ไหนล่ะ สัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดิน”พ่อเลี้ยงวัยกลางคนจ้องเสี่ยชั่วอย่างชิงชัง ก่อนหันไปพยักหน้าให้ชาติชาย“ของอยู่นี่”ทุกคนหันไปมองชาติชายที่ชูสัญญาซื้อขายกับโฉนดที่ดินขึ้นเป็นตาเดียว แม้จะยืนห่างกันนับสิบก้าว แต่ฝ่ายเสี่ยใหญ่ก็เห็นว่าหัวกระดาษสองชุดนั่น

![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



