แชร์

บทที่ 6 สุดท้ายก็ยอม6/1

ผู้เขียน: ปีศาจชอนซา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-18 08:05:26

ในเวลานี้ใบหน้าและแววตาของเขมมิกาแฝงไปด้วยร่องรอยของความหมองหม่น ความรักของเธอกับปรเมศได้สิ้นสุดลงแล้ว หญิงสาวยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่ไม่เข้าใจทำไมเขาถึงคิดทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง                                                                                                           

            “เลวมาก! ขนาดยมบาลยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเขียนบัญชีหนังหมาให้กับเขายังไงดี เพราะความผิดที่มีมันมากเกินกว่านรกจะรับได้”               

 เวลานี้เนเน่เริ่มเดือดอยากบุกไปด่าปรเมศถึงบ้านให้หายโง่สักที เธอไม่เข้าใจทำไมเขมมิกาต้องทนอยู่กับคนที่ทำร้ายจิตใจของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ความรักมันบังตาเขมมิกาถึงเพียงนี้เชียวเหรอ      

“เขมเหนื่อยแล้วเนเน่ ในเมื่อเขายอมปล่อยเขมออกมาจากบ้านศิระเมฆา นั่นก็แสดงว่าชีวิตคู่ของเขมกับเขาสิ้นสุดลงแล้ว”                        

“โอเค ฉันเคารพการตัดสินใจของแก แต่เด็กในท้องของแกคือลูกของเขาทั้งคนเลยนะเขม เขาเสียสติไปแล้วรึไง ถึงบอกให้แกเอาเด็กออก!”             

“ฉันจะบอกลูกไปว่าพ่อของเขาได้ตายไปแล้ว ตายไปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองแล้ว”          

“ดี! ในเมื่อเขาไม่ต้องการเด็กคนนี้ ผู้ชายอย่างอาจารย์ปรเมศก็ไม่ควรได้สัมผัสกับคำว่าพ่อ”  

 “ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง เขมก็ไม่มีทางปล่อยให้ลูกคนนี้ต้องลำบาก เขาต้องเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ” เขมมิกาถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อนึกถึงภาพปรเมศกับผู้หญิงคนนั้น ป่านนี้พวกเขาคงดื่มฉลองกันยกใหญ่ คงดีใจที่เขี่ยเธอออกจากชีวิตเขาได้                                                                     

“ร้องออกมาเถอะเขม ฉันเข้าใจแกนะแผลสดยังไงก็เจ็บ ต่อให้ใช้ยาชาทาเอาไว้ มันก็ไม่สามารถต้านทานความเจ็บปวดที่แกกำลังเผชิญได้หรอก สู้ ๆ นะเขม”                                                         

“อืม...  เขมจะเป็นทั้งพ่อและแม่ จะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ปรเมศจะไม่มีวันได้สัมผัสลูกของเขมแม้แต่ปลายเล็บ”              

เนเน่เข้าไปสวมกอดเพื่อนรักเอาไว้เอาไว้แน่น เพราะหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่เขมมิกาถึงจะกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง                                                                             

            //////                                                                                         

เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง ทั้งที่เคยเตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหนกับการลืมใครสักคน                

“เราไปเริ่มต้นกันใหม่นะเขม ผมสัญญาว่าจะเป็นพ่อที่ดี” มาลิคคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว สายตาของเขาฉายแววมุ่งมั่น เขมมิกากลับไม่เห็นด้วย                                                                              

“เขมไม่อยากเอาเปรียบคุณ ในเมื่อเขาเป็นลูกของปรเมศ ก็สู้บอกกับลูกว่าพ่อเขาตายไปแล้วจะดีกว่า”

“คุณยังรักเขาอยู่ใช่ไหมเขม...” น้ำเสียงของมาลิคสั่นเครือเล็กน้อย แววตาของเขาแฝงไปด้วยร่อยรอยของความกระวนกระวายใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ฤดูกาล ไม่อาจเปลี่ยนใจเขมมิกาไปจากปรเมศได้ ทั้งที่เขาทำร้ายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า                                                                  

 ไฉนเลยหญิงสาวถึงได้รักและซื่อสัตว์ต่ออสุรกายร้าย ทั้งที่มาลิคหล่อเหลาและแสนดีไม่ต่างกับเทพบุตรลงมาจุติยังโลกมนุษย์ ทว่าเขมมิกากลับหมางเมินต่อเขาราวกับชายหนุ่มเป็นอากาศธาตุ      

“รักหรือไม่รักก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ เพราะความรักของเขมกับเขาไม่ต่างจากทางเส้นขนาน”

“ผมขอร้อง... เราไปเริ่มต้นกันใหม่นะเขม ผมเตรียมเอกสารให้กับคุณแล้ว อีกไม่กี่วันผมจะพาคุณบินไปเมกา”                                                

“มาลิค... คือเขม...” หญิงสาวเริ่มลังเลใจ หลังจากมาลิคแสดงเจตนาออกมาอย่างเปิดเผย     

“อย่าปฏิเสธความหวังดีผมเลยนะเขม ผมมีเซอไพรส์ใหญ่ให้คุณด้วย รับรองว่าคุณต้องชอบแน่ ๆ ความสัมพันธ์ของเราจะยิ่งแน่นแฟ้น จนไม่อาจแยกจากกันได้ เพราะเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ”   

“ขอบคุณนะคะ ไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้าเขมต้องเจอกับอะไรบ้าง อย่างน้อยก็มีเพื่อนที่ดี เขมจะไม่มีวันลืมว่าคุณกับเนเน่ดีกับเขมมากแค่ไหน และจะจดจำความเลวระยำของผู้ชายคนนั้น...ให้ลึกสุดใจ!”

คราวนี้ดวงตาที่เคยสดใสค่อย ๆ ฉายแววดุจเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ลามเลียหัวใจของเธอที่มันไม่รักดี ต่อให้ใช้เวลาสักกี่ปีก็ต้องลืมผู้ชายอย่างปรเมศให้ได้ ความดีที่เขาเคยทำให้หญิงสาวจำไม่เคยลืม พอ ๆ กับความร้ายกาจที่ขาดเหตุผลของเขา จนนำมาซึ่งหายนะในชีวิตคู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 36 ตอนพิเศษ

    หลายเดือนผ่านไป ดูเหมือนชีวิตของคนเรา มักจะเรื่องให้เซอร์ไพร์สอยู่เสมอเฉกเช่นมินดา ที่กำลังเดินเข้ามาหาชายสูงวัย พลางส่งที่ตรวจครรภ์ให้กับนายปราวิน (เมฆา) ใบหน้าของหล่อนแสดงความดีใจออกมา ราวกับแรงใจแรงกายที่ทุ่มเทลงไปบรรลุตามวัตถุประสงค์ “ท่านไม่ดีใจเหรอคะ ตอนนี้มิ้นต์ท้องได้หกสัปดาห์แล้ว ลูกของเราจะหน้าตาเหมือนใครกันนะ” หล่อนยังคงแสดงความออดอ้อน เล่นละครตามบทที่กำกับเอาไว้ “ผมว่าเด็กคนนี้หน้าตาคงเหมือนคุณมากกว่า ยังไงคงไม่มีทางเหมือนผมแน่นอน” ชายสูงวัยพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด จนมินดาคิดว่ามันแปลก ๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาอยากมีลูกกับหล่อนจนตัวสั่น “ลูกของเราก็ต้องหน้าตาเหมือนเราสิค่ะ” “มินดาคุณแน่ใจเหรอว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของผม” “ทำไม่ท่านตั้งคำถามแบบนี้คะ มิ้นต์เสียใจนะคะ” หล่อนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตา ทว่าอีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงน้ำตาจระเข้ หาความจริ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 35 บทส่งท้าย2

    ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เขมมิกาไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเขาได้เลย เธอไม่รู้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา จะยังคงเป็นผู้ชายคนเดิมที่ต้องการเธอกับลูกอยู่หรือเปล่า “คุณพ่อตัวหอมจัง มิรารักคุณพ่อนะคะ แม่ล่ะ... แม่รักพ่อหรือเปล่าคะ” คำถามที่แสนธรรมดา ทว่าเขมมิกากลับรู้สึกสะเทือนใจ ความรักมันไม่เคยทำร้ายใคร การหมดรักกันต่างหากที่จ้องทำร้ายอีกฝ่าย ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ใช่ตราบใดที่คำว่ารัก ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเขาและเธอ “แม่ไม่เคยหมดรักพ่อเลย เคยรักยังไงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการได้เรียนรู้ที่จะรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ถ้อยคำเหล่านั้นกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่านานแค่ไหนความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงเดิม ///// หลังจากรับประทานมื้อเย็นเสร็จ มิราคุยกับป้าพิกุลถูกคอ เธอเรียกนางว่าคุณย่าจนหญิงสูงวัยยิ้ม

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 34 บทส่งท้าย

    หลายวันผ่านไป ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเอกชล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านมาก จึงทำให้เขมมิกากับลูกสาวเดินทางสะดวกขึ้น กลางวันทำงานกลางคืนเธอมาเฝ้าเขาไม่ห่าง ส่วนมิราบางครั้งก็ค้างกับมาลิคและเนเน่ บางทีก็อยู่เป็นเพื่อนมารดาคอยพูดให้กำลังใจ และยังเล่าเรื่องราวที่เจอมาแต่ละวันให้บิดาฟังด้วยน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าว ความรู้สึกของหญิงสาวเริ่มใจอ่อนยอมอภัยให้เขาแล้ว ทว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศถึงจะฟื้นสักที “คุณนทีเรื่องคดีไปถึงไหนแล้วคะ” หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มออกมาด้วยใบหน้าแฝงไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เธอแทบหมดแรงหลังจากนายแพทย์แจ้งว่า ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศอาจหลับยาว เป็นเดือนหรือปีอยู่ที่กำลังใจหรือบางทีเขาอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้ “ตอนนี้รองอธิการฐานินถูกจับและริบทรัพย์สินทั้งหมด ลูกกับภรรยาของเขาอาจโดนร่างแหไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะครับเขาถูกขังจนลืมอย่างแน่นอน” เพราะหลักฐานมัดตัว ซ้ำยังมีคดีพยา

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 33 มือปืน  

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ปรเมศได้โผล่มาเจอทุกคน ที่กำลังนั่งพักพอดี ซึ่งทำให้เซญ่าดีใจจนยิ้มไม่หุบ “ศาสตราจารย์ไปไหนมาคะเซญ่าเป็นห่วงแทบแย่” “พอดีผมเดินไปสำรวจต้นไม้ที่เพิ่งหามาให้ชาวบ้านปลูกน่ะครับ” “ดีจังเลยค่ะ ชาวบ้านที่นี่โชคดีมากเลยนะคะ ที่มีศาสตราจารย์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก รวมไปถึงผลไม้ทางเศรษฐกิจ” “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คราวนี้เขาพูดพลางกวาดสายตามองหาด็อกเตอร์เขมมิกา ทว่ากลับไม่เจอแม้แต่เงาของเธอ “พักอีกสักห้านาทีนะครับ” เสียงผู้ใหญ่บ้านดังขึ้น “เดี๋ยวก่อนนะครับผู้ใหญ่ ใครเห็นด็อกเตอร์เขมมิกาบ้าง” “ผมก็เห็นเธอเดินตามมาติด ๆ นี่ครับ” “ใช่ค่ะ ด็อกเตอร์เขมมิกาเดินเป็นคนสุดท้ายแล้วเธอหายไปไหน” อาจารย์ผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หรือว่าเธอไปทำธุระส่วนตัว” “ถ้าไปก็ต้องบอ

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 32 เจ็บลึกสุดใจ

    “สวยไหม” “อืม... ก็สวย” “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวผมถ่ายรูปให้” “ฉันไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ” “พูดแบบนี้คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า” “ทำไมฉันต้องหึงคุณด้วยล่ะ ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” “ใจแข็งจัง... อีกนานแค่ไหนคุณจะให้อภัยผม” “คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” “ผมยินดีชดใช้ความผิดนั้นด้วยชีวิต ขอแค่คุณยอมอภัยให้ผม” “ถ้าเทียบกับมิราชีวิตของคุณไม่ได้มีค่ามากพอ” “เขม...” น้ำเสียงตัดพ้อขอความเห็นใจกลับไม่มีผลต่อเขมมิกา “ขอโทษนะคะศาสตราจารย์! ฉันไม่ใช่นักบวชที่จะปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงได้” “ผมเองก็ไม่ใช่นักบุญ”

  • ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก 18++   บทที่ 31 จริงเป็นสิ่งไม่ตาย2

    “ผมกับเขมมิกาเป็นพี่น้องต่างบิดา ส่วนมิราคือหลานสาวที่ผมรักเหมือนลูกแท้ ๆ” “ฮะ!...” ทับทิมถึงกับพูดไม่ออก หล่อนแพ้แล้วแพ้เนเน่ทุกประตู “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอาผู้หญิงคนนี้ไปส่งตำรวจ” “ไม่นะ! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” “คุณเป็นคนปล่อยข่าวผมกับเน่เน่ ภรรยาของผมถูกสังคมตราหน้าว่าแย่งสามีเพื่อนตัวเอง ผมจะดำเนินคดีอย่างที่สุด ให้พ่อของคุณไปเจรจากับตำรวจที่โรงพักเองแล้วกัน” “ปล่อยฉันนะ! พี่เนเน่ช่วยฉันด้วยสิ ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ” เสียงของทับทิมไม่มีผลต่อความรู้สึกของเนเน่เลยสักนิด “ทุกคนจำเอาไว้ ใครก็ตามที่แตะต้องภรรยาของผมได้เจอดีแน่” คำขู่ของท่านประธานหนุ่มทำเอาพนักงานทุกคนก้มหน้าไม่กล้าสบตาคม ซึ่งพร้อมพิฆาตคนคิดร้ายภรรยาของเขา “ขอบคุณนะคะที่คุณปกป้องเนเน่” “คุณคือภรรยาของผมนะที่รัก คราวหลังไม่ต้องไปยอมใครหัดสู้กลับบ้าง ผมพร้อมเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลังคุณตลอดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status