LOGINเสียงนั้นทำเอาหัวใจของนานาหวาดหวั่น ทว่าเสือไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดกางเกงและกางเกงในของตัวเองรูดลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็วลนลานทันทีที่เนื้อผ้าพ้นทาง แก่นกายยาวใหญ่ได้ดีดผงาดออกมารับอากาศบริสุทธิ์ นานาเบิกตากว้างกับภาพน่าเกลียดน่ากลัวตรงหน้า ทว่าร่างกายของเธอที่เสพติดรสกามและซ่อนจริตความร่านอยู่ลึกๆ กลับไม่คิดพยายามจะปัดป้องต่อต้านเลยแม้แต่นิดเดียวนานากระพริบตาปริบๆ ตาแป๋วมองดูท่อนเนื้อและหัวเห็ดบานๆที่กำลังผงกทักทายเธอเป็นจังหวะ“พ่ะ... พี่ไม่ไหวแล้วนานา... ช่ะ… ช่วยพี่หน่อยนะ”เสือเอ่ยปากบอกเสียงสั่นเป็นเจ้าเข้า ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยไฟตัณหา นานาไม่พูดอะไร ทว่าส่งสายตาเซ็กซี่เย้ายวนมองหน้าแฟนคลับหนุ่ม ก่อนจะใช้มือเล็กบอบบางกำรอบด้ามเอ็นแข็งโด่อย่างไม่ลังเล จากนั้นนานาขยับข้อมือเรียวรูดสาวชักว่าวให้เสือทันที“ซี๊ดดด... อ๊ะ อ๊าาา…! มือนานานุ่มมาก” เสือเสียงสั่น ปากสั่นอย่างเสียฟอร์ม หายใจเข้าออกรวดเร็ว ยืนมองหน้านานาสลับกับมองมือเล็กที่ชักว่าวให้เขาเสือครางเสียวลั่นห้องน้ำ ใบหน้าบิดเกร็ง ส่งสายตามองชื่นชมผิวพรรณขาวเนียนและเรือนร่างที่เหลือเพียงชุดชั้นในสีเทาเข้าชุดกัน ก่อนจะวางมือลงบนไ
ไม่กี่นาทีต่อมา…แกร๊ก !เสียงประตูห้องน้ำดึงดูดความสนใจจากชายหนุ่มทันที ไม่รู้ว่าในเวลานี้ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายใครใจเต้นแรงกว่ากัน นานาเดินออกจากห้องน้ำโดยใช้กางเกงยีนส์เอี๊ยมที่ถอดออกมาแล้วปิดกลางร่างกายของตัวเองเอาไว้ สีหน้าแววตาไม่ใช่อาการเหนียมอาย แต่เป็นความทะเล้นซุกซน เสือกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่ก็ยังต้องเล่นบทตากล้องมืออาชีพต่อไป“โอเค พี่ว่ามุมนี้สวย เดี๋ยวเธอยืนตรงนี้นะ” เสือทำเป็นขรึม เหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่นานาอ่านเขาออก เพราะเธอเป็นไอดอล เธอเห็นแฟนคลับเสียอาการมานักต่อนักแล้ว ทว่านานาไม่ได้พูดแซว เธอเพียงแค่ยิ้มขำๆ วางกางเกงเอี๊ยมลงที่โต๊ะ แล้วเดินไปยืนในจุดที่เสือบอก ในสภาพที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเพียงเสื้อชั้นในสีเทากับกางเกงในสีเทาแบรนด์เดียวกันนานาขยับไปยืนอยู่หน้าตู้เย็นตามที่เสือจัดมุมให้ สภาพเรือนร่างของเธอที่ปรากฏต่อสายตาเสือในระยะประชิดคือความเย้ายวนใจอันแสนบริสุทธิ์ทว่าเร่าร้อน เนื้อก้นอวบอิ่มนุ่มแน่นถูกโอบรัดเอาไว้โดยผืนผ้าสีเทาอ่อนของกางเกงในแบรนด์ดัง เนื้อผิวขาอ่อนขาวนวลเนียน ไหนจะสัดส่วนทองคำที่แฟนคลับทั้งชายและหญิงต่างพากันหลงไหลคลั่งไคล้ร่างบางขยับสองมือรวบ
สายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความร่มรื่นของแมกไม้รอบตัวบ้านให้โชยผ่านเข้ามาตรงบริเวณระเบียงชั้นสอง มองออกไปด้านนอกจะเห็นถนนในซอยตัดผ่านหน้าบ้าน ทว่าบรรยากาศเงียบสงัด ไร้ผู้คนหรือรถราแล่นผ่านไปมา เสือขยับกล้องดิจิตอล ก้าวถอยหลังหามุมและทิศทางของแสงอย่างชำนาญ“ดีครับ... เอียงหน้านิดนึง... โอเค”“สวยครับ หนึ่ง… สอง… สาม…”แชะ แชะ แชะนานาขยับร่างกายอย่างรู้มุมสวยของตัวเอง ต่อหน้ากล้องเธอคือมืออาชีพ แต่ในหัวตอนนี้กลับตื่นเต้นระทึกขวัญที่ให้ผู้ชายกดชัตเตอร์ถ่ายภาพร่างกึ่งเปลือยท่อนบนของเธอ จริตความแซ่บที่ซ่อนอยู่สั่งการให้เริ่มทลายความอายทิ้งไปทีละเปราะ เรียวขาสวยขยับเปลี่ยนท่วงท่าไปรอบๆบริเวณราวระเบียงนานายืนหันหน้าเข้าหาเลนส์กล้อง ปล่อยให้แสงสีส้มทองพาดผ่านผิวกาย ก่อนจะขยับเปลี่ยนเป็นท่ายืนหันข้างเพื่อขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ชัดเจนขึ้นในจังหวะถัดมา นานาก้าวขยับขาทั้งสองข้างแยกออกเล็กน้อย เปลี่ยนมายืนวางแขนพาดลงกับราวระเบียง ขยับแผ่นหลังทำการแอ่นสะโพกผายดันบั้นท้ายงอนงามท้าทายสายตาช่างภาพอย่างจงใจร่างกายท่อนบนที่เหลือเพียงเสื้อชั้นในทรงสปอร์ตบราสีเทาแบรนด์ดัง กับสายเอี๊ยมที่ตกลงมาข้างหนึ
ความต้องการท้าทายขอบเขตภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ขับเคลื่อนให้นานาเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้เพียงลำพังในช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ธรรมชาติทอแสงสีส้มทองอุ่นๆ ส่องเฉียงลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาในตัวบ้านอย่างงดงาม“เอ้า… หวัดดีครับน้องนานา...” เสือเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพปนความเป็นกันเอง เพราะเขาเป็นแฟนคลับสายช่างภาพที่ตามถ่ายวงของนานาแทบจะทุกอีเว้นท์ ทำให้เขามีความคุ้นเคยกับน้องในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีท่าทางเขินๆน้องอยู่บ้างเป็นธรรมดาอุปกรณ์ในมือของเสือตอนนี้มีเพียงกล้องดิจิตอลตัวเดียวสำหรับถ่ายภาพแนวพอร์ตเทรต ไม่มีการเซ็ตไฟหรือกางร่มสะท้อนแสงใดๆทั้งสิ้น“รอนานไหมคะ” ใบหน้าสวยหวานของนานาซ่อนความประหม่าและกังวลหน่อยๆ ดวงตาหลุกหลิกมองสำรวจรอบบ้านตามสัญชาตญาณ“ไม่นานเลยครับ พี่เดินดูมุมรอบบ้านไว้คร่าวๆแล้ว สบายใจได้ครับ ที่นี่ส่วนตัวร้อยเปอร์เซ็นต์”เสือปลอบประโลมด้วยท่าทีสุขุม พลางผายมือพานานาเดินขึ้นมาที่ห้องนอนชั้นสอง ซึ่งเปิดหน้าต่างกระจกทิ้งไว้ให้แสงส่องเข้ามาทาบลงบนพื้นไม้นานาถอดหมวกแก๊ปและกระเป๋าถือวางลงบนโต๊ะ ชุดเริ่มต้นที่เธอใส่มาคือเสื้อยืดตัวเล็กรัดรูปสีขาวที่เน้
ซ่า... ซ่า… ซ่า…สายฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคาเรือนไม้สลับกับเสียงใบไม้ไหวโชยมาตามลม ป้านุชหันมองไปยังหน้าต่าง เริ่มมีละอองฝนสาดกระเซ็นเข้ามา แกจึงลุกเดินไปดึงหน้าต่างปิดสนิท การกระทำนั้นส่งผลให้บรรยากาศภายในที่พักมีความเป็นส่วนตัวสุดๆ“ฝนเทลงมาแบบนี้ คืนนี้อากาศคงจะเย็นสบาย” ป้านุชพูดในขณะเดินกลับมาหย่อนก้นนั่งลงที่เดิม“ได้นอนฟังเสียงฝนตกกระทบหลังคาแบบนี้ฟินมากเลย เฮ้อออ… แต่พูดแล้วก็นึกถึงบ้าน” นานาเอ่ยด้วยจังหวะการพูดเนิบนาบ พื้นเพของเธอเป็นคนต่างจังหวัด หลังจากเข้าไปเป็นศิลปินในกรุงเทพ เธอก็แทบไม่มีเวลาว่างเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเลยลุงวิเชียรบีบนวดกดจุดใต้ฝ่าเท้าให้นานา ก่อนจะจับเท้าของเธอลงจากหน้าตัก กลับมาวางที่เบาะตามเดิม ภายในจิตใจของคนพูดไม่เก่งกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก ลุงวิเชียรมองดูรูปร่างหน้าตาที่สะสวยและผิวพรรณที่ดีงามของทั้งนานาและไอริน ผิวเนื้อของพวกเธอเปล่งประกายเกินกว่าชาวบ้านทั่วไป“เอ่ออ… ลุงขอถามอะไรหน่อย… พวกหนูสองคนเนี่ยเป็นดารากันหรือเปล่า?” ลุงวิเชียรถามเสียงสั่นประหม่า แววตาซื่อๆมองหน้านานาสลับกับไอรินไอรินได้ยินคำถามของลุงก็ยิ้มขำขัน เอียงหน้าปรายตาหันมาม
สัปดาห์ต่อมา…สายลมเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านยอดต้นข้าวสีเขียวขจี วิวด้านหน้าของโฮมสเตย์เรือนไม้สไตล์ท้องถิ่นแห่งนี้คือทุ่งนากว้างใหญ่สุดสายตา เงียบสงบ ปลีกวิเวก และห่างไกลจากแสงสีของกรุงเทพมหานครนานาเลือกใช้สถานที่นี้เป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนหย่อนใจ ทว่าเธอไม่ได้มาที่นี่คนเดียว หญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราอีกคนที่มาด้วยกันคือ ไอริน สมาชิกในวงวัย 25 ปี ไอรินเป็นทั้งเพื่อนและพี่สาวคนสนิทของนานา ทั้งสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุข ใช้ชีวิตมาด้วยกันตั้งแต่ช่วงที่เป็นเด็กฝึก“ที่นี่อากาศดีเนอะพี่ไอ หนูไม่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้นานละ” นานาเอ่ยทำลายความเงียบ พลางทิ้งก้นลงนั่งบนชานเรือนไม้ ลมโชยเอากลิ่นดินและกลิ่นต้นข้าวอ่อนๆมาปะทะจมูก ชวนให้ผ่อนคลาย“อืม ได้มาเห็นอะไรแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน ปกติอยู่แต่ห้องซ้อมกับคอนโด อุดอู้แทบตาย ร่างกายกรอบไปหมดทั้งตัวแล้ว” ไอรินเอ่ยด้วยสีหน้าสบายๆ“หนูก็เหมือนกัน เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมากเลย” นานาบ่นพลางทุบต้นขาตัวเองเบาๆ “เออพี่ไอ... หนูเพิ่งเห็นป้ายตรงทางเข้าเมื่อกี้ ที่นี่เขามีบริการหมอนวดท้องถิ่นมานวดให้ถึงห้องพักด้วยนะ พี่สนใจป่ะ?”“พี่เห็นแล้ว เขาเขียน







