LOGIN2-ซูเม่ย
เสียงดนตรีโรงงิ้วที่จ้างมาเล่นดั่งแว่วตลอดเวลาขณะที่แม่สื่อพานางเดินไปยังห้องหอ
เรียวเท้าเล็กสวยงามซอยเท้าตามแรงดันของคนที่พยายามแย่งกันพานางเข้าหอ กระทั่งเข้ามานั่งบนเตียง
“พอ ๆ ก่อน ทุกคนพากันออกไปได้แล้ว ให้เจ้าสาวได้สงบอารมณ์เสียก่อน”
เสียงแม่สื่อไล่พวกอยากรู้อยากเห็น ต้องการเห็นหน้าเจ้าสาวที่ยังนั่งคลุมหน้าบนตั่งสีแดง
“โธ่ พวกข้าเพียงต้องการยลโฉมแม่นางซูเม่ย ว่าจะงดงามสมคำร่ำลือหรือไม่”
“ได้เช่นไรกัน ต้องรอคุณชายมาเปิดผ้าเสียก่อน พวกเจ้าออกไปกันให้หมดได้แล้ว”
จากชายผ้าคลุมที่ซูเม่ยลอบแอบมอง เห็นเท้าแม่สื่อพยายามเดินไปด้านหน้าประตูเพื่อดันผู้คนจำนวนหนึ่งออกไปจากห้อง กระทั่งทุกอย่างเริ่มเงียบเสียงลง
“แม่นางซู หิวหรือไม่”
“ไม่หิว”
“รองท้องเสียหน่อยดีกว่า ประเดี๋ยวคืนนี้ต้องใช้แรงมาก”
“เหตุใดต้องใช้แรงมากกันแม่สื่อ”
“คืนเข้าหอของคุณชายรอง เห็นว่าทางจวนมิได้มีงานมงคลมานาน คงร้างลาสตรี”
ร้างลาสตรี?
“แม่สื่อพูดเช่นนี้ หมายความว่ากระไรกัน”
“เอาเถอะ ๆ ประเดี๋ยวข้าจะให้สาวใช้ส่วนตัวของแม่นางซูนำโจ๊กมาให้รองท้องสักหน่อยแล้วกัน”
ซูเม่ยขมวดคิ้ว น้ำเสียงของแม่สื่อฟังแปลกชอบกลแต่ไม่ทันได้เอ่ยถาม พลันเสียงประตูเปิดออกพร้อมกลิ่นหอมของโจ๊กร้อนทำใหม่
“ซูเจียวหรือ”
“เจ้าค่ะคุณหนู ไม่ใช่สิ บ่าวต้องเรียกคุณหนูว่าฮูหยินแล้ว”
“ฮูหยินอะไรกัน ข้าเพียงแต่งให้คุณชายรองเท่านั้น”
“ถูกแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไปสืบมาเรียบร้อยแล้ว ท่านแม่ของคุณชายรองคือฮูหยินใหญ่ ที่จวนเรียกม่าฮูหยิน”
“ม่าฮูหยิน?”
“เจ้าค่ะ แต่ยังไม่แก่เลยนะเจ้าค่ะ อายุเพียงสักสี่สิบกว่าเท่านั้น ฮูหยินเปิดผ้าคลุมหน้าก่อนนะเจ้าค่ะ”
ซูเม่ยค่อยหายใจโล่งเมื่อซูเจียวเปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงของเจ้าสาวออก ก่อนพยุงร่างของนางไปยังโต๊ะเล็กตรงกลางห้อง
“ทานเสียก่อนเจ้าค่ะ คงอีกนานกว่าคุณชายรองจะมา”
แม้ว่าซูเม่ยจะยังไม่หิวด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อพอได้ตักโจ๊กเข้าปากกลับพบว่าตัวนางเองหิวโซเสียจนตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว
“อืม โจ๊กของที่นี่อร่อยยิ่งนัก”
“เจ้าค่ะ คุณหนูเจ้าคะ บ่าวสืบได้อีกว่า ฮูหยินของคุณชายใหญ่เสียชีวิตลงแล้วเจ้าค่ะ ไล่เลี่ยกันกับนายท่านหลี่”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจึงถูกเรียกว่าฮูหยินเช่นนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ บ่าวไม่ใคร่เข้าใจนัก แต่พวกบ่าวต่างเรียกคุณหนูว่าฮูหยินหลี่เจ้าค่ะ”
“คงมิมีกระไรหรอกซูเจียว เรียกฮูหยินหลี่คงถูกต้องแล้ว ในเมื่อข้าเป็นฮูหยินของคุณชายรองตระกูลนี้”
“เจ้าค่ะ”
“เก็บเถอะ ข้าอิ่มแล้ว ประเดี๋ยวข้าต้องไปนั่งรอบนเตียงเช่นเดิมใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
ซูเม่ยยิ้มเอียงอายอย่างเด็กสาว เดินกลับไปยังเตียงตั่งใหญ่ยิ่งนัก และแข็งแรง นางสังเกตว่าเป็นเตียงแบบสี่เสาและมีขื่อด้านบนเตียงทั้งสี่ด้าน พาดผ้าม่านสีแดงสดประดับโดยรอบด้วยโคมสีแดงเช่นกัน
“ฮูหยินคลุมผ้านะเจ้าคะ”
“อืม”
ซูเม่ยพยักหน้ารับ เมื่อนางได้รับประทานโจ๊กร้อนลงท้อง หนังตานางจึงเริ่มหย่อน เพียงคลุมผ้าลงไม่นานทั้งภายในห้องหอเงียบสงบ นางจึงเริ่มนั่งสัปหงกอีกครั้งเพราะความเหนื่อยอ่อน
32- บทส่งท้าย จบบริบูรณ์“ฮูหยินเจ้าคะ”นางเอี้ยวตัวกลับไปยังซูเจียวขณะที่โน้มร่างลงตัดกิ่งดอกกุหลาบ กลิ่นหอมยิ่งที่นางสั่งให้คนรับใช้ทำแปลงปลูกไว้ระหว่างเรือนหลักและเรือนของนาง“ให้บ่าวทำแทนเถอะเจ้าค่ะ ต้องพาคุณหนูไปคารวะม่าฮูหยินแล้ว”นางผินหน้าไปทางบุตรชาย หลี่เหยียน วัยเพียงขวบกว่ากำลังยืนนิ่งข้างแม่นมประจำตระกูลเสียงประทัดวันขึ้นปีใหม่จากเรือนข้างเคียงกลางตลาดดังระงมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดฟ้าไม่ทันสางนางเดินไปหาบุตรชายแล้วจับมือเล็กไว้พาเดินไปยังเรือนหลัก“วันนี้อาเหยียนเป็นเด็กดีนะ ห้ามดื้อรู้ไหม”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความฉลาดเฉลียวของเจ้าตัวเล็กหรือเพราะเป็นเด็กไร้เดียงสาจึงส่งเสียงอืออายังไม่เป็นคำนักราวกับขานรับคำสั่งของท่านแม่ซูเม่ยยิ้มออกมาแล้วส่งมือบุตรชายให้แม่นมเมื่อเดินขึ้นบันไดถึงโถงด้านหน้าวันนี้นางสวมชุดสีแดงลายมังกรเขียว สัญลักษณ์พลังหยิน และท่านแม่ ม่าฮูหยินก็สวมใส่แบบเดียวกัน“ท่านแม่”
31 กลับมาแขวนโคมแรก nc 25+ข้อนิ้วแกร่งร้อนไถลถูข้างแก้มนวลนุ่มของนาง กลิ่นอำพันเฉพาะตัวของเขาชัดเจนขึ้นในคืนนี้ เหตุใดนางจึงไม่สังเกตถึงสิ่งนี้มาก่อน เขาใช้กลิ่นถุงหอมแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นนิ้วเขาลูบเลยลงริมฝีปากบางกระจับเล็ก ไล้แผ่วเบาแล้วล้วงนิ้วเข้าไปในปากมีเสียงลมหายใจชัดขึ้น แรงขึ้นคล้ายอาการสะกดกลั้น ไอร้อนแกร่งขยับเข้าใกล้เมื่อเขานั่งคร่อมตั่งไม้แล้วยกขาของนางพันรอบเอวสอบไว้ ขยับโน้มหน้าลงใกล้นับครั้งได้เลยว่าชายไร้หน้าด้านบนนี้จุมพิตนางกี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเท่านั้น หากแต่จูบที่นางได้รับค่ำนี้กลับหนักหน่วงดุดัน เขากดริมฝีปากหนาลงแน่นล้วงลิ้นชอนไชกวาดไล้ เซาะไรฟันราวต้องการนับซี่ของมันว่ามีกี่ซี่นางได้ยินเสียงน้ำลาย เสียงจูบบดเบียด เสียงเนื้อเสียดสี เขากอบกุมหน้าอกเนินทรวง นี่นับว่าเป็นครั้งแรกเช่นกันเพราะทุกครั้งนางนอนคว่ำหน้ามาตลอดเขากุมแน่นคลึงขยำอย่างพอใจด้วยแรงชายและมือหยาบผิดไปจากพี่น้องคนอื่นบุรุษผู้นี้ยังไม่ยอมปล่อยริมฝีปากออก ประโลมจูบต่อเนื่องย
30-กลับมาแขวนโคมแรก“ฮูหยิน”ซูเม่ยพยุงร่างลุกขึ้นจากเตียงนอน เมื่อเย็นนี้มีสาวใช้นำอาหารใส่ถาดยกมาให้ถึงจวน นางมิต้องไปนั่งทานร่วมกับผู้อื่นให้กระอักกระอ่วนใจ ค่ำนี้นางต้องแขวนโคมเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“ผู้คุ้มกฎ”“เปลื้องอาภรณ์เถิดเจ้าค่ะ น้ำร้อนได้ที่แล้ว”นางมองไปยังฉากกั้นอาบน้ำ กลิ่นกุหลายน้ำมันระเหยลอยคลุ้งจึงลุกขึ้นเดินเข้าสู่มุมเล็กข้างอ่างพลันได้ยินเสียงลากของหนักเข้ามา“นั่นเตียง เหตุใดวันนี้จึงใช้ตั่งเอนนอน”“คุณชายกำชับมาเจ้าค่ะ”พี่ใหญ่งั้นหรือ ตามปกติหากเป็นวันนี้นางต้องนอนคว่ำหน้าบนเตียงมิใช่หรือนางเก็บความสงสัยไว้กับตัวแล้วหย่อนร่างลงน้ำผ่อนคลายความตึงเครียด“วันนี้น้ำหอมมาก”“เจ้าค่ะ คุณชายกำชับมาให้ผสมสมุนไพรบางชนิด ร่างกายจะได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น”เขาช่างใส่ใจยิ่งนางลอยคอขัดตัวอยู่เป็นครู่จึงได้ลุกขึ้นจากน้ำ ร่างเปล่าเปลือยอรชรตัวชุ่มน้ำไหลลงเป็นทา
29-แต่งงานหมู่ซูเม่ยนอนหลับไม่สนิทมาตลอดคืน พลิกซ้ายขวาลืมตา บ้างผล็อยหลับไปบ้าง นับจากสิบส่วนแล้วนางได้นอนไปเพียงสามส่วนเท่านั้น จึงทำให้เช้ามาดวงตาจึงดำคล้ำยิ่งนัก“ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ ดูสิขอบดวงตาดำ”“ข้านอนไม่หลับ”ซูเม่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา นางยังไม่กล้าบอกซูเจียวถึงเรื่องที่นางได้เจอมาเมื่อคืนฮูหยินคนก่อนของพี่ใหญ่ลักลอบได้เสียเป็นชู้กับพ่อสามีตัวเองจนตั้งท้อง ผิดกฎร้ายแรงจนถูกจับใส่ตะกร้าถ่วงน้ำ ส่วนท่านพ่อถูกขังไว้ยังเรือนร้างหลังจวน ยังดีตรงที่ลูกชายได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี แต่ป่านนี้นางเองยังไม่เคยเจอพบเห็นหน้าเลยแม้สักครั้งเดียว“ซูเจียว”“เจ้าคะ”ซูเจียววางถ้วยโจ๊กร้อนบนโต๊ะตรงหน้า ยืนรอฟังคำสั่งจากฮูหยิน“เจ้าเคยได้ยินเรื่องแต่งงานหมู่หรือไม่”“แต่งงานหมู่ เป็นแบบใดเจ้าคะ”“แบบเมียเดียวในหมู่พี่น้องผู้ชาย”“ฮูหยินนั่นมันบ้านนอกมากนะเจ้าคะ
28-ความลับถูกเปิดเผย“ฮูหยิน ทำไมวันนี้เร็วนักเจ้าคะ”“ข้าอิ่มแล้ว กลับเรือนกันเถอะ”“เจ้าค่ะ”ขณะที่เดินไปตามทางใกล้ถึงเรือนของตัวเองพลันสังเกตเห็นเรือนม่าฮูหยินกำลังแขวนโคมแดง“แขวนแต่หัวค่ำเลย”“นั่นสิเจ้าคะ”“ข้าว่าจะขอแอบไปดูเสียหน่อย”“ฮูหยิน ท่านกำลังทำผิดกฎ”“ผิดกฎ ค่ำนี้ข้าได้ยินค่ำนี้จนน่าเอือมระอา ผิดกฎ ทุกเรื่องที่ข้าทำล้วนผิดกฎ หากข้าไม่ยอมแขวนโคมก็ผิดกฎ หากข้าไปแอบดูผู้อื่นก็ผิดกฎ เถียงพี่ใหญ่ก็ไม่ได้คงผิดกฎเช่นกัน”“ฮูหยิน”ซูเม่ยทอดถอนใจเมื่อได้ยินเสียงอ่อนแรงของสาวใช้“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่ไปก็ได้ กลับเรือนเถอะเจ้าจะได้ไปพักผ่อน”“ฮูหยินไม่ให้บ่าวนอนด้วยแล้วหรือเจ้าคะ”“ตามใจเจ้าแล้วกัน”“ถ้าเช่นนั้นบ่าวนอนหน้าประตูก็ได้เจ้าค่ะ”ซูเม่ยเพียงพยักหน้าแล้วรีบเดินเข้าเรือน แต่ในใจนั้นวางแผนไว้แล้ว
26-ศพข้างทะเลสาบเพียงนางเพ่งมองให้ดีพลันจำได้ว่าสิ่งที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบคือผู้คุ้มกฎ นางจำได้จากเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์สีเข้มไร้ลวดลาย และที่จวนตระกูลหลี่แห่งนี้มีแต่พวกนางที่สวมชุดสีนี้“ฮูหยิน ฮูหยิน”ขาเล็กเรียวของนางสั่นเทาจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้นน้ำตาไหลรินด้วยความกลัว ดวงตารีดั่งหงส์ยังไม่อาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้แม้ว่าซูเจียวจะพยายามเหนี่ยวรั้งฉุดดึงลำตัวอ่อนระทวยของนางขึ้น“ฮูหยินไปก่อนเจ้าค่ะ ฮูหยินตั้งสติเจ้าค่ะ”นางได้ยินเสียงซูเจียวสั่นเทาเช่นกันแต่ยังคงสติไว้ครบถ้วนมากกว่านาง มองดวงหน้าเล็กของสาวรับใช้คนสนิทผ่านม่านน้ำตา ปากนางสั่นระริกจนถึงกับฟันกระทบกัน“พวกนาง พะ พวกนาง”“ไปก่อนเจ้าค่ะ แล้วเรียกคนมาดู อาจเป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ”“ม่ะ ไม่ ไม่ใช่อุบัติเหตุ ข้ารู้ เพราะพวกนางทำพลาด ข้ารู้”“แข็งใจนะเจ้าคะ ลุกขึ้นเดินไปให้ถึงเรือนเจ้าค่ะ”ซูเม่ยถูกซูเจียวฉุดให้ลุกขึ้นยืนจนได้ นางพยายามก้าวขาตามแรงดึงของซูเจียวไม