เข้าสู่ระบบ3-เหล้ามงคล
แอ๊ด!!
เสียงเปิดประตูห้องหอทำให้ซูเม่ยสะดุ้งตื่น มองพื้นด้วยความสับสน นางมองไม่เห็นว่าห้วงเวลานี้เวลาใดแล้ว เห็นเพียงแสงสีแดงจากโคมมงคลสาดส่องกระทบพื้นไม้เบื้องล่างใต้เท้านาง
“ซูเม่ย”
เสียงทุ้มพร่าดังขึ้นพร้อมชายผ้าสีแดงของบุรุษเดินเข้ามาในคลองจักษุที่นางมองต่ำยังเบื้องล่าง
ซูเม่ยไม่เอ่ยตอบ เพียงก้มหน้านิ่งเอียงอาย นางรับรู้ว่าตอนนี้คงเป็นเวลาเปิดผ้าคลุมหน้า
“เจ้ามิพูดกระไรเลย”
“ข้า ข้า อาย”
นางมองชายผ้าสีแดงเดินหายไปทางโต๊ะกลาง คิ้วเรียวขมวดมุ่น
ไยคุณชายรองมิเปิดผ้าคลุมหน้า
ซูเม่ยได้ยินเสียงรินเหล้ามงคลลงจอกเล็กหลายจอกราวกับมีคนรวมดื่มเหล้ามงคลนี้หลายคน ก่อนจะเห็นมือแกร่งยื่นเหล้ามายังใต้ผ้าคลุม
“ดื่มเหล้ามงคลเถิดซูเม่ย”
“ท่านพี่ ไม่เปิดผ้าคลุมหน้าก่อนหรือเจ้าคะ”
“ยังไม่ถึงเวลา”
นางรับจอกเหล้ายกดื่มแล้วส่งคืนให้คุณชายรอง จากนั้นจึงได้รู้สึกถึงไออุ่นจากชายร่างแกร่งด้านข้าง
“ข้าจะเปิดผ้าเจ้า แต่เจ้าต้องหลับตา”
“เหตุใดข้าต้องหลับตาด้วยเจ้าคะท่านพี่”
“มันเป็นกฎระเบียบของตระกูลหลี่ เจ้าสาวคืนเข้าหอต้องหลับตา”
“หลับตางั้นหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว เมื่อเจ้าหลับตา ข้าจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าแล้วนำผ้าสีแดงผูกตาเจ้าไว้”
“เหตุใดกัน มิมีผู้ใดบอกกล่าวแก่ข้าเรื่องนี้มาก่อน”
“เพราะมันเป็นระเบียบเฉพาะคนในตระกูลเท่านั้น มิมีผู้อื่นล่วงรู้ เจ้าต้องรับปากข้าก่อนว่าจะหลับตา”
“เจ้าค่ะ”
ซูเม่ยเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจนัก นางหลับตาแล้วพลันรู้สึกถึงสายลมพัดแผ่วเบาเมื่อหลี่เจิ้งยกชายผ้าคลุมออกจากใบหน้า
“อยู่นิ่ง ๆ นะ ข้าจะผูกตาเจ้าด้วยผ้าไหมสีแดง”
ความเรียบลื่นและเย็นของผ้าไหมพาดบนดวงตาที่ปิดสนิทยามหลี่เจิ้งคาดลงรอบแล้วมัดไว้ด้านหลัง
“เป็นไงบ้างน้องหญิง เจ้ามองเห็นสิ่งใดหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ แล้วข้าต้องคาดเช่นนี้ถึงเมื่อไรกันเจ้าคะ”
“ถึงยามเช้า”
“ยามเช้า”
“ตระกูลหลี่มีกฎระเบียบเคร่งครัดนักน้องหญิง เจ้าต้องทำตามกฎทุกกระเบียด ต่อไปข้าจะช่วยเจ้าเอาเครื่องหัวออกเสียก่อนนะ”
“เจ้าค่ะ แล้วเหตุใดไม่ให้ซูเจียว สาวใช้ของข้าเข้ามาช่วยหรือเจ้าคะ มิต้องให้ท่านพี่ทำงานเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ”
“ข้าให้สาวใช้เจ้ากลับห้องไปแล้ว มาเถิดข้าจะเอาเครื่องหัวออกให้ จะได้สบายตัว”
ซูเม่ยนั่งนิ่งขณะที่หลี่เจิ้งคุกเข่าบนตั่งเตียงชะโงกตัวด้านบน ดึงปิ่นมากมายทำจากเนื้อหยกชั้นดี และยังสร้อยไข่มุกพันร้อยรัดจนรอบ ปลดผมออกจากกันสยายลง
“ผมเจ้าสวยงามมากน้องหญิง”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ น้องเองอยากชมท่านพี่เหลือเกิน แต่คงทำไม่ได้ เพราะน้องยังมิเคยเห็นหน้าท่านพี่มาก่อน”
“เจ้านี่ พูดจาตลกดีนะ”
“ตลกอันใดเจ้าคะ เรามิเคยพบเห็นหน้ากันมาก่อน แม้กระทั่งกำลังเข้าหอ ยังมิให้ข้าได้เห็นหน้าสามีของข้า แล้วท่านคิดว่าข้าจะรู้สึกเช่นไรเจ้าคะ”
มือแกร่งเลื่อนขึ้นมายังลำคอลูบไล้ผิวขาวนวลที่โผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อ
“ตื่นเต้นเช่นไรเล่าน้องหญิง เจ้าจักตื่นเต้นยิ่งนัก เจ้าจักมิรู้ได้ว่าใช่ข้าหรือไม่ที่ร่วมหอกับเจ้า”
“ท่านพี่!!”
“ฮ่า ฮ่า ข้ามิแกล้งเจ้าแล้ว เป็นข้าหลี่เจิ้งตัวจริง เจ้าไม่ต้องกลัวไป หากไม่ใช่ข้า ป่านนี้พวกแม่สื่อต้องออกเที่ยวตามหาเพื่อพามาส่งยังหอแห่งนี้แล้ว”
ซูเม่ยค่อยผ่อนลมหายใจออกมาแล้วนิ่งอึ้งไปเมื่อรู้สึกได้ว่ามืออุ่นขยับเสื้อคลุมสีแดงด้านนอกออก
“ท่านพี่!”
“ข้าจะถอดเสื้อของเจ้าออกให้เสียก่อน นั่งนิ่ง ๆ นะน้องหญิง”
ซูเม่ยก้มหน้านิ่ง ตัวสั่นเบายามรู้สึกถึงมือร้อนเลื่อนเสื้อคลุมตัวนอกออกจากลำแขน นางได้ยินเสียงวางสาบเสื้อลงด้านข้างลำตัว จากนั้นความเย็นจึงต้องผิวกาย
“ท่านพี่ ท่านถอดเสื้อข้าแล้ว”
“ใช่แล้วน้องหญิง ตู้โตวเจ้างดงามมาก เจ้าปักเองหรือ”
“จะ เจ้าค่ะ พอแม่สื่อมาถึงบ้าน ท่านแม่จึงได้เคี่ยวกรำข้าให้ปักออกมา นัยว่าจะทำให้สามีพึงพอใจยิ่งในวันเข้าหอ”
“เป็นอย่างที่แม่เจ้าว่า ลายนกกระเรียนคู่บนยอดถันทั้งสองข้าง ถูกใจข้ายิ่ง”
นางขดตัวหนีแต่ไม่ทันเมื่อมือร้อนปลดตู้โตวตัวบนออกแล้วได้ยินเสียงสูดลมหายใจ
32- บทส่งท้าย จบบริบูรณ์“ฮูหยินเจ้าคะ”นางเอี้ยวตัวกลับไปยังซูเจียวขณะที่โน้มร่างลงตัดกิ่งดอกกุหลาบ กลิ่นหอมยิ่งที่นางสั่งให้คนรับใช้ทำแปลงปลูกไว้ระหว่างเรือนหลักและเรือนของนาง“ให้บ่าวทำแทนเถอะเจ้าค่ะ ต้องพาคุณหนูไปคารวะม่าฮูหยินแล้ว”นางผินหน้าไปทางบุตรชาย หลี่เหยียน วัยเพียงขวบกว่ากำลังยืนนิ่งข้างแม่นมประจำตระกูลเสียงประทัดวันขึ้นปีใหม่จากเรือนข้างเคียงกลางตลาดดังระงมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดฟ้าไม่ทันสางนางเดินไปหาบุตรชายแล้วจับมือเล็กไว้พาเดินไปยังเรือนหลัก“วันนี้อาเหยียนเป็นเด็กดีนะ ห้ามดื้อรู้ไหม”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความฉลาดเฉลียวของเจ้าตัวเล็กหรือเพราะเป็นเด็กไร้เดียงสาจึงส่งเสียงอืออายังไม่เป็นคำนักราวกับขานรับคำสั่งของท่านแม่ซูเม่ยยิ้มออกมาแล้วส่งมือบุตรชายให้แม่นมเมื่อเดินขึ้นบันไดถึงโถงด้านหน้าวันนี้นางสวมชุดสีแดงลายมังกรเขียว สัญลักษณ์พลังหยิน และท่านแม่ ม่าฮูหยินก็สวมใส่แบบเดียวกัน“ท่านแม่”
31 กลับมาแขวนโคมแรก nc 25+ข้อนิ้วแกร่งร้อนไถลถูข้างแก้มนวลนุ่มของนาง กลิ่นอำพันเฉพาะตัวของเขาชัดเจนขึ้นในคืนนี้ เหตุใดนางจึงไม่สังเกตถึงสิ่งนี้มาก่อน เขาใช้กลิ่นถุงหอมแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นนิ้วเขาลูบเลยลงริมฝีปากบางกระจับเล็ก ไล้แผ่วเบาแล้วล้วงนิ้วเข้าไปในปากมีเสียงลมหายใจชัดขึ้น แรงขึ้นคล้ายอาการสะกดกลั้น ไอร้อนแกร่งขยับเข้าใกล้เมื่อเขานั่งคร่อมตั่งไม้แล้วยกขาของนางพันรอบเอวสอบไว้ ขยับโน้มหน้าลงใกล้นับครั้งได้เลยว่าชายไร้หน้าด้านบนนี้จุมพิตนางกี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามเท่านั้น หากแต่จูบที่นางได้รับค่ำนี้กลับหนักหน่วงดุดัน เขากดริมฝีปากหนาลงแน่นล้วงลิ้นชอนไชกวาดไล้ เซาะไรฟันราวต้องการนับซี่ของมันว่ามีกี่ซี่นางได้ยินเสียงน้ำลาย เสียงจูบบดเบียด เสียงเนื้อเสียดสี เขากอบกุมหน้าอกเนินทรวง นี่นับว่าเป็นครั้งแรกเช่นกันเพราะทุกครั้งนางนอนคว่ำหน้ามาตลอดเขากุมแน่นคลึงขยำอย่างพอใจด้วยแรงชายและมือหยาบผิดไปจากพี่น้องคนอื่นบุรุษผู้นี้ยังไม่ยอมปล่อยริมฝีปากออก ประโลมจูบต่อเนื่องย
30-กลับมาแขวนโคมแรก“ฮูหยิน”ซูเม่ยพยุงร่างลุกขึ้นจากเตียงนอน เมื่อเย็นนี้มีสาวใช้นำอาหารใส่ถาดยกมาให้ถึงจวน นางมิต้องไปนั่งทานร่วมกับผู้อื่นให้กระอักกระอ่วนใจ ค่ำนี้นางต้องแขวนโคมเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“ผู้คุ้มกฎ”“เปลื้องอาภรณ์เถิดเจ้าค่ะ น้ำร้อนได้ที่แล้ว”นางมองไปยังฉากกั้นอาบน้ำ กลิ่นกุหลายน้ำมันระเหยลอยคลุ้งจึงลุกขึ้นเดินเข้าสู่มุมเล็กข้างอ่างพลันได้ยินเสียงลากของหนักเข้ามา“นั่นเตียง เหตุใดวันนี้จึงใช้ตั่งเอนนอน”“คุณชายกำชับมาเจ้าค่ะ”พี่ใหญ่งั้นหรือ ตามปกติหากเป็นวันนี้นางต้องนอนคว่ำหน้าบนเตียงมิใช่หรือนางเก็บความสงสัยไว้กับตัวแล้วหย่อนร่างลงน้ำผ่อนคลายความตึงเครียด“วันนี้น้ำหอมมาก”“เจ้าค่ะ คุณชายกำชับมาให้ผสมสมุนไพรบางชนิด ร่างกายจะได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น”เขาช่างใส่ใจยิ่งนางลอยคอขัดตัวอยู่เป็นครู่จึงได้ลุกขึ้นจากน้ำ ร่างเปล่าเปลือยอรชรตัวชุ่มน้ำไหลลงเป็นทา
29-แต่งงานหมู่ซูเม่ยนอนหลับไม่สนิทมาตลอดคืน พลิกซ้ายขวาลืมตา บ้างผล็อยหลับไปบ้าง นับจากสิบส่วนแล้วนางได้นอนไปเพียงสามส่วนเท่านั้น จึงทำให้เช้ามาดวงตาจึงดำคล้ำยิ่งนัก“ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรเจ้าคะ ดูสิขอบดวงตาดำ”“ข้านอนไม่หลับ”ซูเม่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา นางยังไม่กล้าบอกซูเจียวถึงเรื่องที่นางได้เจอมาเมื่อคืนฮูหยินคนก่อนของพี่ใหญ่ลักลอบได้เสียเป็นชู้กับพ่อสามีตัวเองจนตั้งท้อง ผิดกฎร้ายแรงจนถูกจับใส่ตะกร้าถ่วงน้ำ ส่วนท่านพ่อถูกขังไว้ยังเรือนร้างหลังจวน ยังดีตรงที่ลูกชายได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี แต่ป่านนี้นางเองยังไม่เคยเจอพบเห็นหน้าเลยแม้สักครั้งเดียว“ซูเจียว”“เจ้าคะ”ซูเจียววางถ้วยโจ๊กร้อนบนโต๊ะตรงหน้า ยืนรอฟังคำสั่งจากฮูหยิน“เจ้าเคยได้ยินเรื่องแต่งงานหมู่หรือไม่”“แต่งงานหมู่ เป็นแบบใดเจ้าคะ”“แบบเมียเดียวในหมู่พี่น้องผู้ชาย”“ฮูหยินนั่นมันบ้านนอกมากนะเจ้าคะ
28-ความลับถูกเปิดเผย“ฮูหยิน ทำไมวันนี้เร็วนักเจ้าคะ”“ข้าอิ่มแล้ว กลับเรือนกันเถอะ”“เจ้าค่ะ”ขณะที่เดินไปตามทางใกล้ถึงเรือนของตัวเองพลันสังเกตเห็นเรือนม่าฮูหยินกำลังแขวนโคมแดง“แขวนแต่หัวค่ำเลย”“นั่นสิเจ้าคะ”“ข้าว่าจะขอแอบไปดูเสียหน่อย”“ฮูหยิน ท่านกำลังทำผิดกฎ”“ผิดกฎ ค่ำนี้ข้าได้ยินค่ำนี้จนน่าเอือมระอา ผิดกฎ ทุกเรื่องที่ข้าทำล้วนผิดกฎ หากข้าไม่ยอมแขวนโคมก็ผิดกฎ หากข้าไปแอบดูผู้อื่นก็ผิดกฎ เถียงพี่ใหญ่ก็ไม่ได้คงผิดกฎเช่นกัน”“ฮูหยิน”ซูเม่ยทอดถอนใจเมื่อได้ยินเสียงอ่อนแรงของสาวใช้“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่ไปก็ได้ กลับเรือนเถอะเจ้าจะได้ไปพักผ่อน”“ฮูหยินไม่ให้บ่าวนอนด้วยแล้วหรือเจ้าคะ”“ตามใจเจ้าแล้วกัน”“ถ้าเช่นนั้นบ่าวนอนหน้าประตูก็ได้เจ้าค่ะ”ซูเม่ยเพียงพยักหน้าแล้วรีบเดินเข้าเรือน แต่ในใจนั้นวางแผนไว้แล้ว
26-ศพข้างทะเลสาบเพียงนางเพ่งมองให้ดีพลันจำได้ว่าสิ่งที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบคือผู้คุ้มกฎ นางจำได้จากเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์สีเข้มไร้ลวดลาย และที่จวนตระกูลหลี่แห่งนี้มีแต่พวกนางที่สวมชุดสีนี้“ฮูหยิน ฮูหยิน”ขาเล็กเรียวของนางสั่นเทาจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้นน้ำตาไหลรินด้วยความกลัว ดวงตารีดั่งหงส์ยังไม่อาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้แม้ว่าซูเจียวจะพยายามเหนี่ยวรั้งฉุดดึงลำตัวอ่อนระทวยของนางขึ้น“ฮูหยินไปก่อนเจ้าค่ะ ฮูหยินตั้งสติเจ้าค่ะ”นางได้ยินเสียงซูเจียวสั่นเทาเช่นกันแต่ยังคงสติไว้ครบถ้วนมากกว่านาง มองดวงหน้าเล็กของสาวรับใช้คนสนิทผ่านม่านน้ำตา ปากนางสั่นระริกจนถึงกับฟันกระทบกัน“พวกนาง พะ พวกนาง”“ไปก่อนเจ้าค่ะ แล้วเรียกคนมาดู อาจเป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ”“ม่ะ ไม่ ไม่ใช่อุบัติเหตุ ข้ารู้ เพราะพวกนางทำพลาด ข้ารู้”“แข็งใจนะเจ้าคะ ลุกขึ้นเดินไปให้ถึงเรือนเจ้าค่ะ”ซูเม่ยถูกซูเจียวฉุดให้ลุกขึ้นยืนจนได้ นางพยายามก้าวขาตามแรงดึงของซูเจียวไม