Share

ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่
ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่
Author: ซิงฉือ

บทที่ 1

Author: ซิงฉือ
ผมตาสว่างขึ้นมาทันที

แล้วก็พบว่าคนที่พูดกับผมไม่ใช่พ่อ แต่เป็นระบบ

มันบอกว่าตอนที่พ่อจากไปได้ทิ้งโอกาสไว้ให้ผม หากผมเต็มใจก็สามารถไปอยู่โลกเดียวกับพ่อได้

ผมย่อมเต็มใจอยู่แล้ว

ทว่าพอคำพูดมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก กลับกลืนมันลงไป

ผมถามระบบ “กลับไปอยู่กับพ่อจะดีกว่าตอนนี้ไหมครับ ถ้าเขารักผม แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่พาผมไปด้วยล่ะ”

ระบบบอกผมว่าพ่อรับภารกิจนี้ เพราะย่าป่วยหนัก เขาอยากช่วยย่าถึงได้มายังโลกใบนี้

พ่อในโลกนั้นเป็นเพียงนักศึกษาปีสอง การรักษาย่าทำให้เขาใช้เงินเก็บหมดเกลี้ยง แถมบ้านยังมีหนี้สิน

ตอนนั้นแม่ทั้งสี่คนให้สัญญาว่าไม่ว่าผมจะเป็นลูกของใคร พวกเธอจะดูแลผมราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ขอเพียงแค่พ่อทิ้งผมไว้ให้เป็นตัวแทนความคิดถึง

ความรักของพ่อแม่ย่อมมองการณ์ไกลเพื่ออนาคตของลูก

พ่อไม่อยากให้ผมต้องไปตกระกำลำบากด้วยกันจึงทิ้งผมไว้ที่นี่

“เสี่ยวซือ” ระบบพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังลูบหัวผม “หลายปีมานี้พ่อของเธอรอเธอมาตลอด เขาไม่ได้หาแฟนใหม่ หรือแต่งงานกับใคร เขาซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ แล้วก็เอาแต่รอเธอ เธอเต็มใจไปหาเขาไหม”

ผมพยักหน้า

ระบบถอนหายใจอย่างโล่งอก มันบอกว่าขอเพียงแค่ร่างกายนี้ตายลง ผมก็จะได้เจอพ่อ

ได้ยินดังนั้น ผมจึงถอดเสื้อผ้าออกแล้วนำไปผูกปมไว้กับกรง

ผมเคยเห็นในทีวี ขอแค่สอดหัวเข้าไป แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงมาแรง ๆ ก็จะตายได้

โชคดีที่กรงหมาใหญ่พอ และตัวผมก็เตี้ยพอดี

หลังจากสอดหัวเข้าไป ไม่นานความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกก็แล่นปราดขึ้นมาที่ลำคอ

สติเริ่มเลือนราง แต่ผมกลับรู้สึกดีใจ

กำลังจะได้เจอพ่อแล้ว

ทว่าดีใจได้ไม่กี่วินาที ผมก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง

กรงหมาถูกเปิดออก และผมก็ถูกช่วยลงมา

เมื่อกลับมาหายใจได้อีกครั้ง ผมเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกคู่นั้น

“คุณแม่กู้...”

สรรพนามนี้แทบจะหลุดออกมาตามสัญชาตญาณ

แต่เพียงไม่นาน ผมก็รู้สึกเสียใจ

เพราะเมื่อกู้อวี่ได้ยิน ความตื่นตระหนกในแววตาก็ถูกแทนที่ด้วยความรังเกียจ

“อย่ามาเรียกฉันแบบนี้ แกไม่คู่ควร!”

กู้อวี่คือแม่ผู้เป็นประธานบริษัทของผม

ในบรรดาแม่ทั้งสี่คน เธอตามใจผมมากที่สุด

ดวงตาของเราสองคนคล้ายกันมาก

หลายปีมานี้ ผมอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของคุณแม่กู้

แค่ผมอยากได้อะไร เธอก็จะซื้อมาให้

เธอเคยบอกว่าต่อให้เป็นดาวบนฟ้า ขอเพียงผมต้องการ เธอก็จะสอยลงมาให้

ทว่าความโปรดปรานนี้กลับสิ้นสุดลงเมื่อสามปีก่อน

คุณแม่กู้พาเวินจื่อเฉินกลับมาจากต่างประเทศ

ผมถึงเพิ่งรู้ว่านอกจากพ่อของผมแล้ว พวกเธอทั้งสี่คนยังมีรักแรกอยู่อีกคน

ตอนนั้นรักแรกคนนี้หักหลังพวกเธอ ได้เงินก้อนโตแล้วหนีไปต่างประเทศ

พ่อเป็นคนปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเยียวยา ดึงพวกเธอให้หลุดพ้นจากการถูกหักหลังทีละนิด

ภายหลังตอนรักแรกใกล้จะตายอยู่ต่างประเทศ เขาได้โทรศัพท์มาขอโทษคุณแม่กู้ และขอร้องให้เธอรับเลี้ยงเวินจื่อเฉิน

แม่ทั้งสี่คนบอกว่าเวินจื่อเฉินอายุน้อยกว่าผมหน่อย ให้ผมยอมเขาให้มาก ๆ

และผมก็มองเขาเป็นน้องชายจริง ๆ

แต่ตั้งแต่แรกเริ่ม เวินจื่อเฉินก็คิดจะแย่งชิงความรักทั้งหมดของแม่ ๆ ไป

บนตัวของเขามักจะมีบาดแผลโผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วบอกว่าเป็นฝีมือผม

บางทีก็จู่ ๆ กลิ้งตกบันได แล้วบอกว่าผมเป็นคนผลัก

และเมื่อคำกล่าวหาเรื่องที่ผมทำร้ายเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกแม่ ๆ ก็ยิ่งผิดหวังในตัวผมมากขึ้นตามไปด้วย

กระทั่งครั้งที่เวินจื่อเฉินถูกนักเลงสิบกว่าคนดักซ้อมในตรอกจนเกือบตาย

หลังจากจับพวกนักเลงได้ พวกมันกลับบอกว่าผมเป็นคนบงการ

ผมหมดหนทางแก้ตัว

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็กลายเป็นคนบาปของบ้านหลังนี้

แม่ทั้งสี่คนไม่อนุญาตให้ผมเรียกพวกเธอว่าแม่อีก

ผมถูกไล่ให้ย้ายจากห้องนอนเด็กมาอยู่ในกรงหมา

คนรับใช้ทุกคนล้วนด่าทอว่าผมเป็นฆาตกร

การถูกทุบตี ด่าทอและปล่อยให้อดอยากกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

เมื่อนึกถึงตรงนี้ ผมรีบก้มหน้าขอโทษทันที “ขอโทษครับ คุณ...คุณกู้”

ถึงอย่างนั้นคุณแม่กู้ก็ยังไม่ยอมเลิกรา “เสิ่นซือ แกคิดจะทำอะไร เรียกร้องความสนใจด้วยการฆ่าตัวตายหรือไง”

“แต่แกไม่โง่ไปหน่อยเหรอ มาแกล้งฆ่าตัวตายในที่แบบนี้ ที่นี่เหม็นจะตาย ต่อให้ศพแกเน่าเปื่อยก็ไม่มีใครมาเจอหรอก”

ที่แท้เธอก็คิดว่าผมกำลังแสดงละคร

ผมไม่ได้เถียง แต่แค่ไม่เข้าใจ “คุณกู้ แล้วคุณมาที่นี่ทำไม คุณรักความสะอาดที่สุดไม่ใช่เหรอ”

คุณแม่กู้ขมวดคิ้ว “ที่นี่บ้านฉัน ฉันจะไปไหนก็เรื่องของฉัน ที่มานี่ก็เพื่อจะเตือนแกไว้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจื่อเฉิน แกอย่ามาสร้างเรื่องวุ่นวายให้เขา อย่างน้อยแกก็ห้ามมาตายที่นี่”

ผมพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ที่แท้เธอช่วยผมไว้ก็เพราะไม่อยากให้ผมตายในคฤหาสน์จนทำให้เวินจื่อเฉินต้องหงุดหงิดใจ

งั้นผมไปตายที่อื่นก็แล้วกัน

หลังจากคุณแม่กู้เดินออกจากบ้านหมา ผมก็ออกจากคฤหาสน์ตระกูลกู้เช่นกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 9

    ชั่วอึดใจนั้น แม่ทั้งสี่คนก็โบกไม้โบกมือด้วยความดีใจจนเหมือนลิงในสวนสัตว์โดยเฉพาะกู้อวี่ที่ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ “เสิ่นฮ่าว นายก็มาด้วย ดีจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้จะได้เจอนายอีก”“ดีจริง ๆ” เจี่ยงอวี้ก้าวยาว ๆ เข้ามาหา หวังจะกอดผมกับพ่อไว้ “พวกนายกลับมาแล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่าไปไหนอีกเลยนะ เราคิดถึงพวกนายมากเลย”ทว่าจังหวะที่เธอยื่นมือเข้ามา พ่อกลับตบหน้าเธอฉาดใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“เจี่ยงอวี้ เธอดูแลลูกฉันยังไง”บรรยากาศพลันเงียบกริบลงทันทีกู้อวี่รีบก้าวตามเข้ามา “เสิ่นฮ่าว นายฟังเราก่อน...”เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคฝ่ามือของพ่อก็ฟาดลงบนหน้าเธออีกคนจากนั้นคุณแม่ที่เหลืออีกสองคนก็โดนตบเรียงตัวไปตาม ๆ กันโดยไม่มีใครตกหล่นผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงในใจมีเพียงความคิดเดียวสะใจสุด ๆ เลย!พ่อผมหล่อชะมัด!หลังจากเสียงเพียะ ๆ ดังขึ้นสี่ครั้ง บนใบหน้าของแม่ทั้งสี่คนก็มีรอยนิ้วมือประทับอยู่อย่างเป็นระเบียบทว่าพวกเธอกลับไม่โกรธเลยสักนิด ซ้ำยังดูเหมือนจะโหยหาสัมผัสนี้อยู่นิด ๆ ด้วยซ้ำเยว่เยว่ถึงขั้นยื่นแก้มอีกข้างที่ยังไม่โดนตบเข้ามาหา “เสิ่นฮ่าว ข้างนี้ก็คว

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 8

    ระบบพยักหน้าเธอบอกผมว่าหลังจากรู้ความจริงเรื่องเมื่อสามปีก่อน แม่ทั้งสี่คนก็แทบคลั่งพวกเธอจับเวินจื่อเฉินกับนักเลงคนนั้นไปขังไว้ก่อนผมตายยังไง เวินจื่อเฉินก็ต้องตายแบบนั้นแต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือเวินจื่อเฉินไม่ได้ตายเร็วขนาดนั้น“ขอแค่เขามีวี่แววว่าจะตายแม้แต่นิดเดียว เจี่ยงอวี้ก็จะช่วยชีวิตเขากลับมา ใช้ยาที่ดีที่สุด เขายังไม่ทันได้พักฟื้นก็ทรมานเขาต่อ”น้ำเสียงของระบบราบเรียบ แต่ผมก็ยังฟังออกถึงความสะใจที่แฝงอยู่ผมเคยผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วถึงได้รู้ว่าวิธีการของแม่ทั้งสี่คนโหดเหี้ยมแค่ไหนความตายไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดการอยู่เหมือนตายต่างหากที่น่ากลัวหลังจากเวินจื่อเฉินตาย แม่ทั้งสี่คนก็เริ่มท้าทายอำนาจของโลกนั้น ปั่นป่วนจนโลกทั้งใบแทบจะพลิกตลบพฤติกรรมผิดปกติของพวกเธอไปสะเทือนถึงระบบหลัก ระบบหลักจึงมาหาระบบอีกทีระบบเลยปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอทั้งสี่คนแม่ทั้งสี่คนบอกเธอว่าพวกเธอต้องการเจอผม ถ้าผมไม่ปรากฏตัว โลกทั้งใบก็จะล่มสลายพูดจบ ผมก็นึกว่าระบบจะเกลี้ยกล่อมให้ผมไปเจอพวกเธอใครจะไปคิดว่าเธอจะพูดว่า “เสี่ยวซือ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ปล่อยให้โลกนั้นมันล่มสลายไป

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 7

    ระบบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลงเธอชี้มือออกไปลวก ๆ เบื้องหน้าก็ปรากฏหลุมดำขึ้นมาผมเดินตรงเข้าไปจังหวะที่ผมกำลังจะเลือนหายไปผมก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง“เสิ่นซือ!”“เสี่ยวซือ!”เป็นเสียงของพวกแม่ ๆแต่ครั้งนี้ผมจะไม่หันหลังกลับไปอีกแล้วเมื่อทะลุผ่านหลุมดำมา ผมก็มาอยู่ในห้องที่ดูอบอุ่นห้องหนึ่งในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารผมตะโกนเรียกระบบอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจังหวะที่ผมกำลังคิดจะออกไปดู ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินออกมาทันทีที่เห็นผม เขาก็ชะงักไปขณะเดียวกันผมก็จำเขาได้ทันทีพ่อของผม เสิ่นฮ่าวเขาหล่อเหมือนในรูปถ่ายไม่มีผิดในตอนที่ผมกำลังทำตัวไม่ถูก ขอบตาของพ่อก็แดงเรื่อ เขาวิ่งเข้ามากอดผมไว้ “เสี่ยวซือใช่ไหม ลูกคือเสี่ยวซือของพ่อใช่ไหม”ผมรู้สึกแสบจมูกเหมือนน้ำตาจะไหลวันนั้นพ่อเล่าเรื่องราวในอดีตให้ผมฟังไม่ต่างจากที่ระบบเคยบอกผมเลย เขาตกลงรับภารกิจก็เพื่อคุณย่าที่กำลังป่วยหนัก และที่กลับมาก็เพราะคุณย่าเช่นกันเขารอผมมาตลอด“พ่อคิดไว้ว่า ต่อให้ลูกจะไม่ยอมกลับมา พ่อก็จะเก็บห้องไว้ให้ลูกตลอดไป”เมื่อได้ยิ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 6

    ในขณะที่ผมกำลังสับสน จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงรูปร่างอรชรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผมเบิกตากว้างถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้ระบบก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนด้วยยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามระบบก็เดินตรงไปยังทิศทางที่แม่ทั้งสี่คนอยู่ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แม่ทั้งสี่คนจึงชะงักไป จากนั้นก็เดินตามเธอไปผมเองก็เดินตามไปด้วยพวกเธอเดินออกจากสุสาน มุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้องของเวินจื่อเฉินจังหวะที่แม่ทั้งสี่กำลังมองหน้ากันไปมา เสียงน้ำที่ชวนให้คิดลึกก็ดังลอดออกมาจากข้างใน“ที่รัก อย่าทิ้งรอยไว้บนตัวฉันสิ เดี๋ยวสี่คนนั้นจะดูออกเอา”เสียงของเวินจื่อเฉิน“ฉันก็ว่าอยู่ทำไมวันนี้ถึงกล้าให้ฉันมาที่นี่ ที่แท้เด็กเวรนั่นก็ตายแล้วนี่เอง”เสียงผู้หญิงอีกคนที่ดังขึ้นทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งแค่เคยได้ยินก็ไม่มีวันลืมคนคนนี้คือหนึ่งในแก๊งนักเลงที่รุมซ้อมเวินจื่อเฉินเมื่อสามปีก่อน และเป็นนักเลงหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มตอนนั้นหลังจากที่เธอชี้ตัวผม พวกแม่ ๆ ก็ตั้งใจจะส่งเธอเข้าคุกแต่สุดท้ายก็ถูกเวินจื่อเฉินห้ามเอาไว้เขาอ้างว่าไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้ตัวเองต้องเสีย

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 5

    บรรยากาศเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของเวินจื่อเฉินเนิ่นนานกว่ากู้อวี่จะเอ่ยปาก “โดนใครตีนะ”เวินจื่อเฉินตอบ “พี่เสิ่นซือครับ”กู้อวี่ถามต่อ “เมื่อไหร่”“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เองครับ” เวินจื่อเฉินรู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกไปมาก “คุณแม่กู้ คุณแม่รู้ไหมครับว่าคุณแม่คนอื่น ๆ อยู่ไหน พวกคุณแม่รีบกลับมาหน่อยได้ไหม ผมกลัว”ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเขา กู้อวี่นวดคลึงหว่างคิ้ว “เวินจื่อเฉิน เสิ่นซือตายแล้ว”ปลายสายพลันเงียบกริบน้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ “เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังอยู่ในห้องฉุกเฉิน เขาจะไปตีลูกได้ยังไง”ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับใด ๆห้าชั่วโมงต่อมา แม่ทั้งสี่คนก็กลับมาถึงบ้านเวินจื่อเฉินยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น พอเห็นพวกเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาดวงตาของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“คุณแม่กู้ครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ พี่เสิ่นซือตายแล้วจริง ๆ เหรอ”กู้อวี่กำลังอารมณ์ไม่ดี จึงไม่ได้สนใจเขาสีหน้าของเวินจื่อเฉินเปลี่ยนเป็นน้อยเนื้อต่ำใจกว่าเดิม เขาหันไปอ้อนเจี่ยงอวี้แทน “คุณแม่เจี่ยงครับ เมื่อกี้พวกคุณแม่อยู่ด้วยกันเหรอครับ งั้นพวกคุณแม่ก็ได้ยินที่ผมพ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 4

    ในตอนที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะได้เจอพ่อแล้วจู่ ๆ ระบบก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันบอกว่าโปรแกรมมีปัญหานิดหน่อย อาจจะต้องรอก่อนถึงจะไปได้ผมพยักหน้าผมกับพ่อแยกจากกันมาตั้งหลายปี รออีกแค่ไม่กี่วันจะเป็นอะไรไปดังนั้นผมจึงเฝ้าดูปฏิกิริยาของคนทั้งสี่ในรูปแบบของวิญญาณหลังจากสัมผัสได้ว่าผมไม่มีลมหายใจแล้ว ขาของกู้อวี่ก็อ่อนยวบและทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีเธอผลักผมทีหนึ่ง น้ำเสียงสั่นเทาไปหมด “เสิ่นซือ เลิกเสแสร้งได้แล้ว ตื่นสิ”ท่าทีผิดปกติของเธอเรียกความสนใจจากคุณแม่ที่เหลืออีกสามคนเจี่ยงอวี้ที่เป็นหมอพุ่งเข้ามาก่อนเป็นคนแรก เธอใช้สองนิ้วแตะที่เส้นเลือดใหญ่ของผมในชั่วอึดใจ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดราวกับขี้เถ้า“โทรเรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!”จากนั้นโดยไม่สนใจคนอื่น ๆ ที่กำลังยืนอึ้ง เธอฉีกเสื้อผมออก แล้วทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตทันทีเยว่เยว่เองก็ถึงกับหน้าถอดสี“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เขาแกล้งตายใช่ไหม”ตอนนี้มีเพียงคุณแม่รองเท่านั้นที่ยังพอหลงเหลือสติอยู่บ้างเธอตีหน้าขรึมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรเรียกรถพยาบาลไม่นานรถพยาบาลก็แล่นเข้ามาพอผมมาถึงโรงพยาบาล หมอผู้เชี่ยวชาญระดับสูง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status