Share

บทที่ 2

Author: ซิงฉือ
ผมซื้อยาฆ่าแมลงมาขวดหนึ่ง แล้วมายังที่ที่พ่อเคยอยู่

ผมนอนกอดรูปพ่ออยู่บนเตียง จังหวะที่หยิบยาฆ่าแมลงขึ้นมาเตรียมจะกรอกปาก จู่ ๆ ก็ชะงักไป

ถ้าผมตายไปดื้อ ๆ แบบนี้ หากมีคนมาเจอเข้า คงสร้างความลำบากให้คุณตำรวจแน่ ๆ

ผมจึงเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ เพื่อบอกทุกคนว่าผมฆ่าตัวตายเอง

ยาฆ่าแมลงรสชาติขมปร่า แผดเผาจากปลายลิ้นลามลงไปถึงกระเพาะราวกับเปลวเพลิง

เพียงไม่นานผมก็หมดสติไป

พ่อครับ ผมกำลังไปหาแล้วนะ!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผมรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะ

หลังจากอาเจียนออกมา ผมก็ตื่นขึ้นมาด้วยความทรมาน

เมื่อเห็นเพดานที่ไม่คุ้นเคย ผมก็ดีใจจนรีบผุดลุกขึ้น ทว่าคำว่า “พ่อ” ยังไม่ทันหลุดออกจากปาก ก็สบเข้ากับดวงตาของคุณแม่เจี่ยงเสียก่อน

คุณแม่เจี่ยงในชุดกาวน์สีขาวยืนอยู่ตรงหน้าผม ในมือของเธอยังกำจดหมายลาตายของผมเอาไว้แน่น

ปลายนิ้วของเธอสั่นเทาเล็กน้อย

สุดท้ายก็ปาจดหมายใส่หน้าผม

“เสิ่นซือ แกนี่มันเก่งจริง ๆ นะ ถึงขั้นรู้จักใช้ความตายมาเรียกร้องความสนใจจากพวกฉันแล้ว”

“จะตายทั้งทีทำไมไม่ไปตายไกล ๆ ทำไมต้องไปตายที่นั่น แกทำบ้านพ่อแกสกปรกหมดรู้ตัวไหม”

ผมถูกคุณแม่เจี่ยงตะคอกใส่จนทำอะไรไม่ถูก

อันที่จริงในบรรดาแม่ทั้งสี่คน ผมชอบคุณแม่หมอเจี่ยงอวี้ที่สุด

เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เก่งกาจทั้งแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบัน

ปกติแล้วเธอมักจะสอนความรู้ทางการแพทย์และสอนฝังเข็มให้ผมอยู่เสมอ

เธอทั้งอ่อนโยนและสนุกสนาน เป็นคนที่ใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อนผมมากที่สุด

ผมเคยคิดไปว่าเธอคือแม่แท้ ๆ ของผมด้วยซ้ำ

แม้กระทั่งตอนที่เวินจื่อเฉินปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ ๆ เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขามากเกินไปเหมือนกับแม่อีกสามคน

แต่กลับบอกผมว่า “เสี่ยวซือ ลูกคือลูกชายเพียงคนเดียวของแม่เจี่ยง ต่อให้ใครหน้าไหนโผล่มาก็สั่นคลอนตำแหน่งของลูกไม่ได้”

กระทั่งวันที่เวินจื่อเฉินเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าผู้คน

คุณแม่เจี่ยงดึงเข็มฝังเข็มออกมาจากท้ายทอยของเขาได้หนึ่งเล่ม

และจังหวะที่เธอถามเวินจื่อเฉินว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ เขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าผม

“พี่ครับ ผมผิดไปแล้ว เรื่องนี้ผมไม่ได้เป็นคนบอกคุณแม่เจี่ยงนะ เธอสังเกตเห็นเอง พี่แทงผมอีกรอบเถอะนะ”

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคุณแม่เจี่ยงระเบิดอารมณ์โกรธ

เธอมองผมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “เสิ่นซือ ฉันสอนวิชาพวกนี้ให้แกเอาไปช่วยคน ไม่ใช่ให้แกเอาไปฆ่าคน!”

ไม่ว่าผมจะอธิบายยังไง เธอก็ไม่ยอมเชื่อ

เพราะนอกจากเธอแล้ว ทั้งบ้านก็มีแค่ผมที่ฝังเข็มตรงจุดนั้นได้

“น้องสาม ใจเย็นหน่อย” ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าคุณแม่กู้ก็อยู่ในห้องพักฟื้นด้วย สีหน้าของเธอดูอึมครึม “เหมือนสภาพจิตใจของเสิ่นซือจะมีปัญหานะ แกแกล้งฆ่าตัวตายที่บ้านไปรอบหนึ่ง แล้วยังไปกินยาฆ่าแมลงที่บ้านของเสิ่นฮ่าวอีก ฉันสงสัยว่า...”

คุณแม่เจี่ยงพูดแทรกขึ้นมา “พี่ใหญ่ นี่พี่ใจอ่อนเหรอ พี่ลืมไปแล้วหรือไงว่าเด็กนี่มันตีสองหน้าเก่งแค่ไหน”

“คนเห็นแก่เงินอย่างมันจะทิ้งพวกเราสี่คนลงได้ยังไง แค่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจื่อเฉิน เลยตั้งใจเล่นละครเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้นแหละ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความสงสัยบนใบหน้าของคุณแม่กู้ก็ค่อย ๆ จางหายไป “เธอพูดถูก”

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของทั้งสองคนก็ดังขึ้นพร้อมกัน

พวกเธอหยิบขึ้นมาดูและกดรับ

“คุณแม่กู้ คุณแม่เจี่ยง เมื่อไหร่จะกลับบ้านครับ คุณแม่อีกสองคนรออยู่ที่บ้านกันหมดแล้วนะ”

“วันนี้เป็นวันบรรลุนิติภาวะของผมนะ ถ้ายังไม่กลับมาอีก ผมจะโกรธแล้วจริง ๆ ด้วย”

น้ำเสียงออดอ้อนของเวินจื่อเฉินดังก้องไปทั่วห้อง

คุณแม่ทั้งสองยิ้มออกมาพร้อมกัน

พวกเธอประคองโทรศัพท์อย่างระมัดระวังแล้วส่งข้อความเสียงไปง้อเวินจื่อเฉิน

ภาพตรงหน้าช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน

เพราะครั้งหนึ่งพวกเธอก็เคยโอ๋ผมแบบนี้เหมือนกัน

ที่แท้แม่ก็เป็นคนเดิม มีเพียงหัวใจที่เปลี่ยนไป

ท่ามกลางคำว่า “เด็กดี” ที่พวกเธอพร่ำเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของผมก็แหลกสลายจนต้องค่อย ๆ ขยับตัวไปที่หน้าต่าง

ผมเป็นคนกลัวเจ็บก็เลยต้องคิดหาวิธีตายที่ทรมานน้อยที่สุด

แต่ตอนนี้ผมทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว

ผมปีนข้ามขอบหน้าต่าง แล้วกระโดดลงไปต่อหน้าต่อตาพวกเธอทั้งสองคน

ลาก่อนครับ!

คุณแม่ทั้งสอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 9

    ชั่วอึดใจนั้น แม่ทั้งสี่คนก็โบกไม้โบกมือด้วยความดีใจจนเหมือนลิงในสวนสัตว์โดยเฉพาะกู้อวี่ที่ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ “เสิ่นฮ่าว นายก็มาด้วย ดีจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้จะได้เจอนายอีก”“ดีจริง ๆ” เจี่ยงอวี้ก้าวยาว ๆ เข้ามาหา หวังจะกอดผมกับพ่อไว้ “พวกนายกลับมาแล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็อย่าไปไหนอีกเลยนะ เราคิดถึงพวกนายมากเลย”ทว่าจังหวะที่เธอยื่นมือเข้ามา พ่อกลับตบหน้าเธอฉาดใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย“เจี่ยงอวี้ เธอดูแลลูกฉันยังไง”บรรยากาศพลันเงียบกริบลงทันทีกู้อวี่รีบก้าวตามเข้ามา “เสิ่นฮ่าว นายฟังเราก่อน...”เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคฝ่ามือของพ่อก็ฟาดลงบนหน้าเธออีกคนจากนั้นคุณแม่ที่เหลืออีกสองคนก็โดนตบเรียงตัวไปตาม ๆ กันโดยไม่มีใครตกหล่นผมมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงในใจมีเพียงความคิดเดียวสะใจสุด ๆ เลย!พ่อผมหล่อชะมัด!หลังจากเสียงเพียะ ๆ ดังขึ้นสี่ครั้ง บนใบหน้าของแม่ทั้งสี่คนก็มีรอยนิ้วมือประทับอยู่อย่างเป็นระเบียบทว่าพวกเธอกลับไม่โกรธเลยสักนิด ซ้ำยังดูเหมือนจะโหยหาสัมผัสนี้อยู่นิด ๆ ด้วยซ้ำเยว่เยว่ถึงขั้นยื่นแก้มอีกข้างที่ยังไม่โดนตบเข้ามาหา “เสิ่นฮ่าว ข้างนี้ก็คว

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 8

    ระบบพยักหน้าเธอบอกผมว่าหลังจากรู้ความจริงเรื่องเมื่อสามปีก่อน แม่ทั้งสี่คนก็แทบคลั่งพวกเธอจับเวินจื่อเฉินกับนักเลงคนนั้นไปขังไว้ก่อนผมตายยังไง เวินจื่อเฉินก็ต้องตายแบบนั้นแต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือเวินจื่อเฉินไม่ได้ตายเร็วขนาดนั้น“ขอแค่เขามีวี่แววว่าจะตายแม้แต่นิดเดียว เจี่ยงอวี้ก็จะช่วยชีวิตเขากลับมา ใช้ยาที่ดีที่สุด เขายังไม่ทันได้พักฟื้นก็ทรมานเขาต่อ”น้ำเสียงของระบบราบเรียบ แต่ผมก็ยังฟังออกถึงความสะใจที่แฝงอยู่ผมเคยผ่านเรื่องพวกนั้นมาแล้วถึงได้รู้ว่าวิธีการของแม่ทั้งสี่คนโหดเหี้ยมแค่ไหนความตายไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดการอยู่เหมือนตายต่างหากที่น่ากลัวหลังจากเวินจื่อเฉินตาย แม่ทั้งสี่คนก็เริ่มท้าทายอำนาจของโลกนั้น ปั่นป่วนจนโลกทั้งใบแทบจะพลิกตลบพฤติกรรมผิดปกติของพวกเธอไปสะเทือนถึงระบบหลัก ระบบหลักจึงมาหาระบบอีกทีระบบเลยปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอทั้งสี่คนแม่ทั้งสี่คนบอกเธอว่าพวกเธอต้องการเจอผม ถ้าผมไม่ปรากฏตัว โลกทั้งใบก็จะล่มสลายพูดจบ ผมก็นึกว่าระบบจะเกลี้ยกล่อมให้ผมไปเจอพวกเธอใครจะไปคิดว่าเธอจะพูดว่า “เสี่ยวซือ ถ้าเธอไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ปล่อยให้โลกนั้นมันล่มสลายไป

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 7

    ระบบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลงเธอชี้มือออกไปลวก ๆ เบื้องหน้าก็ปรากฏหลุมดำขึ้นมาผมเดินตรงเข้าไปจังหวะที่ผมกำลังจะเลือนหายไปผมก็ได้ยินคนเรียกชื่อตัวเอง“เสิ่นซือ!”“เสี่ยวซือ!”เป็นเสียงของพวกแม่ ๆแต่ครั้งนี้ผมจะไม่หันหลังกลับไปอีกแล้วเมื่อทะลุผ่านหลุมดำมา ผมก็มาอยู่ในห้องที่ดูอบอุ่นห้องหนึ่งในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารผมตะโกนเรียกระบบอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจังหวะที่ผมกำลังคิดจะออกไปดู ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินออกมาทันทีที่เห็นผม เขาก็ชะงักไปขณะเดียวกันผมก็จำเขาได้ทันทีพ่อของผม เสิ่นฮ่าวเขาหล่อเหมือนในรูปถ่ายไม่มีผิดในตอนที่ผมกำลังทำตัวไม่ถูก ขอบตาของพ่อก็แดงเรื่อ เขาวิ่งเข้ามากอดผมไว้ “เสี่ยวซือใช่ไหม ลูกคือเสี่ยวซือของพ่อใช่ไหม”ผมรู้สึกแสบจมูกเหมือนน้ำตาจะไหลวันนั้นพ่อเล่าเรื่องราวในอดีตให้ผมฟังไม่ต่างจากที่ระบบเคยบอกผมเลย เขาตกลงรับภารกิจก็เพื่อคุณย่าที่กำลังป่วยหนัก และที่กลับมาก็เพราะคุณย่าเช่นกันเขารอผมมาตลอด“พ่อคิดไว้ว่า ต่อให้ลูกจะไม่ยอมกลับมา พ่อก็จะเก็บห้องไว้ให้ลูกตลอดไป”เมื่อได้ยิ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 6

    ในขณะที่ผมกำลังสับสน จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงรูปร่างอรชรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผมเบิกตากว้างถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้ระบบก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนด้วยยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามระบบก็เดินตรงไปยังทิศทางที่แม่ทั้งสี่คนอยู่ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร แม่ทั้งสี่คนจึงชะงักไป จากนั้นก็เดินตามเธอไปผมเองก็เดินตามไปด้วยพวกเธอเดินออกจากสุสาน มุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้องของเวินจื่อเฉินจังหวะที่แม่ทั้งสี่กำลังมองหน้ากันไปมา เสียงน้ำที่ชวนให้คิดลึกก็ดังลอดออกมาจากข้างใน“ที่รัก อย่าทิ้งรอยไว้บนตัวฉันสิ เดี๋ยวสี่คนนั้นจะดูออกเอา”เสียงของเวินจื่อเฉิน“ฉันก็ว่าอยู่ทำไมวันนี้ถึงกล้าให้ฉันมาที่นี่ ที่แท้เด็กเวรนั่นก็ตายแล้วนี่เอง”เสียงผู้หญิงอีกคนที่ดังขึ้นทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งแค่เคยได้ยินก็ไม่มีวันลืมคนคนนี้คือหนึ่งในแก๊งนักเลงที่รุมซ้อมเวินจื่อเฉินเมื่อสามปีก่อน และเป็นนักเลงหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มตอนนั้นหลังจากที่เธอชี้ตัวผม พวกแม่ ๆ ก็ตั้งใจจะส่งเธอเข้าคุกแต่สุดท้ายก็ถูกเวินจื่อเฉินห้ามเอาไว้เขาอ้างว่าไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อยากให้ตัวเองต้องเสีย

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 5

    บรรยากาศเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของเวินจื่อเฉินเนิ่นนานกว่ากู้อวี่จะเอ่ยปาก “โดนใครตีนะ”เวินจื่อเฉินตอบ “พี่เสิ่นซือครับ”กู้อวี่ถามต่อ “เมื่อไหร่”“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เองครับ” เวินจื่อเฉินรู้สึกว่าวันนี้เธอแปลกไปมาก “คุณแม่กู้ คุณแม่รู้ไหมครับว่าคุณแม่คนอื่น ๆ อยู่ไหน พวกคุณแม่รีบกลับมาหน่อยได้ไหม ผมกลัว”ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเขา กู้อวี่นวดคลึงหว่างคิ้ว “เวินจื่อเฉิน เสิ่นซือตายแล้ว”ปลายสายพลันเงียบกริบน้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ “เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังอยู่ในห้องฉุกเฉิน เขาจะไปตีลูกได้ยังไง”ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับใด ๆห้าชั่วโมงต่อมา แม่ทั้งสี่คนก็กลับมาถึงบ้านเวินจื่อเฉินยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น พอเห็นพวกเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาดวงตาของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“คุณแม่กู้ครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ พี่เสิ่นซือตายแล้วจริง ๆ เหรอ”กู้อวี่กำลังอารมณ์ไม่ดี จึงไม่ได้สนใจเขาสีหน้าของเวินจื่อเฉินเปลี่ยนเป็นน้อยเนื้อต่ำใจกว่าเดิม เขาหันไปอ้อนเจี่ยงอวี้แทน “คุณแม่เจี่ยงครับ เมื่อกี้พวกคุณแม่อยู่ด้วยกันเหรอครับ งั้นพวกคุณแม่ก็ได้ยินที่ผมพ

  • ความเสียใจเมื่อสายเกินของคุณแม่ทั้งสี่   บทที่ 4

    ในตอนที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะได้เจอพ่อแล้วจู่ ๆ ระบบก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันบอกว่าโปรแกรมมีปัญหานิดหน่อย อาจจะต้องรอก่อนถึงจะไปได้ผมพยักหน้าผมกับพ่อแยกจากกันมาตั้งหลายปี รออีกแค่ไม่กี่วันจะเป็นอะไรไปดังนั้นผมจึงเฝ้าดูปฏิกิริยาของคนทั้งสี่ในรูปแบบของวิญญาณหลังจากสัมผัสได้ว่าผมไม่มีลมหายใจแล้ว ขาของกู้อวี่ก็อ่อนยวบและทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีเธอผลักผมทีหนึ่ง น้ำเสียงสั่นเทาไปหมด “เสิ่นซือ เลิกเสแสร้งได้แล้ว ตื่นสิ”ท่าทีผิดปกติของเธอเรียกความสนใจจากคุณแม่ที่เหลืออีกสามคนเจี่ยงอวี้ที่เป็นหมอพุ่งเข้ามาก่อนเป็นคนแรก เธอใช้สองนิ้วแตะที่เส้นเลือดใหญ่ของผมในชั่วอึดใจ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดราวกับขี้เถ้า“โทรเรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!”จากนั้นโดยไม่สนใจคนอื่น ๆ ที่กำลังยืนอึ้ง เธอฉีกเสื้อผมออก แล้วทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตทันทีเยว่เยว่เองก็ถึงกับหน้าถอดสี“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เขาแกล้งตายใช่ไหม”ตอนนี้มีเพียงคุณแม่รองเท่านั้นที่ยังพอหลงเหลือสติอยู่บ้างเธอตีหน้าขรึมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรเรียกรถพยาบาลไม่นานรถพยาบาลก็แล่นเข้ามาพอผมมาถึงโรงพยาบาล หมอผู้เชี่ยวชาญระดับสูง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status