Accueil / โรแมนติก / คะนึงครวญ / ตอนที่13 คุณาสิน

Partager

ตอนที่13 คุณาสิน

last update Date de publication: 2026-05-28 01:00:55

    พูดถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเขาจะสืบสาวเอาเรื่องให้ได้ เธอจะสารภาพแล้วนะว่าเป็นวิญญาณมาจากอนาคต!

            สินธุ์มองแววตาสุกใสจริงใจแล้วก็ขยับตัวถอยห่าง หากอยู่ใกล้นานไปกว่านี้คงได้จูบเธออีกเป็นแน่

            “ได้ยินว่าฝึกคัดตัวหนังสือด้วย”

            “ค่ะ คุณช้อยสอน”

            “อย่าไปรบกวนคุณช้อยมาก สุขภาพไม่ค่อยดีนัก” เขาปรามเบาๆ แล้วหรี่ตามอง “ฉันจะสอนให้เอง”

            “คะ?”

            “ได้ยินชัดแล้วนี่”

            “คุณสินธุ์ไปทำงานไม่ใช่เหรอคะ จะเอาเวลาที่ไหนมาสอนฉัน”

            “ฉันกลับบ้านทุกวัน  เลิกงานแล้วฉันจะมาสอนเอง”

            เห็นสีหน้างงุนงงแล้วเขาก็ยิ้มขำ “วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเรียน”

            ย่าหยามองร่างสูงหมุนตัวออกไปแล้ว เธอยืนงงจนแน่ใจว่าเขาไม่กลับเข้ามาอีกก็โคลงศีรษะไปมา เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเธอต้องเห็นหน้าเขาทุกวันสินะ คุณสินธุ์นี่เป็นผู้ชายที่น่ากลัว ใจร้าย ชอบแกล้งเธอจริงๆ มิน่าเล่า ใครๆ ก็กลัวคุณสินธุ์กันทั้งนั้น  หญิงสาวเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอน  บอกตัวเองว่าไม่ควรนอนหลับช่วงบ่ายสาม เพราะจะทำให้กลางคืนหลับไม่สนิท แต่เพราะความอ่อนเพลียทำให้ผล็อยหลับไปในที่สุด

            ขณะอยู่ในห้วงนิทรา รู้สึกถึงปลายนิ้วไล้แก้มเบาๆ  ร่างกายราวกับถูกโอบล้อมด้วยกรุ่นไอที่คุ้นเคย เป็นความคุ้นเคยที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าเกิดจากอะไร  ราวกับถูกโอบกอดอย่างรักใครและหวงแหน

สัมผัสแผ่วเบาจะปลุกให้คนที่หลับใหลลืมตา ดวงตากลมปรับสายตาครู่หนึ่ง เธออยู่บนเตียงสี่เสาแบบโบราณ ร่างอ่อนเปลี้ยค่อยๆ ยันกายขึ้นจากเตียงนอน นี่แหละนะ ที่คนโบราณบอกว่าอย่านอนทับตะวัน  ทว่าเมื่อตั้งสติได้เธอกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป หญิงสาวกวาดตามองรอบตัว คราวนี้เธอเห็นเงาร่างของผู้ชายคนหนึ่งยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างอยู่  ย่าหยาจ้องชายคนนั้นรู้สึกคุ้นตาแต่กลับนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร

            “ตื่นแล้วเหรอครับ”

            “คะ?” 

ย่าหยายังงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ทว่าเมื่อเขาขยับตัวสาวเท้าเข้ามาช้าๆ เธอก็เผลอก้มมองตัวเองพบว่าสวมเสื้อคลุมอาบน้ำอยู่  เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ นี่มันชุดคลุมอาบน้ำ

            “คุณ...คุณเป็นใครคะ”  เธอกระถดตัวถอยหนีแต่จู่ๆ ก็รู้สึกมึนศีรษะจึงหลับตาลง

            คล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ

            “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ แล้ว เอ่อ...รถคุณสตาร์ทไม่ติดแถมฝนก็ตกหนักด้วย ยายละเอียดเลยเปิดห้องรับรองแขกให้คุณมาใช้ชั่วคราวแล้วคุณก็หลับไป”

            “คะ?”  ย่าหยาฟังที่เขาพูดแล้วก็คิดตาม  ใช่...รถเธอสตาร์ทไม่ติด แล้วก็...เธอหลับไปเหรอ ...แล้ว?

            “ขออนุญาตนะครับ”  ชายหนุ่มเอ่ยแล้วยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากเธอเบาๆ “คุณตัวรุมๆ น่าจะไม่สบายแล้ว”

            เขาดึงมือกลับแล้วย่าหยาจึงยกมือแตะหน้าผากตัวเองบ้าง รู้สึกตัวรุมๆ อยู่เหมือนกัน  หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็หันไปหากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนเตียงพอดี เธอหยิบสมาร์ทโฟนออกมา เปิดดูวันและเวลาซึ่งเป็นปีพ.ศ.2567

            อะไรกัน เธอคิดว่าตัวเองย้อนอดีตไปร.ศ. 117 เสียอีก ทุกอย่างแจ่มชัดจนเหมือนจริง ทว่าเธอกลับรู้สึกว่ามีใบหน้าของชายคนหนึ่งที่เลือนรางไม่แจ่มชัด สิ่งที่เห็นเหล่านั้นเป็นความฝันเท่านั้นหรือ?

            “เอ่อ...ฉันคงเผลอหลับนานไป เอ่อ...คุณเป็นใครคะ”

            สีหน้าชายหนุ่มกระด้างขึ้นเล็กน้อย แววตามีรอยผิดหวังอยู่ฉาบอยู่แต่เพียงครู่เดียวเขากลับยิ้มบางๆออกมา

            “ผมชื่อสิน”

            “สิน?” 

            ‘ทำไมคุ้นจังนะ’

ท่าทางอีกฝ่ายที่ยังงุนงงอยู่ทำให้เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนพูดต่อ

            “ชื่อเต็มคือคุณาสิน เรียกผมสินก็ได้ ผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้”  เขายิ้มแล้วขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวคลายความหวาดกลัว

            “คะ?”  ย่าหยาทำตาโต ตอนที่เธอคุยกับคุณยายละเอียด เธอเดาไปว่าเจ้าของบ้านก็คงอายุไล่เลี่ยกับคุณยาย ไม่คิดว่าจะเป็นชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบต้นๆ อย่างเขา

            เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ สายตามองเธออย่างเอ็นดู

“ปกติผมไม่ค่อยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ป้าละเอียดเป็นคนดูแลที่นี่มาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด จะว่าไปบ้านหลังนี้เป็นของปู่ทวดของผม ก็รับช่วงดูแลกันเรื่อยมา พอดีมีวันหยุดยาวหลายวันเลยมาดูบ้านเสียหน่อย ก็พอดีฝนลงหนักแล้วเจอรถยนต์ใครไม่รู้จอดขวางทางเข้าบ้านผมอยู่”

“ขอโทษค่ะ จู่ๆ รถของฉันก็สตาร์ทไม่ติด แล้วฝนก็ตกหนักคุณยายละเอียดเลยให้ฉันมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกก่อน แต่..ฉันเสียมารยาทเผลอหลับไปค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ”

“ไม่เป็นไร ป้าละเอียดบอกผมแล้ว ผมแค่จะเดินไปห้องตัวเองแต่พอดีเห็นห้องเปิดอยู่เลยถือวิสาสะเข้ามาดู คิดว่าคุณไม่สบายหมดสติไปเสียอีก ที่แท้แค่หลับไป”

“น่าอายจัง” เธอยกมือขึ้นลูบผมแก้เขินขิแล้วเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองแต่งกายไม่เรียบร้อย “ขอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่ได้ไหมคะ”

“เชิญครับ อ้อ! คุณหิวไหม พอดีป้าละเอียดทำข้าวต้มให้ผม ลงไปกินด้วยกันได้นะครับ”

หญิงสาวอ้าปากจะบอกว่าไม่หิว แต่เสียงท้องร้องดังขึ้นก่อน ใบหน้าหวานจึงแดงเรื่อทั้งเขินและอายไปพร้อมกัน

“ห้องทานอาหารอยู่ชั้นล่าง คุณเดินลงบันไดแล้วเลี้ยวขวาก็เจอ ผมจะลงไปก่อนนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

ชายหนุ่มมองหญิงสาวเพียงแวบเดียวแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกมา  รู้สึกเศร้าอยู่บ้างที่อีกฝ่ายจำเขาไม่ได้เลย ทั้งที่เขาเห็นเธอเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าเธอคือคนที่เขารอคอย ดวงจิตเปลี่ยนร่างใหม่แต่ความรู้สึกความทรงจำทุกอย่างอยู่ครบถ้วน  ผ่านมาร้อยกว่าปีสภาพรอบตัวเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแห่งกาลเวลา เรือนหลังนี้เองก็จำเป็นต้องซ่อมแซมแต่ก็ยังพยายามคงรูปแบบเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด เผื่อว่าใครบางคนจะจำได้ ใครคนนั้นคือคนที่หัวใจคะนึงหา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คะนึงครวญ   ตอนที่13 คุณาสิน

    พูดถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเขาจะสืบสาวเอาเรื่องให้ได้ เธอจะสารภาพแล้วนะว่าเป็นวิญญาณมาจากอนาคต! สินธุ์มองแววตาสุกใสจริงใจแล้วก็ขยับตัวถอยห่าง หากอยู่ใกล้นานไปกว่านี้คงได้จูบเธออีกเป็นแน่ “ได้ยินว่าฝึกคัดตัวหนังสือด้วย” “ค่ะ คุณช้อยสอน” “อย่าไปรบกวนคุณช้อยมาก สุขภาพไม่ค่อยดีนัก” เขาปรามเบาๆ แล้วหรี่ตามอง “ฉันจะสอนให้เอง” “คะ?” “ได้ยินชัดแล้วนี่” “คุณสินธุ์ไปทำงานไม่ใช่เหรอคะ จะเอาเวลาที่ไหนมาสอนฉัน” “ฉันกลับบ้านทุกวัน เลิกงานแล้วฉันจะมาสอนเอง” เห็นสีหน้างงุนงงแล้วเขาก็ยิ้มขำ “วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มเรียน” ย่าหยามองร่างสูงหมุนตัวออกไปแล้ว เธอยืนงงจนแน่ใจว่าเขาไม่กลับเข้ามาอีกก็โคลงศีรษะไปมา เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเธอต้องเห็นหน้าเขาทุกวันสินะ คุณสินธุ์นี่เป็นผู้ชายที่น่ากลัว ใจร้าย ชอบแกล้งเธอจริงๆ มิน่าเล่า ใครๆ ก็กลัวคุณสินธุ์กันทั้งนั้น หญิงสาวเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงนอน บอกตัวเองว่าไม่ควรนอนหลับช่วงบ่ายสาม เพราะจะทำให้กลางคืนหลับไม่สนิท แต่เพราะค

  • คะนึงครวญ   ตอนที่12 สัญญานะ

    ย่าหยากินขนมเค้กรสชาติคุ้นลิ้น วัฒนธรรมช่วงนี้ส่งต่อถึงยุคปัจจุบันทำให้เธอรู้สึกราวกลับได้กลับบ้านอีกครั้ง แต่ก็นั้นแหละ ความจริงก็คือความจริง เธอยังติดอยู่ในช่วงปี ร.ศ.117 ห่างกันประมาณร้อยกว่าปี หญิงสาวยังอยากเดินเที่ยวต่อแต่ดูท่าทางแจ่มจะไม่ไหว ยังดีที่พกยาหม่องมาแก้วิงเวียน วันนี้ถือว่าได้มาเปิดหูเปิดตา วันหน้าต้องมาใหม่แน่นอน “ฉันจะไปห้องสุขา ประเดี๋ยวเราก็กลับกันเลยนะคะ” ย่าหยาพูดหลังจากจัดการขนมตรงแล้วและสั่งขนนฝรั่งกลับบ้านด้วย “ไม่อยากไปเที่ยวที่อื่นอีกหรือ?” “อยากไปค่ะ แต่...วันหลังดีกว่า หรือว่าคุณสินธุ์ไม่อยากพาฉันมาแล้ว” “ได้สิ เอาไว้วันหยุดของฉัน ฉันจะพาเธอไปเที่ยวเอง” “สัญญานะ!” เธอยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้า อีกฝ่ายยิ้มขำไม่ยอมเกี่ยวก้อยด้วย “ไม่ใช่เด็กไม่ต้องเกี่ยวก้อยก็ได้” “แต่ว่า...ถ้าไม่เกี่ยวก้อยสัญญาก็แสดงว่าไม่รับคำสัญญาสิ” “ไม่เชื่อใจฉันรึ” เขาจ้องหน้าเธอนิ่งๆ ครู่หนึ่งย่าหยาพลันนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ใบหน้าหวานก็เห่อร้อนขึ้นมา เธอชักมือกลับแต่

  • คะนึงครวญ   ตอนที่11 ตลาด

    “เดินไหวหรือไม่ ถ้าไหวฉันจะพาไปตลาด” “ไหว!” คราวนี้ย่าหยาร่าเริงขึ้นมาทันที เห็นรอยยิ้มขบขันของเขาแล้วก็แอบค้อนเข้าให้ ก็คิดเสียว่าได้มาทัศนะศึกษาก็แล้วกัน หญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็น ทั้งรถยนต์ที่เคยเห็นในหนังสือภาพแต่เวลานี้รถยนต์เหล่านั้นแล่นได้จริง “มีรถรางด้วยเจ้าค่ะ!” แจ่มเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย “ที่นี่เรียกว่าอะไรเจ้าคะคุณสินธุ์” “ตลาดสำเพ็ง” “สำเพ็ง” ย่าหยาทวนคำที่ได้ยินแล้วยิ้มรับ “ย่านการค้าของคนจีน” “ถูกต้อง” สินธุ์ยิ้มแล้วพาหญิงสาวเดินไปตามถนนแต่แจ่มยิ้มค้างเมื่อได้ยินคำว่าสำเพ็ง เคยได้ยินว่าเป็นซ่องมิใช่หรือ? แต่นี่มันก็ตลาดชัดๆ สองข้างทางมีร้านรวงมากมาย อัญมณีน้ำงาม เครื่องประดับของสตรี ผ้าแพรไหมเนื้อดี ย่าหยาเห็นคนขายขนมน้ำตาลปั้นก็หยุดยืนมองอย่างสนใจ เสียงหัวเราะหึหึทำให้หญิงสาวหันขวับตวัดตามองอย่างไม่พอใจ“มีแต่เด็กๆ ที่อยากกินขนมน้ำตาลปั้น” สินธุ์หัวเราะในลำคอ“แล้วมีกฎหมายห้ามคนอายุสิบเจ็ดกินขนมน้ำตาลปั้นไหมล่ะ” เธอทำปากยื่นใส่แล้วหันมามองขนมน้ำตาลปั้นก่อนจะชี้นิ้วไปที่ขนมน้ำตาลปั้นร

  • คะนึงครวญ   ตอนที่10 แก่แดด

    “ขอบพระคุณคุณช้อยมากเจ้าค่ะ” ยี่สุนยกมือไหว้ทำให้ย่าหยายกมือไหว้ตาม เช้านี้ทั้งสองมารับประทานอาหารเช้าที่เรือนคุณหลวง พูดคุยกันไปมาคุณช้อยได้ยินว่าย่าหยามีเสื้อผ้ามาไม่กี่ชุด รูปร่างก็เริ่มเปลี่ยนโตเป็นสาวคุณช้อยจึงพาย่าหยาไปลองเสื้อผ้าเก่าๆ ของคุณช้อยเอง ย่าหยาเองก็ไม่คิดว่าเสื้อผ้าที่คุณช้อยยกให้จะเป็นชุดสวยๆงามๆ ขนาดนี้ แล้วก็ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณสินธุ์เข้าพอดี ยิ่งเห็นสายตาตกตะลึงยิ่งทำให้เธออยากอวดให้เขาเห็นว่าเธอก็สวยเหมือนกัน“รับประทานมาแล้วขอรับพี่ช้อย” สินธุ์ตอบแล้วแอบเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของย่าหยา ไม่น่าเลย นี่เธอคงเห็นเขามองตาค้างกระมังถึงได้ยิ้มได้ใจเสียขนาดนั้น “แต่องค์ทรงเครื่องขนาดนี้จะไปไหนหรือ?”“สติไม่ดีอย่างนี้จะออกไปไหนได้” วาดพึมพำเสียงเบาแต่จงใจให้ยี่สุ่นได้ยิน แม้ยี่สุ่นได้ยินแต่กลับฝืนยิ้มออกมา อย่าว่าแต่น้องสาวไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเลย เธอเองก็ไม่เคยไปที่ใดเช่นกัน แจ่มที่ได้ยินชัดจะอ้าปากโต้เถียงแต่ยี่สุ่นปรามด้วยสายตาไว้ก่อน อย่างไรวาดก็เป็นคนสนิทของคุณช้อย เธอไม่อยากลวงเกินคนของคุณช้อยเข้าให้ แล้วจะยิ่งผิดใจกันเสียเปล่า“วาดอย่าพูดเช่นนั้นสิ” คุณช้อ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่9 แค่จูบ

    “ฉัน...” “หาย...หายใจ...ไม่ออก” เธอต่อว่าเขา อยากทำมากกว่า แต่บางทีการแกล้งตัวทำโง่ๆ อาจจะดีกว่า แค่จูบยังไม่ได้เสียตัวสักหน่อย! “ฉันขอโทษ...” เขาพูดเสียงเบาอย่างไม่เคยทำกับหญิงใดมาก่อน “กลัวหรือไม่” “อื้ม” เธอพยักหน้าแรงๆ “เจ็บ” “คราวหน้าจะไม่ทำให้เจ็บอีก” ‘หา! ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ!’ ย่าหยาส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เอาแล้ว!” คราวนี้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เขาเงี่ยหูฟังดูเหมือนบ่าวในเรือนมาแอบพลอดรักกันยังไม่จบศึกง่ายๆ เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วยุ่งเหยิง คงทั้งกลัวทั้งตกใจ “จะ...จะขึ้นเรือน” “ฉันไปส่ง” “กะ...กลับ...กลับเองได้” เพราะเขาคลายวงแขนออกแล้วทำให้เธอก้มตัวรอดใต้รักแร้ของเขาออกมา แต่เดินได้ก้าวเดียวแข้งขาที่ยังไม่แรงก็พาให้ตัวเซไปมา สินธุ์เห็นแล้วก็หมุนตัวไปช้อนร่างเล็กอุ้มขึ้นมาทันที “คุณสินธุ์!” “อย่าเสียงดัง ประเดี๋ยวก็ตื่นกันทั้งเรือน” เขาขู่แต่กลับยิ้มละไม ทำให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นรนและยอมอยู่นิ่งๆให้เขาอุ้มไปส่งจนใกล้ถ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่ 8. หิ่งห้อย

    หญิงสาวพยายามอ่านหนังสือเหล่านี้ แรกทีเดียวเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก การใช้คำ การสะกดคำ การเรียบเรียงประโยคมันต่างจากในยุคปัจจุบันอยู่มาก แต่เมื่ออ่านไปสักครึ่งเล่ม เริ่มทำความคุ้นชินกับภาษาไทยสมัยก่อน เธอก็ทำความเข้าใจได้ ถ้ายังหาทางกลับบ้านในยุคปัจจุบันไม่ได้ เธอก็ต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในยุคนี้ให้ได้ ย่าหยาบอกกับตัวเองอย่างนั้น ถือว่าชีวิตของ “ย่าหยา” ไม่ถือว่าลำบากอะไรนัก แม้ว่าครอบครัวเดิมของเธอไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีสวนผลไม้และไร่นาปล่อยให้เช่าทำกิน พอมีรายได้เข้ามืออยู่บ้าง พี่ยี่สุ่นแม้ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ก็พออ่านออกเขียนได้ เธอจึงคิดหาช่องทางให้ตัวเอง อยู่ในปีพ.ศ.2567 เธอเป็นนักเขียน แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ ถ้าเธอจะเป็นนักเขียนในยุคนี้จะได้ไหมนะ คนยุคนี้เขาอ่านอะไรกัน เธอเองก็ไม่ได้ช่ำชองเรื่องประวัติศาสตร์เอาเสียด้วยสิ เป็นนางเอกนิยายเรื่องอื่นเขามีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ใช่ความรู้กู้บ้านกู้เมืองได้ แต่เธอนะ ความรู้น้อยนิด ไอ้ที่เรียนมาก็ส่งคืนครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว อ้อ! ได้ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสเพราะเป็นเด็กสายศิลป์ภาษาและพ่อเลี้ยงเป็นชาวอเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status