Masuk“แก่คราวพ่อยังมาเที่ยวผู้หญิงอีก” ดาวฉายได้ยินพี่เจย์บ่นแบบนั้น บรรดาสาวไซด์ไลน์ที่ทำงานแบบเดียวกับเธอมักเลือกแขกไม่ได้ แขกแบบเสี่ยๆ มีมามาก กระเป๋าหนักแต่แก่ หัวล้าน ลงพุง ไม่แปลกใจหรอกที่สาวไซดไลน์มักมีแฟนเด็กก็เอาไว้ชดเชยยามเสร็จบริการเสี่ยกระเป๋าหนักทั้งหลาย“ดาวรับได้นะพี่”“เอางั้นเหรอดาว” พี่เจย์เป็นโมเดลลิ่งและยังเป็นเอเจนซี่คอยส่งเด็กๆ ให้ลูกค้าด้วย“จะเป็นอะไรไปคะ” ดาวฉายทำหน้างงๆ “ถ้าเค้าจ่ายค่าตัวดาวไหว ดาวก็รับงานอยู่แล้ว”“คนนี้สายเปย์ ถ้าถูกใจมีทิปให้ด้วย” “แล้วมีอะไรที่ดาวต้องรู้เป็นพิเศษไหมคะ”“ไม่จ๊ะ ถ้าอยากได้อะไรเค้าจะบอกดาวเอง”ดาวฉายไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก พี่เจย์ส่งสถานที่นัดพบเป็นห้องในโรงแรมระดับสามดาว เธอไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะรับลูกค้ามาหลากหลายแนวแล้ว บางคนก็หิ้วเธอไปต่างจังหวัดก็มี หญิงสาวมาถึงและพบว่ามีผู้ชายรออยู่ก่อนแล้ว“ขอโทษนะคะ หนูมาช้าไปหน่อย”“ไม่เป็นไร ฉันมาถึงก่อนเวลา เดี๋ยวนะ” หญิงสาวออกจะแปลกใจที่ลูกค้าดูเหมือนจะยุ่งๆ กับงานในหน้าจอโน้ตบุ๊ค ข้อมูลที่ได้มาคือลูกค้าวัยหกสิบห้า อายุขนาดนี้ดูใช้คอมพิวเตอร์คล่องกว่าเธอเสียอีก เพราความอ
หลังานแต่งงาน ธีรภัทรก็ย้ายเข้ามาอยู่กับสโรชาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของพ่อ พ่อดูจะมีความสุขมากที่ลูกเขยมาอยู่บ้านเดียวกันและยังมีลูกสาวอยู่ด้วย ราวกับครอบครองสุขสันต์ก็ไม่ปาน“แกนี่มันเอาแต่ใจตัวเองจริงๆ แต่งงานกันเป็นผัวเมียกันแล้วจะแยกห้องนอนไปทำอะไรหึ!” พ่อดุแกมตำหนิลูกสาวคนเดียวที่เอาแต่นั่งไหล่ลู่อยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น“อย่าไปดุน้องบัวเลยค่ะคุณ ผู้หญิงเราก็อย่างนี้แหละ ยังเขินๆ อายๆ อยู่ อยู่ไปสักพักก็ชิน คราวนี้ถ้าน้องบัวตัวติดหนึบกับตาธีร์แล้วล่ะก็ คุณจะมาบ่นโอดครวญที่หลังไม่ได้นะคะ” ดาวฉายหัวเราะคิกคักทำเอาสามีรุ่นพ่อหัวเราะตามไปด้วยหญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ธีรภัทรเป็นคนเสนอเองว่าจะนอนอีกห้องจนกว่าเธอจะคุ้นเคยกับเขา แต่พ่อไม่ได้ดุหรือบ่นอะไรธีรภัทรสักนิดเดียว เป็นเธอต่างหากที่ทำอะไรก็ไม่ถูกใจผู้เป็นพ่อสักอย่าง ผิดกับธีรภัทรที่พ่อออกจะเอ็นดูราวกับเป็นลูกชายแท้ๆของตัวเองเธอยังอยู่บ้านพ่อเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือลูกเขยคนโปรดของพ่อ“เห็นไหม ตาธีร์เขาเป็นคนดีขนาดไหน ยอมแต่งเข้าบ้านผู้หญิงแบบนี้”“ค่ะพ่อ”สโรชาได้แต่ใช้ชีวิตให้เป็นปกติพ่อไม่เคยให้เธอเข้าไปยุ่งงานในบริษัทแม้ว่าเธออยา
ชายหนุ่มจำได้ว่าวันนั้นอาดาวฉายพูดลอยๆ แต่มันกระทบใจเขา เพราะอาดาวฉายช่วยแนะนำทำให้เขาได้ทำงานแผนกกฏหมายบริษัทของคุณมนตรี เขาไม่สนหรอกใครว่าจะว่าเขาเป็นเด็กเส้น หากแต่ความสามารถที่เขามีมันจะชัดเจนที่สุดว่าเขาทำงานเป็น และเป็นคนทำงานจริง “อย่ามาทำเป็นอายเลย อาดูออก” ดาวฉายหัวเราะเสียงใสใส่จริตแต่พองาม รักษาระยะห่างเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่กว่า“อดทนรออีกหน่อย ยังไงอาไม่ทำให้หลานชายคนดีผิดหวังแน่” “แต่น้องบัวจะชอบผมหรือครับ” “ชอบหรือไม่ชอบไม่ใช่ประเด็น ยังไงอาทำให้ธีร์ได้แต่งงานกับหนูบัวได้ก็แล้วกัน” ธีรภัทรไม่รู้ว่าอาดาวฉายไปทำยังไงถึงทำให้คุณมนตรีเป็นฝ่ายขอให้เขาแต่งงานกับสโรชา มีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวคือ “แต่งเข้าบ้าน” ฝ่ายหญิง “พ่อมีลูกสาวคนเดียว ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา” “ได้ครับ คุณมนตรี” “อุ้ย! ได้ไงคะหลานธีร์ ต้องเรียกคุณพ่อซิคะ” “ครับ คุณพ่อ” หลังจากนั้นเขาก็เฝ้านับวันรอที่สโรชากลับเมืองไทย เขาเป็นคนไปรับเธอที่สนามบินเอง ไม่เจอกันสี่ปีเธอกลายเป็นสาวสะพรั่ง ทรวงทรงอ
“พี่ธีร์” เธอเรียกเขาเหมือนไม่มั่นใจ บางครั้ง ความทรงจำของเธอสับสน นั้นเป็นเหตุผลที่พ่อผลักไสเธอไปเรียนต่างประเทศหลายปี แท้จริงเธอไปรักษาตัวเองด้วย “พี่ไม่อยู่บ้านไม่กี่วัน ลืมหน้าสามีคนนี้แล้วหรือครับ” ธีรภัทรยิ้มแล้วลูบผมยาวของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม นึกน้อยใจที่เธอมักทำหน้าเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้าเสมอ และที่น่ากังวลกว่าคือเธอทำเหมือนลืมว่าเขาเป็นสามี ทั้งสองแต่งงานได้ครึ่งปีแล้ว และเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่คฤหสาน์ของพ่อตา ตามคำขอร้องของคุณมนตรีและอาดาวฉาย“ขอโทษค่ะ บัว...บัวยังไม่ชินจริงๆ” หญิงสาวรู้สึกผิด เขาดีกับเธอทุกอย่าง เอาอกเอาใจ ดูแลใส่ใจในทุกเรื่องของเธอ แต่เธอมักลืมไปจริงๆว่าตัวเองแต่งงานแล้วใช่...เธอแต่งงานแล้วเป็นงานแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ สโรชาไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทอะไรนักและงานแต่งที่จัดแบบเร่งด่วน จะนึกถึงเพื่อนคนไหนก็ยากจะติดต่อได้ แต่ในส่วนลึกแล้ว เธอก็ไม่มั่นใจว่าอยากให้ใครรู้เรื่องที่เธอแต่งงานหรือเปล่า สโรชาแต่งงานกับธีรภัทรตามคำสั่งของพ่อ ทั้งที่เธอก็ไม่มั่นใจนักว่าชีวิตคู่ครั้งนี้จะไปรอดแค่ไหน พ่อออกคำสั่งตั้งแต่เ
วิญญาณ ความรัก ความใคร่ สิเสน่หาสโรชาใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอดยี่สิบสองปี แต่เพราะคำขอร้องกึ่งบังคับให้เธอต้องแต่งงานกับหลานชายของแม่เลี้ยง ทำให้เธอต้องจำใจแต่งงานกับธีรภัทร ทนายหนุ่มอนาคตไกลวัยยี่สิบแปด ทว่าเมื่อแต่งงานแล้วชีวิตแต่งงานไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มันมาพร้อมมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณตาทิ้งไว้ให้ซึ่งมันเป็นบ้านเก่าของแม่ ความลับหลังบานประตูเรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีเปิดออกพร้อมกับความลี้ลับในห้วงอารมณ์ของอิสตรี..........สโรชา สโรชาใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอดยี่สิบสองปี แต่เพราะคำขอร้องกึ่งบังคับให้เธอต้องแต่งงานกับหลานชายของแม่เลี้ยง ทำให้เธอต้องจำใจแต่งงานกับธีรภัทร ทนายหนุ่มอนาคตไกลวัยยี่สิบแปด ทว่าเมื่อแต่งงานแล้วชีวิตแต่งงานไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มันมาพร้อมมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณตาทิ้งไว้ให้ซึ่งมันเป็นบ้านเก่าของแม่ ความลับหลังบานประตูเรือนไม้อายุกว่าห้าสิบปีเปิดออกพร้อมกับความลี้ลับในห้วงอารมณ์ของอิสตรี.กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักทำให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ มือที่กำลังจับดินสออยู่ถึงกับชะงัก ร่างบางที่นั่งอยู่กับกองหนังสือเล่มหนาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนหลับต
“มีอะไรหรือเปล่า” “พี่สินเคยคิดไหมว่า ที่เรากลับมาเจอกันหรือจำเรื่องในอดีตได้เพราะบ้านหลังนี้” “อืม...พี่คิดแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้วพี่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นที่ระลึกเรื่องของเรา ก็เลยเขียนพินัยกรรมสั่งเสียไว้ว่าให้ลูกหลานรักษาบ้านหลังนี้ไว้ เผื่อพี่หรือหยากลับมาเจอกัน เราจะได้จำได้ และได้อยู่ที่นี่ด้วยกันอีกครั้ง” ย่าหยายกมือขึ้นแตะแก้มเขาเบาๆ “ทำไมวันนี้หาหยาเจอค่ะ คงไม่ได้มีเครื่องติดตามตัวที่หยาหรอกนะ” เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วตอบ“ก็อยากทำแต่พี่กลัวหยาจะคิดมาก คนของพี่คอยดูอยู่แต่ก็ยังพลาดทำให้หยาถูกจับตัวไป พี่รอให้วาดตายใจคิดว่าพี่ไม่รู้แล้วให้คนสะกดรอยตามวาดจนมาเจอหยา” “วาด...น่าสงสารนะคะ ต้องเวียนว่ายในความริษยาและรักข้างเดียวไม่จบสิ้น” เขากระชับวงแขนโอบร่างเล็กแน่นขึ้น “ไม่ว่ายังไง คนที่พี่รักก็มีเพียงหยาเท่านั้น” “หยาก็รักพี่สินค่ะ” “หือ?” เขาทำเหมือนไม่ได้ยิน แววตากรุ้มกริ่มจ้องมองคนรัก “ว่าอะไรนะครับ” “พี่สินได้ยินแล้ว” “พี่อยากได้ยินหลายๆครั้ง” “
“โอเค.นะ?” “ค่ะ” “งั้นกลับเลยนะครับ ผมเอารถมาจอดอยู่ลานจอดรถ คุณเดินไหวนะ” “ไม่ได้เมาขนาดนั้นเสียหน่อย” เธอแลบลิ้นใส่เขา แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะออกมาแล้วประคองไหล่ให้เธอเดินไปยังรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ คุณาสินเปิดประตูรถแล้วก็ให้หญิงสาวเข้าไปนั่งพร้อ
ย่าหยาสวมชุดเดรสกระโปรงสั้นยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ผ้าพลิ้วสีไวน์แดงขับเน้นผิวกายเนียนละเอียดให้ยิ่งดูผุดผ่อง ใบหน้าแต้มแต่งสีสันสดใสเพราะป่วยอยู่หลายวันเธอจึงกลัวว่าเพื่อนจะทักว่าหน้าโทรม ปกติเธอไม่ค่อยสังสรรคกับเพื่อนนักโดยเฉพาะเที่ยวกลางคืนยิ่งไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยวนัก เพราะเธอชอบเขียนน
“แหม! พูดเหมือนคุณดูแลสุขภาพตัวเองดีนักนิ!” “ก็แน่ล่ะ ผมต้องมีชีวิตไว้เจอคุณนี่” “แล้ว...แล้วถ้าชาตินี้เราไม่ได้เจอกันอีกล่ะ คุณจะรอฉันไปเรื่อยๆ อย่างนั้นเหรอ?” “อืม ผมรอแค่คุณ คนอื่นไม่มีความหมายกับผม” ย่าหยารับแก้วน้ำจากมือใหญ่มายกขึ้นดื่มเล็กน้อย ห
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมคุณไม่ลองคบกับผมดูล่ะ” “คะ?” “ผมรู้ว่าคุณยังไม่มีใคร” เขายิ้มบางๆกับความหวังอันน้อยนิด “ก็ลองพิจารณาผมดูหน่อยจะเป็นไรไป” “คุณสิน...” “ให้โอกาสผมอีกสักครั้ง ให้ผมได้แก้ตัวอีกหน ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ผมสัญญา...







