Masuk‘คุณสินธุ์’ อุ้มร่างที่เบาหวิวตรงดิ่งไปที่เรือนจรุงจิตซึ่งเป็นเรือนที่ ‘หลวงพิชัย’ ยกให้เมียรองได้อยู่อาศัยนั้นก็คือ ‘ยี่สุ่น’ ซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ราวๆ สิบวันแล้ว โดยมีบ่าวรับใช้ชื่อแจ่มและน้องสาวที่ได้ยินว่าสติไม่ค่อยดีชื่อย่าหยามาอยู่ด้วย
ชายหนุ่มร่างกำยำอุ้มร่างเล็กที่ไม่มีแรงดิ้นรนขัดขืนมาถึงเรือนจรุงจิต บรรดาบ่าวรับใช้แตกตื่นแต่ไม่กล้าส่งเสียงพูดอันใด ได้แต่ก้มหน้าหลุบตาลงไม่กล้ามอง ‘เจ้านาย’ ยี่สุ่นที่วิ่งตามมารีบเดินไปเปิดประตูห้องเล็กซึ่งเป็นห้องของย่าหยาให้เขาเข้าไปเพื่อว่างร่างที่ไร้เรี่ยวแรงลงบนเตียง
“ย่าหยา! เหตุใดเป็นเช่นนี้”
ยี่สุ่นบีบมือน้องสาวที่รักราวกับเป็นลูกก็ว่าได้ เพราะมารดาตายจากไปตอนที่ย่าหยาอายุเพียงแปดขวบ นางเป็นพี่จึงเลี้ยงดูน้องคนนี้แทนมารดาทุกสิ่ง และเมื่อตนต้องแต่งงานออกเรือนมาเป็นเมียรองของหลวงพิชัย นางก็ขออนุญาตให้พาย่าหยามาด้วย เพราะที่บ้านไม่เหลือใครแล้ว หากนางไม่อยู่ก็ไม่มีใครดูแลย่าหยา ซึ่งหลวงพิชัยก็เมตตารับน้องสาวของนางมาอยู่ด้วย
“แจ่มไปละลายยาหอมมาเร็วๆ แล้วให้คนไปตามหมอมาด้วย”
“เจ้าค่ะคุณยี่สุ่น”
เกิดความโกลาหนภายในเรือนหลังเล็ก ยี่สุ่นเพิ่งสังเกตว่าใต้ผ้าห่มที่คลุมร่างของน้องสาวนั้นคือผ้าแถบที่หลุดรุย นางหันไปทางคุณสินที่ยืนกอดอกจ้องมองอยู่ นางอาจไม่ใช่คนฉลาดนักแต่พอเดาได้ว่าเกิดเรื่องใด
“คุณสินธุ์เจ้าคะ อย่าได้ถือสาหาความน้องสาวของอิชั้นเลยนะเจ้าคะ ย่าหยากำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก อิชั้นเป็นคนเลี้ยงดูน้องจนมาถึงตอนนี้ ถ้าย่าหยาทำสิ่งใดล่วงเกินคุณสินธุ์ไป อิชั้นขอกราบ..”
“ไม่ต้อง” ชายหนุ่มร้องห้าม “อย่างไรเสียเธอก็มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ฉัน แม้จะเป็นเมียรองของพี่ชายฉันก็เถิด” เขาอดมองไปยังร่างเล็กที่เหมือนจะหลับไปแล้ว
“ขอบพระคุณที่คุณสินไม่ถือสา ย่าหยาเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ น้องคงหลงทางจึงได้ไปอยู่ที่เรือนคุณสินธุ์ได้”
“ช่างเถิด”
เขามองแล้วก็รู้สึกผิด คงตื่นตกใจถึงกับเป็นลมไปเลยสินะ หางตารับรู้การเคลื่อนไหวจึงเบี่ยงตัวหลบให้บ่าวรับใช้รีบเอาแก้วยาหอมเข้ามา ยี่สุ่นประคองร่างของน้องสาวขึ้นนั่งแล้วค่อยๆ ป้อนยาหอมให้จิบที่ละนิดจนหญิงสาวได้สติ ดวงตากลมคู่หนึ่งกะพริบตาปรับสายตาครู่หนึ่งก่อนมองมาทางเขาแล้วท่าทางหดคอเหมือนเต่าตัวน้อย
“ย่าหยาอย่าเสียมารยาท นี่คุณสินธุ์น้องชายคุณหลวงพิชัย ไหว้คุณสินธุ์สิจ๊ะ”
หญิงสาวยกมือไหว้อย่างขลาดกลัวอีกฝ่ายยกมือรับไหว้
“คราวหน้าคราวหลังอย่าไปวุ่นวายที่เรือนของฉันอีกล่ะ ถือว่าฉันเตือนแล้วนะ”
ย่าหยาค่อยๆลดมือที่ไหว้อยู่ลงแล้วแอบแลบลิ้นใส่ เธอไม่คิดว่าเขาจะเห็นแต่เขากลับจ้องเขม็งทำให้เธอหดคออีกครั้ง ชายหนุ่มส่ายหน้าระอาใจแล้วก้าวเท้าออกไปทันที
“ขวัญเอยขวัญมา อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่านอีก ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะย่าหยา”
หญิงสาวพยักหน้ารับแล้วค่อยๆ จิบยาหอมจนหมด เผลอมองไปยังมุมหนึ่งซึ่งเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเห็นเงาตัวเองในกระจกก็ต้องตกใจ
“มีอะไรรึ”
ย่าหยาส่ายหน้าไปมาแล้วชี้นิ้วไปที่หมอนทำท่าจะขอนอน ยี่สุ่นก็พยักหน้าเข้าใจประคองน้องสาวลงนอน
เมื่อครู่ ความทรงจำของ ‘ย่าหยา’ ไหลบากเข้ามาในหัวของเธอ ย่าหยาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงหลุดมาอยู่ในยุคอดีตเช่นนี้ได้ เธอเป็นนักเขียนย่อมเป็นนักอ่านด้วย อ่านนิยายย้อนยุคทะลุมิติมาก็มาแต่ไม่คิดว่าเจอเข้ากับตัว ตอนนี้เธอติดอยู่ในร่างของย่าหยาซึ่งชื่อเดียวกับเธอ แต่ว่าเจ้าของร่างนี้อายุเพียงสิบเจ็ดและยังเคยเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายจนเป็นคนไม่ยอมพูด หลายคนเข้าใจไปว่าย่าหยาเป็นใบ้แท้จริงเธอแค่ไม่พูดเท่านั้น
ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ แล้วนี่เธอจะทำยังไงถึงจะได้กลับบ้านในปีพ.ศ.2567ได้กันล่ะ
เฮ้อ!
ถึงเวลารับประทานอาหารเย็น ย่าหยาที่อาการดีขึ้นถูกเชิญให้ไปร่วมกินอาหารที่เรือนใหญ่ เธอได้รับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมทำให้รู้ว่าที่ผ่านมา ผู้อื่นเข้าใจว่าหญิงสาวเป็นใบ้ แต่เพราะในวัยเด็กได้เห็นผู้เป็นแม่ถูกโจรฆ่าตายต่อหน้าในขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าตามคำสั่งของมารดา
‘อย่าส่งเสียง อย่าร้อง เชื่อแม่นะ’
เด็กหญิงตัวน้อยกัดปากตนเองแน่นจนเป็นแผลมองดูแม่ที่สิ้นใจด้วยสภาพน่าอนาถ เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ พ่อของตนนำลูกน้องคนสนิทออกตามหาจึงได้พบลูกสาวคนเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ นับจากวันนั้น น้อยนักที่จะได้เด็กน้อยเอ่ยวาจา ไม่ว่าบิดาจะพยายามหาหมอเก่งกาจเพียงใดมารักษาแต่เด็กน้อยก็ไม่ยอมพูด ยี่สุ่นผู้เป็นพี่สาวคอยดูแลเลี้ยงดูย่าหยาแทนแม่ที่ตายจาก พ่อของเธอคือกำนันไม้ หลายเดือนก่อนหลวงพิชัยเป็นตัวแทนพระองค์ท่านออกตรวจความสงบเรียบร้อยตามหัวเมืองต่างๆ เกิดเหตุปะทะกับโจรชั่ว เพื่อปกป้องหลวงพิชัย กำนันไม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะสิ้นใจได้ฝากฝังให้ช่วยดูแลบุตรสาวทั้งสอง หลวงพิชัยจึงตกปากรับคำรับยี่สุ่นเป็นเมียรอง ส่วนย่าหยานั้นก็รับมาอยู่ด้วยกันเพื่อที่พี่น้องจะได้ไม่ต้องอยู่ห่างไกลกัน
ย่าหยาที่เงียบใบ้ถูกนางวาด-คนสนิทของคุณช้อยเมียเอกของหลวงพิชัยแกล้งให้ไปช่วยทำความสะอาดเรือนสินธุ์ซึ่งเป็นเรือนของคุณสินธุ์- น้องชายของหลวงพิชัย ย่าหยาถูกขังไว้ในห้องนอนของคุณสินธุ์ด้วยเหตุผลใดไม่อาจรู้ได้ เธอตื่นขึ้นมาก็กลายอยู่ในร่างของย่าหยา หรือว่าดวงจิตของย่าหยาในภพนี้จะไปอยู่ในร่างของเธอในปีพ.ศ.2567 กันนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ย่าหยาที่แสนไร้เดียงสาและไม่มีใครปกป้องจะทำอย่างไร โลกในอนาคตน่ากลัวกว่ายุคนี้เสียอีก
“อาการดีขึ้นแล้วรึแม่ย่าหยา”
คุณช้อยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง นางเป็นเมียพระราชทานของหลวงพิชัย แต่งงานอยู่กันมาห้าปียังไม่มีลูก บ้านอื่นล้วนมีเมียเล็กๆ รับเมียบ่าวกันให้วุ่นวาย แต่คุณหลวงยังไม่รับใครมาเป็นเมียรองหรือแม้แต่เมียบ่าว เพิ่งจะมีแม่ยี่สุ่นที่รับมาอยู่ด้วย แม้จะเจ็บช้ำใจอยู่บ้างแต่ก็ต้องฝืนทำใจกว้างยอมรับเรื่องนี้ และที่สำคัญคุณหลวงย้ำนักหนาว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นเมียเอกเมียรักของเขาไม่มีวันที่จะยกใครขึ้นมาแทนที่
สโรชายิ้มกว้างอย่างดีใจไม่ทันมองสายตาของสาวๆ ในออฟฟิศที่จ้องมองธีรภัทรแทบไม่กะพริบตา เขาสวมเสื้อเชิ้ตผูกไทไม่ได้ใส่เสื้อสูทตัวนอกมาด้วย ดูสบายๆ และโดยเฉพาะรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าที่มีให้หญิงสาวเพียงคนเดียว “ไม่ว่าอะไรนะ พี่สั่งมาให้ ไม่ได้ถามก่อน” “ไม่เป็นไรค่ะ ของอร่อยทั้งนั้น ลาภปากพวกเราจังเลย” ธัญญ่ายิ้มให้แล้วกระแซะไหล่เพื่อน “จะไม่แนะนำหนุ่มหล่อหรือไงยะ” “อ่อ... นี่พี่ธีร์ค่ะ ธีรภัทรเอ่อ...เป็น...เป็น...” “เป็นอะไรกับหล่อนยะ เป็นพี่ชายหรือเปล่าฉันจะได้จีบ” ธัญญ่าแซวออกนอกหน้า “ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นสามีต่างหากล่ะ” คำพูดของสโรชาทำให้หัวใจของธีรภัทรพองโต เขายิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว ออฟฟิศเขาอยู่ห่างจากตึกนี้ไปแค่ไม่กี่ชั่วตึก และแอบหลบงานเดินมาหาเธอที่นี่ แถมสั่งติ่มซำชุดใหญ่ให้มาส่งด้วย ถือว่าคุ้มค่ากับมากกว่าที่คาดคิดเสียอีก เขาเองก็ยังไม่เคยเจอเพื่อนๆของสโรชา ตอนงานแต่งงานทั้งสองก็แต่งงานกันเงียบๆ มีเพียงแค่ญาติฝั่งเขาและพ่อของสโรชามาร่วมงานเท่านั้น “เฮ้ย!สามี! แกแต่งงานเมื่อไหร่ยะ!” สาวๆ ต่างส่งเ
“บัวทำเองดีกว่าของพวกนี้เป็นของแม่บัวค่ะ” เธอยิ้มไม่ได้คิดอะไรมาก มือยังเช็ดอัลบั้มรูปอยู่ เธอสนใจสิ่งนี้มากกว่า ของที่อยู่ในลังอีกหลายชิ้น แต่ดาวฉายอดมองอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ พอเห็นกล่องไม้เล็กๆ ก็เอื้อมไปหยิบมาเปิดดูโดยไม่ถามเจ้าของ เปิดออกมานึกว่าจะได้เห็นแก้วแหวนเงินทอง แต่กลับเป็นเศษซากดอกไม้เหี่ยวๆ“นี่อะไรคะ”“คงจะเป็นของๆ แม่ค่ะ” เธอยื่นมือไปรับมันดูใกล้ๆ มันแทบดูไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่ทำไมเธอกลับคิดว่ามันเป็นดอกกระดังงาก็ไม่รู้‘นึกว่าจะมีสมบัติอะไรเสียอีก’ ดาวฉายแสร้งยิ้มหวานให้ลูกเลี้ยง“น้องบัวอยากกินมื้อเที่ยงอะไรจ๊ะ อาจะให้แม่ครัวจัดให้” เธอพูดอย่างเอาใจ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวบัวจะไปธุระนอกบ้าน”“ไปไหนละจ๊ะ ช่วงนี่ไม่ค่อยสบายไม่ใช่เหรอ”“ไปออฟฟิศค่ะ” สโรชามองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังแล้วก็ต้องตกใจ “บัวต้องไปอาบน้ำแล้วละคะ มัวแต่ทำโน้นทำนี่เพลินเลยจะลืมเวลาไปเสียนี่”“จ๊ะๆ เดี๋ยวอาให้ไอ้ไม้มันเตรียมรถให้นะ”“ขอบคุณค่ะ” ดาวฉายมองร่างอิ่มเอิมมีน้ำมีนวลของหญิงสาวหมุนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนที่เธออายุ 20 กว่าๆ ก็แบบนี้แหละ สวยสะพรั่ง ผู้ชายหน้าไหนก็แทบคลานเข้ามามุดใต้
“ป๋าขาเมื่อไหร่จะรื้อบ้านหลังนั้นเสียทีละคะ” “ก็ยัยบัวยกให้แล้ว ปล่อยเค้าอยู่กับของๆ แม่สักพักเถอะ”“แล้วถ้าน้องบัวเปลี่ยนใจไม่ยอมรื้อบ้านหลังนั้นละคะ” น้ำเสียงออดอ้อน“ยังไงก็ต้องรื้อ บ้านมันโทรมแล้วจะพังแหล่มิพังแหล่แบบนั้นมันอันตราย”“ก็มันอันตรายแบบนั้น ทำไมไม่รีบๆรื้อละคะ น้องบัวยิ่งไปหลับไปนอนที่นั้นจะเป็นอันตราย ดาวเป็นห่วงน้องบัวค่ะ”“ตาธีร์ไม่ได้ไปดูแลบัวเรอะ”“ไปค่ะ วันนี้ก็ไปตามกลับบ้าน มาถึงก็ขลุกกันอยู่บนห้องนอนยังไม่ลงมาเลยค่ะ”“ดีแล้วหนุ่มๆสาวๆอยู่ด้วยกันแบบนั้น”“ว่าแต่...เรื่องนั้น”“เอาเถอะ ถ้ายัยบัวไม่ยอมจริงๆ เดี๋ยวป๋าจัดการให้เอง”“ดาวรักป๋านะคะ”“รักแล้วต้องทำยังไงล่ะ ฮืม”สโรชาได้ยินเพียงเสียงครางกระเส่า หญิงสาวเดินออกมาให้เบาที่สุด ทำไมดาวฉายถึงอยากให้รื้อบ้านหลังนั้นจัง ยังไงเธอก็ยกให้พ่ออยู่แล้ว แต่เธอแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของบ้านหลังนั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับแม่ รู้ว่าแม่ของเธอเป็นยังไง ความทรงจำของเธอกับแม่แทบไม่มีเหลือเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวตัดสินใจเดินไปที่ห้องสมุดของบ้าน นอกจากหนังสือสารพัดแล้วยังมีเอกสารเก่าๆ ของที่บ้านนี้ เธอคลับคล้ายคล
สโรชามาเกาะแขนของธีรภัทร เวลาที่เธอกลายเป็นลูกแมวน้อยแบบนี้ ธีรภัทรรู้สึกใจอ่อนยวบ เธอยอมให้เขาประคองเธอออกจากบ้านร้างนี้ไปที่รถของเขาอย่างง่ายดาย ถึงคุณมนตรีจะยอมรับเขาเป็นลูกเขย แต่อย่างไรคนเป็นพ่อก็ตามใจลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างมาก เขารักเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอไม่ได้รักเขา เพียงแค่ทำตามที่พ่อสั่ง ทว่าเขาหวังว่าความจริงใจที่เขามีจะทำให้เธอรักเขาบ้าง สโรชาหลับตลอดทางกลับบ้าน เมื่อรถมาจอดหน้าบ้าน ธีรภัทรก็มองเสี้ยวหน้ายามหลับใหลของเธอแล้วยิ้มอ่อนโยน เขาก้มลงจูบแก้มเนียนเบาๆ ทำให้สโรชาลืมตาขึ้นมองใบหน้าเขาแล้วยิ้มเขินอาย“อะไรกัน ยังหน้าแดงอีก” ธีรภัทรหยอกล้อเมียสาว แล้วประคองใบหน้าสวยของเธอเพื่อกดริมฝีปากดูดกลืนริมฝีปากของเธอ ค่อยๆเพิ่มความหวานและร้อนแรงขึ้นจนหญิงสาวต้องใช้มือยันแผงอกของเขาไว้“พี่ธีร์”“ทำไมละครับ พี่อยากจูบเมียพี่นี่” เขาขมวดคิ้ว“นี่มันหน้าบ้านนะคะ” สโรชาเขินอายหน้าแดงก่ำ อาการของเธอทำให้ธีรภัทรหัวเราะพอใจ ก่อนหน้านี้เห็นเมียจับไข้เพราะ ‘ครั้งแรก’ ที่เขาตักตวงมาก็กลัวว่าเมียสาวจะไม่ให้เข้าใกล้อีก แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว หัวใจ
“คุณหนูจะเอาอะไรอีกไหมขอรับ จะให้กระผมอยู่รับใช้จนคุณเรืองมาหรือไม่”“มะ..ไม่...ไม่ต้องแล้ว รีบออกไปเถอะ” เธอสั่งเขาเสียงสั่น“ขอรับคุณหนู” สโรชาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นนายพร้าวคลานออกไปพ้นประตูแล้ว หญิงสาวแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง มือเรียวยกขึ้นทาบอก หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก พอตั้งสติได้ก็รีบเดินไปที่หน้าต่างเห็นเงาร่างของคนรับใช้เดินออกจากเรือนไปแล้ว เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้ดูแล้วก็นึกอยากหัวเราะ ‘คุณหนูแดง’ กับเธอชอบใส่ชุดกระโปรงคล้ายๆ กันกับที่เธอชอบสวม หญิงสาวหยิบชุดนอนเป็นผ้าฝ้ายสีขาวตัวยาวมาผลัดเปลี่ยน เธอแปรงผมยาวสลวยด้วยความเคยชินก่อนจะปีนขึ้นเตียงนอน สโรชาเริ่มอยากรู้ว่า ‘หนูแดง’ เป็นใคร ‘คุณท่าน’ เป็นคือ ‘คุณตา’ ของเธอใช่ไหม? ถ้าใช่ล่ะ? หนูแดงก็อาจจะเป็นแม่ของสโรชาเองก็เป็นได้ กลิ่นหอมของดอกกระดังงาอบอวลราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังโอบกอด เธอหาวออกมาเบาๆ แล้วสติก็เริ่มจะเข้าสู่ภวังค์หลับใหล ขณะที่เธอกำลังจะสู้ห้วงนิทรา ก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนขึ้นมานอนซ้อนอยู่ด้านหลัง“เรืองเองเจ้าคะ”“ฮืม” เธอรับคำเหมือนละเมอ คล้ายว่าคุ้นเคยกับการมีเรืองอยู
“ให้อีเรืองทำความสะอาดให้นะเจ้าคะ”“อือ” หญิงสาวได้แต่บิดกายเร่าๆตามจังหวะเร่งเร้าของของปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวอย่างชำนาญ เธอไม่ใช่หญิงสาวไม่ประสีประสา ทว่ากลับรู้สึกราวกับไม่เคยผ่านพบเรื่องเช่นนี้มาก่อน ทั้งทรวงอกที่ถูกบีบเคล้นและดอกไม้ที่ถูกแตะต้องก็ทำเอาสโรชากรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทนฝืนได้“คุณหนูแดงของอีเรือง” เรืองก้มหน้ามากระซิบด้วยรอยยิ้มพอใจ ยังไงเด็กสาวคนนี้ต้องอยู่ในกำมือเธอเช่นเดียวกับพ่อของเธอเป็นนั้นแหละ ถึงจะมีหน้าเพียงพี่เลี้ยงของคุณหนูแดง แต่ลึกๆ แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอีเรืองอยู่ในฐานะพิเศษที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือทำร้ายเธอสโรชาลุกจากอ่างอาบน้ำด้วยความสั่นเทา พี่เลี้ยงของเธอทำเหมือนสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องปกติ หญิงสาวหยิบผ้าขนหนูมาซับน้ำตามเรือนกายของตัวเอง แล้วรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ เรืองช่วยแต่งตัวและแปรงผมให้ เมื่อหญิงสาวสวยงามดีแล้วจึงชวนให้ไปรับประทานอาหารที่เรือนใหญ่ เพื่อที่จะได้แนะนำให้คนรับใช้อื่นๆ รู้จักคุณหนูแดงด้วย เพราะช่วงที่คุณหนูไปเรียนที่ปีนังก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี บ่าวไพร่บางคนก็มาใหม่ไม่เคยเห็นหน้าคุณหนูแดงมาก่อนหญิงสาวเดินผ่านชายหนุ่มร่างกาย
เธอพูดแล้วขยับลงจากเตียงอย่างมั่นคงไม่ตกเตียงเช่นครั้งก่อนอีก หญิงสาวรู้สึกขัดเขินจึงเสมองไปทางอื่น แต่สายตาปะทะกับชั้นหนังสือที่ด้านหนึ่งของห้อง จะว่าไปเธอพึ่งสังเกตว่าลักษณะของเรือนแตกต่างจากเรือนหลังอื่น ต้องบอกว่า ‘ทันสมัย’ กว่าน่าจะถูก เรือนที่เธออยู่กับพี่ยี่สุ่นเป็นเรือนไม้ใต้ทุนสูง แต่เรื
ครั้งแรกที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของเขา นิยายที่เคยอ่าน ซีรีย์ที่เคยดู มีบางเรื่องคล้ายกันคือนางเอกตื่นมาบนเตียงพระเอก หรือเตียงจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงมิติก็ได้ คราวนี้เธอจะลองนอนบนเตียงนี้เผื่อว่าตื่นอีกครั้งจะได้กลับไปโลกปัจจุบัน คิดได้ตามนี้แล้วย่าหยาก็ปีนขึ้นเตียงนอน จัดหม
“คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา” “ชอบหรือไม่” “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว” “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว” นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะ
ย่าหยาอ้าปากแต่ไม่มีเสียง ยี่สุ่นที่นั่งอยู่ใกล้น้องจึงพูดแทน “ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณช้อยที่ให้หมอมาตรวจอาการน้องสาวอิชั้นเจ้าค่ะ” “เห็นสองคนคอยดูแลกันเช่นนี้ ฉันก็สบายใจ” หลวงพิชัยพูดแล้วอดมองมาทางย่าหยาไม่ได้ ได้ยินว่าแม่เป็นคนจีนทั้งสองพี่น้องจึงผิวขา







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)