Accueil / โรแมนติก / คะนึงครวญ / ตอนที่6. ความฝัน? ความจริง?

Partager

ตอนที่6. ความฝัน? ความจริง?

last update Date de publication: 2026-05-24 14:08:14

            ครั้งแรกที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของเขา นิยายที่เคยอ่าน ซีรีย์ที่เคยดู มีบางเรื่องคล้ายกันคือนางเอกตื่นมาบนเตียงพระเอก หรือเตียงจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงมิติก็ได้ คราวนี้เธอจะลองนอนบนเตียงนี้เผื่อว่าตื่นอีกครั้งจะได้กลับไปโลกปัจจุบัน

            คิดได้ตามนี้แล้วย่าหยาก็ปีนขึ้นเตียงนอน จัดหมอนแล้วทิ้งตัวลงนอน เธอหลับตาแต่แสงสว่างที่สาดเข้ามารบกวนการนอน เธอพลิกซ้ายพลิกขวาก็ยังไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมานั่ง

            ‘ทำไมไม่หลับนะ ปกติตอนอยู่โลกโน้น ก็หลับได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมืดหรือแสงสว่างแค่ไหน ทำไมถึงไม่หลับนะ’

            ย่าหยาก่นดาตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

‘สงบสติอารมณ์หน่อย ผ่อนคลาย คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงงาน คิดถึงนักอ่านที่รอตอนต่อไปของนิยาย เอ๊ะ ! หรือจะไม่มีใครรออ่านนิยายของฉันแล้วนะ แงๆ ไม่เอาสิ คิดมากแบบนี้ก็นอนมไม่หลับนะสิ โอ๊ย! จงหลับ หลับ หลับเดี๋ยวนี้’

            สายลมเย็นๆ พลิ้วผ่านม่านหน้าต่าง กลิ่นหอมของดอกไม้ไม่รู้สายพันธุ์โชยมาแตะปลายจมูก ย่าหยาเคลิ้มหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นจังหวะเดียวกับบานประตูเปิดออกพร้อมเจ้าของเรือนที่กลับเข้ามา ดวงตาคมปลาบเห็นเงาร่างที่ขดตัวบนเตียง เขาก้าวเดินมาหยุดมองอย่างแปลกใจ

            สินธุ์งุนงงที่เห็นร่างเล็กหลับผล็อยบนเตียงของเขา ชายหนุ่มยื่นมือไปหมายจะปลุกหญิงสาวให้ตื่น แต่ปลายนิ้วสัมผัสเส้นผมดำขลับยาวสลวย เขาไม่ค่อยเห็นผู้หญิงไว้ผมยาวเช่นนี้นัก ริมฝีปากอิ่มแลดูจิ้มลิ้มเผยอขึ้นน้อยๆ ขนตายาวงามงอนเป็นแพสวย ผิวขาวผุดผ่องเป็นยองไย  ความงามที่แสนเย้ายวนทำให้เขาแทบเสียการควบคุมตนเอง

            “ทำไมเธอมาอยู่ที่เตียงของฉันอีกแล้ว” 

ความฝัน? ความจริง?

            คล้ายอยู่ในความฝัน คล้ายอยู่ในความจริง

            สัมผัสแผ่วเบาแต่ปลุกเร้าเลือดในกายให้เดือดพล่าน

            หญิงสาวบิดตัวกระสับกระส่าย ยกมือขึ้นปัดป่ายไปมาก่อนที่มือทั้งสองข้างจะถูกรวบไว้เหนือศีรษะ รู้สึกถึงแรงขบเม้มที่กลีบปากเบาๆ แต่กระนั้นมันเหมือนจริงจนเธอบอกตัวเองให้ลืมตา ดวงตากลมกระพริบตาปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งแต่ทำให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่อยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน

            “คุณ...คุณ...”   ย่าหยาตื่นตกใจ พยายามจะกระถดตัวถอยหนีแต่พบว่าข้อมือถูกรวบไว้เหนือศีรษะ และดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองอยู่ก็ราวจะกลืนกินเธอทั้งเป็น “คุณสินธุ์”

            “อย่าเพิ่งขยับตัว”  น้ำเสียงเขาแห้บพร่าคล้ายข่มกลั้นกดดันอยู่ในที “อยู่นิ่งๆ สักประเดี๋ยว”

            บางสิ่งแข็งขันดุนดันอยู่ตรงหว่างขา ใบหน้าหวานจึงเห่อร้อนแดงเรื่อขึ้นมาทันที

            “คะ...คุณ...คุณสินธุ์ ทำ...ทำไม มา..มาอยู่ที่...ที่นี่”

            “นี่ห้องฉัน ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่สิ”  เขาขึงตาใส่ “หืม พูดได้ชัดขึ้นแล้ว”

            หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ขยับตัวตามที่เขาสั่ง เสียงเขาสูดลมหายใจลึกเฮือกใหญ่ก่อนจะปล่อยข้อมือเธอออกเป็นอิสระ  ย่าหยารีบยันกายขึ้นแล้วพลิกตัวลงจากเตียง แต่ปลายเท้ายังไม่ทันแตะพื้น เอวบางก็ถูกรวบกอดจากด้านหลัง

            “ว้าย!”

            “จะร้องไปไย ฉันกลัวเธอจะตกเตียงเช่นครั้งก่อนอีก”  เขาหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วรัดวงแขนแน่นขึ้น “ทำไมชอบมาอยู่บนเตียงฉันนักนะ”

            “ปะ...เปล่า”  เธอเอี้ยวหน้าไปหมายปฏิเสธแต่แก้มเนียนก็ถูกปลายจมูกโด่งเป็นสันสัมผัสเบาๆ เธอรีบหันหน้ากลับแล้วยกมือขึ้นแกะท่อนแขนที่รัดรอบเอวออก

            “เปล่า? แต่เธออยู่บนเตียงของฉันถึงสองครั้งสองคราแล้ว”  เขาเย้าแหย่ด้วยการพูดอยู่ริมใบหูที่แดงเรื่อ “หรือว่าชอบฉัน?”

            “ไม่ใช่นะ”  เธอปฏิเสธแต่เสียงแข็ง “ฉันแค่คิดถึงบ้าน”

            “คิดถึงบ้านรึ?”  คราวนี้ชายหนุ่มยอมคลายวงแขนออก แล้วพลิกตัวหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้า “อยู่ที่นี่มีคนรังแกหรือไร ไม่มีความสุขหรือ?”

            เธอส่ายหน้าไปมา คนที่รังแกเธอได้ก็มีแต่เขานี่แหละ “ฉันแค่คิดถึงบ้าน นอน...นอนที่นี่...เหมือน ดะ ได้นอน...ที่บ้าน”

            แววตาและน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสาทำให้สินธุ์รู้สึกผิด ยิ่งนึกถึงเรื่องพี่ชายเล่าเกี่ยวกับตัวผู้หญิงคนนี้ เขาก็นึกสงสารอยู่มาก

            “อย่างไรก็เป็นหญิง ไม่ควรเข้ามาห้องผู้ชายเช่นนี้”

            “อืม...เอ่อ...เจ้าค่ะ...”

            “หือ?” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนหัวเราะออกมา “เธอไม่ใช่บ่าวไม่ต้องพูดเช่นนั้นก็ได้”

            “แล้ว...ต้องพูด...ยังไง”

            “พูดอย่างไร”  เขาแก้คำพูดให้เธอใหม่ “พูดช้าๆ ชัดๆ พูด-อย่าง-ไร”

            “พูด...พูด อย่าง...ไร”

            “ดีมาก” เขาชมเชย “เธอมานอนบนเตียงฉันเช่นนี้ไม่ได้ มันไม่เหมาะไม่ควร ถ้าชอบมากก็เอาเครื่องนอนของฉันไป”

            เธอส่ายหน้าไปมา เขาคงเข้าใจไปว่าเธอชอบกลิ่นที่อยู่บนหมอนบนที่นอนละมั้ง? เธอก็แค่มาลองนอนดูเผื่อจะได้กลับบ้านในปีพ.ศ.2567 ต่างหากล่ะ

            “ให้เครื่องนอนก็ไม่เอา หรืออยากมานอนที่นี่  ทำเช่นนั้นไม่ได้  เธอเป็นหญิงมันไม่งาม ผู้อื่นมาเห็นเข้าเธอจะเสียหายเอา”

            “ไม่...ไม่มาแล้ว”  ย่าหยาพูดแล้วเผลออ้าปากหาวออกมา

            เป็นผู้หญิงเยี่ยงไรถึงกล้าอ้าปากหาวต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้  แต่เหตุใดเขาไม่รู้สึกรังเกียจ แต่กลับน่าเอ็นดูเหลือเกิน

            “เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือไร” 

            ย่าหยาเผลอพยักหน้ารับแล้วพูดขึ้น

“สะ...เสียง..ดัง...คุณ คุณหลวงกับพี่...พี่ยี่สุ่น สะ...เสียงดัง”

            “แคกๆๆ”  ผู้ชายหน้าหนาอย่างเขา แต่ได้ยินหญิงสาวพูดซื่อๆออกมาก็รู้สึกประดักประเดิกชอบกล สองคนนั้นก็กระไร ไม่คิดว่ามีเด็กอยู่ในเรือนหรืออย่างไรกัน เด็ก...อืม...ก็ไม่เด็กแล้วหนา อายุก็สิบเจ็ดแล้ว ทรวงทรงองค์เอวก็แสนเย้ายวนตา

            เพราะพูดไม่ทันคิดแต่เมื่อนึกได้ย่าหยาก็รีบยกมือขึ้นปิดปาก

            ปิดปากตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เขาได้ยินเต็มสองรูหูแล้ว

“ช่างเถิด...เช่นนั้นเจ้าก็นอนที่นี่สักประเดี๋ยว นอนให้พอแล้วค่อยกลับ ฉันจะปลุกเอง” 

“ไม่...ไม่นอนแล้ว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คะนึงครวญ   ตอนที่52

    สโรชายิ้มกว้างอย่างดีใจไม่ทันมองสายตาของสาวๆ ในออฟฟิศที่จ้องมองธีรภัทรแทบไม่กะพริบตา เขาสวมเสื้อเชิ้ตผูกไทไม่ได้ใส่เสื้อสูทตัวนอกมาด้วย ดูสบายๆ และโดยเฉพาะรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าที่มีให้หญิงสาวเพียงคนเดียว “ไม่ว่าอะไรนะ พี่สั่งมาให้ ไม่ได้ถามก่อน” “ไม่เป็นไรค่ะ ของอร่อยทั้งนั้น ลาภปากพวกเราจังเลย” ธัญญ่ายิ้มให้แล้วกระแซะไหล่เพื่อน “จะไม่แนะนำหนุ่มหล่อหรือไงยะ” “อ่อ... นี่พี่ธีร์ค่ะ ธีรภัทรเอ่อ...เป็น...เป็น...” “เป็นอะไรกับหล่อนยะ เป็นพี่ชายหรือเปล่าฉันจะได้จีบ” ธัญญ่าแซวออกนอกหน้า “ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นสามีต่างหากล่ะ” คำพูดของสโรชาทำให้หัวใจของธีรภัทรพองโต เขายิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว ออฟฟิศเขาอยู่ห่างจากตึกนี้ไปแค่ไม่กี่ชั่วตึก และแอบหลบงานเดินมาหาเธอที่นี่ แถมสั่งติ่มซำชุดใหญ่ให้มาส่งด้วย ถือว่าคุ้มค่ากับมากกว่าที่คาดคิดเสียอีก เขาเองก็ยังไม่เคยเจอเพื่อนๆของสโรชา ตอนงานแต่งงานทั้งสองก็แต่งงานกันเงียบๆ มีเพียงแค่ญาติฝั่งเขาและพ่อของสโรชามาร่วมงานเท่านั้น “เฮ้ย!สามี! แกแต่งงานเมื่อไหร่ยะ!” สาวๆ ต่างส่งเ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่51 ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นสามี

    “บัวทำเองดีกว่าของพวกนี้เป็นของแม่บัวค่ะ” เธอยิ้มไม่ได้คิดอะไรมาก มือยังเช็ดอัลบั้มรูปอยู่ เธอสนใจสิ่งนี้มากกว่า ของที่อยู่ในลังอีกหลายชิ้น แต่ดาวฉายอดมองอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ พอเห็นกล่องไม้เล็กๆ ก็เอื้อมไปหยิบมาเปิดดูโดยไม่ถามเจ้าของ เปิดออกมานึกว่าจะได้เห็นแก้วแหวนเงินทอง แต่กลับเป็นเศษซากดอกไม้เหี่ยวๆ“นี่อะไรคะ”“คงจะเป็นของๆ แม่ค่ะ” เธอยื่นมือไปรับมันดูใกล้ๆ มันแทบดูไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่ทำไมเธอกลับคิดว่ามันเป็นดอกกระดังงาก็ไม่รู้‘นึกว่าจะมีสมบัติอะไรเสียอีก’ ดาวฉายแสร้งยิ้มหวานให้ลูกเลี้ยง“น้องบัวอยากกินมื้อเที่ยงอะไรจ๊ะ อาจะให้แม่ครัวจัดให้” เธอพูดอย่างเอาใจ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวบัวจะไปธุระนอกบ้าน”“ไปไหนละจ๊ะ ช่วงนี่ไม่ค่อยสบายไม่ใช่เหรอ”“ไปออฟฟิศค่ะ” สโรชามองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังแล้วก็ต้องตกใจ “บัวต้องไปอาบน้ำแล้วละคะ มัวแต่ทำโน้นทำนี่เพลินเลยจะลืมเวลาไปเสียนี่”“จ๊ะๆ เดี๋ยวอาให้ไอ้ไม้มันเตรียมรถให้นะ”“ขอบคุณค่ะ” ดาวฉายมองร่างอิ่มเอิมมีน้ำมีนวลของหญิงสาวหมุนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนที่เธออายุ 20 กว่าๆ ก็แบบนี้แหละ สวยสะพรั่ง ผู้ชายหน้าไหนก็แทบคลานเข้ามามุดใต้

  • คะนึงครวญ   ตอนที่50 อย่าทำแบบนี้

    “ป๋าขาเมื่อไหร่จะรื้อบ้านหลังนั้นเสียทีละคะ” “ก็ยัยบัวยกให้แล้ว ปล่อยเค้าอยู่กับของๆ แม่สักพักเถอะ”“แล้วถ้าน้องบัวเปลี่ยนใจไม่ยอมรื้อบ้านหลังนั้นละคะ” น้ำเสียงออดอ้อน“ยังไงก็ต้องรื้อ บ้านมันโทรมแล้วจะพังแหล่มิพังแหล่แบบนั้นมันอันตราย”“ก็มันอันตรายแบบนั้น ทำไมไม่รีบๆรื้อละคะ น้องบัวยิ่งไปหลับไปนอนที่นั้นจะเป็นอันตราย ดาวเป็นห่วงน้องบัวค่ะ”“ตาธีร์ไม่ได้ไปดูแลบัวเรอะ”“ไปค่ะ วันนี้ก็ไปตามกลับบ้าน มาถึงก็ขลุกกันอยู่บนห้องนอนยังไม่ลงมาเลยค่ะ”“ดีแล้วหนุ่มๆสาวๆอยู่ด้วยกันแบบนั้น”“ว่าแต่...เรื่องนั้น”“เอาเถอะ ถ้ายัยบัวไม่ยอมจริงๆ เดี๋ยวป๋าจัดการให้เอง”“ดาวรักป๋านะคะ”“รักแล้วต้องทำยังไงล่ะ ฮืม”สโรชาได้ยินเพียงเสียงครางกระเส่า หญิงสาวเดินออกมาให้เบาที่สุด ทำไมดาวฉายถึงอยากให้รื้อบ้านหลังนั้นจัง ยังไงเธอก็ยกให้พ่ออยู่แล้ว แต่เธอแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของบ้านหลังนั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับแม่ รู้ว่าแม่ของเธอเป็นยังไง ความทรงจำของเธอกับแม่แทบไม่มีเหลือเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวตัดสินใจเดินไปที่ห้องสมุดของบ้าน นอกจากหนังสือสารพัดแล้วยังมีเอกสารเก่าๆ ของที่บ้านนี้ เธอคลับคล้ายคล

  • คะนึงครวญ   ตอนที่49 ใจอ่อนยวบ

    สโรชามาเกาะแขนของธีรภัทร เวลาที่เธอกลายเป็นลูกแมวน้อยแบบนี้ ธีรภัทรรู้สึกใจอ่อนยวบ เธอยอมให้เขาประคองเธอออกจากบ้านร้างนี้ไปที่รถของเขาอย่างง่ายดาย ถึงคุณมนตรีจะยอมรับเขาเป็นลูกเขย แต่อย่างไรคนเป็นพ่อก็ตามใจลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างมาก เขารักเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอไม่ได้รักเขา เพียงแค่ทำตามที่พ่อสั่ง ทว่าเขาหวังว่าความจริงใจที่เขามีจะทำให้เธอรักเขาบ้าง สโรชาหลับตลอดทางกลับบ้าน เมื่อรถมาจอดหน้าบ้าน ธีรภัทรก็มองเสี้ยวหน้ายามหลับใหลของเธอแล้วยิ้มอ่อนโยน เขาก้มลงจูบแก้มเนียนเบาๆ ทำให้สโรชาลืมตาขึ้นมองใบหน้าเขาแล้วยิ้มเขินอาย“อะไรกัน ยังหน้าแดงอีก” ธีรภัทรหยอกล้อเมียสาว แล้วประคองใบหน้าสวยของเธอเพื่อกดริมฝีปากดูดกลืนริมฝีปากของเธอ ค่อยๆเพิ่มความหวานและร้อนแรงขึ้นจนหญิงสาวต้องใช้มือยันแผงอกของเขาไว้“พี่ธีร์”“ทำไมละครับ พี่อยากจูบเมียพี่นี่” เขาขมวดคิ้ว“นี่มันหน้าบ้านนะคะ” สโรชาเขินอายหน้าแดงก่ำ อาการของเธอทำให้ธีรภัทรหัวเราะพอใจ ก่อนหน้านี้เห็นเมียจับไข้เพราะ ‘ครั้งแรก’ ที่เขาตักตวงมาก็กลัวว่าเมียสาวจะไม่ให้เข้าใกล้อีก แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว หัวใจ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่48

    “คุณหนูจะเอาอะไรอีกไหมขอรับ จะให้กระผมอยู่รับใช้จนคุณเรืองมาหรือไม่”“มะ..ไม่...ไม่ต้องแล้ว รีบออกไปเถอะ” เธอสั่งเขาเสียงสั่น“ขอรับคุณหนู” สโรชาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นนายพร้าวคลานออกไปพ้นประตูแล้ว หญิงสาวแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง มือเรียวยกขึ้นทาบอก หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก พอตั้งสติได้ก็รีบเดินไปที่หน้าต่างเห็นเงาร่างของคนรับใช้เดินออกจากเรือนไปแล้ว เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้ดูแล้วก็นึกอยากหัวเราะ ‘คุณหนูแดง’ กับเธอชอบใส่ชุดกระโปรงคล้ายๆ กันกับที่เธอชอบสวม หญิงสาวหยิบชุดนอนเป็นผ้าฝ้ายสีขาวตัวยาวมาผลัดเปลี่ยน เธอแปรงผมยาวสลวยด้วยความเคยชินก่อนจะปีนขึ้นเตียงนอน สโรชาเริ่มอยากรู้ว่า ‘หนูแดง’ เป็นใคร ‘คุณท่าน’ เป็นคือ ‘คุณตา’ ของเธอใช่ไหม? ถ้าใช่ล่ะ? หนูแดงก็อาจจะเป็นแม่ของสโรชาเองก็เป็นได้ กลิ่นหอมของดอกกระดังงาอบอวลราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังโอบกอด เธอหาวออกมาเบาๆ แล้วสติก็เริ่มจะเข้าสู่ภวังค์หลับใหล ขณะที่เธอกำลังจะสู้ห้วงนิทรา ก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนขึ้นมานอนซ้อนอยู่ด้านหลัง“เรืองเองเจ้าคะ”“ฮืม” เธอรับคำเหมือนละเมอ คล้ายว่าคุ้นเคยกับการมีเรืองอยู

  • คะนึงครวญ   ตอนที่47 สะอึกสะอื้น

    “ให้อีเรืองทำความสะอาดให้นะเจ้าคะ”“อือ” หญิงสาวได้แต่บิดกายเร่าๆตามจังหวะเร่งเร้าของของปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวอย่างชำนาญ เธอไม่ใช่หญิงสาวไม่ประสีประสา ทว่ากลับรู้สึกราวกับไม่เคยผ่านพบเรื่องเช่นนี้มาก่อน ทั้งทรวงอกที่ถูกบีบเคล้นและดอกไม้ที่ถูกแตะต้องก็ทำเอาสโรชากรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทนฝืนได้“คุณหนูแดงของอีเรือง” เรืองก้มหน้ามากระซิบด้วยรอยยิ้มพอใจ ยังไงเด็กสาวคนนี้ต้องอยู่ในกำมือเธอเช่นเดียวกับพ่อของเธอเป็นนั้นแหละ ถึงจะมีหน้าเพียงพี่เลี้ยงของคุณหนูแดง แต่ลึกๆ แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอีเรืองอยู่ในฐานะพิเศษที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือทำร้ายเธอสโรชาลุกจากอ่างอาบน้ำด้วยความสั่นเทา พี่เลี้ยงของเธอทำเหมือนสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องปกติ หญิงสาวหยิบผ้าขนหนูมาซับน้ำตามเรือนกายของตัวเอง แล้วรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ เรืองช่วยแต่งตัวและแปรงผมให้ เมื่อหญิงสาวสวยงามดีแล้วจึงชวนให้ไปรับประทานอาหารที่เรือนใหญ่ เพื่อที่จะได้แนะนำให้คนรับใช้อื่นๆ รู้จักคุณหนูแดงด้วย เพราะช่วงที่คุณหนูไปเรียนที่ปีนังก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี บ่าวไพร่บางคนก็มาใหม่ไม่เคยเห็นหน้าคุณหนูแดงมาก่อนหญิงสาวเดินผ่านชายหนุ่มร่างกาย

  • คะนึงครวญ   ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

    “คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา” “ชอบหรือไม่” “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว” “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว” นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่4. พยายามเรียนรู้

    ย่าหยาอ้าปากแต่ไม่มีเสียง ยี่สุ่นที่นั่งอยู่ใกล้น้องจึงพูดแทน “ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณช้อยที่ให้หมอมาตรวจอาการน้องสาวอิชั้นเจ้าค่ะ” “เห็นสองคนคอยดูแลกันเช่นนี้ ฉันก็สบายใจ” หลวงพิชัยพูดแล้วอดมองมาทางย่าหยาไม่ได้ ได้ยินว่าแม่เป็นคนจีนทั้งสองพี่น้องจึงผิวขา

  • คะนึงครวญ   ตอนที่ 3. เปล่งเสียงไม่ได้

    ‘คุณสินธุ์’ อุ้มร่างที่เบาหวิวตรงดิ่งไปที่เรือนจรุงจิตซึ่งเป็นเรือนที่ ‘หลวงพิชัย’ ยกให้เมียรองได้อยู่อาศัยนั้นก็คือ ‘ยี่สุ่น’ ซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ราวๆ สิบวันแล้ว โดยมีบ่าวรับใช้ชื่อแจ่มและน้องสาวที่ได้ยินว่าสติไม่ค่อยดีชื่อย่าหยามาอยู่ด้วย ชายหนุ่มร่างกำยำอุ้มร่างเล็กที่ไม่มีแรงดิ้นรน

  • คะนึงครวญ   ตอนที่2. พายุ

    “ให้หนูช่วยนะคะ” ย่าหยารีบเดินตามยายละเอียด บ้านทรงไทยของภาคกลางจะมีหน้าต่างหลายบาน กว่าจะเสร็จเธอก็โดนน้ำฝนสาดใส่จนเสื้อผ้าเปียกชื้นไปหมด “แย่แล้วๆ หนูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า อยู่แบบนี้จะเป็นหวัดเอา” “หนู...” เธอกอดอกยกมือขึ้นถูกแขนไปมาเพราะเริ่มหนาว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status