หน้าหลัก / โรแมนติก / คะนึงครวญ / ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

แชร์

ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

ผู้เขียน: เพลงมีนา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-24 14:06:26

            “คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา”

            “ชอบหรือไม่”

            “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว”

            “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว”

            นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะร้อนแรงขนาดทำให้พี่สาวร้องครวญครางเกือบทั้งคืน ซ้ำรุ่งเช้ายังได้ยินอีกรอบด้วย ยังดีที่คุณหลวงมาหาพี่ยี่สุ่นวันเว้นสองวันเพราะเกรงใจคุณช้อย ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้หลับสนิทเป็นแน่ แต่พี่สาวของเธอตื่นมาหน้าตาแช่มชื่นในขณะที่เธอนอนหลับไม่สนิทเพราะได้ยินเสียงครวญครางรบกวนทั้งคืน  แต่พี่แจ่มดูไม่ทุกข์ร้อนสักนิด คงมีแต่เธอที่ยังไม่ชินสินะ  แม้ยังไม่เคยมีคนรักแต่รู้เรื่องระหว่างชายหญิงดี และพอเข้าใจได้ว่าผู้หญิงในยุคนี้ต้องพึ่งพาสามี ถ้าไม่ได้รับความรักความโปรดปรานก็จะใช้ชีวิตอยู่ยาก

            แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดี

            มาอยู่ที่นี่ครบสัปดาห์แล้ว เธอยังหาวิธีกลับบ้านไม่ได้ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ นับว่าเธอยังโชคดีที่มาอยู่ในร่างที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินๆทองๆ มีที่ซุกหัวนอน อาหารกินอิ่มทั้งสามมื้อ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่สำคัญมีพี่สาวที่รักใคร่เอ็นดูเธอมาก ส่วนคุณช้อยภรรยาเอกของคุณหลวงก็มีเมตตากับพี่สาวและเธอไม่น้อย ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใจว่าจะมีปัญหา ‘เมียหลวง-เมียน้อย’ อย่างที่เคยอ่านในนิยายหรือดูซีรีย์มา  จะว่าไปก็มีอีกวิธีหนึ่งที่เธอคิดมาหลายตลบแต่ยังไม่เคยลองทำ หลายวันมานี้เธอไม่เห็นหน้าผู้ชายที่ชื่อสินธุ์คนนั้น เธอได้ยินพวกบ่าวสาวๆ พูดคุยกัน คุณสินธุ์เป็นมหาดเล็กหลวง ทำงานรับใช้พระองค์ท่านตามแต่จะบัญชา ไม่ค่อยได้กลับเรือนนัก พวกบ่าวรับใช้ก็หวังจะได้เป็น ‘เมียบ่าว’ อย่างน้อยฐานะความเป็นอยู่ก็ดีกว่าเป็นบ่าวรับใช้เช่นนี้

            ‘ไม่เห็นหล่อตรงไหน’

            ย่าหยาแอบเบ้ปากใส่เวลาได้ยินบรรดาบ่าวรับใช้พูดถึงคุณสินธุ์แถมยังพร่ำพรรณนาถึงความหล่อเหลาองอาจ เอาเถอะ รสนิยมของแต่ละยุคไม่เหมือนกัน เธอจะไปดูแคลนความคิดใครไม่ได้หรอก ว่าแต่...ไม่เห็นคนนั้นกลับเรือนมาหลายวันแล้ว หลายคนพูดว่าบางครั้งบางคราวก็หายหน้าไปเดือนสองเดือนก็มี เธอฉวยโอกาสที่เขาไม่อยู่ไปที่เรือนของเขาคงไม่เป็นไรนะ

            “คุณย่าหยาจะไปไหนเจ้าคะ”  แจ่มที่กำลังปักผ้าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำท่าจะลุกไปนอกเรือน

            “ปะ..ไป...ไป กะ...เก็บ..ดอกไม้...”   ระยะนี้เธอฝึกพูดบ่อยๆ ทำให้น้ำเสียงดังขึ้นมาอีกนิด แม้จะพูดได้ไม่เป็นประโยคดีนักแต่ก็นับว่าดีกว่าวันแรกๆ อยู่มาก

            “เก็บดอกไม้ตอนนี้รึเจ้าคะ” แจ่มแปลกใจอยู่บ้าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็นับว่าอาการของย่าหยาดีขึ้นมาก แต่ก็มีบางอย่างที่รู้สึกว่าเปลี่ยนไป ไม่ชอบให้เธอคอยช่วยอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือไม่ชอบให้ใส่น้ำมันทาผม อาหารการกินก็เปลี่ยนไป ไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไรดี

            “อืม”  ย่าหยาพยักหน้ารับ ไม่ว่าจะทำอะไรยี่สุ่นจะให้แจ่มคอยตามประกบเธอตลอด ก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วง แต่เธอเคยชินกับการใช้ชีวิคคนเดียวมาตั้งนานนี่

            “รอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ แจ่มชุนผ้าใกล้เสร็จแล้ว”

            “ไม่ ...ไม่”   เธอโบกมือไปมา “จะ..ไป..เอง”

            “ไปคนเดียวไม่ได้นะเจ้าคะ เกิดเป็นลมเหมือนครั้งก่อนจะทำอย่างไร”

            “ไม่..ไม่เป็นลม”

            “มีเรื่องอะไรรึ”  ยี่สุ่นก้าวออกจากในห้องพร้อมผ้าไหมในอ้อมแขนเอ่ยถามบ่าวคนสนิท

            “คุณย่าหยาสิเจ้าค่ะ อยากไปเก็บดอกไม้ อิชั้นบอกให้รอก่อน เพราะชุนผ้าใกล้เสร็จแล้ว แต่ก็อยากไปคนเดียว”

            “อยู่แต่ในเรือนคงเบื่อแย่”  ยี่สุ่นหัวเราะเบาๆ แล้วยื่นผ้าส่งให้แจ่ม “น่าจะพอตัดเสื้อกับผ้านุ่งให้ย่าหยานะ เป็นสาวแล้วแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูดี จะได้ไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงคุณหลวง ผู้อื่นจะดูแคลนเอาว่าคุณหลวงกับคุณช้อยเลี้ยงดูคนไม่ดี”

            “เจ้าค่ะ”  แจ่มรับผ้าพับนั้นมาไว้

            ยี่สุ่นหันมาคุยกับน้องสาว “เก็บดอกไม้อยู่บริเวณเรือนของเราได้ อย่าไปไหนไกล พี่จะเตรียมของว่างไว้ให้”

            “อื้ม”  ย่าหยาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มแล้วถลาลงจากเรือนราวกับผีเสื้อตัวน้อย

            “อย่าวิ่ง ประเดี๋ยวหกล้ม”

            “คุณย่าหยาดูดีขึ้นมากเลยนะเจ้าค่ะ พยายามพูด พยายามดูแลตัวเองไม่อยากให้อิชั้นช่วยแล้ว”

            “เห็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี”

            “แต่วันข้างหน้าถ้าคุณย่าหยาได้ออกเรือน คุณยี่สุ่นก็ตามไปดูแลไม่ได้แล้ว อย่างไรให้คุณย่าหยาฝึกทำอะไรๆ ด้วยตนเองอย่างนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”

            “คิดเรื่องออกเรือนก็กลัวเหลือเกิน ฉันยังโชดดีได้เข้าเรือนคุณหลวง แม้จะเป็นเมียรองแต่คุณช้อยก็ใจกว้างมีเมตตาต่อฉัน  พ่อแม่ของคุณหลวงก็ลาลับไปแล้ว ฉันไม่ต้องเจอปัญหากับแม่ผัว กลัวแต่ว่าถ้าย่าหยาออกเรือนไปจะเจอคนรังแกเอา”

            “อย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเลยเจ้าค่ะ ถ้าคุณย่าหยาออกเรือนจริงๆ อิชั้นจะขอตามไปปรนนิบัติดูแลคุณย่าหยาเอง”

            “ขอบใจนะพี่แจ่ม ฉันไม่เคยเห็นพี่เป็นบ่าวเลย พี่ดูแลฉันกับน้องและยังตามมาที่นี่อีก”

            “อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ชีวิตอิชั้นมีวันนี้ได้ก็เพราะกำนันไม้ที่เมตตาช่วยเหลือมา และคุณทั้งสองก็ดูแลอิชั้นดีมากเหลือเกิน ไม่ได้ลำบากเช่นคนอื่นเขา แค่นี้อิชั้นก็ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรแล้วเจ้าค่ะ”

            “พอแล้ว ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว แจ่มชุนผ้าผืนนั้นเสร็จแล้วตามฉันไปที่ครัวใหญ่นะ ฉันจะไปดูเสียหน่อยว่าจะทำอะไรให้ย่าหยากินเป็นมื้อเที่ยง”

            “เจ้าค่ะ”

            มือเรียวเล็กคว้าตะกร้าติดมือมาด้วย เพราะเกรงว่าผู้อื่นจะรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจมาเด็ดดอกไม้ อาศัยว่าใครต่อใครคิดว่าเธอสติไม่ดีทำให้ไม่มีใครสนใจว่าเธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาที่เรือนสินธุ์  หญิงสาวกวาดตามองจนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงทำตัวเป็นแมวขโมยเดินย่องๆ ขึ้นไปบนเรือน ได้ยินว่าคนผู้นี้รักสันโดษไม่ชอบให้มีบ่าวไพร่มารบกวน ในเรือนจึงไม่มีใครเฝ้า แต่คุณช้อยสั่งคนมาทำความสะอาดทุกเช้าเพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเรือนจะอยู่หรือไปตอนไหน  เธอเปิดประตูเข้าห้องนอนของเขา เตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ข้าวของเครื่องใช้อยู่ครบครัน เธอวางตะกร้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คะนึงครวญ   ตอนที่10 แก่แดด

    “ขอบพระคุณคุณช้อยมากเจ้าค่ะ” ยี่สุนยกมือไหว้ทำให้ย่าหยายกมือไหว้ตาม เช้านี้ทั้งสองมารับประทานอาหารเช้าที่เรือนคุณหลวง พูดคุยกันไปมาคุณช้อยได้ยินว่าย่าหยามีเสื้อผ้ามาไม่กี่ชุด รูปร่างก็เริ่มเปลี่ยนโตเป็นสาวคุณช้อยจึงพาย่าหยาไปลองเสื้อผ้าเก่าๆ ของคุณช้อยเอง ย่าหยาเองก็ไม่คิดว่าเสื้อผ้าที่คุณช้อยยกให้จะเป็นชุดสวยๆงามๆ ขนาดนี้ แล้วก็ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณสินธุ์เข้าพอดี ยิ่งเห็นสายตาตกตะลึงยิ่งทำให้เธออยากอวดให้เขาเห็นว่าเธอก็สวยเหมือนกัน“รับประทานมาแล้วขอรับพี่ช้อย” สินธุ์ตอบแล้วแอบเห็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปากของย่าหยา ไม่น่าเลย นี่เธอคงเห็นเขามองตาค้างกระมังถึงได้ยิ้มได้ใจเสียขนาดนั้น “แต่องค์ทรงเครื่องขนาดนี้จะไปไหนหรือ?”“สติไม่ดีอย่างนี้จะออกไปไหนได้” วาดพึมพำเสียงเบาแต่จงใจให้ยี่สุ่นได้ยิน แม้ยี่สุ่นได้ยินแต่กลับฝืนยิ้มออกมา อย่าว่าแต่น้องสาวไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาเลย เธอเองก็ไม่เคยไปที่ใดเช่นกัน แจ่มที่ได้ยินชัดจะอ้าปากโต้เถียงแต่ยี่สุ่นปรามด้วยสายตาไว้ก่อน อย่างไรวาดก็เป็นคนสนิทของคุณช้อย เธอไม่อยากลวงเกินคนของคุณช้อยเข้าให้ แล้วจะยิ่งผิดใจกันเสียเปล่า“วาดอย่าพูดเช่นนั้นสิ” คุณช้อ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่9 แค่จูบ

    “ฉัน...” “หาย...หายใจ...ไม่ออก” เธอต่อว่าเขา อยากทำมากกว่า แต่บางทีการแกล้งตัวทำโง่ๆ อาจจะดีกว่า แค่จูบยังไม่ได้เสียตัวสักหน่อย! “ฉันขอโทษ...” เขาพูดเสียงเบาอย่างไม่เคยทำกับหญิงใดมาก่อน “กลัวหรือไม่” “อื้ม” เธอพยักหน้าแรงๆ “เจ็บ” “คราวหน้าจะไม่ทำให้เจ็บอีก” ‘หา! ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ!’ ย่าหยาส่ายหน้ารัวๆ “ไม่เอาแล้ว!” คราวนี้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เขาเงี่ยหูฟังดูเหมือนบ่าวในเรือนมาแอบพลอดรักกันยังไม่จบศึกง่ายๆ เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วยุ่งเหยิง คงทั้งกลัวทั้งตกใจ “จะ...จะขึ้นเรือน” “ฉันไปส่ง” “กะ...กลับ...กลับเองได้” เพราะเขาคลายวงแขนออกแล้วทำให้เธอก้มตัวรอดใต้รักแร้ของเขาออกมา แต่เดินได้ก้าวเดียวแข้งขาที่ยังไม่แรงก็พาให้ตัวเซไปมา สินธุ์เห็นแล้วก็หมุนตัวไปช้อนร่างเล็กอุ้มขึ้นมาทันที “คุณสินธุ์!” “อย่าเสียงดัง ประเดี๋ยวก็ตื่นกันทั้งเรือน” เขาขู่แต่กลับยิ้มละไม ทำให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นรนและยอมอยู่นิ่งๆให้เขาอุ้มไปส่งจนใกล้ถ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่ 8. หิ่งห้อย

    หญิงสาวพยายามอ่านหนังสือเหล่านี้ แรกทีเดียวเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก การใช้คำ การสะกดคำ การเรียบเรียงประโยคมันต่างจากในยุคปัจจุบันอยู่มาก แต่เมื่ออ่านไปสักครึ่งเล่ม เริ่มทำความคุ้นชินกับภาษาไทยสมัยก่อน เธอก็ทำความเข้าใจได้ ถ้ายังหาทางกลับบ้านในยุคปัจจุบันไม่ได้ เธอก็ต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในยุคนี้ให้ได้ ย่าหยาบอกกับตัวเองอย่างนั้น ถือว่าชีวิตของ “ย่าหยา” ไม่ถือว่าลำบากอะไรนัก แม้ว่าครอบครัวเดิมของเธอไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีสวนผลไม้และไร่นาปล่อยให้เช่าทำกิน พอมีรายได้เข้ามืออยู่บ้าง พี่ยี่สุ่นแม้ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ก็พออ่านออกเขียนได้ เธอจึงคิดหาช่องทางให้ตัวเอง อยู่ในปีพ.ศ.2567 เธอเป็นนักเขียน แม้จะไม่โด่งดังแต่ก็มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ ถ้าเธอจะเป็นนักเขียนในยุคนี้จะได้ไหมนะ คนยุคนี้เขาอ่านอะไรกัน เธอเองก็ไม่ได้ช่ำชองเรื่องประวัติศาสตร์เอาเสียด้วยสิ เป็นนางเอกนิยายเรื่องอื่นเขามีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ใช่ความรู้กู้บ้านกู้เมืองได้ แต่เธอนะ ความรู้น้อยนิด ไอ้ที่เรียนมาก็ส่งคืนครูบาอาจารย์ไปหมดแล้ว อ้อ! ได้ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศสเพราะเป็นเด็กสายศิลป์ภาษาและพ่อเลี้ยงเป็นชาวอเ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่7. ปีนี้ พ.ศ. อะไรคะ

    เธอพูดแล้วขยับลงจากเตียงอย่างมั่นคงไม่ตกเตียงเช่นครั้งก่อนอีก หญิงสาวรู้สึกขัดเขินจึงเสมองไปทางอื่น แต่สายตาปะทะกับชั้นหนังสือที่ด้านหนึ่งของห้อง จะว่าไปเธอพึ่งสังเกตว่าลักษณะของเรือนแตกต่างจากเรือนหลังอื่น ต้องบอกว่า ‘ทันสมัย’ กว่าน่าจะถูก เรือนที่เธออยู่กับพี่ยี่สุ่นเป็นเรือนไม้ใต้ทุนสูง แต่เรือนหลังนี้มีกระประยุกต์แบบตะวันตกร่วมด้วย อ๊ะ! จริงสิ ตอนนี้ยังเรียก ‘สยาม’ ไม่ใช่ ‘ไทย’ “สนใจหนังสือรึ” สินธุ์เอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาว เธอหันมาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพลางชี้นิ้วไปที่ชั้นหนังสือ เขาเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย จึงให้คนตั้งตู้หนังสือในห้องนอน บางครั้งบางคราวก็เอกเขนกอ่านหนังสือจนผล็อยหลับไป “เอาสิ หยิบไปอ่านดูก็ได้” เขาเสนอแล้วเดินไปที่ชั้นหนังสือ “แต่หนังสือในห้องฉันเป็นหนังสือทางการทหารการปกครอง เธอจะอ่านเข้าใจไหม”‘เขากำลังดูถูกเธอเหรอ’ ย่าหยาตวัดตามองเล็กน้อยแล้วเดินไปเลือกดูหนังสือบนชั้น แน่นอนว่าไม่มีหนังสือนิยายรักให้เธอเลือกอ่าน แต่พวกบันทึกประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าต่างแดนก็น่าสนใจไม่น้อย คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งลงมา พอเปิ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่6. ความฝัน? ความจริง?

    ครั้งแรกที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของเขา นิยายที่เคยอ่าน ซีรีย์ที่เคยดู มีบางเรื่องคล้ายกันคือนางเอกตื่นมาบนเตียงพระเอก หรือเตียงจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงมิติก็ได้ คราวนี้เธอจะลองนอนบนเตียงนี้เผื่อว่าตื่นอีกครั้งจะได้กลับไปโลกปัจจุบัน คิดได้ตามนี้แล้วย่าหยาก็ปีนขึ้นเตียงนอน จัดหมอนแล้วทิ้งตัวลงนอน เธอหลับตาแต่แสงสว่างที่สาดเข้ามารบกวนการนอน เธอพลิกซ้ายพลิกขวาก็ยังไม่หลับจนต้องลุกขึ้นมานั่ง ‘ทำไมไม่หลับนะ ปกติตอนอยู่โลกโน้น ก็หลับได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมืดหรือแสงสว่างแค่ไหน ทำไมถึงไม่หลับนะ’ ย่าหยาก่นดาตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง‘สงบสติอารมณ์หน่อย ผ่อนคลาย คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงงาน คิดถึงนักอ่านที่รอตอนต่อไปของนิยาย เอ๊ะ ! หรือจะไม่มีใครรออ่านนิยายของฉันแล้วนะ แงๆ ไม่เอาสิ คิดมากแบบนี้ก็นอนมไม่หลับนะสิ โอ๊ย! จงหลับ หลับ หลับเดี๋ยวนี้’ สายลมเย็นๆ พลิ้วผ่านม่านหน้าต่าง กลิ่นหอมของดอกไม้ไม่รู้สายพันธุ์โชยมาแตะปลายจมูก ย่าหยาเคลิ้มหลับไปอย่างไม่รู้ตัว เป็นจังหวะเดียวกับบานประตูเปิดออกพร้อมเจ้าของเรือนที่กลับเข้ามา ดวงตาคมปลาบเห็น

  • คะนึงครวญ   ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

    “คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา” “ชอบหรือไม่” “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว” “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว” นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะร้อนแรงขนาดทำให้พี่สาวร้องครวญครางเกือบทั้งคืน ซ้ำรุ่งเช้ายังได้ยินอีกรอบด้วย ยังดีที่คุณหลวงมาหาพี่ยี่สุ่นวันเว้นสองวันเพราะเกรงใจคุณช้อย ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้หลับสนิทเป็นแน่ แต่พี่สาวของเธอตื่นมาหน้าตาแช่มชื่นในขณะที่เธอนอนหลับไม่สนิทเพราะได้ยินเสียงครวญครางรบกวนทั้งคืน แต่พี่แจ่มดูไม่ทุกข์ร้อนสักนิด คงมีแต่เธอที่ยังไม่ชินสินะ แม้ยังไม่เคยมีคนรักแต่รู้เรื่องระหว่างชายหญิงดี และพอเข้าใจได้ว่าผู้หญิงในยุคนี้ต้องพึ่งพาสามี ถ้าไม่ได้รับความรักความโปรดปรานก็จะใช้ชีวิตอยู่ยาก แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดี มาอยู่ที่นี่ครบสัปดาห์แล้ว เธอยังหาวิธีกลับบ้านไม่ได้ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ นับว่าเธอยังโชคดีที่มาอยู่ในร่างที่ไม่เดือดร้อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status