Home / โรแมนติก / คะนึงครวญ / ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

Share

ตอนที่5. อยากกลับบ้าน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-24 14:06:26

            “คุณพี่ คุณพี่เจ้าขา”

            “ชอบหรือไม่”

            “เบาหน่อยเจ้าคะ อื้อ คุณพี่...อิชั้น...ไม่ไหว”

            “ทนอีกหน่อย พี่ใกล้แล้ว โอ้ววว”

            นั้นเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ ซึ่งย่าหยาเข้าใจดีว่าเกิดกิจกรรมอะไรในห้องนั้น แต่ไม่คิดว่าหลวงพิชัยที่ดูเงียบขรึมและใจดีจะร้อนแรงขนาดทำให้พี่สาวร้องครวญครางเกือบทั้งคืน ซ้ำรุ่งเช้ายังได้ยินอีกรอบด้วย ยังดีที่คุณหลวงมาหาพี่ยี่สุ่นวันเว้นสองวันเพราะเกรงใจคุณช้อย ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ได้หลับสนิทเป็นแน่ แต่พี่สาวของเธอตื่นมาหน้าตาแช่มชื่นในขณะที่เธอนอนหลับไม่สนิทเพราะได้ยินเสียงครวญครางรบกวนทั้งคืน  แต่พี่แจ่มดูไม่ทุกข์ร้อนสักนิด คงมีแต่เธอที่ยังไม่ชินสินะ  แม้ยังไม่เคยมีคนรักแต่รู้เรื่องระหว่างชายหญิงดี และพอเข้าใจได้ว่าผู้หญิงในยุคนี้ต้องพึ่งพาสามี ถ้าไม่ได้รับความรักความโปรดปรานก็จะใช้ชีวิตอยู่ยาก

            แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยากกลับบ้านอยู่ดี

            มาอยู่ที่นี่ครบสัปดาห์แล้ว เธอยังหาวิธีกลับบ้านไม่ได้ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ นับว่าเธอยังโชคดีที่มาอยู่ในร่างที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินๆทองๆ มีที่ซุกหัวนอน อาหารกินอิ่มทั้งสามมื้อ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่สำคัญมีพี่สาวที่รักใคร่เอ็นดูเธอมาก ส่วนคุณช้อยภรรยาเอกของคุณหลวงก็มีเมตตากับพี่สาวและเธอไม่น้อย ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใจว่าจะมีปัญหา ‘เมียหลวง-เมียน้อย’ อย่างที่เคยอ่านในนิยายหรือดูซีรีย์มา  จะว่าไปก็มีอีกวิธีหนึ่งที่เธอคิดมาหลายตลบแต่ยังไม่เคยลองทำ หลายวันมานี้เธอไม่เห็นหน้าผู้ชายที่ชื่อสินธุ์คนนั้น เธอได้ยินพวกบ่าวสาวๆ พูดคุยกัน คุณสินธุ์เป็นมหาดเล็กหลวง ทำงานรับใช้พระองค์ท่านตามแต่จะบัญชา ไม่ค่อยได้กลับเรือนนัก พวกบ่าวรับใช้ก็หวังจะได้เป็น ‘เมียบ่าว’ อย่างน้อยฐานะความเป็นอยู่ก็ดีกว่าเป็นบ่าวรับใช้เช่นนี้

            ‘ไม่เห็นหล่อตรงไหน’

            ย่าหยาแอบเบ้ปากใส่เวลาได้ยินบรรดาบ่าวรับใช้พูดถึงคุณสินธุ์แถมยังพร่ำพรรณนาถึงความหล่อเหลาองอาจ เอาเถอะ รสนิยมของแต่ละยุคไม่เหมือนกัน เธอจะไปดูแคลนความคิดใครไม่ได้หรอก ว่าแต่...ไม่เห็นคนนั้นกลับเรือนมาหลายวันแล้ว หลายคนพูดว่าบางครั้งบางคราวก็หายหน้าไปเดือนสองเดือนก็มี เธอฉวยโอกาสที่เขาไม่อยู่ไปที่เรือนของเขาคงไม่เป็นไรนะ

            “คุณย่าหยาจะไปไหนเจ้าคะ”  แจ่มที่กำลังปักผ้าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำท่าจะลุกไปนอกเรือน

            “ปะ..ไป...ไป กะ...เก็บ..ดอกไม้...”   ระยะนี้เธอฝึกพูดบ่อยๆ ทำให้น้ำเสียงดังขึ้นมาอีกนิด แม้จะพูดได้ไม่เป็นประโยคดีนักแต่ก็นับว่าดีกว่าวันแรกๆ อยู่มาก

            “เก็บดอกไม้ตอนนี้รึเจ้าคะ” แจ่มแปลกใจอยู่บ้าง ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็นับว่าอาการของย่าหยาดีขึ้นมาก แต่ก็มีบางอย่างที่รู้สึกว่าเปลี่ยนไป ไม่ชอบให้เธอคอยช่วยอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือไม่ชอบให้ใส่น้ำมันทาผม อาหารการกินก็เปลี่ยนไป ไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไรดี

            “อืม”  ย่าหยาพยักหน้ารับ ไม่ว่าจะทำอะไรยี่สุ่นจะให้แจ่มคอยตามประกบเธอตลอด ก็เข้าใจได้ว่าเป็นห่วง แต่เธอเคยชินกับการใช้ชีวิคคนเดียวมาตั้งนานนี่

            “รอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะ แจ่มชุนผ้าใกล้เสร็จแล้ว”

            “ไม่ ...ไม่”   เธอโบกมือไปมา “จะ..ไป..เอง”

            “ไปคนเดียวไม่ได้นะเจ้าคะ เกิดเป็นลมเหมือนครั้งก่อนจะทำอย่างไร”

            “ไม่..ไม่เป็นลม”

            “มีเรื่องอะไรรึ”  ยี่สุ่นก้าวออกจากในห้องพร้อมผ้าไหมในอ้อมแขนเอ่ยถามบ่าวคนสนิท

            “คุณย่าหยาสิเจ้าค่ะ อยากไปเก็บดอกไม้ อิชั้นบอกให้รอก่อน เพราะชุนผ้าใกล้เสร็จแล้ว แต่ก็อยากไปคนเดียว”

            “อยู่แต่ในเรือนคงเบื่อแย่”  ยี่สุ่นหัวเราะเบาๆ แล้วยื่นผ้าส่งให้แจ่ม “น่าจะพอตัดเสื้อกับผ้านุ่งให้ย่าหยานะ เป็นสาวแล้วแต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูดี จะได้ไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงคุณหลวง ผู้อื่นจะดูแคลนเอาว่าคุณหลวงกับคุณช้อยเลี้ยงดูคนไม่ดี”

            “เจ้าค่ะ”  แจ่มรับผ้าพับนั้นมาไว้

            ยี่สุ่นหันมาคุยกับน้องสาว “เก็บดอกไม้อยู่บริเวณเรือนของเราได้ อย่าไปไหนไกล พี่จะเตรียมของว่างไว้ให้”

            “อื้ม”  ย่าหยาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มแล้วถลาลงจากเรือนราวกับผีเสื้อตัวน้อย

            “อย่าวิ่ง ประเดี๋ยวหกล้ม”

            “คุณย่าหยาดูดีขึ้นมากเลยนะเจ้าค่ะ พยายามพูด พยายามดูแลตัวเองไม่อยากให้อิชั้นช่วยแล้ว”

            “เห็นแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี”

            “แต่วันข้างหน้าถ้าคุณย่าหยาได้ออกเรือน คุณยี่สุ่นก็ตามไปดูแลไม่ได้แล้ว อย่างไรให้คุณย่าหยาฝึกทำอะไรๆ ด้วยตนเองอย่างนี้ก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”

            “คิดเรื่องออกเรือนก็กลัวเหลือเกิน ฉันยังโชดดีได้เข้าเรือนคุณหลวง แม้จะเป็นเมียรองแต่คุณช้อยก็ใจกว้างมีเมตตาต่อฉัน  พ่อแม่ของคุณหลวงก็ลาลับไปแล้ว ฉันไม่ต้องเจอปัญหากับแม่ผัว กลัวแต่ว่าถ้าย่าหยาออกเรือนไปจะเจอคนรังแกเอา”

            “อย่าเพิ่งกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเลยเจ้าค่ะ ถ้าคุณย่าหยาออกเรือนจริงๆ อิชั้นจะขอตามไปปรนนิบัติดูแลคุณย่าหยาเอง”

            “ขอบใจนะพี่แจ่ม ฉันไม่เคยเห็นพี่เป็นบ่าวเลย พี่ดูแลฉันกับน้องและยังตามมาที่นี่อีก”

            “อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ชีวิตอิชั้นมีวันนี้ได้ก็เพราะกำนันไม้ที่เมตตาช่วยเหลือมา และคุณทั้งสองก็ดูแลอิชั้นดีมากเหลือเกิน ไม่ได้ลำบากเช่นคนอื่นเขา แค่นี้อิชั้นก็ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรแล้วเจ้าค่ะ”

            “พอแล้ว ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว แจ่มชุนผ้าผืนนั้นเสร็จแล้วตามฉันไปที่ครัวใหญ่นะ ฉันจะไปดูเสียหน่อยว่าจะทำอะไรให้ย่าหยากินเป็นมื้อเที่ยง”

            “เจ้าค่ะ”

            มือเรียวเล็กคว้าตะกร้าติดมือมาด้วย เพราะเกรงว่าผู้อื่นจะรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจมาเด็ดดอกไม้ อาศัยว่าใครต่อใครคิดว่าเธอสติไม่ดีทำให้ไม่มีใครสนใจว่าเธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาที่เรือนสินธุ์  หญิงสาวกวาดตามองจนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงทำตัวเป็นแมวขโมยเดินย่องๆ ขึ้นไปบนเรือน ได้ยินว่าคนผู้นี้รักสันโดษไม่ชอบให้มีบ่าวไพร่มารบกวน ในเรือนจึงไม่มีใครเฝ้า แต่คุณช้อยสั่งคนมาทำความสะอาดทุกเช้าเพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเรือนจะอยู่หรือไปตอนไหน  เธอเปิดประตูเข้าห้องนอนของเขา เตียงสี่เสาหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ข้าวของเครื่องใช้อยู่ครบครัน เธอวางตะกร้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คะนึงครวญ   ตอนที่52

    สโรชายิ้มกว้างอย่างดีใจไม่ทันมองสายตาของสาวๆ ในออฟฟิศที่จ้องมองธีรภัทรแทบไม่กะพริบตา เขาสวมเสื้อเชิ้ตผูกไทไม่ได้ใส่เสื้อสูทตัวนอกมาด้วย ดูสบายๆ และโดยเฉพาะรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าที่มีให้หญิงสาวเพียงคนเดียว “ไม่ว่าอะไรนะ พี่สั่งมาให้ ไม่ได้ถามก่อน” “ไม่เป็นไรค่ะ ของอร่อยทั้งนั้น ลาภปากพวกเราจังเลย” ธัญญ่ายิ้มให้แล้วกระแซะไหล่เพื่อน “จะไม่แนะนำหนุ่มหล่อหรือไงยะ” “อ่อ... นี่พี่ธีร์ค่ะ ธีรภัทรเอ่อ...เป็น...เป็น...” “เป็นอะไรกับหล่อนยะ เป็นพี่ชายหรือเปล่าฉันจะได้จีบ” ธัญญ่าแซวออกนอกหน้า “ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นสามีต่างหากล่ะ” คำพูดของสโรชาทำให้หัวใจของธีรภัทรพองโต เขายิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว ออฟฟิศเขาอยู่ห่างจากตึกนี้ไปแค่ไม่กี่ชั่วตึก และแอบหลบงานเดินมาหาเธอที่นี่ แถมสั่งติ่มซำชุดใหญ่ให้มาส่งด้วย ถือว่าคุ้มค่ากับมากกว่าที่คาดคิดเสียอีก เขาเองก็ยังไม่เคยเจอเพื่อนๆของสโรชา ตอนงานแต่งงานทั้งสองก็แต่งงานกันเงียบๆ มีเพียงแค่ญาติฝั่งเขาและพ่อของสโรชามาร่วมงานเท่านั้น “เฮ้ย!สามี! แกแต่งงานเมื่อไหร่ยะ!” สาวๆ ต่างส่งเ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่51 ไม่ใช่พี่ชาย แต่เป็นสามี

    “บัวทำเองดีกว่าของพวกนี้เป็นของแม่บัวค่ะ” เธอยิ้มไม่ได้คิดอะไรมาก มือยังเช็ดอัลบั้มรูปอยู่ เธอสนใจสิ่งนี้มากกว่า ของที่อยู่ในลังอีกหลายชิ้น แต่ดาวฉายอดมองอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ พอเห็นกล่องไม้เล็กๆ ก็เอื้อมไปหยิบมาเปิดดูโดยไม่ถามเจ้าของ เปิดออกมานึกว่าจะได้เห็นแก้วแหวนเงินทอง แต่กลับเป็นเศษซากดอกไม้เหี่ยวๆ“นี่อะไรคะ”“คงจะเป็นของๆ แม่ค่ะ” เธอยื่นมือไปรับมันดูใกล้ๆ มันแทบดูไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่ทำไมเธอกลับคิดว่ามันเป็นดอกกระดังงาก็ไม่รู้‘นึกว่าจะมีสมบัติอะไรเสียอีก’ ดาวฉายแสร้งยิ้มหวานให้ลูกเลี้ยง“น้องบัวอยากกินมื้อเที่ยงอะไรจ๊ะ อาจะให้แม่ครัวจัดให้” เธอพูดอย่างเอาใจ“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวบัวจะไปธุระนอกบ้าน”“ไปไหนละจ๊ะ ช่วงนี่ไม่ค่อยสบายไม่ใช่เหรอ”“ไปออฟฟิศค่ะ” สโรชามองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังแล้วก็ต้องตกใจ “บัวต้องไปอาบน้ำแล้วละคะ มัวแต่ทำโน้นทำนี่เพลินเลยจะลืมเวลาไปเสียนี่”“จ๊ะๆ เดี๋ยวอาให้ไอ้ไม้มันเตรียมรถให้นะ”“ขอบคุณค่ะ” ดาวฉายมองร่างอิ่มเอิมมีน้ำมีนวลของหญิงสาวหมุนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนที่เธออายุ 20 กว่าๆ ก็แบบนี้แหละ สวยสะพรั่ง ผู้ชายหน้าไหนก็แทบคลานเข้ามามุดใต้

  • คะนึงครวญ   ตอนที่50 อย่าทำแบบนี้

    “ป๋าขาเมื่อไหร่จะรื้อบ้านหลังนั้นเสียทีละคะ” “ก็ยัยบัวยกให้แล้ว ปล่อยเค้าอยู่กับของๆ แม่สักพักเถอะ”“แล้วถ้าน้องบัวเปลี่ยนใจไม่ยอมรื้อบ้านหลังนั้นละคะ” น้ำเสียงออดอ้อน“ยังไงก็ต้องรื้อ บ้านมันโทรมแล้วจะพังแหล่มิพังแหล่แบบนั้นมันอันตราย”“ก็มันอันตรายแบบนั้น ทำไมไม่รีบๆรื้อละคะ น้องบัวยิ่งไปหลับไปนอนที่นั้นจะเป็นอันตราย ดาวเป็นห่วงน้องบัวค่ะ”“ตาธีร์ไม่ได้ไปดูแลบัวเรอะ”“ไปค่ะ วันนี้ก็ไปตามกลับบ้าน มาถึงก็ขลุกกันอยู่บนห้องนอนยังไม่ลงมาเลยค่ะ”“ดีแล้วหนุ่มๆสาวๆอยู่ด้วยกันแบบนั้น”“ว่าแต่...เรื่องนั้น”“เอาเถอะ ถ้ายัยบัวไม่ยอมจริงๆ เดี๋ยวป๋าจัดการให้เอง”“ดาวรักป๋านะคะ”“รักแล้วต้องทำยังไงล่ะ ฮืม”สโรชาได้ยินเพียงเสียงครางกระเส่า หญิงสาวเดินออกมาให้เบาที่สุด ทำไมดาวฉายถึงอยากให้รื้อบ้านหลังนั้นจัง ยังไงเธอก็ยกให้พ่ออยู่แล้ว แต่เธอแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของบ้านหลังนั้น ซึ่งอาจเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับแม่ รู้ว่าแม่ของเธอเป็นยังไง ความทรงจำของเธอกับแม่แทบไม่มีเหลือเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวตัดสินใจเดินไปที่ห้องสมุดของบ้าน นอกจากหนังสือสารพัดแล้วยังมีเอกสารเก่าๆ ของที่บ้านนี้ เธอคลับคล้ายคล

  • คะนึงครวญ   ตอนที่49 ใจอ่อนยวบ

    สโรชามาเกาะแขนของธีรภัทร เวลาที่เธอกลายเป็นลูกแมวน้อยแบบนี้ ธีรภัทรรู้สึกใจอ่อนยวบ เธอยอมให้เขาประคองเธอออกจากบ้านร้างนี้ไปที่รถของเขาอย่างง่ายดาย ถึงคุณมนตรีจะยอมรับเขาเป็นลูกเขย แต่อย่างไรคนเป็นพ่อก็ตามใจลูกสาวคนเดียวเป็นอย่างมาก เขารักเธออย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอไม่ได้รักเขา เพียงแค่ทำตามที่พ่อสั่ง ทว่าเขาหวังว่าความจริงใจที่เขามีจะทำให้เธอรักเขาบ้าง สโรชาหลับตลอดทางกลับบ้าน เมื่อรถมาจอดหน้าบ้าน ธีรภัทรก็มองเสี้ยวหน้ายามหลับใหลของเธอแล้วยิ้มอ่อนโยน เขาก้มลงจูบแก้มเนียนเบาๆ ทำให้สโรชาลืมตาขึ้นมองใบหน้าเขาแล้วยิ้มเขินอาย“อะไรกัน ยังหน้าแดงอีก” ธีรภัทรหยอกล้อเมียสาว แล้วประคองใบหน้าสวยของเธอเพื่อกดริมฝีปากดูดกลืนริมฝีปากของเธอ ค่อยๆเพิ่มความหวานและร้อนแรงขึ้นจนหญิงสาวต้องใช้มือยันแผงอกของเขาไว้“พี่ธีร์”“ทำไมละครับ พี่อยากจูบเมียพี่นี่” เขาขมวดคิ้ว“นี่มันหน้าบ้านนะคะ” สโรชาเขินอายหน้าแดงก่ำ อาการของเธอทำให้ธีรภัทรหัวเราะพอใจ ก่อนหน้านี้เห็นเมียจับไข้เพราะ ‘ครั้งแรก’ ที่เขาตักตวงมาก็กลัวว่าเมียสาวจะไม่ให้เข้าใกล้อีก แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว หัวใจ

  • คะนึงครวญ   ตอนที่48

    “คุณหนูจะเอาอะไรอีกไหมขอรับ จะให้กระผมอยู่รับใช้จนคุณเรืองมาหรือไม่”“มะ..ไม่...ไม่ต้องแล้ว รีบออกไปเถอะ” เธอสั่งเขาเสียงสั่น“ขอรับคุณหนู” สโรชาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นนายพร้าวคลานออกไปพ้นประตูแล้ว หญิงสาวแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง มือเรียวยกขึ้นทาบอก หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก พอตั้งสติได้ก็รีบเดินไปที่หน้าต่างเห็นเงาร่างของคนรับใช้เดินออกจากเรือนไปแล้ว เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดตู้ดูแล้วก็นึกอยากหัวเราะ ‘คุณหนูแดง’ กับเธอชอบใส่ชุดกระโปรงคล้ายๆ กันกับที่เธอชอบสวม หญิงสาวหยิบชุดนอนเป็นผ้าฝ้ายสีขาวตัวยาวมาผลัดเปลี่ยน เธอแปรงผมยาวสลวยด้วยความเคยชินก่อนจะปีนขึ้นเตียงนอน สโรชาเริ่มอยากรู้ว่า ‘หนูแดง’ เป็นใคร ‘คุณท่าน’ เป็นคือ ‘คุณตา’ ของเธอใช่ไหม? ถ้าใช่ล่ะ? หนูแดงก็อาจจะเป็นแม่ของสโรชาเองก็เป็นได้ กลิ่นหอมของดอกกระดังงาอบอวลราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังโอบกอด เธอหาวออกมาเบาๆ แล้วสติก็เริ่มจะเข้าสู่ภวังค์หลับใหล ขณะที่เธอกำลังจะสู้ห้วงนิทรา ก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนขึ้นมานอนซ้อนอยู่ด้านหลัง“เรืองเองเจ้าคะ”“ฮืม” เธอรับคำเหมือนละเมอ คล้ายว่าคุ้นเคยกับการมีเรืองอยู

  • คะนึงครวญ   ตอนที่47 สะอึกสะอื้น

    “ให้อีเรืองทำความสะอาดให้นะเจ้าคะ”“อือ” หญิงสาวได้แต่บิดกายเร่าๆตามจังหวะเร่งเร้าของของปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวอย่างชำนาญ เธอไม่ใช่หญิงสาวไม่ประสีประสา ทว่ากลับรู้สึกราวกับไม่เคยผ่านพบเรื่องเช่นนี้มาก่อน ทั้งทรวงอกที่ถูกบีบเคล้นและดอกไม้ที่ถูกแตะต้องก็ทำเอาสโรชากรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทนฝืนได้“คุณหนูแดงของอีเรือง” เรืองก้มหน้ามากระซิบด้วยรอยยิ้มพอใจ ยังไงเด็กสาวคนนี้ต้องอยู่ในกำมือเธอเช่นเดียวกับพ่อของเธอเป็นนั้นแหละ ถึงจะมีหน้าเพียงพี่เลี้ยงของคุณหนูแดง แต่ลึกๆ แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอีเรืองอยู่ในฐานะพิเศษที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือทำร้ายเธอสโรชาลุกจากอ่างอาบน้ำด้วยความสั่นเทา พี่เลี้ยงของเธอทำเหมือนสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องปกติ หญิงสาวหยิบผ้าขนหนูมาซับน้ำตามเรือนกายของตัวเอง แล้วรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ เรืองช่วยแต่งตัวและแปรงผมให้ เมื่อหญิงสาวสวยงามดีแล้วจึงชวนให้ไปรับประทานอาหารที่เรือนใหญ่ เพื่อที่จะได้แนะนำให้คนรับใช้อื่นๆ รู้จักคุณหนูแดงด้วย เพราะช่วงที่คุณหนูไปเรียนที่ปีนังก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี บ่าวไพร่บางคนก็มาใหม่ไม่เคยเห็นหน้าคุณหนูแดงมาก่อนหญิงสาวเดินผ่านชายหนุ่มร่างกาย

  • คะนึงครวญ   ตอนที่7. ปีนี้ พ.ศ. อะไรคะ

    เธอพูดแล้วขยับลงจากเตียงอย่างมั่นคงไม่ตกเตียงเช่นครั้งก่อนอีก หญิงสาวรู้สึกขัดเขินจึงเสมองไปทางอื่น แต่สายตาปะทะกับชั้นหนังสือที่ด้านหนึ่งของห้อง จะว่าไปเธอพึ่งสังเกตว่าลักษณะของเรือนแตกต่างจากเรือนหลังอื่น ต้องบอกว่า ‘ทันสมัย’ กว่าน่าจะถูก เรือนที่เธออยู่กับพี่ยี่สุ่นเป็นเรือนไม้ใต้ทุนสูง แต่เรื

  • คะนึงครวญ   ตอนที่6. ความฝัน? ความจริง?

    ครั้งแรกที่เธอได้สติก็ตื่นมาบนเตียงของเขา นิยายที่เคยอ่าน ซีรีย์ที่เคยดู มีบางเรื่องคล้ายกันคือนางเอกตื่นมาบนเตียงพระเอก หรือเตียงจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงมิติก็ได้ คราวนี้เธอจะลองนอนบนเตียงนี้เผื่อว่าตื่นอีกครั้งจะได้กลับไปโลกปัจจุบัน คิดได้ตามนี้แล้วย่าหยาก็ปีนขึ้นเตียงนอน จัดหม

  • คะนึงครวญ   ตอนที่4. พยายามเรียนรู้

    ย่าหยาอ้าปากแต่ไม่มีเสียง ยี่สุ่นที่นั่งอยู่ใกล้น้องจึงพูดแทน “ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณช้อยที่ให้หมอมาตรวจอาการน้องสาวอิชั้นเจ้าค่ะ” “เห็นสองคนคอยดูแลกันเช่นนี้ ฉันก็สบายใจ” หลวงพิชัยพูดแล้วอดมองมาทางย่าหยาไม่ได้ ได้ยินว่าแม่เป็นคนจีนทั้งสองพี่น้องจึงผิวขา

  • คะนึงครวญ   ตอนที่ 3. เปล่งเสียงไม่ได้

    ‘คุณสินธุ์’ อุ้มร่างที่เบาหวิวตรงดิ่งไปที่เรือนจรุงจิตซึ่งเป็นเรือนที่ ‘หลวงพิชัย’ ยกให้เมียรองได้อยู่อาศัยนั้นก็คือ ‘ยี่สุ่น’ ซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ราวๆ สิบวันแล้ว โดยมีบ่าวรับใช้ชื่อแจ่มและน้องสาวที่ได้ยินว่าสติไม่ค่อยดีชื่อย่าหยามาอยู่ด้วย ชายหนุ่มร่างกำยำอุ้มร่างเล็กที่ไม่มีแรงดิ้นรน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status