공유

บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 1/2

last update 게시일: 2026-06-08 08:23:25

บทที่ 3

ประสบเคราะห์

ทั้งสองพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมอีกหนึ่งคืน ก่อนจะออกเดินทางในเช้าวันใหม่ ปลายทางของพวกเขาคือแดนเหนือซึ่งอยู่ไกลออกไปนับพันลี้ ตลอดเส้นทางแสนจะลำบากลำบนยิ่งนักสำหรับเด็กหญิงที่อายุแค่ 13 นับตั้งแต่วันนั้นนางก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นซืออี้ ส่วนชื่อหรงฮวาจะถูกกลบฝังเอาไว้ แต่จะยังคงอยู่ในจิตใต้สำนึกมิแปรเปลี่ยน

"คุณ...เอ่อซืออี้หิวแล้วหรือยัง"

"ยังไม่หิวขอรับท่านลุง"

ซืออี้เอ่ยตอบท่านลุงมู่ที่บัดนี้สถานะของพวกเขาคือลุงหลาน ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมญาติที่แดนเหนือ ทั้งสองเปลี่ยนจากการขี่ม้าที่เป็นจุดสังเกตเป็นร่วมเดินทางกับขบวนพ่อค้าแทน ทว่าพวกเขามิรู้เลยว่าฉากหลังของคนกลุ่มนี้คือพ่อค้าทาส

"งั้นหรือ... เช่นนั้นหลังจากที่ขบวนหยุดพักลุงว่าเราแยกออกมากันดีกว่า ลุงรู้สึกว่าสายตาของพวกเขาที่มองซืออี้ไม่ค่อยดีนัก"

แม้ซืออี้จะพยายามแต่งกายเป็นเด็กผู้ชายใช้ถ่านมาทาหน้าให้กระดำกระด่าง ทว่าก็มิอาจลดทอนความงามของนางเอาไว้ได้เลย อามู่เริ่มเป็นกังวล ยิ่งเห็นสายตาของหัวหน้าพ่อค้าที่ชอบลอบมองซืออี้ด้วยแล้วนั้น ยิ่งทำให้เขาบังเกิดความไม่สบายใจนัก ลางสังหรณ์ร้องเตือนบอกว่าคนกลุ่มนี้หาใช่พ่อค้าธรรมดาไม่

"ขอรับท่านลุง"

ซืออี้เองก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมาอย่างมุ่งร้าย เมื่อขบวนหยุดพักกลางทางพวกเขาทั้งสองจึงได้ปลีกตัวแยกออกมา โดยแสร้งบอกว่าหลานชายปวดหนักจึงขอไปปลดทุกข์ในป่าลึก เมื่อทั้งสองออกมาไกลแล้วจึงได้รีบวิ่งหนีออกมาทันที

แม้เส้นทางจะสลับซับซ้อนทว่าอามู่กลับดูชำนาญกับป่ารกชัฏ เขาแทรกตัวไปยังพุ่มไม้สูงโดยคอยช่วยเหลือซืออี้ตลอดเวลา พวกเขาหนีออกมาไกลจนดวงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า เมื่อแน่ใจว่าหนีออกมาไกลมากพอจึงทำให้ทั้งสองลดการระแวดระวังลง อามู่พาซืออี้ไปซ่อนตัวอยู่ในรังเก่าของหมาป่า พวกเขามิได้ก่อกองไฟด้วยเกรงว่าจะเป็นจุดสังเกตได้

"หนาวหรือไม่ อดทนหน่อยนะซืออี้ หากพรุ่งนี้เรามุ่งหน้าไปถึงหมู่บ้านจางก็น่าจะรอดจากสายตาพวกนั้นแล้วล่ะ"

"ข้าทนได้ คะ แค่นี้เอง… ขอรับ"

ซืออี้กัดฟันตอบทั้งที่นางหนาวจนฟันกระทบกันกึก ๆ แต่แค่นี้นางสามารถอดทนได้ เวลาผ่านไปจนรุ่งสางมาเยือนอามู่จึงนำทางอีกครั้ง ทว่าทันทีที่พวกเขาออกมาจากรังหมาป่าก็ได้พบกับคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา หัวหน้าพ่อค้าและกลุ่มลูกน้องยืนรออยู่ด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม เขาแลบเลียริมฝีปากคล้ำเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ ของซืออี้ ตอนนี้ใบหน้าหวานไม่ได้มอมแมมด้วยถ่านดำอีกแล้ว

"จะรีบไปไหนเล่า ไหนบอกว่าจะขอร่วมเดินทางกลับไปยังเมืองหลางอย่างไรเล่า นี่ยังไม่ถึงเมืองหลาง พวกเจ้าก็คิดจะหนีออกมาแล้วหรือ"

"พวกเจ้า! รู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่"

"ก็ไม่ได้ยากอะไร ข้าแค่สั่งให้ลูกน้องลอบทาผงเหลืองตรงพื้นรองเท้าของเจ้าเด็กนี่อย่างไรเล่า"

ซืออี้เย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง นางหงายรองเท้าของตนเองก็พบว่ามีผงเหลืองติดอยู่จริง ๆ ด้วย นางช่างโง่เขลานักไม่ระวังตัวเสียบ้างเลย พลาดท่าเสียทีให้กับคนโฉดเสียแล้ว

"สารเลว!" อามู่กัดฟันกรอด นึกโทษตนเองที่ไม่ระวังตัวให้ดีกว่าดี

"ฮึ ๆ จะมาร่ำไห้เสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว จับตัวพวกมันเอาไว้ นังเด็กนี่หน้าตาสะสวยหากขายที่หอนางโลมคงได้ราคาดีเป็นแน่ สักสิบตำลึงทองก็น่าจะได้เชียวล่ะ"

พวกลูกน้องต่างตาลุกวาว เมื่อนึกถึงจำนวนเงินหากทำงานนี้สำเร็จ อามู่ยืนผงาดไม่ยอมให้ใครเข้ามาจับกุมตัวซืออี้ ดาบเล็กที่ซ่อนเอาไว้ถูกชักออกมาก่อนจะชี้กราดไปยังทุกคนเพื่อไม่ให้ขยับเข้ามาใกล้

เขากระซิบให้ได้ยินแค่สองคน "รอโอกาสแล้วรีบหนีไปทันที ไม่ต้องกังวลลุงจะตามหาตัวเจ้าให้พบจนได้ หนีไปก่อน"

"อื้อ..."

ซืออี้นึกเสียใจที่ในมือของตนไม่มีสิ่งใดที่พอจะเป็นอาวุธได้เลย หากมีธนูนางคงหลับตาสังหารคนชั่วได้แน่ ทว่าคิดได้ตอนนี้ก็ดูจะสายไปเสียแล้ว

"เข้ามาสิ! หากพวกเจ้าอยากตายก็จงเข้ามา วันนี้ข้าขอสู้ตาย!!"

"หน็อยไอ้ด้วน คิดจะลองดีกับข้าใช่หรือไม่ งั้นก็จงตายไปซะ"

จบคำพูดของชายผู้นั้นเหล่าลูกน้องกรู่กันเข้ามารุมทำร้ายอามู่ ในจังหวะนั้นเองที่อามู่ผลักร่างของซืออี้ให้ลอบหนีไปอีกทาง ส่วนเขาก็ขวางทางคนพวกนั้นเอาไว้ ไม่ยอมให้หลุดรอดออกไปโดยง่าย แม้เขาจะเหลือแขนแค่ข้างเดียวแต่วรยุทธ์ก็ไม่ได้ด้อยนัก

"ย่าห์ เข้ามาเลยไอ้พวกคนชั่ว"

อามู่ใช้มีดสั้นที่คมกริบในมือได้อย่างชำนาญ แม้มิอาจสังหารในทันทีแต่ก็สร้างบาดแผลให้กับคนพวกนี้ได้ กลุ่มคนที่เข้ามารุมล้อมอามู่ต่างร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

"โอ๊ย อ๊ากกก!"

มีดสั้นในมือของอามู่ฟาดฟันทุกผู้คนที่ขยับเข้ามาใกล้ เขาสามารถถ่วงเวลาให้ซืออี้หนีรอดไปได้ในชั่วขณะหนึ่ง แต่ไม่ว่าอามู่จะแข็งแกร่งเพียงใด น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ยิ่งถูกคนชั่วช้าใช้เล่ห์กลด้วยแล้วเขายิ่งตกเป็นรอง

"เก่งมากนักใช่หรือไม่ ฟู่!"

หัวหน้าพ่อค้าเห็นลูกน้องเสียเปรียบก็หัวเสีย เขาคว้ากระบอกเป่าลูกดอกขึ้นมาก่อนจะเล็งไปทางอามู่ที่ติดพันลูกน้องของตน เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับลูกดอกขนาดเล็กพุ่งเข้าสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   ตอนพิเศษ 2 ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านโหว

    ตอนพิเศษ 2ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านโหวซืออี้นั่งรออยู่บนเตียงด้วยหัวใจอันเต้นกระหน่ำ แม้นางกับเซี่ยกวางเย่าจะมีค่ำคืนอันหฤหรรษ์มาแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้คือคืนเข้าหอที่มีค่าดั่งทองพันชั่ง ในหัวเล็ก ๆ พลันจินตนาการถึงค่ำคืนอันร้อนแรงระหว่างตนกับพี่เย่า และในตอนนั้นเองที่ประตูถูกเปิดออกโดยฝีมือของเซี่ยกวางเย่า "รอนานหรือไม่ฮวาเอ๋อร์""ไม่นานเลยเจ้าค่ะ ข้ากลับคิดว่าพี่เย่ามาเร็วกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีกเจ้าค่ะ"เซี่ยกวางเย่าพลันหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าของสหายร่วมรบ ก่อนที่เงาร่างสูงสง่าจะเดินเข้ามาใกล้ซืออี้ผู้อยู่ในชุดแต่งงานเจ้าสาว นางยังคงถือพัดสีแดงสดปิดบังใบหน้าของตนเอาไว้ ฝ่ามือหนาจับมือเล็กของนางแล้วหยิบพัดออกมา ใบหน้าอันงดงามพลันปรากฏสู่สายตาคู่คม น้ำลายอันเหนียวข้นถูกกลืนลงคอลงไปอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัดด้วยเขาตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ ฮวาเอ๋อร์ของเขางดงามจนมิอาจมีผู้ใดเทียบเคียงนางได้เลย!!"ฮวาเอ๋อร์ของพี่งดงามยิ่งนัก งามจนพี่คิดว่าพบกับเซียนสาวที่แอบจำแลงกายมากลั่นแกล้งพี่เสียแล้วอีก" ซืออี้พลันหัวเราะขบขันกับสีหนาอันตื่นตะลึงของเซี่ยกวางเย่า นางคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยให้กับ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   ตอนพิเศษ 1 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    ตอนพิเศษ 1เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุขหลายวันผ่านไปแคว้นจ้าวจึงได้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง พรรคพวกของรุ่ยอ๋อง เฉินอ๋อง และเจาอ๋องล้วนถูกจำกัดหมดสิ้นไม่มีเหลือ เหล่านักโทษก่อกบฏล้วนถูกตัดสินโทษลดหลั่นกันไป หรงตวนเหม่ยถูกเนรเทศไปใช้แรงงานทางทิศใต้ ขณะที่กู้หยาหนิงถูกขายไปเป็นทาสยังต่างแคว้น ความเป็นอยู่นับว่าอยู่มิสู้ตายนัก ทุกชีวีล้วนเดินไปตามทางอย่างที่ควรจะเป็น ผู้ใดที่ทำสิ่งใดไว้ล้วนได้รับผลตอบแทนทั้งสิ้น!!หลายเดือนผ่านไปจวนตระกูลหรงถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรมงคลสีแดงสดตระการตา แขกเหรื่อต่างมาร่วมงานกันไม่ขาดสาย ด้วยวันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานมงคลขึ้น ซืออี้หรือหรงฮวาผู้เป็นประมุขหญิงของตระกูลหรง กำลังจะแต่งงานเกี่ยวดองกับจวนเจิ้นอันโหว "วันนี้ซืออี้ของยายงดงามมากจริง ๆ""ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย" ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มจนเห็นฟันสีขาวสะอาดตาเสิ่นอันหรานเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของซืออี้ หญิงชรามองเงาในกระจกสีเหลืองที่สะท้อนใบหน้าสะคราญโฉมของหลานสาวด้วยความยินดี นางแย้มยิ้มขณะที่หยิบหวีขึ้นมาหวีผมอันดำขลับของซืออี้อย่างบรรจง"หวีครั้งที่หนึ่งขอให้ครองคู่จนผมหงอกขาว หวีครั้งที่สองขอให้อยู่กินกั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 2/2

    "ตายซะเถอะ!"ฟิ้ว... ฉึก ฉึก ฉึก!!ธนูทั้งสามดอกของซืออี้พุ่งไปยังร่างของจ้าวหงจื้ออย่างแรง ดอกแรกปักตรงหน้าผากของเขา ดอกที่สองปักตรงลำคอ ส่วนดอกที่สามปักตรงหน้าอก"อาจื้อ!!"หวงไท่เฟยคลานเข้ามาบุตรชายที่กระอักเป็นเลือดด้วยความหวาดหวั่น กอดร่างที่หายใจรวยรินของจ้าวหงจื้อด้วยความปวดใจ ความหวาดกลัวตรงเข้ากัดกินจิตใจของพระนางให้สิ้นหวังลงช้า ๆ"ขะ ข้าผิดอะไร อึก!"ในใจของจ้าวหงจื้อยังรู้สึกถึงความไม่ยินยอม ตัวเขาควรจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่มีสิทธิ์ในบัลลังก์นั้นเลยเล่าจ้าวชิงอันส่ายหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างที่หายใจแผ่วของจ้าวหงจื้อ "ผิดที่เจ้าอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าตั้งแต่แรก... หลับให้สบายเถิด เกิดใหม่ชาติหน้าขอให้เจ้าจงพอใจในสิ่งที่เจ้ามี""อึก ๆ เสด็จ พะ พ่อ..."น้ำตาของจ้าวหงจื้อไหลออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่มีการเคลื่อนไหวบนหน้าอกของเขาแล้วจ้าวหงจื้อได้ตายไปในอ้อมกอดของมารดา...!!"อือ ๆ อาจื้อของแม่ เป็นแม่ที่ไม่ดีเอง ฮือ ๆ"หวงไท่เฟยคร่ำครวญร้องไห้กอดศพของจ้าวหงจื้ออยู่เช่นนั้น นางสะเทือนใจอย่างรุนแรงกับการจ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 30 ดับไฟแค้นด้วยคันศร 1/2

    บทที่ 30ดับไฟแค้นด้วยคันศรจ้าวหงจื้อมองรอยยิ้มของซืออี้ด้วยความสงสัย แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะพบว่าคนของตนกำลังหันปลายดาบชี้มาทางเขาอย่างอาจหาญ คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความไม่เข้าใจนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!?"อ่า... การแสดงงิ้วเมื่อครู่นี้ของข้าใช้ได้หรือไม่ซืออี้""ยอดเยี่ยมมากเพคะฝ่าบาท"ซืออี้ยิ้มรับด้วยรอยยิ้มหวาน นางมองใบหน้าที่มึนงงสับสนของจ้าวหงจื้อที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างเคว้งคว้างด้วยความรู้สึกสนุก จ้าวเฉิงหยวนที่ควรจะหายใจรวยรินและตายไปอย่างช้า ๆ กลับลุกขึ้นยืนราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เลือดที่เขากระอักออกมาเมื่อครู่นี้ถูกเช็ดออกไปจนไม่มีเหลือ "เจากงกง เลือดหมูของเจ้าคาวยิ่งนัก รีบไปรินสุรามาล้างปากของข้าเลย""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เช่นนั้นครั้งหน้าฝ่าบาทอยากจะให้กระหม่อมใช้เลือดไก่หรือเลือดนกดีเล่าพ่ะย่ะค่ะ""ยังจะมีครั้งหน้าอีกหรือเจากงกง""เอ่อ... ไม่น่าจะมีแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ" เจากงกงโค้งศีรษะพลางยิ้มเจื่อน เขารีบไปรินสุราใส่จอกแล้วนำมามอบให้กับฝ่าบาท การกระทำนี้ของทั้งสองล้วนตกอยู่ในสายตาของทุกคน พวกเขาทำร

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 2/2

    "เป็นพลุที่สวยงาม อะ อึก!"จ้าวเฉิงหยวนผินพระพักตร์มาส่งยิ้มให้กับจ้าวหงจื้อ ทว่ารอยยิ้มของพระองค์กลับย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม พระองค์กระอักเลือดออกมาคำโต อาบย้อมให้ชุดฉลองพระองค์เต็มไปด้วยสีแดงของเลือด ดูแล้วช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก"ฝ่าบาท!"เจากงกงถลาเข้ามาประคองร่างสูงสง่าที่ซวนเซด้วยความตื่นตระหนก ทว่าจ้าวหงจื้อกลับแย้มยิ้มด้วยความยินดียิ่ง"ทุกคนจงฟัง! หากไม่อยากตายก็จงยอมสวามิภักดิ์ต่อข้าเสีย เพราะตอนนี้คนของข้าได้ล้อมวังหลวงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเจ้าด้วย และไม่ว่าอย่างไรผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วฝ่าบาท ไม่ใช่สิ! อดีตฮ่องเต้ก็จะเสด็จสวรรคต!! หากอยากจะมีชีวิตรอดก็จงเลือกทางที่ฉลาดเสีย"จ้าวหงจื้อโยนไม้เท้าที่ตนใช้ประคองตัวเองมานานหลายปีทิ้งออกไป ร่างสูงของเขายืดแผ่นหลังตรงก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของจ้าวเฉิงหยวน ซึ่งเวลานี้ดวงตาของพระองค์ฉายแววริบหรี่ยิ่งนัก ม่านตาค่อย ๆ ปรือลงราวกับจะหลับไปได้ทุกเวลา"นะ นี่รุ่ยอ๋องมิได้พิการหรือนี่""ฮ่ะฮ่าฮ่า ข้าของข้าแข็งแรงดีไม่ได้พิการเลยแม้แต่น้อย ก็แค่เล่นงิ้วให้คนโง่เขลาที่คิดว่าตนเองฉลาดดูก็เท่านั้นเอง"ท่าที

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 29 ลูกศรทั้งห้าดอก 1/2

    บทที่ 29ลูกศรทั้งห้าดอกหรงจื้อถูกลากตัวให้ไปยืนตรงตำแหน่งที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว แม้เขาจะพยายามขัดขืนแต่ก็มิอาจสู้แรงของนายทหารทั้งสองคนได้ เขาถูกลากไปยืนตรงเป้ายิงธนู ในตอนนี้นี้เป้ายิงธนูที่มีชีวิตก็ได้พร้อมแล้ว ซืออี้จึงเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของนางกำลังสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น"ไม่นะ! ได้โปรดไว้ชีวิตของข้าไปเถิด ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้นกับพ่อเจ้าจริง ๆ ทะ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินอ๋องบีบบังคับข้าต่างหาก" น้ำเสียงของหรงจื้อเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ ยิ่งเห็นซืออี้ง้างสายธนูขึ้นเขาก็หวาดกลัวจนตัวสั่น เพิ่งเข้าใจคำว่ากลัวจนเสียสติก็วันนี้เอง "งั้นหรือ... แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าทำไปเพราะความโลภในใจเล่า จะไม่พูดตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เพราะชีวิตของพวกเขาที่ถูกเจ้าพรากไปมิอาจจะเอาคืนกลับมาได้แล้วอย่างไรเล่า"จบคำซืออี้ก็ปล่อยลูกศรพุ่งเข้าใส่ร่างของหรงจื้ออย่างไม่ลังเล ไฟในใจที่เต็มไปด้วยความแค้นได้ปะทุออกมาจนยากจะดับเสียแล้ว แววตาของนางวาวโรจน์เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันเจ็บปวดที่มิอาจลืมเลือนได้ฉึก!"อ๊ากก แขน แขนข้า"ลูกศรของซืออี้ปักเข้าที่ไหล่ของหรงจื้ออย่างจ

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 4 ท่านตาอัน ท่านยายหราน 1/2

    บทที่ 4ท่านตาอัน ท่านยายหรานตกเย็นวันนั้นซืออี้จึงได้พบกับผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นไปตามวัยทว่าก็มิอาจลดทอนความน่าเกรงขามไปได้เลย ท่านตาผู้นี้มีใบหน้าคมดุ แววตาเรียวเฉี่ยวที่รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่น แต่เมื่อเขายิ้มก็ทำให้ใบหน้าอ่อนโยนลง ทั้งคำพูดแต่ละคำที่เอ่ยออกมานั้นชวนให้คนฟั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 3 ประสบเคราะห์ 2/2

    ฉึก!อามู่ถูกลูกดอกปักเข้าที่แขนอย่างจัง เขาดึงลูกดอกนั้นขึ้นมาก่อนจะเขวี้ยงใส่ตาของผู้เป็นเจ้าของอย่างแม่นยำ"อ๊ากกก!!"ตาข้างซ้ายพลันมืดสนิทในทันที เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักออกมาจากปากแผล จนอาบย้อมใบหน้าของหัวหน้าพ่อค้าเป็นสีแดงสด อามู่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะรีบหนีไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าตั

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 2/2

    ทางด้านอามู่ได้พาหรงฮวาหนีรอดออกได้ เขาซ่อนตัวอยู่ใต้สะพาน รอจนฟ้าสางประตูเมืองเปิดจึงรีบออกเดินทางจากเมืองหลวงทันที ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือสุดเพื่อไปยังจวนโหวดั่งเช่นที่ฮูหยินไหว้วานเอาไว้ ร่างเล็กที่สลบไสลนั่งพิงหน้าอกของเขาตลอดทาง อามู่ก้มมองดูคุณหนูตัวน้อยที่ชีวิตผกผันในชั่วข้ามคืนด้วยความสงสาร

  • คันศรเพลิงแค้น แม่ทัพหญิงอหังการ   บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 1/2

    บทที่ 2ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้าหรงฮวาถูกช่วยออกมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยฝีมือของท่านลุงเลี้ยงม้า ในตอนที่ทุกคนกำลังพุ่งเป้าไปยังท่านแม่ทัพหรงอยู่นั้น ท่านลุงมู่ผู้เป็นอดีตนายกองก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยมาตามลม เวลานั้นคนในจวนตระกูลหรงต่างหลับเป็นตายซึ่งคาดว่าน่าจะโดนวางยาสลบเป็นแน่ ตัวเขาที่ไม่สุงสิง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status