Share

บทที่ 3

Author: อันเสี่ยวตี๋
ทั้งที่เป็นช่วงกลางฤดูร้อน เจียงสือกลับรู้สึกว่าฝ่ามือเย็นเฉียบ จึงยกชาร้อนบนโต๊ะขึ้นมากุมไว้ในมือ

เธอพูดเสียงเรียบ “ฉันตกลงหย่า ฉันจะคุยกับเฉิงจี้หลี่ให้เร็วที่สุด”

หว่างคิ้วของอวี๋เสียนจือคลายลงเล็กน้อย “อยากได้อะไรก็พูดมาตรงๆไม่ต้องมัวแต่เหนียมอาย เดี๋ยวพอลับหลังไปแล้วก็เอาเรื่องตระกูลเฉิงของเราไปพูดหาว่ารังแกเธออีก”

อวี๋เสียนจือไม่เคยถูกใจเจียงสือมาตลอด

เธอมีเฉิงจี้หลี่เป็นลูกชายแท้ๆแค่คนเดียว ย่อมอยากจะพิถีพิถันคัดสรรตำแหน่งลูกสะใภ้เป็นธรรมดา

ที่ดีที่สุดคือปากหวานรู้ความ เข้าสังคมเก่งทำอาหารเป็น สามารถดูแลลูกชายของเธอได้ และยังรู้จักเอาอกเอาใจแม่สามีอย่างเธออีกด้วย

แต่เจียงสือไม่ตรงกับสักข้อ

หากไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่พยายามจับคู่กันอย่างเต็มที่ เธอไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แน่นอน

เห็นเจียงสือยังคงเงียบไม่พูดอะไร อวี๋เสียนจือก็ถอนหายใจอีกครั้ง “เธอนี่จริงๆเลย อายุยังน้อยแท้ๆทำไมถึงไม่มีลูกสักคน? ถ้ามีปัญหาก็ไปหาหมอดูเสียสิ ไม่อย่างนั้นถ้าวันหน้าต้องแต่งงานใหม่จะลำบากเอา แม่สามีคนอื่นไม่ได้พูดคุยด้วยง่ายๆเหมือนฉันหรอกนะ”

เมื่อนึกถึงผลตรวจของตัวเองที่ปกติดีทุกอย่าง เจียงสือก็กำถ้วยชาในมือแน่น "หากฉันคลอดลูกตั้งนานแล้ว คุณแม่ยังจะมีข้ออ้างอะไรมาบีบบังคับให้ฉันหย่าอีกหรือคะ?"

แม้เธอจะไม่เป็นที่โปรดปรานของอวี๋เสียนจือ แต่ปกติเจียงสือก็เป็นคนว่านอนสอนง่าย เวลาผู้ใหญ่พูดอะไรก็มักก้มหน้ารับฟังอย่างเชื่อฟัง ทว่าวันนี้กลับผิดไปจากปกติ

อวี๋เสียนจือชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด “พูดอะไรของเธอ? ฉันเป็นแม่ จะให้ฉันหวังว่าลูกชายตัวเองหย่ากับเธอหรือไง?”

เจียงสือค่อยๆจิบชา "หย่าแล้วจะเป็นไรไปล่ะคะ? ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ถึงจะหย่าก็ยังเป็นคนอยู่ดี สำหรับคนอื่นอาจเป็นเรื่องแย่ๆ แต่พอตกมาอยู่ที่ตัวลูกชายของคุณแม่กลับกลายเป็นเรื่องที่ดี คุณแม่ยังภูมิใจไม่ทันเลยด้วยซ้ำ”

“เธอ...”

อวี๋เสียนจือถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ พอดีกับที่คนรับใช้เดินเข้ามา

“คุณผู้หญิงคะ คุณชายกับคุณหนูเซียวเซียวกลับมาแล้วค่ะ”

ดวงตาของอวี๋เสียนจือเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอเดินเข้าไปต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ลูกชายลูกสาวของแม่กลับบ้านแล้ว! ทำไมถึงกลับมาพร้อมกันได้ล่ะ?”

เจียงสือหันกลับไปมอง

เฉิงจี้หลี่กับเฉิงเซียวเซียวเดินเคียงคู่กันเข้ามา

ตั้งแต่เด็กเขาก็มีท่าทีไม่ใส่ใจแบบนี้มาโดยตลอด มือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋า เนกไทคล้องหลวมๆอยู่รอบคอ ขณะที่หางตาและปลายคิ้วล้วนแฝงไปด้วยความเกียจคร้าน

เพียงเหลือบเห็นเธอ แววตาที่ร่าเริงสดใสของเขาก็เย็นชาลง

เฉิงเซียวเซียวโอบคออวี๋เสียนจือและออดอ้อน "เมื่อคืนพี่ชายมอบของขวัญวันเกิดสุดพิเศษให้หนูชิ้นหนึ่ง วันนี้หนูก็ต้องไปรับพี่ชายเลิกงานสิคะ!"

“เด็กคนนี้นี่นะ” อวี๋เสียนจือบีบจมูกเธอเบาๆ “ช่างรู้ความจนอดเอ็นดูไม่ได้จริงๆ!”

ในมือของเฉิงเซียวเซียวถือกระเป๋าแบรนด์หรูสีชมพูซากุระ ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของฤดูกาลนี้

เจียงสือเหลือบมองเพียงแวบเดียว แล้วละสายตาออกอย่างสงบนิ่ง

แต่เฉิงเซียวเซียวกลับเป็นฝ่ายกระโดดเข้ามาหาเธอเอง “พี่สะใภ้มาแล้วเหรอคะ? ได้ยินว่าเมื่อคืนพี่แพ้แอลกอฮอล์จนต้องไปโรงพยาบาล? ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"

เจียงสือเงยหน้าขึ้น “อย่างที่เห็น ยังหน้าด้านหน้าทนมีชีวิตได้อยู่เลย”

“...พี่สะใภ้นี่พูดเล่นเก่งจริงๆ” ขนตาปลอมที่เฉิงเซียวเซียวเพิ่งต่อมากะพริบวิบวับ เธอทำสีหน้าไร้พิษภัย “พี่สะใภ้ ทำไมถึงดื่มเหล้าคนเดียวล่ะคะ? มีเรื่องกลุ้มใจเหรอ? ลองเล่าให้ฉันฟังสิ ฉันรับรองว่าจะทำให้พี่อารมณ์ดีขึ้นแน่นอน”

เจียงสือยิ้มบางๆเลียนน้ำเสียงของเธอ "ถ้าพูดออกไปให้เธอฟังว่าเป็นเรื่องตลก เธอต้องมีความสุขขึ้นมาแน่ๆ"

บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

เฉิงเซียวเซียวทำหน้าท่าทางน่าสงสารแล้ววิ่งกลับไปหาอวี๋เสียนจือ “เป็นเพราะหนูพูดไม่เก่งเอง ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆนะคะ”

สีหน้าอวี๋เสียนจือดูไม่ดีนัก “จี้หลี่ ภรรยาของลูกช่วงนี้ปากดีเสียจริงนะ พูดมาคำเดียวสวนกลับได้ตั้งสามคำ เมื่อกี้แม้แต่แม่ก็ยังไม่เว้น ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”

เจียงสือทำหน้าตึง แม้สีหน้าภายนอกยังคงสงบนิ่ง แต่ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือแน่นแล้ว

คนซื่อๆก็สมควรถูกคนอื่นรังแกอยู่เรื่อยไปอย่างนั้นเหรอ?

พอโต้กลับก็กลายเป็นคนไม่มีมารยาทซะงั้น?

เธออยากฟังเหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรเพื่อปกป้องแม่กับน้องสาวของเขา

สายตาของเฉิงจี้หลี่หยุดอยู่บนใบหน้าของเธอครู่หนึ่ง จู่ๆก็ยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้น แล้วยิ้มอย่างกวนประสาทและมีความเจ้าเล่ห์

“มีแม่สามีแบบไหนก็มีลูกสะใภ้แบบนั้นแหละครับ คุณแม่ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนแม่เปิดศึกกับคุณย่ายังไง? ถ้าเทียบกับคุณแม่แล้ว เธอยังห่างชั้นอีกไกล”

เพียงพริบตาเดียวอวี๋เสียนจือก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม เธอหัวเราะและด่าเขา “อย่าพูดจาเหลวไหล!”

เฉิงเซียวเซียวพลอยโวยวายตาม "คุณแม่ สอนหนูบ้างสิคะ! ไม่อย่างนั้นในบ้านมีแต่หนูที่พูดไม่เก่ง เถียงใครก็ไม่ชนะ"

“อย่าไปฟังพี่ชายพูดมั่วๆ” อวี๋เสียนจือยิ้มจนหุบปากแทบไม่ลง “แม่กับย่าของลูกเข้ากันได้ดีจะตาย!”

เจียงสือนั่งหลุบตาลงอยู่ข้างๆ

เธอรู้สึกราวกับเป็นคนจากอีกโลกหนึ่ง ไม่เคยหลอมรวมเข้ากับครอบครัวนี้ได้เลย

แน่นอนว่าเธอไม่โง่ถึงขั้นคิดว่าเมื่อครู่เฉิงจี้หลี่กำลังพูดแทนเธอ

ตอนถึงเวลาอาหารเย็นเฉิงอวิ๋นซานลงมาจากชั้นบน หลังถามไถ่อาการของเจียงสือสั้นๆก็เข้าเรื่องทันที

“จี้หลี่ ได้ยินว่าโปรเจกต์ใหม่ของลูกกำลังแย่งชิงเทคโนโลยีตัวเดียวกับทางเสิ่นโม่ชวนอยู่ใช่ไหม?”

เฉิงจี้หลี่พยักหน้า “ครับ”

ตระกูลเฉิงเป็นครอบครัวแบบพ่อเข้มงวดแม่ใจดี พอเฉิงอวิ๋นซานเปิดปากพูด บรรยากาศในบ้านก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที ไม่มีใครกล้าสอดคำพูด

เฉิงอวิ๋นซานพูดต่อ “การแข่งขันทางธุรกิจจะใช้กลยุทธ์บางอย่างก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ตระกูลเรากับตระกูลเสิ่นเป็นครอบครัวที่คบหากันมาหลายชั่วอายุคน ลูกอย่าใช้วิธีสกปรก เสิ่นโม่ชวนมีความสามารถ ต่อให้แพ้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถือว่าลูกได้เรียนรู้จากเขา”

เจียงสือไม่สนใจเรื่องธุรกิจอยู่แล้ว อีกทั้งวันนี้อาหารก็รสจัดเกินไป ทำให้เธอไม่ชินจึงก้มหน้าเอาแต่ตักข้าวสวยเข้าปาก

สายตาของเฉิงจี้หลี่กวาดผ่านใบหน้าของเธอและตอบรับช้าๆ "ครับ"

หลังมื้อเย็น เจียงสือไม่ได้อยู่ต่อ

เธอขับรถมาเองจึงเดินไปที่โรงรถเพื่อเอารถออกคนเดียว

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าตามมาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล จนตามเธอมาถึงข้างรถ

เจียงสือหันกลับมาและใช้สายตาถามตามฉันมาทำไม?

เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้วอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันไม่ได้ขับรถมา”

อ้อจริงด้วย เขานั่งรถปอร์เช่สีชมพูบานเย็นของเฉิงเซียวเซียวมา

แค่คิดก็ดูน่าขำแล้ว

เจียงสือเบ้ปาก แล้วโยนกุญแจรถไปให้

"อยากติดรถไปด้วยก็ขับเอง"

พูดจบ เธอก็มุดเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง

การได้ให้คุณชายเฉิงผู้โด่งดังแห่งเมืองหลวงมาเป็นคนขับรถ ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

เฉิงจี้หลี่ขึ้นรถอย่างเกียจคร้าน แล้วเอื้อมมือปรับเบาะไปด้านหลัง

หลังปรับจนมีพื้นที่พอให้ขายาวๆของเขาแล้ว เขาก็เริ่มจัดตุ๊กตากล่องสุ่มเล็กๆที่ตั้งเอียงไปเอียงมาอยู่ใต้กระจกหน้า

เขาค่อยๆจัดพวกมันให้ตรงทีละตัวอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นก็จัดของจุกจิกที่เธอวางระเกะระกะไว้บนเบาะข้างคนขับต่อ

เขาพูดเชิงหยอกล้อว่า “อย่างกับรังหมูเลย”

“ไม่ต้องมายุ่ง” เจียงสือหันหน้าหนี

รถวอลโว่V60 คันนี้ที่เธอขับเป็นรถที่คุณตาซื้อให้เธอก่อนเสียชีวิต

แม้จะค่อนข้างรกอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ไม่กี่แห่งที่เป็นของตัวเธอเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์

มือของเฉิงจี้หลี่ยังคงจัดของต่อไป "ได้ ฉันไม่ยุ่ง ป้าเซียวก็โดนเธอไล่ออกไปแล้ว ต่อไปบ้านเราคงรกรุงรังไม่ต่างจากพื้นที่รอรื้อถอนแน่ๆ"

หัวใจของเจียงสือหนักอึ้งลงทันที

เมื่อนึกถึงคำพูดของป้าเซียวที่โรงพยาบาลเมื่อเช้า หนามทั่วทั้งตัวของเธอก็เหมือนชูขึ้นมาทันที

“มีคนมาฟ้องฉันเหรอ? ทำไม? ฉันไล่แม่บ้านออกคนเดียวถึงกับทำให้คุณปวดใจขนาดนี้เลยเหรอ?"

“คุณเรียกเธอกลับมาก็ได้นี่ แถมเพิ่มเงินเดือนให้อีกเท่าตัว ปลอบประโลมหัวใจอันบอบบางของเธอที่ถูกฉันไล่ออก แล้วก็ถือโอกาสแสดงความเมตตาในฐานะเจ้าของบ้านไปด้วยเลย”

เธอยิ้มและปรบมือ “พระเอกแสนดีจับคู่กับแม่บ้านน่าสงสารปะทะกับนางมารร้ายอย่างฉัน ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

สิ้นเสียงของเธอ ภายในรถก็เงียบจนเหลือเพียงเสียงหายใจของคนทั้งสอง

ชายหนุ่มค่อยๆหันหน้ากลับมา

แสงไฟภายในรถสลัวและมืดหม่น ส่องลงบนใบหน้าของเขาจนเกิดเป็นเงาครึ่งสว่างครึ่งมืด ยิ่งขับให้ดวงตาคู่นั้นดูดำสนิทและคมกริบขึ้น

เขาบดสันกรามเล็กน้อย แล้วพูดอย่างช้าๆ "เจียงสือ เธอเป็นหมาหรือไง? เจอใครก็ไล่กัดไปทั่ว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status