Share

บทที่ 2

Author: อันเสี่ยวตี๋
กลิ่นกายของเขาสะอาดสดชื่น เป็นกลิ่นที่เจียงสือเคยหลงใหลอย่างมาก

เธอเผลอผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือกำผ้าห่มแน่น

หลังพ้นช่วงฮันนีมูน เฉิงจี้หลี่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องการเธอถึงสองรอบในคืนเดียว และไม่เคยค้างคืนหลังจากนั้นด้วย

วันนี้เขาเป็นอะไรไป?

“คุณจะทำอะไร?” เจียงสือหมดเรี่ยวแรง พยายามขยับตัวไปทางขอบเตียงอย่างยากลำบาก "ห้องหนังสือโดนฟ้าผ่าหรือไง?"

เฉิงจี้หลี่เหยียดแขนยาวออกไป ดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมแขนทันที

เสียงทุ้มแหบเล็กน้อยพูดขึ้นว่า "รอบเมื่อกี้ฉันยังไม่เสร็จ"

แพขนตาของเจียงสือค่อยๆหลุบลง แสงริบหรี่ในดวงตาที่แทบสังเกตไม่เห็นดับวูบลงทันที

ที่แท้...ก็แค่ต้องการมีลูกเท่านั้น

เมื่อครู่นี้ในใจเธอยังเผลอมีความคาดหวังวาบขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งด้วยซ้ำ

น่าขำสิ้นดี

ไม่โกรธ ไม่ผิดหวัง มีเพียงความเย็นเยียบที่ค่อยๆแผ่ซ่านออกมาจากกลางอก

เฉิงจี้หลี่พลิกตัวขึ้นมาแล้ว

ศีรษะของเจียงสือยิ่งมึนหนักขึ้น เธอยกมือทั้งสองข้างดันหน้าอกเขาไว้ แล้วเค้นคำพูดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “ทำไม่ไหวหรอก”

ครอบครัวที่ไม่มีความรัก เด็กก็ไม่อยากมาเกิดหรอก

ราวกับได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเธอ ชายที่อยู่เหนือร่างชะงักไป “เธอดื่มเหล้ามาเหรอ?”

เจียงสือไม่มีแรงจะพูดอีกต่อไป แม้แต่จะลืมตายังรู้สึกยาก สติค่อยๆจมดิ่งลงทีละน้อย

ในความพร่าเลือน คนข้างกายก็ลุกขึ้นนั่งและรีบร้อนสวมเสื้อผ้าให้เธอ

เธอรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว ก่อนถูกอุ้มขึ้นมาในอ้อมแขน

แรงสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าเร่งรีบ และเสียงเครื่องยนต์

เศษเสี้ยวเหล่านี้สั่นไหวอยู่ในหัว แล้วจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์...

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองกำลังมองเพดานสีขาวสว่างจ้าจนแสบตา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูก ขณะที่หลังมือมีเข็มให้น้ำเกลือปักคาอยู่

เสียงเอื่อยๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น "แพ้แอลกอฮอล์แล้วยังจะดื่ม นึกว่าตัวเองอายุยืนนักหรือไง?"

เจียงสือพูดด้วยเสียงอ่อนแรง “ฉันดื่มไปนิดเดียวเอง จะเป็นอะไรไป?”

เธอรู้ตัวว่าแพ้แอลกอฮอล์ แต่ครั้งสุดท้ายที่ดื่มเหล้าคือวันที่เธอฉลองพิธีบรรลุนิติภาวะตอนอายุสิบแปด

เหล้าก็เป็นเฉิงจี้หลี่ที่เอามา และคนที่พาเธอส่งโรงพยาบาลก็ยังเป็นเฉิงจี้หลี่

เวลาผ่านมาหลายปี เธอแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่น่าจะเป็นอะไร

เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเย็นชา “ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ต้องรีบพาเธอไปห้องฉุกเฉินกลางดึก สนุกดี”

“ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณมาสักหน่อย” เจียงสือพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณจะทิ้งฉันไว้บนเตียง ปล่อยให้เป็นตายร้ายดียังไงก็ได้ ยังไงฉันก็ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครคอยหนุนหลัง ต่อให้ตายไปก็คงไม่มีใครมาตามเอาเรื่องคุณหรอก”

เฉิงจี้หลี่หลุบตาลงและกระตุกมุมปากเล็กน้อยจนยากจะเดาได้ว่าหมายความว่าอย่างไร

“ก็แค่ไม่อยากมีลูกไม่ใช่เหรอ?” เขาพูด “จริงๆ เธอบอกมาตรงๆก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้”

เจียงสือทำได้เพียงยิ้มขื่น

หลังแต่งงานได้ไม่นานก็เย็นชาใส่เธอ แถมยังเป็นแบบนี้มาตลอดสองปี ตอนนี้กลับยังมาโยนความผิดให้เธออีกงั้นเหรอ?

ร่างกายของเธอทรมาน ภายในใจยิ่งทรมานกว่า ภายใต้ความทรมานซ้ำซ้อน อารมณ์ที่ตึงเครียดกลับดิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาสุดๆ “ใช่ ฉันไม่อยากมีลูกให้คุณ ยังไงก็มีคนตั้งมากมายที่เต็มใจมีลูกให้คุณ อย่างเฉิงเซียวเซียวไง เธอคงอยากมีลูกให้คุณมาก ไปหาเธอสิ”

คิ้วของเฉิงจี้หลี่ขมวดเข้าหากันแน่น “เธอพูดว่าอะไรนะ?”

เจียงสือพูดว่า “ฉันบอกว่าพวกคุณก็พึ่งพากันเองไปสิ ของดีไม่ควรไหลออกไปนอกบ้าน! ทุกคนจะได้สมหวัง!”

ห้องฉุกเฉินในยามค่ำคืนมีคนอยู่ไม่น้อย แต่ไม่ได้เสียงดังวุ่นวาย

ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดและวุ่นวายเช่นนี้ เธอมองสีหน้าของชายตรงหน้าค่อยๆมืดครึ้มลงทีละน้อยจนดูน่ากลัว

แต่เธอกลับไม่ถอยแม้แต่น้อย ยังคงเชิดคอเผชิญหน้ากับเขา

เธอแทบอยากให้เฉิงจี้หลี่ตบหน้าเธอสักฉาดเดี๋ยวนี้เลย

จะได้ทำลายความคาดหวังที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของเธอให้หมดสิ้น

ทำลายความรักและความยึดติดตลอดแปดปีของเธอ

รวมถึงความอาลัยที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ

นี่ก็ไม่ต่างอะไรจากการปลดปล่อยไม่ใช่เหรอ?

เฉิงจี้หลี่มองเธอ กล้ามเนื้อกรามเกร็งแน่น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงครั้งหนึ่งราวกับกลืนคำพูดบางอย่างกลับลงไป

ความดุดันในแววตาค่อยๆจางลง เขาหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ

ครั้งนี้เจียงสือดูออกแล้วว่าเป็นการเยาะเย้ย

เป็นการเยาะเย้ยถากถางความปากร้ายและความเสียสติของเธออย่างถึงที่สุด

"ป้าเซียวจะมาถึงในไม่ช้านี้"

พูดจบเฉิงจี้หลี่ก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป

เจียงสือเรียกเขาไว้ “ฉันยังมีเรื่องที่พูดไม่จบ”

“ไม่ต้องพูดแล้ว คำพูดจากปากเธอไม่มีสักคำที่ฟังได้”

เขาเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา แผ่นหลังที่เย็นชาไร้เยื่อใยค่อยๆเลือนหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว

คืนนั้นเจียงสือนอนอยู่ในห้องสังเกตอาการ

เธอเป็นคนนอนหลับยากอยู่แล้ว แถมยังไม่คุ้นกับเตียงในสถานที่แปลกใหม่ จึงได้แต่พลิกตัวไปมาจนฟ้าเริ่มสาง กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็แทบรุ่งเช้าแล้ว

แต่หลับไปได้ไม่นานก็ถูกความกระหายปลุกให้ตื่นอีกครั้ง

"ป้าเซียว ขอน้ำให้ฉันหน่อยค่ะ”

ไม่มีเสียงตอบรับ

เธอเปิดม่านออก แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของป้าเซียว จึงได้แต่ลงจากเตียงเอง

ด้านนอกประตู ป้าเซียวกำลังคุยกับญาติของผู้ป่วยคนหนึ่ง

“ไม่เป็นไรหรอก คุณผู้ชายที่บ้านแค่ให้ฉันมาทำเป็นห่วงไปอย่างนั้นเอง พอถึงเวลาค่อยรับตัวกลับไปก็พอ ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมาก"

อีกฝ่ายเกลี้ยกล่อมว่า “คุณใส่ใจเรื่องนี้หน่อยเถอะ ยังไงพวกเขาก็เป็นสามีภรรยากัน ทะเลาะกันเดี๋ยวก็คืนดีกัน จะไล่คุณออกจริงๆก็แค่พูดคำเดียวไม่ใช่เหรอ?”

ป้าเซียวพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม “จะเป็นไปได้ยังไง! คุณชายบ้านเราไม่เคยใส่ใจยัยนั่นเลยสักนิด สองคนนั้นยังไม่ได้ร่วมเตียงกันด้วยซ้ำ! คุณผู้ชายยังพูดกับฉันมากกว่าเธอเสียอีก เธอเป็นใครกัน? ทางบ้านก็ไม่มีใครคอยหนุนหลัง แถมยังเอาใจสามีตัวเองไม่ได้ อยู่ในบ้านนี้ยังมีความสำคัญไม่เท่าฉันเลย!”

เจียงสือได้ยินทุกอย่างเต็มสองหู

ปกติป้าเซียวเอาแต่ประจบเฉิงจี้หลี่ ส่วนเรื่องของเธอก็มักจะอู้และทำส่งเดชไม่น้อย แต่เพราะรู้ว่าป้าเซียวต้องส่งลูกสาวเรียนจึงไม่เคยคิดเอาเรื่อง

ไม่คิดเลยว่าความใจอ่อนของตัวเองจะแลกมาด้วยการถูกแทงข้างหลังเช่นนี้

เจียงสือเดินเข้าไปใกล้เงียบๆญาติของผู้ป่วยคนนั้นรีบส่งสายตาเตือนป้าเซียว

ป้าเซียวหันกลับมา แล้วฝืนยิ้มอย่างไม่จริงใจ “คุณนาย ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นรีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ ป้ายังต้องรีดเสื้อให้คุณผู้ชายอีก”

“ไม่ต้อง” เจียงสือพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “บ้านนี้เป็นของฉัน สามีก็เป็นของฉัน ป้าไสหัวไปได้แล้ว”

ป้าเซียวชะงักไป “คุณนายหมายความว่ายังไงคะ?”

“ฟังไม่เข้าใจเหรอ?” เจียงสือพูดทีละคำ “ฉันบอกให้ป้าไสหัวไป”

ปกติเธอเป็นคนอารมณ์ดี พูดจานุ่มนวลเสมอ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้ป้าเซียวถึงกับมึนงง

“ทำ...ทำไมล่ะ? ป้าเป็นคนที่คุณผู้ชายจ้างมา คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ป้า?”

“ก็เพราะฉันเป็นภรรยาของตระกูลเฉิงอย่างถูกต้อง เป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ และถ้าฉันไม่อยากเห็นหน้าป้า ป้าก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว”

พูดจบ เจียงสือก็หันหลังเดินจากไป

แผ่นหลังของเธอยังคงตั้งตรง แต่ภายในใจกลับว่างเปล่าไปหมด

แม้แต่จะโกรธก็ยังรู้สึกเหนื่อย

เธอหาร้านอาหารเช้าร้านหนึ่งหน้าโรงพยาบาล กินจนอิ่มท้องและในที่สุดก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้าง หลังจากโทรไปลางานกับทางสตูดิโอแล้ว เธอจึงเรียกรถกลับบ้านไปนอนต่อ

เมื่อถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่นอีกครั้งก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

คนที่โทรมาคืออวี๋เสียนจือ แม่ของเฉิงจี้หลี่ที่เรียกเธอไปกินข้าวเย็นที่บ้าน

คฤหาสน์ตระกูลเฉิงตั้งอยู่บนไหล่เขาทางตะวันตกของเมือง ตัวบ้านและสวนกว้างขวางโอ่อ่า ทุกแห่งล้วนเผยให้เห็นถึงความสง่างามของตระกูลเก่าแก่ที่สั่งสมมานานหลายปี

ตลอดสองปีที่ผ่านมา หากไม่ใช่เทศกาลสำคัญหรืองานเลี้ยงครอบครัว เจียงสือแทบไม่เคยมาที่นี่อีก

อวี๋เสียนจือเองก็ไม่ค่อยเรียกเธอมา หากที่บ้านได้พ่อครัวคนใหม่มาก็จะเรียกแค่เฉิงจี้หลี่เท่านั้น

วันนี้ที่จู่ๆเรียกเธอมาหาแบบนี้ ย่อมไม่มีเรื่องดีแน่นอน

ทันทีที่นั่งลง อวี๋เสียนจือก็ถามว่า “ได้ยินว่าเมื่อคืนเธอแพ้แอลกอฮอล์ จนต้องให้จี้หลี่พาไปโรงพยาบาลเหรอ?”

เจียงสือพยักหน้า “ค่ะ”

อวี๋เสียนจือขมวดคิ้ว “ร่างกายตัวเองยังไม่รู้จักดูแลหรือไง? โปรเจกต์ใหม่ของจี้หลี่กำลังอยู่ในช่วงสำคัญ ในฐานะภรรยาของเขา ต่อให้ช่วยอะไรไม่ได้ก็ช่างเถอะ แล้วทำไมยังสร้างปัญหาเพิ่มอีก?”

เจียงสืออดหัวเราะเยาะอยู่ในใจไม่ได้

ตอนนี้กลับเรียกเธอว่าภรรยา แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอเคยได้รับการปฏิบัติอย่างภรรยาสักกี่วันกัน?

“เอาเถอะ” อวี๋เสียนจือโบกมืออย่างหงุดหงิด “เรื่องที่ฉันเคยคุยกับเธอครั้งก่อน เธอคิดว่ายังไงบ้าง? มีเงื่อนไขอะไรก็บอกจี้หลี่ไป เขายอมตกลงแน่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status