บททั้งหมดของ คืนนี้ไร้ไออุ่น: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1

“เจ็บอีกแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มยันตัวท่อนบนขึ้นและเลิกคิ้วถามด้านนอกหน้าต่างฝนตกกระหน่ำ ภายในห้องนอนมีเพียงโคมไฟสีเหลืองนวลที่เปิดอยู่หนึ่งดวงเจียงสือหันหน้าหนี มองข้อมือของตัวเองที่ถูกกำจนแดงแล้วกะพริบตาอย่างด้านชา “อืม”เรื่องแบบนี้ทำมาเป็นเวลาสองปีแล้วปกติเฉิงจี้หลี่พักอยู่ในห้องทำงาน มีเพียงช่วงตกไข่ของเธอในแต่ละเดือนเท่านั้นที่เขาจะมาหาแล้วก็เป็นเหมือนคืนนี้ไม่มีการเล้าโลม และไม่มีความใกล้ชิดหลังจากนั้นเธอก็ไม่ใช่กำแพงเหล็กเสียหน่อย จะไม่เจ็บได้อย่างไรเมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีเสน่ห์ของผู้หญิงมากพอ ถึงขั้นตั้งใจขอคลิปจากเพื่อนสนิทมาดูเพื่อเรียนรู้แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน เฉิงจี้หลี่ก็ยังเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก ทำเรื่องที่ควรเต็มไปด้วยความรู้สึกด้วยท่าทีส่งเดชนานวันเข้า เธอถึงขั้นขี้เกียจแม้แต่จะแสร้งทำไม่มีความหมายหรอก เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้เฉิงจี้หลี่ยังไม่ทันอิ่มเอม แต่ก็ผละออกจากตัวเธอเขาแค่นหัวเราะเบาๆ “สำออยจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนคำนวณวันแล้วให้ฉันมาหรอกเหรอ?”“……” เจียงสือดึงชุดนอนลง ลุกขึ้นไปเปิดไฟเพดาน “แม่คุณเร่งอีกแล้ว ฉัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

กลิ่นกายของเขาสะอาดสดชื่น เป็นกลิ่นที่เจียงสือเคยหลงใหลอย่างมากเธอเผลอผ่อนลมหายใจให้แผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือกำผ้าห่มแน่นหลังพ้นช่วงฮันนีมูน เฉิงจี้หลี่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องการเธอถึงสองรอบในคืนเดียว และไม่เคยค้างคืนหลังจากนั้นด้วยวันนี้เขาเป็นอะไรไป?“คุณจะทำอะไร?” เจียงสือหมดเรี่ยวแรง พยายามขยับตัวไปทางขอบเตียงอย่างยากลำบาก "ห้องหนังสือโดนฟ้าผ่าหรือไง?" เฉิงจี้หลี่เหยียดแขนยาวออกไป ดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมแขนทันทีเสียงทุ้มแหบเล็กน้อยพูดขึ้นว่า "รอบเมื่อกี้ฉันยังไม่เสร็จ" แพขนตาของเจียงสือค่อยๆหลุบลง แสงริบหรี่ในดวงตาที่แทบสังเกตไม่เห็นดับวูบลงทันทีที่แท้...ก็แค่ต้องการมีลูกเท่านั้น เมื่อครู่นี้ในใจเธอยังเผลอมีความคาดหวังวาบขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งด้วยซ้ำน่าขำสิ้นดีไม่โกรธ ไม่ผิดหวัง มีเพียงความเย็นเยียบที่ค่อยๆแผ่ซ่านออกมาจากกลางอกเฉิงจี้หลี่พลิกตัวขึ้นมาแล้วศีรษะของเจียงสือยิ่งมึนหนักขึ้น เธอยกมือทั้งสองข้างดันหน้าอกเขาไว้ แล้วเค้นคำพูดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “ทำไม่ไหวหรอก”ครอบครัวที่ไม่มีความรัก เด็กก็ไม่อยากมาเกิดหรอกราวกับได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

ทั้งที่เป็นช่วงกลางฤดูร้อน เจียงสือกลับรู้สึกว่าฝ่ามือเย็นเฉียบ จึงยกชาร้อนบนโต๊ะขึ้นมากุมไว้ในมือเธอพูดเสียงเรียบ “ฉันตกลงหย่า ฉันจะคุยกับเฉิงจี้หลี่ให้เร็วที่สุด”หว่างคิ้วของอวี๋เสียนจือคลายลงเล็กน้อย “อยากได้อะไรก็พูดมาตรงๆไม่ต้องมัวแต่เหนียมอาย เดี๋ยวพอลับหลังไปแล้วก็เอาเรื่องตระกูลเฉิงของเราไปพูดหาว่ารังแกเธออีก”อวี๋เสียนจือไม่เคยถูกใจเจียงสือมาตลอดเธอมีเฉิงจี้หลี่เป็นลูกชายแท้ๆแค่คนเดียว ย่อมอยากจะพิถีพิถันคัดสรรตำแหน่งลูกสะใภ้เป็นธรรมดา ที่ดีที่สุดคือปากหวานรู้ความ เข้าสังคมเก่งทำอาหารเป็น สามารถดูแลลูกชายของเธอได้ และยังรู้จักเอาอกเอาใจแม่สามีอย่างเธออีกด้วย แต่เจียงสือไม่ตรงกับสักข้อหากไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่พยายามจับคู่กันอย่างเต็มที่ เธอไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้แน่นอนเห็นเจียงสือยังคงเงียบไม่พูดอะไร อวี๋เสียนจือก็ถอนหายใจอีกครั้ง “เธอนี่จริงๆเลย อายุยังน้อยแท้ๆทำไมถึงไม่มีลูกสักคน? ถ้ามีปัญหาก็ไปหาหมอดูเสียสิ ไม่อย่างนั้นถ้าวันหน้าต้องแต่งงานใหม่จะลำบากเอา แม่สามีคนอื่นไม่ได้พูดคุยด้วยง่ายๆเหมือนฉันหรอกนะ”เมื่อนึกถึงผลตรวจของตัวเองที่ปกติดีทุกอย่าง เจียงส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

เจียงสือราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ เธอเผลอยกมือขึ้นลูบนิ้วก้อยที่ขาดหายไปของตัวเองความเจ็บปวดในใจค่อยๆถาโถมขึ้นมาทีละระลอกเธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนแข็งกร้าวและปากร้ายขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอควบคุมมันไม่ได้ด้านหนึ่งก็รังเกียจตัวเอง แต่อีกด้านกลับหนักยิ่งกว่าเดิมยิ่งนานวันก็ยิ่งไม่เหมือนตัวเองลำคอแห้งผาก เจียงสือจึงหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างไฟริมถนนหลอมละลายกลายเป็นกลุ่มดวงไฟกลมๆในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา “เฉิงจี้หลี่ เรามาคุยกันหน่อย”ชายหนุ่มเพิ่งสตาร์ตรถพอดี เขามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเธอ "อย่าพึ่งพูด กำลังขับรถอยู่" เจียงสือ “……”ช่วงนี้เฉิงจี้หลี่ยิ่งนานวันก็ยิ่งหงุดหงิดง่าย เขาพูดอะไรก็ได้ แต่กลับไม่ยอมฟังเธอพูดสักประโยค เธออดทนมาตลอดทาง จนกระทั่งรถจอดลงในโรงรถของบ้าน เฉิงจี้หลี่ดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถ เธอกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นเขายื่นมือไปหยิบกุญแจรถดอกหนึ่งลงมาจากผนัง แล้วก้าวยาวๆตรงไปยังรถเบนท์ลี่ย์ เบนเทย์ก้าสีส้มที่จอดอยู่ข้างๆ ก่อนจะดึงประตูออกเตรียมขึ้นไป “คุณจะไปไหน?” เจียงสือรีบถามเฉิงจี้หลี่หันหน้าเล็กน้อยและยกปากยิ้มอย่างก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

ปลายสายผู้ช่วยจั๋วเยว่อ้ำอึ้งเล็กน้อย “คุณนายครับ ตอนนี้ประธานเฉิงกำลังประชุมอยู่ ปลีกตัวออกมาไม่ได้ครับ”“ปลีกตัวออกมาไม่ได้” เจียงสือทวนเสียงเบา “กำลังยุ่งกับการประชุม หรือกำลังยุ่งกับการหลบหน้าฉันกันแน่?”จั๋วเยว่รีบพูด “คุณนายอย่าคิดแบบนั้นเลยครับ ประธานเฉิงยุ่งจริงๆขนาดกินข้าวยังต้องรีบเร่งจัดการให้เสร็จๆไปในห้องประชุม ไม่ได้มีเจตนาจะหลบหน้าคุณนายเลยครับ" “แล้วเขามีเวลาไปพบเฉิงเซียวเซียวไหม?”“เอ่อ……”เจียงสือกำโทรศัพท์ไว้แน่น ก่อนก้มหน้าผากพิงพวงมาลัย ความเหนื่อยล้าถาโถมจนกลบความรู้สึกทุกอย่างในใจไปหมดแล้วเธอไม่อยากผ่าตัดตามลำพัง แต่ก็ยิ่งไม่อยากยื้อรั้งกันอย่างไร้ความหมายเฉิงจี้หลี่จะยุ่งจริงหรือแกล้งยุ่ง สำหรับเธอแล้วผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันเธอไม่ถามต่อ เพียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ "ถ้างั้นฝากคุณช่วยบอกเขาด้วย ยุ่งแค่ไหนก็เคี้ยวข้าวช้าๆหน่อย อย่าเพิ่งติดคอตายไปเสียก่อน" จั๋วเยว่ “……”“อีกอย่าง” เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง “บอกให้เขาหาเวลากลับบ้าน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา”“ได้ครับคุณนาย ผมจะบอกประธานเฉิงให้แน่นอนครับ”หลังวางสาย จั๋วเยว่ก็ถอนหายใจยาวออกมา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

ภายในห้องรับรองอบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่และแอลกอฮอล์จางๆเฉิงจี้หลี่เอนตัวอยู่บนโซฟาหนัง คอเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมเปิดออก มือเรียวยาววางพาดบนขาที่ไขว้กันอย่างสบายๆคิ้วและดวงตาหลุบลงเล็กน้อย เผยให้เห็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งคืนริมฝีปากคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดอยู่หนึ่งมวน“พี่ ทำเป็นขรึมอะไรเนี่ย?” ฉินหล่างขยับเข้ามาและเอื้อมมือไปหยิบไฟแช็กบนโต๊ะ “มา เดี๋ยวผมจุดให้”เฉิงจี้หลี่หันหน้าหลบ “ไม่ต้อง เลิกแล้ว”“อยู่ดีๆจะเลิกบุหรี่ทำไม?”ฉินหล่างกะพริบตา แล้วขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อย “จริงสิ ผมเห็นเซียวเซียวถือกระเป๋าที่พี่ให้เธออยู่ทุกวันเลยนะ แต่ผมจำได้ว่ากระเป๋าใบนั้นแบรนด์ส่งมาแถมคู่กับกระเป๋าวินเทจให้พี่นี่นา แล้วทำไมพี่ถึงเอาของแถมให้เธอล่ะ?”“แล้วกระเป๋าวินเทจล่ะ? นั่นเป็นของหายากที่ทางแบรนด์ตั้งใจเก็บไว้ให้พี่ตามรสนิยมของบรรดาคุณนายในแวดวงเลยนะ พี่คิดจะให้ใคร?”เฉิงจี้หลี่ไม่พูดอะไร ปลายนิ้วเคาะลงบนหัวเข่าเบาๆสองครั้ง แต่แววตากลับหม่นลงกว่าเดิม แฝงความหงุดหงิดที่แทบสังเกตไม่เห็นฉินหล่างอึ้งไป “พี่คงไม่ได้ยังไม่ได้ให้ใครหรอกนะ? อุตส่าห์ให้คนตามหามาอย่างยากลำบาก สุดท้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

เห็นบรรยากาศกำลังจะตึงขึ้นมาอีกครั้ง ฉินหล่างจึงยกแก้วเหล้าขึ้นมาช่วยไกล่เกลี่ย “โอ๊ย คนกันเองทั้งนั้น เรื่องแค่นี้เอง! ในเมื่อพี่สะใภ้กับเซียวเซียวก็อยู่ด้วย งั้นก็เที่ยวเล่นด้วยกันสิ นานๆทีจะอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ คึกคักหน่อยก็ดี!”คุณชายหลายคนรอบข้างก็พากันส่งเสียงสนับสนุน “ใช่ๆ! เปิดแชมเปญกันเถอะ! ถือเป็นการอวยพรให้โครงการใหม่ของจี้หลี่ประสบความสำเร็จ!”มีคนคว้าขวดแชมเปญบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเปิดจุกออกอย่างรวดเร็วเสียงดังปัง จุกไม้ก๊อกกระเด็นพุ่งออกไปอย่างแรงพุ่งตรงมายังทางที่เจียงสือยืนอยู่เฉิงจี้หลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาหันตัวเข้ามายืนบังตรงหน้าเจียงสือในจังหวะที่ยกมือขึ้น จุกขวดที่พุ่งมาก็ถูกข้อศอกของเขากระแทกจนกระเด็นเปลี่ยนทิศไปทางอื่นพอดีทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเฉิงเซียวเซียวเอามือปิดตา “ตาของฉัน…”สายตาของทุกคนในห้องรับรองต่างหันมามองฉินหล่างก้าวเข้าไปแล้วแบกเฉิงเซียวเซียวขึ้นหลังเฉิงเซียวเซียวหลับตา น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “พี่...ใช่พี่หรือเปล่า?”ฉินหล่างรีบเดินออกไป "พี่หล่างก็เป็นพี่เหมือนกัน! อย่ากลัวไปเลยนะ เดี๋ยวพี่พาเธอไปโรงพยาบาลเอง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

ประตูห้องนอนแง้มอยู่ เจียงสือค่อยๆผลักเปิด เห็นชายหนุ่มกำลังยืนโทรศัพท์อยู่ข้างหน้าต่างกระจกบานใหญ่เขาสวมสูทสีดำทั้งชุด บุคลิกโดดเด่นสะดุดตาแสงยามโพล้เพล้งทาบลงบนใบหน้าด้านข้างที่ได้รูป ยิ่งขับให้เขาดูสุขุมจนยากจะอ่านความรู้สึก และยังคงเหลือเค้าความเป็นชายหนุ่มในวันวานอยู่เล็กน้อยเธอมองเขานิ่งๆอย่างเหม่อลอยจนกระทั่งอีกฝ่ายวางสายแล้วหันมามอง “คุณนายเฉิงกลับมาเร็วดีนี่ ไม่เป็นเจ้าผึ้งน้อยผู้รักงานแล้วเหรอ?”“พอกันนั่นแหละ” เจียงสือดึงสติกลับมา ขี้เกียจพูดมาก “ในเมื่อคุณกลับมาแล้ว งั้นรีบคุยเรื่องสำคัญกันเถอะ”แววตาของเฉิงจี้หลี่ไหวเล็กน้อย แล้วพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่มีเวลา คืนนี้เป็นงานวันเกิดครบรอบแปดสิบปีของคุณย่าตระกูลเสิ่น เธอต้องไปกับฉัน”ตอนที่เจียงสือเพิ่งมาถึงเมืองหลวง เธอได้รับความเอ็นดูและความช่วยเหลือจากคุณย่าเสิ่นอยู่ไม่น้อย จึงค่อนข้างสนิทสนมกับตระกูลเสิ่นงานวันเกิดของผู้ใหญ่ ตามเหตุและผลแล้วก็ควรร่วมงานเธอหันหลังเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว นิ้วมือไล่ผ่านชุดกระโปรงเรียงราย สุดท้ายก็เลือกกระโปรงยาวผ้าไหมสีขาวครีมมีลายในตัวออกมาตัวหนึ่ง ดีไซน์เรียบง่าย บ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

เหล่าคุณนายที่อยู่ข้างๆพากันยิ้มและพูดสมทบ “คุณหญิงคะ คุณนายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงหลายคนชอบมาสั่งตัดชุดกี่เพ้ากับคุณหนูเจียงกันทั้งนั้น ทุกคนต่างบอกว่าฝีมือของคุณหนูเจียงยอดเยี่ยม ทุกเข็มทุกเส้นล้วนสะท้อนถึงพื้นฐานฝีมือที่สั่งสมมา ไม่ด้อยไปกว่าคุณท่านเฉินในสมัยก่อนเลยค่ะ!”“ดีๆๆ! ศิษย์ย่อมเหนือกว่าอาจารย์จริงๆ!”คุณย่าเสิ่นลูบชุดกี่เพ้าบนตัวเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอาลัยถึงวันวาน “เมื่อก่อนคุณท่านเฉินเป็นปรมาจารย์ด้านชุดกี่เพ้าระดับแนวหน้าของเมืองหลวง ชุดโปรดหลายตัวในตู้เสื้อผ้าของย่าก็ล้วนเป็นฝีมือของเขา ทั้งฝีมือและนิสัยใจคอของเขานั้นไม่มีอะไรให้ติเลย เผลอแป๊บเดียวผ่านมาหลายปี ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนก็ไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ!”เธอมองเจียงสือด้วยแววตาเอ็นดู “เมื่อก่อนเพื่อให้คุณตาของหนูทำชุดกี่เพ้าให้ย่าเพิ่มอีกสักสองสามชุด ย่าถึงได้เรียกหนูมาที่บ้านให้มาเล่นด้วยอยู่บ่อยๆ ตอนนี้หนูโตแล้ว แถมยังสืบทอดฝีมือของคุณท่านเฉินมาได้ ย่าดีใจจริงๆ”หัวใจของเจียงสือเต็มไปด้วยความซาบซึ้งคุณย่าเสิ่นเป็นคนที่หวังดีกับเธอจากใจจริง ทั้งยังคิดถึงและเคารพคุณตาของเธอ เธอรู้สึกโชคดีจริงๆ ที่ไม่ได้ขั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

เฉิงจี้หลี่เดินย่างก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า มาหยุดอยู่ข้างกายเจียงสือ แล้วยื่นแขนยาวเข้ามาโอบเอวของเธอไว้ "คุณนายเฉิง เธอเอียงเข้าข้างคนอื่นอย่างเปิดเผยขนาดนี้ คืนนี้กลับไปเตรียมจะง้อฉันอย่างไรดีล่ะ?" เจียงสือ “……”สุดท้ายเขาก็ได้ยินจนได้คุณย่าเสิ่นเบะปาก “เจ้าหนุ่มตัวแสบ ห้ามรังแกแม่หนูเจียงของพวกเรานะ”“คุณย่าเสิ่น” เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “คุณย่าจะลำเอียงเพียงเพราะคนที่เธอเข้าข้างคือหลานชายของคุณย่า จนแยกผิดถูกไม่ออกไม่ได้นะครับ”คุณย่าเสิ่นหัวเราะเสียงดังสองครั้ง “เจ้าตัวแสบเอ๊ย ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ!”“ถึงจะเป็นตัวแสบไปหน่อย แต่ก็รักภรรยานะ!” คุณป้าคนที่พูดเมื่อครู่พูดขึ้น “กระเป๋าของเจียงสือใบนี้ไม่ธรรมดาเลย จี้หลี่เป็นคนให้ใช่ไหม?”คุณนายที่อยู่ข้างๆพากันพูดสมทบ “ต้องใช่อยู่แล้ว จี้หลี่ขึ้นชื่อเรื่องมือหนักอยู่แล้ว แหวนแต่งงานที่คุณหนูเจียงสวมอยู่วงนี้ ตอนนั้นก็ทำเอาคุณนายหลายคนอิจฉากันใหญ่”ทุกคนต่างพากันมองไปยังมือของเจียงสือมันคือแหวนไพลินวงหนึ่ง สีสันสดใสบริสุทธิ์ ตัวเรือนทำจากแพลทินัมขัดด้าน สลักลวดลายเถาวัลย์อย่างประณีตปกติเธอรู้สึกว่าการใส่แหวนท
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status