Share

บทที่ 4

Author: อันเสี่ยวตี๋
เจียงสือราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ เธอเผลอยกมือขึ้นลูบนิ้วก้อยที่ขาดหายไปของตัวเอง

ความเจ็บปวดในใจค่อยๆถาโถมขึ้นมาทีละระลอก

เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนแข็งกร้าวและปากร้ายขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอควบคุมมันไม่ได้

ด้านหนึ่งก็รังเกียจตัวเอง แต่อีกด้านกลับหนักยิ่งกว่าเดิม

ยิ่งนานวันก็ยิ่งไม่เหมือนตัวเอง

ลำคอแห้งผาก เจียงสือจึงหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง

ไฟริมถนนหลอมละลายกลายเป็นกลุ่มดวงไฟกลมๆในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา

“เฉิงจี้หลี่ เรามาคุยกันหน่อย”

ชายหนุ่มเพิ่งสตาร์ตรถพอดี เขามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลือบมองเธอ "อย่าพึ่งพูด กำลังขับรถอยู่"

เจียงสือ “……”

ช่วงนี้เฉิงจี้หลี่ยิ่งนานวันก็ยิ่งหงุดหงิดง่าย เขาพูดอะไรก็ได้ แต่กลับไม่ยอมฟังเธอพูดสักประโยค

เธออดทนมาตลอดทาง จนกระทั่งรถจอดลงในโรงรถของบ้าน เฉิงจี้หลี่ดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถ

เธอกำลังจะเอ่ยปาก ก็เห็นเขายื่นมือไปหยิบกุญแจรถดอกหนึ่งลงมาจากผนัง แล้วก้าวยาวๆตรงไปยังรถเบนท์ลี่ย์ เบนเทย์ก้าสีส้มที่จอดอยู่ข้างๆ ก่อนจะดึงประตูออกเตรียมขึ้นไป

“คุณจะไปไหน?” เจียงสือรีบถาม

เฉิงจี้หลี่หันหน้าเล็กน้อยและยกปากยิ้มอย่างกวนประสาท “คุณนายเฉิงนี่ชอบยุ่งเรื่องของฉันจัง ไม่ไปด้วยกันเลยล่ะ?”

“……” เจียงสือข่มอารมณ์ไว้ “คุณจะกลับเมื่อไหร่? ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”

“ถึงเวลาต้องกลับก็กลับเอง”

สิ้นเสียงลง ประตูรถก็ปิดลง เครื่องยนต์ติดขึ้นทันที แล้วรถก็พุ่งตรงออกจากโรงรถไป

สองวันต่อมา

เฉิงจี้หลี่ยังคงไม่กลับบ้าน ส่วนในแชตทั้งคู่ก็บล็อกกันไปนานแล้ว โทรไปก็ไม่มีใครรับสาย

ราวกับหายตัวไปจากโลก

ยามเช้า เจียงสือผลักประตูสตูดิโอเข้าไป

หานเสี่ยวจูรีบเดินเข้ามาหาทันที “อาจารย์เจียง ในที่สุดคุณก็มา! คุณนายจางคนนั้นโทรมาถามไม่หยุดเลยว่าชุดกี่เพ้าที่คุณทำให้เธอไปถึงไหนแล้ว!”

“เสร็จแล้ว” เจียงสือพูด “เดี๋ยวฉันเอาไปส่งให้เธอเอง”

“คงได้บ่นจู้จี้แล้วก็แนะนำลูกชายให้คุณอีกแน่ๆ” หานเสี่ยวจูจิ๊ปากสองครั้ง “คุณป้าคนนี้ก็จริงๆเลย บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอาจารย์เจียงของเราแต่งงานแล้ว ทำไมยังชอบจับคู่ให้มั่วซั่วอยู่อีกนะ”

เจียงสือยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปด้านในและก้มหน้าจัดแบบแพตเทิร์นชุดกี่เพ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ

โชคดีที่เธอมีนิสัยทำงานให้เสร็จล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นการลางานสองวันคงทำให้งานค้างกองโตแน่

หลินอวี๋ที่กำลังจัดเส้นด้ายอยู่ข้างๆ จู่ๆก็หัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ "เรื่องนี้จะไปโทษเธอก็ไม่ได้หรอกนะ สามีของอาจารย์เจียงเราลึกลับจะตาย พวกเราที่อยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่เคยเห็นหน้าเลย คุณนายจางคงคิดว่าอาจารย์เจียงแค่เอาเรื่องแต่งงานแล้วมาบ่ายเบี่ยงเธอแน่ๆ”

“ก็จริงนะ” หานเสี่ยวจูกวาดพื้นและยิ้มกว้าง “อาจารย์เจียง สามีของคุณยุ่งมากเลยเหรอคะ? เขาทำงานอะไรเหรอ?"

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เจียงสือก็แต่งงานกับเฉิงจี้หลี่ จากนั้นผ่านไปสักพักเธอถึงได้มาทำงานที่สตูดิโอตัดชุดกี่เพ้าแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเฉิงจี้หลี่ก็แทบไม่สนใจเธอแล้ว ยิ่งไม่มีทางมาหาเธอที่นี่

เหล่าคุณนายที่รู้ฐานะของเธอ หากต้องการให้เธอตัดชุดกี่เพ้าให้ก็จะติดต่อเป็นการส่วนตัว ไม่มีใครมาที่ร้านด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไหนรู้ว่าสามีของเธอเป็นใคร

เมื่อนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเฉิงจี้หลี่คือเมื่อสองวันก่อน เจียงสือก็พูดอย่างไม่ใส่ใจ “บุคคลสูญหายมั้ง อาจถูกลักพาตัวออกนอกประเทศแล้วไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ก็ได้”

“...อาจารย์เจียงนี่ตลกจริงๆ” มุมปากของหานเสี่ยวจูกระตุก “แต่ผู้ชายเก่งๆมักจะยุ่งกันทั้งนั้นแหละ คุณก็อย่าคิดมากนะคะ”

หลินอวี๋แค่นเสียงขึ้นจมูก “เสี่ยวจู ต่อไปเธอต้องเลือกผู้ชายให้ดีๆล่ะ ทางที่ดีหาให้ได้แบบสามีฉัน ไม่ว่ายุ่งแค่ไหนก็ให้ฉันเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเช้ายังบอกเลยว่าตอนเย็นจะมารับฉันไปดูหนัง”

เธอกับเจียงสือเข้ามาทำงานที่สตูดิโอในปีเดียวกัน แต่จำนวนลูกค้ากลับน้อยกว่าเจียงสือมาก เธอมักจะหาเรื่องเจียงสือทั้งต่อหน้าและลับหลัง อีกทั้งปกติก็ชอบพูดถึงสามีตัวเองอยู่เสมอ

เจียงสือไม่อยากสนใจเธอ

หลินอวี๋จึงเรียกชื่อเธอตรงๆ “อาจารย์เจียง ช่วงนี้หนังรักเรื่องนั้นกำลังเป็นกระแสเลยนะ สามีคุณไม่ชวนคุณไปดูเหรอ? คงไม่ใช่ว่าเขาไม่มีเวลาแม้แต่เรื่องนี้หรอกมั้ง?”

หานเสี่ยวจูเห็นท่าไม่ดี จึงพยายามห้าม “อาจารย์หลิน พอเถอะค่ะ”

“ถามหน่อยจะเป็นอะไรไป?” หลินอวี๋เลิกคิ้วอย่างได้ใจ “อาจารย์เจียง ฉันเตือนคุณไว้นะ ผู้ชายที่ไม่กระตือรือร้นกับภรรยา ส่วนใหญ่ก็มักมีคนอื่นอยู่ข้างนอกแล้ว”

เจียงสือทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้น “ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะ แต่ฉันไม่ชินกับการคุยเรื่องส่วนตัวในเวลางาน เพราะอย่างไรเสียศักยภาพในการทำงานของฉันก็มากพอ ไม่จำเป็นต้องเอาผู้ชายมาเปรียบเทียบเพื่อรักษาหน้าตัวเอง”

“……”

พูดจบ เธอก็หยิบกุญแจรถแล้วไปส่งชุดกี่เพ้าที่บ้านตระกูลจาง ทิ้งให้หลินอวี่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงนั้น

เป็นอย่างที่หานเสี่ยวจูคาดไว้จริงๆ คุณป้าจางเอ่ยปากอีกครั้งว่าอยากให้เจียงสือได้พบกับลูกชายของเธอ

เธอชื่นชอบชุดกี่เพ้าที่เจียงสือตัดให้มาก ทุกไตรมาสต้องสั่งตัดหลายชุด เจียงสือจึงไม่กล้าปฏิเสธตรงๆจนต้องพูดคุยอยู่หลายรอบกว่าจะปลีกตัวออกมาได้สำเร็จ

จากนั้นเธอก็ขับรถไปบ้านคุณนายอีกคนเพื่อวัดสัดส่วนรอบเอวให้เรียบร้อยและกลับมาที่ห้องทำงานเพื่อวาดแบบแพตเทิร์นต่อ

คุณตาของเธอเคยเป็นปรมาจารย์ด้านการตัดชุดกี่เพ้าที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ท่านอยู่ในวงการนี้มานานกว่าหกสิบปี และโชคดีที่ได้รับการถ่ายทอดจากคุณตาด้วยตัวเอง เธอจึงได้ก้าวเข้าสู่วงการนี้

คุณตาเคยพูดไว้ว่า ฝีมือคือรากฐานในการยืนหยัด ส่วนชื่อเสียงคือสมบัติล้ำค่าที่ส่งต่อสู่คนรุ่นหลัง

เธอใส่ใจกับลูกค้าทุกคนอย่างจริงจัง และพยายามทำแบบแพตเทิร์นทุกชิ้นให้สมบูรณ์แบบที่สุด

รวมถึงค่ำคืนอันยาวนานและโดดเดี่ยวเหล่านั้น ก็ยังดีที่มีงานคอยอยู่เป็นเพื่อน

เพียงแต่ช่วงนี้ดวงตาของเธอมักรู้สึกไม่สบายอยู่เสมอ

มีเงาดำลอยผ่านตรงหน้า สายตาแย่ลงเป็นอย่างมาก หากจ้องแบบนานๆภาพตรงหน้าก็จะพร่าเบลอ

วันนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม เส้นตรงที่วาดไว้อย่างดีบนกระดาษ พอจ้องไปนานๆกลับดูเหมือนเบี้ยวไปเสียอย่างนั้น

เจียงสือขยี้ตา ก่อนจะฝืนต่อไม่ไหวอีกแล้ว จึงไปโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อตรวจตามลำพัง

หมอชี้ไปที่ผลตรวจแล้วพูดว่า “คุณมีคุณภาพจอประสาทตาไม่ดีมาตั้งแต่กำเนิด ประกอบกับใช้สายตามากเกินไป จึงทำให้จอประสาทตาหลุดลอก ผมแนะนำให้คุณหยุดงานทันทีและเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด”

“ต้องผ่าตัดเหรอคะ?”

เธอไม่คิดเลยว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้

หมอพยักหน้า “หลังผ่าตัดควรมีคนในครอบครัวคอยดูแล คุณกลับไปปรึกษากันที่บ้านก่อน ดูว่าคนในครอบครัวมีเวลาวันไหน แล้วรีบนัดวันผ่าตัดโดยเร็วที่สุด”

เจียงสือกำผลตรวจไว้ในมือแล้วเดินออกจากโรงพยาบาล คำพูดจริงจังของหมอยังคงก้องอยู่ในหู

จอประสาทตาหลุดลอก ต้องหยุดงาน

ต้องรีบผ่าตัด จะปล่อยให้ล่าช้าไม่ได้

หลังผ่าตัดยังต้องพักฟื้น ห้ามทำงานฝีมือที่ต้องใช้ความละเอียดแม้แต่น้อย

ชั่วขณะนั้น ความสับสน ความไร้หนทาง และความโดดเดี่ยวที่ฝังลึกถึงกระดูกก็ถาโถมเข้ามาในใจพร้อมกัน

หากแม้กระทั่งงานยังต้องหยุดพักลง แล้วเธอจะยังเหลืออะไรอีก?

ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ พอได้ยินว่าต้องผ่าตัด คนแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอกลับยังเป็นผู้ชายที่ไม่เคยใส่ใจไยดีเธอคนนั้น

เมื่อกลับมาบนรถ เจียงสือกำโทรศัพท์เหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กดโทรศัพท์หาเฉิงจี้หลี่จนได้

ยังคงไม่มีใครรับสาย

เจียงสือเป็นคนรักศักดิ์ศรี ความสัมพันธ์การแต่งงานที่หายใจรวยระรินระหว่างเธอกับเฉิงจี้หลี่ไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจอะไร ต่อให้คนอื่นจะรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว เธอก็ไม่อยากเป็นฝ่ายพูดออกมาเอง

แต่วันนี้เธอร้อนใจจริงๆ จึงตัดสินใจโทรหาผู้ช่วยของเฉิงจี้หลี่โดยตรง

อีกฝ่ายรับสายแทบจะทันที “สวัสดีครับคุณนาย มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”

น้ำเสียงสุภาพที่คุ้นเคยกลับทำให้เธอจุกแน่นในลำคอ

ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกลับต้องติดต่อสามีของตัวเองผ่านผู้ช่วย

ความสัมพันธ์อันห่างเหินและน่าขบขันเช่นนี้ กลับเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเฉิงจี้หลี่จริง

มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอข่มอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านในใจลง แล้วพูดอย่างสงบนิ่งว่า “ฉันมีเรื่องด่วนมากจะคุยกับเฉิงจี้หลี่ คุณช่วยให้เขารับสายหน่อย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status