เข้าสู่ระบบช่วงบ่ายของวันหลังจากที่คุณหมอแพรววาแวะไปดื่มกาแฟที่ร้านอโรชา เธอรีบกลับมาเคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน เพราะวันนี้หมอสาวตั้งใจจะไปรับลูกสาวเร็วกว่า ทุกวัน ชดเชยทุกครั้งที่เคยไปรับช้า
แต่! สิ่งที่เธอคิดกลับไม่ได้เป็นดั่งใจคิด เมื่อคนไข้ระดับวีไอพีที่คุณหมอสาวอยากหลีกเลี่ยงที่สุดกลับสร้างปัญหาไม่รู้จบ
(คุณหมอแพรววาคะ คุณหยางโวยวายไม่ยอมให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลืออีกแล้วค่ะ)
(อีกแล้วเหรอคะ?)
(คุณหมอคะ? คุณหยางไม่ยอมให้ฉีดยาเข้าเส้นค่ะ)
(จะไป เดี๋ยวนี้ค่ะ)
(คุณหมอคะ คุณหยาง) เสียงมือถือดังเกือบตลอดทั้งบ่าย และทุกสายที่โทรเข้ามามักจะเป็นเคสเจ้าของโรงพยาบาลที่ไม่ยอมให้บุคคลอื่นกระทำกับตัวเอง นอกเสียจากเธอเพียงคนเดียว
หากเป็นใครหลายคนอาจจะดีใจ แต่! สำหรับหมอแพรววา เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะฉีดยานอนหลับให้หยางให้สิ้นเรื่อง
(ถ้าเขาไม่ยอมอีก เชิญออกจากโรงพยาบาลเลยค่ะ)
(แต่ คุณหยางเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนะคะ) พยาบาลวิเวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วนใจ เมื่อบุคคลที่เธอกล่าวถึงคือเจ้าของโรงพยาบาล
(จะไป เดี๋ยวนี้ค่ะ) คงเป็นคำพูดติดปากที่หมอแพรววาตอบรับพยาบาลที่โทรเข้ามาเรียกตนเองตลอดช่วงบ่ายนี้
“จริงสินะ! คนที่ควรจะออกเป็นฉันรึเปล่าเนี่ย โอ๊ย! ไอ้บ้าหยาง” เพียงแค่คุณหมอสาววางสายพยาบาล
หญิงสาวกลับพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นปนหงุดหงิด แต่! ก็ต้องจำใจฝืนเดินออกจากห้องทำงาน มุ่งตรงไปยังห้องพักวีไอพีด้วยอาการเบื่อหน่าย
ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่มีคนไข้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร พ่วงตำแหน่งเจ้าของโรงพยาบาล นั่งพิงพนักเตียงด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
ต่างจาก! พยาบาลที่เข้าไปดูแลคนไข้ก่อนหน้านี้ ก้มหน้ารอคุณหมอแพรววาอย่างมีมารยาท
“ทำไม? มาช้า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามหมอแพรววาที่เดินเข้าไปในห้องพักท่าทางสุขุม แตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ดูหงุดหงิดโดยสิ้นเชิง
“หมอรีบที่สุดแล้วค่ะ อีกอย่างหมอเป็นหมอ ไม่ใช่นักวิ่งทางไกล” หมอแพรววาตอบด้วยความใจเย็น พลันติดประชดประชันด้วยความหมั่นไส้ตัวปัญหา
“ประชด” น้ำเสียงเย็นยะเยือกถามกลับเพียงประโยคสั้น นัยน์ตาคมจ้องมองหน้าคุณหมอสาวที่ยืนประจันหน้าโดยไม่นึกกลัวบารมีของเขา
“เปล่าค่ะ รอบนี้มีปัญหาอะไรอีกคะ” หมอแพรววาถามกลับด้วยน้ำเสียงและใบหน้าปลงตก เธอเป็นเพียงแค่หมอตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง จึงไม่อยากมีปัญหากับเจ้าของโรงพยาบาลสักเท่าไรนัก
“ไม่มี”
“คุณ! กวนตีนหมอเหรอคะ” คำพูดไม่สุภาพหลุดออกจากปากหมอแพรววาดั่งคนลืมตัว ความโมโหครอบงำจนขาดสติไม่ครู่หนึ่ง
“พอดีผมไม่มีอะไรทำ” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ดั่งเช่นเคย
“หมอไม่ได้ว่างมากเหมือนคนไข้นะคะ หมอมีเอกสารต้องเคลียร์ มีเคสอื่นที่ต้องศึกษา มีลูกต้องไปรับหลังเลิกเรียน”
“เดี๋ยวไปรับให้” คำพูดที่ทำให้หมอแพรววาชะงัก ไม่ต่างอะไรกับดรัณและพยาบาลที่ยืนฟังอยู่ ที่มีท่าทางตกใจกับคำพูดของหยางที่พูดออกมาไม่น้อย
“ฉันไม่ตลก ลูกฉัน! ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวค่ะ อ้อ และกรุณาอย่าสร้างความวุ่นวายให้พยาบาลค่ะ” คำพูดที่ได้ยินจากหยาง กลับทำให้หมอแพรววาอารมณ์เสียมากกว่าเดิม จนต้องรีบเดินออกจากห้องโดยไม่สนว่าชายหนุ่มเป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่สามารถไล่เธอออกได้ทุกเมื่อ
นัยน์ตาคมทอดมองแผ่นหลังบางที่เดินออกจากห้องพัก จนลับสายตา สายตาที่ยากจะเดาความคิดและความรู้สึก
ภายในห้องทำงานแพทย์เสียงร้องโอดโอยของหมอแพรววาดังขึ้น โดยที่หมอสาวนั้นยกมือขึ้นกุมขมับตนเองเสมือนคนกำลังเสียสติ
“โอ๊ย! ฉันทำอะไรลงไป ทำไมฉันไม่มีสติเลย”
“เกิดอะไรขึ้น” หมอไลลาที่พึ่งตรวจคนไข้เสร็จ เดินเข้ามาเจอเพื่อนสาวของตนเองในสภาพนี้ เป็นอันต้องตกใจไม่น้อย
“ก็ไอ้คุณหยางไง วุ่นวาย วอแวกับฉัน จนสติของฉันหลุดต่อว่าเขาไป” เพราะเขาคนเดียว เขาคนเดียวที่ทำลายชีวิตของเธอ
“คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง คุณหยางคงไม่ถือ” ไลลาตบที่หัวไหล่เล็กของแพรววา ปลอบใจเพื่อนสนิทอย่างอ่อนโยน
“ภาวนาให้เป็นเช่นนั้น ไม่งั้นฉันคงต้องหาโรงพยาบาลใหม่ แต่! ที่ไหนจะให้ค่าตอบแทนดีมากกว่าที่นี่ล่ะ” โรงพยาบาลนี้จัดเป็นโรงพยาบาลที่คัดสรรบุคลากรทางการแพทย์
และ! ผลตอบแทนที่ได้ก็มากเช่นกัน จึงทำให้หมอแพรววาหนักใจในเรื่องที่เธอเผลอทำตัวไม่ดีใส่เจ้าของโรงพยาบาลเข้า
“แพรววา แกใจเย็นก่อน” หมอไลลาส่ายศีรษะเบา ๆ กับท่าทางตีโพยตีพายไปก่อนของหมอแพรววา ที่น้อยครั้งจะได้เห็นหมอสาวในสภาพเช่นนี้
“ช่วงนี้ฉันไม่มีสติเลยแก” ตั้งแต่เจอหน้าหยาง สติของเธอกลับฟุ้งซ่านและคิดไปต่าง ๆ นานา จนแทบไม่อยากเจอหน้าเขา และ! เหมือนว่าหยางจะรู้ตัว เขามักจะกลั่นแกล้งเธอให้เข้าไปพบอยู่บ่อยครั้ง
“ฉันรู้ แกก็อย่าคิดมาก แกท่องเอาไว้ว่าเขาจำแกไม่ได้ ถ้าเกิดจำได้ เขาคงมีปฏิกิริยาอีกแบบ”
“ใช่ไหม? เขาจำฉันไม่ได้ หรือเขาไม่อยากจำกันแน่” ดูจากสายตาของหยางที่ใช้มองเธอ เป็นเพียงแค่สายตาสงสัยและครุ่นคิด ไม่เหมือนสายตาของคนเคยรู้จักกันเลยสักนิด
“อย่าคิดมาก”
“แต่ก็ดีเหมือนกัน ฉันไม่อยากมีปัญหาอะไรตามมาให้ปวดหัวอีก” หากเขาเลือกที่จะไม่รู้จักเธอ ก็ไม่มีเหตุอันใด ที่ต้องคิดมาก
เพราะเขาและเธอทุกอย่างไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และเธอก็ไม่เคยรู้จักผู้ชายที่ชื่อ หยาง มาก่อน ณ เวลานี้ชายหนุ่มเป็นเพียงแค่เจ้าของโรงพยาบาลเท่านั้น
“ใช่ไหมล่ะ? แกก็ใช้ชีวิตของตัวเองไป ยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก เท่านั้นก็จบ”
“เป็นความคิดที่ดี หลังจากนี้ฉันจะไม่กังวลอะไรอีกแล้ว” เรื่องกังวลต่าง ๆ คงถูกซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุด ดำเนินชีวิตต่อไปโดยมีพาขวัญอยู่ข้าง ๆ
“แกเป็นคนเก่ง ฉันเชื่อว่าแกจะผ่านไปได้” หมอไลลาตบบ่าเล็กอีกครั้ง ให้กำลังใจเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติฉันนะไลลา” ไม่รู้จะขอบคุณยังไง หากชีวิตของเธอไม่มีไลลาและอโรชา คงเคว้งคว้างน่าดู เพราะชีวิตของเธอกำพร้าพ่อและแม่ด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่อายุสิบหกปี และดำเนินชีวิตอยู่ได้ก็เพราะเงินประกันก้อนโตที่ได้รับเป็นมรดก
“แกก็เหมือนคนในครอบครัวฉัน เอาเป็นว่า รีบทำงานเถอะ จะได้รีบไปรับพาขวัญ” ไลลาตอบกลับด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แพรววาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ
“จริงสิ! ฉันควรลืมเรื่องในอดีต โฟกัสแค่ลูกเท่านั้น” เมื่อคิดได้และสติที่เลือนหายกลับมา หมอแพรววาจึงหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดและตั้งใจอ่านอย่างใช้สมาธิ หวังให้งานเสร็จอย่างรวดเร็ว เธอจะได้ไปรับลูกสาวหลังเลิกเรียน
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องพักผู้ป่วยที่มีหยางนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าครุ่นคิดบางเรื่องและใช้สมาธิเงียบ ๆ
จนกระทั่ง!
“ฉันอยากได้รูปถ่ายของเด็กคนนั้น” เสียงเข้มพูดออกมาโดยไร้สัญญาณ พลันพูดความต้องการของตนเอง เพื่อให้ดรัณไปจัดการ
“คนไหนครับ” ดรัณขมวดคิ้วเข้าหากัน สงสัยไม่น้อยจึงต้องรีบถามกลับ เพื่อความแน่ใจ เนื่องจากเจ้านายของเขาไม่ชอบเด็กสักเท่าไรนัก จึงเป็นเรื่องที่ผิดแปลกไปไม่น้อย
พลันแปลกใจจนอยากถามหมอแพรววา ว่ายาที่ฉีดให้กับเจ้านายคือยาอะไร เหตุใด? เจ้านายของเขาถึงดูแปลกไปเช่นนี้
“ลูกสาวเธอ!”
@ หกเดือนผ่านไป หยางนั่งอยู่โซฟาหน้าทีวี บนอกมีลูกน้อยวัยหกเดือนนอนแนบอก พลันหวนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาตั้งแต่กลับมาเจอแม่ของลูกรวมไปถึงลูกคนที่สองคลอดออกมา ซึ่งทำให้เขานั้นรับรู้รสชาติของความเป็นพ่อคนมากขึ้น จนนับถือน้ำใจคนเป็นแม่ที่อดทนเพื่อลูกมาโดยตลอด“พันไมล์หลับเหรอคะ” เสียงหวานของแพรววาดังขึ้นจากด้านหลังของหยาง หลังจากที่หญิงสาวปั๊มนมเสร็จเรียบร้อย“พึ่งหลับครับ” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น มือหนายังคงลูบแผ่นหลังลูกชาย ใช่แล้ว! ลูกคนที่สองของเขาเป็นเด็กผู้ชายชื่อพันไมล์“เหนื่อยไหมคะ” แพรววาเอ่ยถามเสียงหวาน พลันเดินไปนั่งข้างสามีตนเองและซบศีรษะลงบนบ่าแกร่งเสมือนกำลังออดอ้อนชายหนุ่ม“ถ้าจะบอกว่าไม่เหนื่อยก็คงโกหก เอาเป็นว่าเหนื่อยแต่มีความสุขครับ” หากบอกว่าไม่! คงโกหก แต่ความเหนื่อยในครั้งนี้มีความสุขโอบล้อม จนสามารถยอมเหนื่อยไปทั้งชีวิตได้“ขอบคุณนะคะที่ช่วยเลี้ยงลูก” ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาขอบคุณหยาง ซึ่งการกระทำของชายหนุ่มที่แพรววารับรู้และได้เห็นเกินคาดกว่าที่คิดเอาไว้“เฮียต้องขอบคุณหนูมากกว่า” แพรววาคือผู้หญิงที่เขานั้นอยากขอบคุณมากที่สุด เธอเป็นทั้งคนที่เ
ช่วงค่ำของวันหลังจากที่ส่งลูกสาวเข้านอน หยางจึงเดินออกจากห้องมุ่งตรงมาหาแพรววาที่กำลังเตรียมของให้ลูกคนเล็กที่ใกล้จะคลอดในอีกไม่นาน “หนักไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำปนอบอุ่นเอ่ยถามแพรววาขึ้น มือหนาเอื้อมไปลูบหน้าท้องนูนด้วยความรักใคร่ ทุกอย่างคือความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาได้รับเสมือนกำลังชดเชยจากลูกคนแรกก็ไม่ปาน “หนักมาก” การอุ้มท้องไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความอดทนสูงมาก ซึ่งเธอรับรู้ถึงความรักที่มารดามีให้และไม่ลืมที่จะนึกถึงท่านที่อยู่บนสวรรค์อยู่เสมอ “เฮียยอมใจเลย ขอบคุณนะครับ” ไม่รู้จะหาคำไหน? มาขอบคุณแพรววาที่ยอมทิ้งงาน เพื่ออุ้มท้องลูกคนที่สองให้ตนเอง รวมไปถึงอดทนเลี้ยงดูพาขวัญมาอย่างดี “รู้แบบนี้ จะอยากได้คนที่สาม ที่สี่อีกไหมคะ” แพรววาอดกระแนะกระแหนหยางไม่ได้ หวังให้ชายหนุ่มเห็นใจ มีลูกน้อยเพียงแค่สองคนเท่านั้น แต่! คำตอบที่ได้รับจากหยางกลับทำให้แพรววาอุทานเรียกสามีหนุ่มเสียงหลง เพราะเธอนั้นสัมผัสได้ถึงแววตาจริงจัง มุ่งมั่นอยู่ในนั้นจนรู้สึกเสียวหลัง “อยากได้ครับ” “เฮีย!” “โธ่! หลังจากลูกคนที่สอง เฮียไม่ได้จะมีคนที่
@ สี่เดือนต่อมา ตีสองของวันหลังจากที่ทั้งสามคนเข้านอนพร้อมกันในช่วงสี่ทุ่ม หมอแพรววาสะกิดหยางที่นอนอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากอาการหิวที่กำเริบจนต้องรีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง “เฮีย” “ครับ” หยางตอบรับแพรววาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ลืมตาตื่นเหลือบมองนาฬิกาติดผนังที่กำลังบ่งบอกเวลา “อยากกินไอศกรีม” แพรววาตอบกลับหยางด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม หวังให้ชายหนุ่มเดินลงไปส่งตนเองที่ห้องครัวชั้นล่างของบ้าน “เวลานี้เนี่ยนะ แต่หมอให้งดน้ำตาล” หยางรีบอุทานขึ้นด้วยความตกใจ พลันเอ่ยเตือนแพรววาด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากตอนนี้หน้าท้องที่เคยแบนราบกลับนูนขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ “หนูก็หมอ” หมอแพรววาชี้นิ้วเข้าหาตนเอง พลันบอกอาชีพที่เธอยังคงทำอยู่ตอนนี้และในอนาคตให้กับหยาง ย้ำความมั่นใจว่าสิ่งที่เธอต้องการจะกินในเวลานี้ สามารถทานได้ “หมอคนละแผนก ทนหน่อยนะ” เพราะเป็นห่วงกลัวค่าน้ำตาลจะขึ้นจนส่งผลเสียตามมาในอนาคต จึงพยายามเอ่ยปากห้ามแพรววาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เฮียไม่รักหนูแล้วเหรอ? ทำไมไม่ตามใจเหมือนแต่ก่อน” คำตอบของหยาง เมื่อถูกสามีขัดใจและติเตือน เริ
@ หกเดือนผ่านไป ชีวิตระหว่างหยางและแพรววาดำรงไปได้ด้วยดี โดยมีลูกสาวอย่างพาขวัญคอยเติมเต็มสีสันในชีวิตครอบครัวให้อบอุ่นมากกว่าเดิม แต่ ชีวิตจะหรรษามากกว่านั้น หากครอบครัวมีสมาชิกเพิ่มขึ้นดั่งที่หยางใฝ่ฝันและตั้งมั่นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่ง! เสียงโอ้กอ้ากของเจ้านายหนุ่มดังออกมาจากห้องน้ำ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวัน จึงทำให้ดรัณรีบย่างก้าวไปดูอาการเจ้านายที่ห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง “เจ้านายเป็นอะไรครับ” ดรัณเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยความร้อนรน หวังจะเดินเข้าไปประคองร่างสูงที่กำลังนั่งข้างชักโครกด้วยใบหน้าซีดเซียวเสมือนคนไร้เรี่ยวแรง “สงสัยคงทานข้าวเช้าเยอะไปหน่อย” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ภายในร่างกายตีรวนว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แต่เจ้านายอ้วกหนักมากเลยนะครับ ผมว่าเดินลงไปให้หมอเช็กอาการดีกว่า” “ไม่ต้อง” หยางรีบเอ่ยปากและยกมือห้ามดรัณเอาไว้เสียก่อน เพราะเกรงภรรยาสาวจะรับทราบอาการผิดแปลกของตนเองในเวลานี้ “ลูกเจ้านายยังเล็กนะครับ จะไม่ไปตรวจร่างกายจริง ๆ เหรอ” ดรัณทราบดีว่าเจ้านายหนุ่มนั้นรักครอบครัวมาก จึง
@ สองเดือนผ่านไป หยางนับวันรอจนกระทั่งครบกำหนดสองเดือนที่รอคอย ร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปหาแม่ของลูกที่ห้องครัว พลันตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แพรววาครับ เป็นไงบ้าง? วันนี้รู้สึกหิว รู้สึกเวียนหัว รู้สึกอ่อนเพลียบ้างรึเปล่า” “ไม่นะคะ” แพรววาตอบกลับด้วยน้ำเสียงและใบหน้ามึนงง กับคำถามที่หยางเอ่ยถามเสมือนเธอกำลังป่วยอยู่ “ล้อเล่นใช่ไหมครับ” รอยยิ้มกว้างกลับเจื่อนลงเห็นได้ชัด เมื่อแพรววายังคงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่อาการแพ้ท้องให้เห็น “พูดจริงค่ะ นี่เฮียกำลังรออะไรอยู่รึเปล่า” “ปะ เปล่า” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก สีหน้าเลิ่กลั่ก เสมือนกำลังมีความลับจนกลัวเมียจับพิรุธได้ “ขอความจริงค่ะ” แพรววาย้ำคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อเธอเห็นพิรุธของหยางที่ดูแปลกไป “รอลูกคนที่สอง” หยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เกรงจะถูกแพรววาดุเอา เมื่อเขายังคงดื้อรั้นอยากมีลูกคนที่สอง แม้ว่าหญิงสาวนั้นจะยังไม่พร้อมก็ตาม “แต่แพรววายังไม่พร้อม เคยบอกเฮียไปแล้วด้วย” “แต่เฮียพร้อมมาก อีกอย่างพาขวัญก็อยากได้น้อง” สายตาและน
หยางกลับมาบ้านด้วยเวลาราวตีสอง ซึ่งไม่ใช่เวลาที่บอกแพรววาเอาไว้ จึงทำให้เขาต้องเดินย่องเข้าบ้าน โดยไม่เปิดไฟเพราะเกรงจะรบกวนการนอนของแพรววาและพาขวัญที่คงเข้านอนไปนานแล้ว แต่! สิ่งที่เขาคิดกลับผิดคาด เพียงแค่สองเท้าก้าวเดินเข้ามาในบ้าน ไฟทุกดวงกลับเปิดสว่างโดยฝีมือของแพรววา “ยังไม่นอนอีกเหรอ” หยางชะงักฝีเท้า พลันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับสายตาแม่ของลูกที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว “นาฬิกาเรือนละหลายสิบล้าน เดินช้ากว่าเวลาปกติเหรอคะ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยถามหยางอย่างใจเย็น แต่ความใจเย็นของเธอกลับทำให้ร่างสูงเสียวสันหลังวาบ “คือว่า” คำพูดตะกุกตะกักเสมือนไม่ใช่ตัวตน เกรงกลัวผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า “ไปมีเรื่องทะเลาะกับใครมา” แพรววาเดินเข้าไปใกล้หยาง สำรวจบาดแผลบนใบหน้าอย่างละเอียด และ! ด้วยความโมโหทำให้เธอดึงใบหูหยางบิดอย่างแรง ตามอารมณ์หงุดหงิดปนเป็นห่วง “โอ๊ย!” หยางร้องเสียงหลง เมื่อใบหูถูกแพรววาเล่นงานไม่เป็นท่า พลันตัวงอด้วยความเจ็บ “อย่าเสียงดัง เดี๋ยวลูกตื่น” น้ำเสียงเย็นของแ





![คลั่งรักยัยลูกหนี้ [Black List]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

