LOGINสีหน้าของซือห่าวอวี่ดูลำบากใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น "อาเล็ก จะเอาแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ? ถ้าเกิดพี่สืออวี๋บังเอิญรู้ความจริงขึ้นมา มีหวังโกรธตายแน่""รอให้ฉันทำกายภาพบำบัดจนขาหายดีเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันจะไปหาเธอเอง ก็แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น""...ก็ได้ครับ งั้นอาอย่ามาโทษว่าผมไม่เตือนแล้วกัน การที่อาโกหกพี่สืออวี๋แบบนี้ มีแต่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกอาก็เท่านั้น... อาคิดเอาเองฝ่ายเดียวว่าไม่บอกเธอจะดีกว่า แต่ไม่เคยถามเธอเลยสักคำว่าเธอเต็มใจจะอยู่เคียงข้างตอนอาทำกายภาพหรือเปล่า"แค่ลองจินตนาการดูว่าแฟนตัวเองฟื้นแล้ว แต่ยังมาหลอกกันแบบนี้ ซือห่าวอวี่ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ซือเยี่ยนทำนั้นมันเกินไปจริง ๆ"ฉันรู้ลิมิตของตัวเองดีน่า"สืออวี๋เพิ่งจะมาถึงหน้าโรงพยาบาล ก็ได้รับสายจากซือห่าวอวี่"พี่สืออวี๋ครับ ผมมีเรื่องจะบอก..."น้ำเสียงของซือห่าวอวี่ฟังดูร้อนรนเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรเขาก็ร่วมมือกับซือเยี่ยนหลอกสืออวี๋ ถ้าสืออวี๋รู้ความจริงขึ้นมา คงไม่มีทางยกโทษให้เขาง่าย ๆ แน่"เรื่องอะไรเหรอ?""คือว่า... อาเล็กยังไม่ฟื้นสักทีใช่ไหมล่ะครับ? คุณย่าท่านรู้สึกว่าเครื่องไม้เครื่องมือในประเทศยังไม่
ซือเยี่ยนเงยหน้ามองเขา พร้อมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “นายคิดว่าสภาพฉันตอนนี้ ควรให้เธอรู้หรือไงว่าฉันฟื้นแล้ว?”ซือห่าวอวี่เผลอมองขาของซือเยี่ยนแวบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ผมว่าพี่สืออวี๋ไม่รังเกียจอาหรอกครับ”ซือเยี่ยนฟื้นตั้งแต่เมื่อสองคืนก่อนแล้ว แต่ขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นเวลานานกว่าจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องนั่งรถเข็นไปอีกนาน ซือเยี่ยนจึงกำชับซือห่าวอวี่ว่าอย่าเพิ่งบอกสืออวี๋เรื่องที่เขาฟื้นแล้วเขาตัดสินใจว่ารอให้หายดีเป็นปกติเมื่อไหร่ ค่อยไปหาสืออวี๋ที่เมืองเซินดีกว่า“ฉันรู้ว่าเธอไม่รังเกียจฉันหรอก แต่ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงเธอ”ซือห่าวอวี่ลอบกลอกตามองบนในใจ “จะเรียกว่าตัวถ่วงได้ยังไงครับ? ผมว่าถ้าพี่สืออวี๋รู้ว่าอาฟื้นแล้ว ต้องดีใจมากแน่ ๆ ”ซือเยี่ยนเงียบงันไม่เอ่ยคำใด เขาไม่อยากให้สืออวี๋มาเห็นสภาพไร้ประโยชน์ของตัวเองในตอนนี้เลยเขาตระหนักดีว่า หากสืออวี๋รู้ว่าเขาเดินไม่ได้ เธอจะต้องคอยอยู่เคียงข้างเขาแน่นอน แต่เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องมาเห็นสภาพน่าสมเพชของตัวเองแบบนี้คิดได้ดังนั้น ซือเยี่ยนก็พูดเสียงเย็นเยียบ “ถ้าฉัน
ต่อให้ฉวี่ปัวไม่อยากช่วย แต่ถึงยังไงเหลียงอวิ๋นเซินก็เป็นหลานแท้ ๆ เขาจะนิ่งดูดายได้ลงคอเชียวหรือ?ดวงตาของฉวี่ปัวฉายแววเวทนา "เดิมทีนายเป็นน้องเขยฉัน อวิ๋นเซินก็เป็นหลานฉัน ฉันเองก็ไม่อยากทำกับพวกนายแบบนี้เหมือนกัน แต่เพราะฉันอยากให้ฉวี่ซื่อเข้าไปขยายธุรกิจในเมืองหลวง ก็เลยจำต้องเสียสละพวกนาย อีกอย่างนะ นายกับอวิ๋นเซินก็ไม่ได้โดนใส่ร้ายสักหน่อย"ตอนที่ฉวี่ถิงจะแต่งงานกับเหลียงเจิ้งฉง ฉวี่ปัวก็เคยเตือนเธอแล้วเหลียงเจิ้งฉงเป็นคนทำอะไรบ้าบิ่น ขอแค่ได้เงิน ต่อให้เป็นพื้นที่สีเทาเขาก็กล้าแตะ สุดท้ายกำเริบเสิบสาน ถึงขั้นกล้าทำเรื่องผิดกฎหมายก่ออาชญากรรมแต่หัวใจทั้งดวงของฉวี่ถิงมอบให้เหลียงเจิ้งฉงไปหมดแล้ว ไม่ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ฟัง ในที่สุดก็ได้แต่ยอมแพ้ไปเดิมทีเหลียงอวิ๋นเซินเป็นหลานแท้ ๆ ของเขา ตอนแรกจึงวางแผนจะช่วยเหลียงอวิ๋นเซินออกมาเหมือนกันแต่หลังได้เห็นเรื่องราวที่เหลียงอวิ๋นเซินทำลงไป เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นทันทีเพื่อให้ได้ที่ดินผืนหนึ่ง เหลียงอวิ๋นเซินถึงกับบีบคั้นครอบครัวที่ไม่ยอมย้ายออกจนมีคนตาย ขืนช่วยคนแบบนี้ออกมา ก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะไปก่อเรื่องอะไรอี
ในใจฉวี่ถิงตื่นตระหนก แต่สิ่งที่มีมากยิ่งกว่าก็คือความสับสนเธอไม่รู้แล้วว่าควรทำอย่างไรดี...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ฉวี่ถิงถึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหันไปมองฉวี่ปัวและกล่าวว่า "ได้ค่ะพี่ หนูจะทำตามที่พี่บอก""ดีมาก""แต่หนูอยากเจอหน้าอวิ๋นเซินสักครั้ง พี่ช่วยจัดการให้หน่อยสิ"ฉวี่ปัวพยักหน้า "ได้ ตอนเอาหนังสือหย่าไปส่งที่โรงพัก พี่จะพาเธอไปด้วย""เรื่องของอวิ๋นเซินกับเจิ้งฉง ฝากพี่ด้วยนะคะ""วางใจเถอะ พวกเขาเป็นครอบครัวเธอ ก็ถือเป็นครอบครัวฉันเหมือนกัน"ฉวี่ปัวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาทนายความ ให้ฝ่ายนั้นร่างหนังสือหย่าส่งมาฉบับหนึ่งฉวี่ถิงไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนที่ฉวี่ปัวหมุนตัวกลับไปนั้น แววตาของเขาวูบไหว ภายในดวงตาลึกล้ำยากคาดเดาไม่นาน หนังสือหย่าก็ถูกส่งมาหลังเซ็นชื่อเสร็จแล้ว ฉวี่ถิงก็ยังคงรู้สึกไม่วางใจ "พี่คะ หนูหย่ากับเจิ้งฉงเวลานี้ มันจะดีจริง ๆ เหรอ?""ดีอยู่แล้ว พี่จะหลอกเธอทำไม? เอาละ เดี๋ยวพี่ให้ทนายไปจัดการเรื่องเอกสารก่อน พรุ่งนี้พี่จะพาเธอไปเยี่ยมอวิ๋นเซินที่โรงพักเอง""ตกลงค่ะ"เช้าวันรุ่งขึ้น ฉวี่ปัวก็พาฉวี่ถิงไปที่สถานีตำรวจตามสัญญา"เสี่
"ดะ...ได้ค่ะ"เมื่อคนรับใช้คล้อยหลังไป ฉวี่ถิงก็หันขวับไปมองเหลียงเจิ้งฉง แววตามีแต่ความตื่นตระหนก"เจิ้งฉง จะทำยังไงดีคะ? ทำไมอยู่ดี ๆ ตำรวจถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?""ผมก็ไม่รู้ เดี๋ยวผมออกไปดูสถานการณ์ก่อน ถ้าคืนนี้ผมไม่ได้กลับมา คุณต้องหาทางโอนเงินของบริษัทออกไปก่อนนะ"ฉวี่ถิงใบหน้าซีดขาว ตอบรับน้ำเสียงสั่นเครือ "ได้ค่ะ... ฉันรู้แล้ว"เหลียงเจิ้งฉงกำชับเธออย่างรวดเร็วอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องเงินทองในบ้านและรหัสตู้เซฟ เรียบร้อยแล้วจึงรีบผละจากไปขณะมองเงาร่างเขาห่างออกไป ดวงตาของฉวี่ถิงก็เริ่มพร่ามัว ในใจสับสนวุ่นวายไปหมดหลายปีมานี้เธอนั่งแท่นเป็นคุณนายประธานใหญ่แห่งเหลียงซื่อ อย่างมั่นคง ทุกวันนอกจากเดินช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าก็คือออกไปเที่ยวเล่น มีเรื่องอะไรก็ล้วนเป็นหน้าที่ของเหลียงเจิ้งฉงกับเหลียงอวิ๋นเซินคอยตามแก้ตอนนี้เสาหลักของบ้านทั้งสองคนถูกจับเข้าโรงพักไปแล้ว ลำพังตัวเธอจะไปแบกรับไหวได้อย่างไร?หลังเหลียงเจิ้งฉงออกไปได้ไม่นาน เธอก็รีบโทรศัพท์หาพี่ชายทันทีไม่นาน ฉวี่ปัวก็มาถึงเมื่อเห็นน้องสาวนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนโซฟา ฉวี่ปัวก็รีบเดินเข้าไปนั่งลงข้างกาย "เสี่ยวถิง"
"หนูทำให้คุณย่าต้องเป็นห่วงแล้ว"ทั้งสองสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าคุณย่าสือเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย สืออวี๋จึงลุกขึ้นขอตัวกลับแต่เพิ่งเดินพ้นประตูห้องพักผู้ป่วยออกมา ก็พบกับสือหมิงฮุยเข้าโดยบังเอิญเมื่อเห็นสืออวี๋ สีหน้าของสือหมิงฮุยก็ดูเรียบเฉย "ออกมาได้ก็ดีแล้ว จริงสิ เรื่องทางบริษัทฉันจัดการเรียบร้อย แกไม่ต้องเข้าไปดูแลแล้วนะ ช่วงนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ"สืออวี๋พยักหน้ารับคำ "ค่ะ เข้าใจแล้ว ว่าแต่ ครั้งนี้เหลียงอวิ๋นเซินคงไม่มีโอกาสได้ออกมาอีกแล้วใช่ไหมคะ?"สีหน้าของสือหมิงฮุยดูเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วน "นั่นก็ไม่แน่ เหลียงอวิ๋นเซินเป็นทายาทผู้สืบทอดของเหลียงซื่อ คาดว่าเหลียงเจิ้งฉงคงจะสรรหาสารพัดวิธีมางัดข้อพาเขาออกมาให้ได้นั่นแหละ""งั้นก็ทำให้เรื่องมันบานปลายขึ้นไปอีกสิคะ ถ้าเขาคิดปกป้องเหลียงอวิ๋นเซิน ก็เตรียมรอให้เหลียงซื่อโดนลากลงเหวไปพร้อมกันได้เลย""ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ช่วงนี้เลยจับตาดูความเคลื่อนไหวทางฝั่งเหลียงซื่ออยู่ตลอด รอให้เหลียงเจิ้งฉงขยับตัวเมื่อไหร่ นักข่าวก็จะเล่นเรื่องนี้ทันที""หวังว่าครั้งนี้คงทำให้เหลียงอวิ๋นเซินได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปบ้างนะคะ"







![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)