Se connecter"ใบข้าว" นักศึกษาสาววัยใสที่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อตกเป็นเป้าหมายในเกมแก้แค้นของ "เจเค" (ลูเซีย) มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาและเลือดเย็น เจเคมีความแค้นฝังใจกับแม่แท้ๆ ของตนที่ทิ้งเขาไปและกลายมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของใบข้าว เขาจึงเข้าหาใบข้าวเพื่อใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายความแค้นและข้อต่อรองกับครอบครัว โดยบีบบังคับให้เธอตกเป็นของเขาและตั้งท้องลูกให้ ทว่าความไร้เดียงสาและความดีของใบข้าวกลับค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจอันด้านชาของเจเค เปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นความรักและความหวงแหนโดยไม่รู้ตัว แต่ความสุขมักมาพร้อมบททดสอบ เมื่อความขัดแย้งในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายจนใบข้าวต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องลูกแฝดในครรภ์จากเงื้อมมือของแม่เลี้ยง เหตุการณ์เฉียดตายทำให้เจเคสำนึกผิดและรู้ใจตัวเอง เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตภรรยาและลูก แม้ต้องรอคอยปาฏิหาริย์ให้เธอฟื้นคืนสติและกลับมารักเขาอีกครั้ง บทสรุปของความรักที่เริ่มต้นด้วย "แผนร้าย" จะจบลงอย่างไร เมื่อหัวใจของมาเฟียร้ายยอมสยบให้ยัยเมียเด็กเพียงผู้เดียว
Voir plus“เอาตัวคุณหนูกลับบ้าน!”
“หยุดนะ! ถ้าพ่อยังวุ่นวายกับชีวิตข้าว ข้าวจะตายตามแม่ไป!!”
ฉันที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนถึงกับอารมณ์เสียทันทีเมื่อเห็นพ่อยืนรออยู่หน้าคอนโด มิหนำซ้ำยังสั่งลูกน้องให้เข้ามาจับตัวฉันเพื่อพากลับไป... หึ ‘บ้าน’ งั้นเหรอ? ที่นั่นมันไม่ใช่บ้านสำหรับฉันมาตั้งแต่วันที่พ่อมีคนอื่นแล้ว!
จำได้ดีว่าวันที่แม่พาฉันเดินออกมา ก็เพราะพ่อพาเมียอีกคนเข้ามาเหยียบย่ำหัวใจแม่ ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นชอบดุด่าตบตีฉันลับหลัง แต่พออยู่ต่อหน้าพ่อ หล่อนกลับแสร้งทำเป็นดี ทำตัวรักใคร่เอ็นดู... ฉันเกลียดที่สุดคือคนหน้าไหว้หลังหลอกพรรค์นั้น!
แม่เป็นฝ่ายตัดสินใจเดินออกมาและขอหย่าขาด เพราะพ่อหลงเมียใหม่จนไม่ลืมหูลืมตา หาว่าแม่กลั่นแกล้งตัวเองสารพัด ทั้งที่ความจริงแล้วผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่ทำร้ายฉันกับแม่มาตลอด!
ตอนที่แม่พาฉันออกมา เราไม่มีเงินติดตัวสักบาท ฉันในวัยเพียง 10 ขวบต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่ารูหนู ยิ่งเห็นแม่แอบร้องไห้ทุกคืน ฉันก็ยิ่งเจ็บปวด แต่ทำได้เพียงกอดแม่ไว้และกลั้นน้ำตา เพราะรู้ดีว่าถ้าฉันร้องไห้อีกคน แม่คงยิ่งเสียใจกว่าเดิม
โชคยังดีที่แม่มีเพื่อนเก่าแนะนำงานที่โรงพยาบาลให้ เราสองแม่ลูกถึงรอดตายมาได้ ในวันที่เราลำบากที่สุดจนแทบไม่มีอะไรจะกิน พ่อไปอยู่ที่ไหน? เขามีความสุข ยิ้มหัวเราะอยู่กับครอบครัวใหม่ แต่เราสองแม่ลูกได้แต่กอดกันร้องไห้แทบขาดใจ
ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง เมื่อ ‘อาหมอ’ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ อาหมอดูแลฉันกับแม่เป็นอย่างดี ท่านรักและเอ็นดูเราประหนึ่งญาติสนิท ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกันเลย
ทว่าความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที เมื่อแม่ล้มป่วยลงหลังจากทำงานได้ไม่นาน อาหมอพยายามยื้อรักษาจนอาการของแม่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ...
แต่แล้วอาการแม่ก็ทรุดฮวบลงอีกครั้งเมื่อเห็นข่าวพ่อแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่วันนั้นแม่เอาแต่ร้องไห้ ตรอมใจไม่กินไม่นอน จนสุดท้ายแม่ก็จากฉันไปอย่างไม่มีวันกลับ... ทิ้งให้ฉันไม่เหลือใคร
แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ทุกความทรงจำ ทุกความรู้สึกเจ็บปวดในวันที่แม่จากไป ฉันยังจำได้ไม่เคยลืม เด็กอายุแค่ 11 ขวบ ต้องกลายเป็นคนไม่มีพ่อไม่มีแม่ มันเจ็บ... เจ็บเจียนตาย แต่ฉันก็กัดฟันผ่านมันมาได้จนถึงทุกวันนี้
ยังดีที่อาหมอกับ ‘อานิภา’ รับอุปการะเลี้ยงดูฉันต่อ เพราะทางแม่ฉันไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ส่วนพ่อ... ตอนนั้นกำลังหลงเมียใหม่ ไม่เคยสนเลยว่าลูกเมียเก่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ไม่เคยแม้แต่จะตามหาหรือถามไถ่
มีเพียงอาหมอกับอานิภาเท่านั้นที่มอบความรักความอบอุ่นให้มาตลอด ท่านมีลูกชายคนเดียวคือ ‘พี่ครินต์’ ซึ่งเพิ่งเรียนจบแพทย์ และอีกไม่กี่เดือนเราก็จะได้เจอกันแล้ว
ต่อมาอาหมอต้องย้ายไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ภูเก็ต อานิภาจึงต้องตามไปดูแล ตอนแรกท่านเป็นห่วงไม่อยากทิ้งฉันไว้ แต่ฉันยืนยันว่าดูแลตัวเองได้ อีกทั้งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะจบมัธยมและเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ฉันจึงไม่อยากย้ายโรงเรียนกลางคัน
อาหมอกับอานิภาจึงตกลงให้ฉันเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ท่านทั้งสองไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวเด็กน้อยคนนี้ที่ท่านเลี้ยงมากับมือ เพราะฉันไม่เคยเกเร แม้จะมีซนบ้างตามประสา แต่ไม่เคยทำเรื่องให้ท่านต้องหนักใจ
ตอนนี้ฉันอายุ 18 แล้ว ถึงจะไม่ใช่เด็กเรียนจ๋าและใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่สิ่งเดียวที่ฉันปิดกั้นคือเรื่องความรัก ฉันไม่อยากมีแฟน ไม่อยากรักใครแล้วต้องมานั่งเสียใจเหมือนแม่ การอยู่คนเดียวไม่ได้แย่สักหน่อย อิสระดีจะตาย อยากทำอะไรก็ทำ กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง แค่มีเพื่อนข้างกายก็เพียงพอแล้ว
ฉันเลือกที่จะสร้างกำแพงกั้นตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อนผู้ชาย แต่ถ้าใครเข้ามาจีบ ฉันจะปฏิเสธทันที... ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ
“ใบข้าวลูก พ่อขอโทษ... พ่อผิดไปแล้ว” พ่อพยายามเดินเข้ามาใกล้
“อย่าเข้ามานะ!” ฉันก้าวถอยหนี ตลอด 2 ปีมานี้ พ่อพยายามจะพาตัวฉันกลับไปตลอด
“มันไม่มีประโยชน์หรอกพ่อ เลิกยุ่งกับข้าวเถอะ ตอนนี้ข้าวมีความสุขดีทุกอย่าง ข้าวมีครอบครัวที่อบอุ่น ที่รักและห่วงใยข้าวจากใจจริง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่ได้อยากจะร้องไห้หรอกนะ แต่ตลอด 6 ปีเต็มๆ ที่ฉันเคยรอ... เคยภาวนาให้พ่อมารับกลับบ้าน
แต่สุดท้ายก็ได้แค่ฝัน จนฉันถอดใจและสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตพ่ออีก เพราะพ่อเองก็คงไม่ต้องการฉันเหมือนกัน
แล้วจู่ๆ วันนี้พ่อก็มาตามกลับบ้าน... บ้านที่มีแต่ความทรงจำอันเจ็บปวด บ้านที่มีเมียใหม่ของพ่อ ผู้หญิงใจยักษ์คนนั้น! หล่อนไม่ได้แค่ไม่ชอบขี้หน้า แต่หล่อนเกลียดฉันเข้าไส้ และฉันเองก็เกลียดหล่อนมากเช่นกัน เพราะหล่อนคือคนที่ทำให้ฉันต้องเสียแม่ไป!
ทันทีที่รู้ว่าพ่อจะเอาตัวฉันกลับไปอยู่ด้วย หล่อนก็ตามมาราวี ดุด่า และส่งคนมาขู่ทำร้ายอยู่หลายครั้ง โชคดีที่อาหมอแจ้งความไว้ หล่อนเลยทำได้แค่ขู่ให้กลัว เปลี่ยนชีวิตที่เคยสงบสุขของฉันให้กลายเป็นความหวาดระแวง
“ข้าวขอนะคะพ่อ... ถ้าพ่อยังเห็นข้าวเป็นลูก ข้าวขอใช้ชีวิตแบบนี้ ข้าวไม่ต้องการเงินทองหรือสมบัติอะไรของพ่อทั้งนั้น”
“ถึงครอบครัวอาหมอจะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ท่านทั้งสองก็ไม่เคยปล่อยให้ข้าวอดอยาก อาหมอดูแลข้าวเป็นอย่างดี”
“ข้าวคงทิ้งพวกท่านไปไม่ได้...” น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่อาหมอรับเลี้ยงเพราะความสงสาร แต่กลับได้กินดีอยู่ดีเสียยิ่งกว่าพี่ครินต์ที่เป็นลูกชายแท้ๆ เสียอีก
อาหมอกับอานิภาสอนพี่ครินต์เสมอว่าต้องเสียสละให้น้อง เพราะฉันคือน้องสาว ท่านสอนให้เรารักและดูแลช่วยเหลือกัน
พ่อทำหน้าเศร้า ฉันรู้ข่าวมาว่าช่วงนี้พ่อสุขภาพไม่ค่อยดี และอยากให้ฉันกลับไปดูแลธุรกิจที่พ่อสร้างมากับมือ...
“สนุกไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยถามทำลายความเงียบในรถระหว่างทางกลับคอนโด“สนุกค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันหันไปยิ้มให้พี่เจเคปากก็บอกว่าสนุกไปอย่างนั้นแหละ เอาเข้าจริงหนังเรื่องนี้ 60% มีแต่ฉากผีโผล่มาตุ้งแช่ ฉันแทบจะไม่ได้ดูรู้เรื่องอะไรเลยนอกจากมุดหน้าหนี“หึ...” เขาส่ายหัวแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างรู้ทัน ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อจนถึงคอนโดทันทีที่ถึงห้อง ฉันก็อดถามไม่ได้ “พี่ไม่คิดจะกลับบ้านพี่บ้างหรือไง”“อืม” เขาตอบรับในลำคอ วางของในมือลงแล้วเดินตรงไปที่ประตูห้อง“พี่จะไปไหน?” ฉันรีบถามทันทีที่เห็นมือหนาจับลูกบิดประตู“กลับห้องฉันไง” เขาหันมาตอบหน้าตาย“คือ...”ฉันรีบเดินเข้าไปคว้ามือเขาไว้แล้วส่งสายตาอ้อนวอน คือตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว แถมฉันก็เพิ่งดูหนังผีมาหมาดๆ จะให้อยู่คนเดียวตอนนี้คงไม่ไหว“กลัว?” เขายื่นหน้าเข้ามาถามยิ้มๆ“.......” ฉันพยักหน้าหงึกหงักยอมรับความจริง“ก็เธอไล่ฉันเอง” สีหน้าและน้ำเสียงเขาดูเหมือนกำลังงอนเป็นเด็กๆ“ข้าวไม่ได้ไล่... ข้าวแค่ถาม ก็เผื่อมีใครรอพี่กลับบ้าน”“ใคร?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง“......ก็ลูกเมียพี่ไง” ฉันก้มหน้าตอบเสียงอ้อมแอ้ม อายุขนาดนี้แล้วมันก็ต้องมีบ้างแหละ ไม่เชื่
ใบข้าว…“เป็นอะไร?”หลังจากทานข้าวเสร็จ พี่เจเคก็พาฉันเดินซื้อของ แต่บอกเลยว่าร้านที่เขาพาเข้าแต่ละร้านเนี่ย... แพงหูฉี่! มีแต่แบรนด์เนมทั้งนั้น!“นี่พี่คงไม่ได้เอาเงินพ่อข้าวมาซื้อของพวกนี้นะ!!” ฉันกอดอกหยุดเดิน จ้องหน้าพี่เจเคอย่างจับผิดเพียะ!“ปัญญาอ่อน!!”เขาดีดหน้าผากฉันดังเปาะ ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปต่อโดยไม่รอฉันเลย“ก็ข้าวสงสัยนี่ ดูพี่ซื้อของสิ แต่ละอย่างแพงๆ ทั้งนั้น” ฉันรีบวิ่งไปขวางหน้าเขาไว้“แต่นี่มันของเธอ?” เขาเลิกคิ้วมองหน้ากวนๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินต่อก็เขาบอกให้ฉันเลือกเองนี่นา... อีกอย่างเขาก็ ได้ จากฉันไปตั้งเยอะ เอาคืนแค่นี้ไม่เห็นจะเป็นไร!! ชิ!“รอด้วย!!”ฉันต้องรีบซอยเท้าวิ่งตามแทบไม่ทัน คนบ้าอะไรขายาวชะมัด เดินเร็วเป็นบ้า“......” เขาหยุดเดินกะทันหันจนฉันแทบชนหลัง หันกลับมาจ้องหน้าตาเขม็ง“อะไร?” พี่เจเคยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ทำหน้าดุใส่ สายตาของเขาแม้จะไม่เย็นชาเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังชอบดุฉันอยู่เรื่อย“คือ... ข้าวอยากดูหนัง” ฉันฉีกยิ้มหวาน ส่งสายตาปิ๊งๆ กระพริบตาปริบๆ อ้อนเขาคือฉันอยากดูหนังเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ก็กลัว... จะดูคนเดียวก็ไม่กล้า ชวนทอฝันทีไรนางก็ปฏิเ
“ทีหลังอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ เข้าใจไหม!!”ผมยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอหลังจากสั่งสอนเสร็จ“ปล่อยสิ!” เธอจ้องหน้าผมดุๆ พยายามออกแรงแย่งโทรศัพท์คืน“มีคนมาหา...” ผมยอมปล่อยมือ แต่ก้มลงกระซิบข้างหูพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางประตูห้องใบข้าวหันขวับไปมองตาม พอเห็นว่ามีคนยืนมองอยู่จริงๆ หน้าเธอก็แดงแปร๊ดขึ้นมาทันที“กรี๊ดดดด ไอ้บ้า!! พี่มัน...” เธอกำหมัดแน่นก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนอกผมแรงๆ แก้เขิน“หึ...” ผมกระตุกยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะหันหลังเดินหนี“ให้เวลา 10 นาที... ฉันหิว!”ผมตะโกนสั่งเสียงดังก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน การได้แกล้งเด็กนี่มันทำให้อารมณ์ดีจริงๆมันอดไม่ได้ที่จะยิ้มทุกครั้งที่ได้แหย่เธอ แปลก... ผมทำกับเธอขนาดนี้ แต่เธอยังยิ้ม ยังหัวเราะได้ เหมือนสิ่งที่ผมทำร้ายเธอเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย“เด็กบ้า...”ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแต่รอยยิ้มสดใส ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ... นานจนลืมไปแล้วว่าหน้าตัวเองเวลายิ้มจริงๆ มันเป็นยังไงแต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับความจริงที่ว่า ความใสซื่อและมองโลกในแง่บวกของใบข้าวมันกำลังจะเป็นภัยต่อตัวเธอเองถึงใบข้าวจะดูเหมือนทันคน แต่เธอก็ยังเด็ก
12:00 น. เจเค“ไหนบอกไม่ง่วง...”ผมบ่นอุบหลังจากลุกไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ให้ลูกน้องนำมาส่งให้เรียบร้อยแล้ว สายตาเหลือบไปมองร่างเล็กบนเตียงแล้วอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา... เด็กน้อยนอนขดตัวเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มท่าทางสบายอารมณ์เสียเหลือเกิน“ใบข้าว ตื่นไปอาบน้ำ จะได้ไปหาอะไรกิน” ผมเดินไปสะกิดเรียก“อือ... ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ” เธอทำเสียงงัวเงีย ไม่ยอมแม้แต่จะลืมตา“ไม่ได้!!”ผมดุเสียงเข้มพร้อมกับดึงแขนให้เธอลุกขึ้น เพราะนี่มันเที่ยงแล้ว เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า“ทำไมชอบบังคับข้าวจัง!!” เธองอแง หน้ามุ่ยใส่ผมก่อนจะทิ้งตัวลงนอนต่อ“จะไปดีๆ หรือจะให้ เอา ต่อ!” ผมเท้าเอวมองคนดื้อรั้นที่นอนนิ่ง“หยุดคิดเรื่องบนเตียงสัก 10 นาทีได้ไหม!!”ได้ผล... เธอลุกพรวดขึ้นมาจ้องหน้าผมอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหอบผ้าห่มพันกายเดินกระแทกเท้าปึงปังหนีเข้าห้องน้ำไปเด็กนี่ดื้อไม่ใช่เล่น... แต่ก็ซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมารยา แบบนี้สิค่อยน่าเลี้ยงดูหน่อยกริ่ง!!!!!เสียงกริ่งหน้าห้องดังขัดจังหวะ ผมละสายตาจากโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางทิ้งไว้—ซึ่งผมถือวิสาสะหยิบมาเช็กเพราะเห็นมีข้อความเข้า—ก่อนจ