Share

บทที่6

Author: ชุนกวงห่าว
ตอนแรกเธอเองก็ไม่อยากสนใจเสินหลีไอ้ดอกบัวสีขาว[1]นี้หรอก แต่เมื่อครู่นี้เธอนั่งอยู่ด้านหลังพวกเขา ได้ยินเสินหลีพูดโอ้อวดกับเพื่อนว่าวันที่เหลียงหยวนโจวกับสืออวี๋ลองชุดแต่งงานนั้นได้พาเธอไปด้วย ไม่เพียงแค่ให้เธอไปแถมยังให้เธอลองชุดแต่งงานด้วย แต่ยังผลักสืออวี๋เพื่อเธออีกด้วย

พอนึกถึงความเงียบและข้อเท้าที่บวมแดงของสืออวี๋ในวันนั้น ซ่งจื่ออินยังจะไม่เข้าใจสักที่ไหนกัน

เธอไม่ได้มีความอดทนเหมือนสืออวี๋ แค่ตบเสินหลีสองทีก็ยังถือว่าเบาไป

สีหน้าของเหลียงหยวนโจวมืดครึ้ม “นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับสืออวี๋ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

ในขณะที่พูด สายตาที่เย็นชาของเขาก็จ้องยังสืออวี๋ที่เพิ่งเดินมายืนอยู่ข้างซ่งจื่ออิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจที่ไม่ปิดบังเลยแม้แต่นิด

“ผมคิดว่าให้เวลาคุณหลายวัน คุณจะใจเย็นลงได้ คิดไม่ถึงว่าคุณจะยุยงซ่งจื่ออินให้มาหาเรื่องเสินหลี”

สืออวี๋หน้าซีด “คุณคิดว่าฉันตั้งใจบอกเรื่องในร้านชุดแต่งงานวันนั้นให้จื่ออินงั้นเหรอ?”

“ไม่อย่างนั้นล่ะ? ไม่อย่างงั้นซ่งจื่ออินจะรู้ได้อย่างไร? ผู้หญิงร้ายกาจอย่างคุณ ไม่แปลกใจเลยที่ถูกตระกูลสือขับไล่ออกมา สิ่งที่ผมเสียใจที่สุด ก็คือเคยรักคุณ!”

ร่างกายของสืออวี๋สั่นไหวเล็กน้อย ก้าวถอยหลังสองก้าวโดยไม่รู้ตัว เหมือนจะล้มได้ตลอด

แปดปีก่อน เขาสารภาพรักกับเธอ บอกว่าสิ่งที่โชคดีที่สุดในชีวิตก็คือการได้เจอเธอ

แปดปีต่อมา เพื่อผู้หญิงอีกคน เขากลับบอกว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดก็คือเสียใจที่เคยรักเธอ

นี่คือผู้ชายที่เธอรักมาแปดปี และคือผู้ชายที่เธอคิดจะใช้ชีวิตร่วมกัน

สีหน้าของซ่งจื่ออินเปลี่ยนไป รีบวิ่งไปตบเหลียงหยวนโจวหนึ่งที “เหลียงหยวนโจว หัวใจคุณถูกหมากินไปแล้วหรือไง? คุณมีหน้าพูดคำแบบนี้ออกมาได้ยังไง?!”

ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะอยู่กับเขา สืออวี๋ก็คงไม่ถูกตระกูลสือขับไล่ออกมา

ตอนนี้เขากลับเอ่ยคำพูดแบบนี้กับสืออวี๋ เพียงเพราะชู้สาวที่ไร้ยางอายคนหนึ่ง นี่มันต่างอะไรกับการเอามีดแทงใจเธอ?!

หลังจากพูดประโยคนั้นออกไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เหลียงหยวนโจวก็เริ่มรู้สึกเสียใจและหงุดหงิด

หันไปมองสืออวี๋อย่างไม่รู้ตัว เธอยืนอยู่ด้านหลังซ่งจื่ออิน ก้มหน้าไว้มองไม่เห็นสีหน้า

เสินหลีที่อยู่ข้างๆสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของเขาอย่างไว ดวงตาเป็นประกายวาบหนึ่ง รีบวิ่งไปตบหน้าซ่งจื่ออิน

ซ่งจื่ออินเคยเรียนซ่านโฉ่ว[2]มาก่อน แน่นอนเสินหลีย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธออยู่แล้ว จึงถูกตบไปหลายครั้งอีก

เหลียงหยวนโจวก้าวไปข้างหน้าคิดอยากจะแยกทั้งสองออก แต่ก็แยกไม่ออกเลย แถมถูกข่วนที่หน้าอีกหลายทีด้วย ดูน่าสมเพชมาก

สถานการณ์วุ่นวายไปชั่วขณะหนึ่ง สุดท้ายก็เป็นพนักงานที่เข้ามาแยกผู้คนออกจากกัน

ซ่งจื่ออินไม่เป็นไร แต่เสินหลี ผมยุ่งเหมือนรังไก่ แก้มทั้งสองบวมอย่างเห็นได้ชัด ดูน่าสงสารยิ่งนัก

เธอหันมองเหลียงหยวนโจวด้วยความอ้อนวอน อยากให้เขาปลอบ

“ประธานเหลียง……”

แต่เหลียงหยวนโจวไม่สนใจเธอ มองไปที่สืออวี๋ที่ยืนเงียบอยู่ที่เดิมตลอด สีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย

สืออวี๋ไม่ได้มองเขา ฝืนยิ้มให้ซ่งจื่ออิน “จื่ออิน เราไปกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว”

มื่อเห็นใบหน้าของเธอซีดเผือดจนไม่เหลือสีเลือดเลย ซ่งจื่ออินก็รู้สึกตึงเครียดในใจ

“โอเค”

เธอเดินไปข้างกายสืออวี๋ จับมือที่เย็นของสืออวี๋แล้วเดินออกไป

ระหว่างทางกลับ สืออวี๋มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้คิดอะไรอยู่

ซ่งจื่ออินอยากเอ่ยปากพูดหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทนเอาไว้

จนกระทั่งรถจอดที่ชั้นล่างบ้านของสืออวี๋ เธอจึงพูดว่า “อาอวี……คืนนี้ขอโทษนะ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะฉันอารมณ์ชั่ววูบ ก็คงไม่……”

สืออวี๋หันมองเธอ “ไม่เกี่ยวกับแก วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่เรียกแกขึ้นไปนั่งแล้วนะ กลับไประวังตัวด้วยนะ”

“อาอวี……แกอย่าทำให้ฉันตกใจนะ ฉันกลัว”

เมื่อเห็นความกังวลในตาของซ่งจื่ออิน สืออวี๋อยากยิ้มให้เธอ แต่กลับพบว่าทำไม่ได้ จึงได้แต่ส่ายหน้า

“ฉันไม่เป็นไร นอนพักสักหน่อยก็หายแล้ว แกกลับไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน”

พูดจบ เธอเปิดประตูลงจากรถ

หลังจากเห็นซ่งจื่ออินขับรถจากไป สืออวี๋จึงค่อยเดินขึ้นตึก

กลับถึงบ้าน เธอนั่งอยู่บนโซฟาเป็นเวลานาน

จนได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น เธอจึงเงยหน้าขึ้นอย่างแข็งทื่อ

เหลียงหยวนโจวเดินเข้ามาจากประตู แสงไฟบนหัวส่องสว่างใบหน้าที่หล่อเหลาของเธอ หล่อและทำให้คนหลงใหลเช่นเคย แต่สืออวี๋กลับรู้สึกถึงเพียงความแปลกหน้า

เธอก้มหน้าไม่มองเขาอีก มือข้างๆบีบแน่นเล็กน้อย

เหลียงหยวนโจวนั่งลงตรงหน้าเธอ ไม่มีใครพูดอะไรเลย เสียงเงียบเหมือนแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เหลียงหยวนโจวจึงเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “สืออวี๋ คืนนี้สิ่งที่ผมพูดในร้านอาหาร ไม่ได้ตั้งใจจะพูด คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะ”

สืออวี๋ยิ้มเย้ยเล็กน้อย ตั้งใจจะพูด หรือในที่สุดก็พูดความในใจออกมาสักที?

บางที มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้

ถึงตอนนี้ เธอเองก็ไม่รู้แล้วว่าคำไหนของเขาเป็นจริง คำไหนเป็นเท็จ

เมื่อเห็นว่าสืออวี๋ไม่พูดอะไร เหลียงหยวนโจวก็ขมวดคิ้ว กำลังจะพูด โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นเสินหลี

เขาลังเลสักครู่ แต่ก็เลือกที่จะรับสาย

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรไป เหลียงหยวนโจวพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

วางสาย เห็นสืออวี๋กำลังมองตัวเอง เหลียงหยวนโจวก็เม้มริมฝีปากที่บาง “เสินหลีอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้ผมต้องไปดูสักหน่อย”

สืออวี๋ยิ้มเย้ยบนมุมปาก “อุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วยังมีแรงโทรบอกคุณด้วย ลำบากเธอแล้วจริงๆ”

เหลียงหยวนโจวขมวดคิ้ว จากนั้นก็นึกถึงคำพูดที่ตัวเองพูดในร้านอาหาร แล้วก็อดกลั้นความโกรธในใจไว้ “อวี่ เรื่องเล็กน้อยอย่าไปคิดมาก”

สืออวี๋หัวเราะในใจ สามีเพราะคำโกหกของผู้หญิงอีกคนจึงทิ้งเธอ ก็ยังคงต้องอดกลั้นความโกรธในใจไว้ กักความอดทนแล้วพูดออกมา “อาอวี ถือสารายละเอียดแบบนี้มันไม่มีความหมาย”

สืออวี๋รู้สึกขบขันที่คู่หมั้นของเธอทิ้งเธอไปเพราะคำโกหกงี่เง่าของผู้หญิงคนอื่น แต่กลับเรียกเธออย่าถือสากับรายละเอียด

เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะจากไป เสียงของสืออวี๋ดังมาจากข้างหลัง

"เหลียงหยวนโจว ขอแค่คุณอยู่ต่อ ฉันก็จะให้อภัยคุณ"

ฝีเท้าของเหลียงหยวนโจวหยุดชะงัก ใบหน้าแข็งทื่อ

หันไปมองสืออวี๋ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ "ผมรู้ว่าเพราะเรื่องคืนนี้ คุณเลยรู้สึกโกรธ แต่อุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันเป็นเรื่องของความเป็นความตาย คุณอย่า……"

คำว่าอย่าใจแคบแบบนี้ยังไม่ทันได้พูดออกมา สืออวี๋ก็ขัดจังหวะเขาอย่างใจเย็น

"ฉันเข้าใจแล้ว คุณไปเถอะ เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่น"

เหลียงหยวนโจวรู้สึกว่าคืนนี้เธอมีบางอย่างผิดปกติ และความรู้สึกไม่สบายใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ผุดขึ้นมา

"พอผมกลับมา เราค่อยคุยกันเรื่องวันแต่งงานอีกครั้ง"

คำพูดนี้ของเขานับว่าเป็นการปลอบประโลม อีกทั้งยังเป็นการยอมอ่อนแบบอ้อมๆ แต่สืออวี๋กลับไม่ตอบกลับอย่างผิดปกติ

"คุณไปยุ่งเถอะ"

เมื่อนึกถึงเมื่อกี้ทางปลายสายเสินหลีร้องว่าเจ็บตลอด เหลียงหยวนโจวก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หันหลังและเดินจากไป

ประตูเปิดและปิด ห้องนั่งเล่นเงียบลงอีกครั้ง

สืออวี๋ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอน หยุดตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดกล่องเครื่องประดับ หยิบสร้อยเพชรอันหนึ่งออกมาแล้วโยนทิ้ง

สร้อยคอเส้นนี้เป็นเครื่องประดับที่มีคาราสูงที่สุดที่เหลียงหยวนโจวมอบให้เธอ เหตุผลที่เธอให้ความสำคัญกับมันมาตลอดไม่ใช่เพราะมันแพงที่สุด แต่เพราะสร้อยคอนี้เคยช่วยชีวิตเหลียงหยวนโจวไว้

ตอนนั้นเหลียงหยวนโจวกลับจากไปทำงานต่างประเทศมา เห็นสร้อยนี้โดยบังเอิญ จึงอยากซื้อให้เธอเป็นของขวัญ

แต่ตอนั้นเงินบนตัวของเขาไม่พอ โอนเงินข้ามประเทศก็ใช้เวลาไปไม่น้อย จึงพลาดเที่ยวบินที่บินกลับประเทศ

และต่อมาเที่ยวบินนั้นก็เกิดอุบัติเหตุในระหว่างบิน ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดบนเครื่องบินเสียชีวิต

สืออวี๋รู้สึกขอบคุณเขามาตลอดที่เห็นสร้อยนี้ เพราะถ้าไม่ใช่สร้อยนี้ เธอก็จะสูญเสียเหลียงหยวนโจวไปแล้ว

แต่ว่าการปรากฏตัวของเสินหลี ทำให้ความรักทั้งหมดของเธอกลายเป็นเรื่องตลก

ตอนนี้ในกล่องเหลือแค่แหวนเพชรฝีมือการประดิษฐ์ที่หยาบๆวงหนึ่ง

แหวนเพชรนี้เป็นแหวนที่เหลียงหยวนโจวทำด้วยตัวเองในปีแรกที่พวกเขาเริ่มคบกัน เมื่อเขายื่นแหวนให้เธอ สิ่งแรกที่เธอมองเห็นไม่ใช่เพชรบนแหวน แต่เป็นมือของเขาที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการขัดแหวน

ตอนให้เธอสวมแหวน เขาสัญญาว่าในอนาคตจะเปลี่ยนแหวนวงใหญ่และสวยกว่านี้ให้ เธอบอกเอาอะไรมาก็ไม่เปลี่ยน เธออยากได้วงนี้แหละ

ต่อมาเมื่อรู้ว่าเพื่อจะซื้อเพชรเม็ดนั้น เขาต้องทำงานส่งอาหารเป็นเวลาสองเดือนเต็ม ๆ และยังต้องลงมือขัดเพชรเอง ทำตัวเรือนแหวนด้วย……

สืออวี๋ฟังแล้วก็ว่าเขาโง่ ทั้งร้องไห้และหัวเราะ ในใจทั้งรู้สึกเจ็บปวดและซาบซึ้ง

แต่ตอนนี้นึกดูแล้ว คนที่โง่มันคือเธอต่างหาก

เธอหยิบแหวนขึ้น ใส่ที่นิ้วนาง

แหวนที่เคยพอดีกับนิ้ว ตอนนี้กลับหลวมขึ้นเป็นรอบใหญ่เลย

สืออวี๋ถอดแหวนออก มองอยู่นานจนตาเริ่มแสบร้อน ก่อนจะวางแหวนกลับเข้าที่เดิม

ให้โอกาศเขาครั้งสุดท้าย ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง……

——————————————————————————————

[1]ดอกบัวสีขาว หมายถึง บุคคลที่ดูบริสุทธิ์ แต่อาจมีเจตนาซ่อนเร้น

[2]ซ่านโฉ่ว หมายถึง รูปแบบศิลปะการป้องกันตัวและกีฬามวยใช้เท้าอย่างหนึ่งของจีน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ชื่อ ตะวัน อะน่ะ
เอาจริงน่ะผูกคอตายเหือถ้าจะบ้าผู้ชายขนาดนี้มึงขาดควยไม่ได้เลยหรอไม่มีปัญญาหาควยไหม่เลย?
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status