Share

บทที่7

Author: ชุนกวงห่าว
เที่ยงคืน สืออวี๋ถูกเสียงเปิดประตูทำให้ตื่น

เธอเหลือบมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง 02:16 น.

เหลียงหยวนโจวขยับตัวเบามาก ราวกับกลัวจะทำให้เธอตื่น

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ตั้งแต่ที่รู้ว่าเขานอกใจ การนอนของสืออวี๋ก็เริ่มแย่ลง เพียงแค่มีเสียงนิดเดียวก็ทำให้เธอตื่นทันที

ทว่าในเมื่อใจเขาไม่อยู่ที่เธอนายแล้ว จะไปสังเกตถึงเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ได้อย่างไร

ตอนนี้เธอก็ไม่อยากคุยกับเขาพอดี จึงเลือกหลับตาแกล้งทำเป็นหลับ

เหลียงหยวนโจวเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนเข้าไปอาบน้ำ

ในห้องอาบน้ำมีเสียงน้ำไหลดังแผ่ว ๆ ไม่นานนักเสียงนั้นก็เงียบลง

ประตูห้องอาบน้ำถูกเปิดออก เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาแล้วหยุดที่ข้างเตียง

แม้จะหันหลังให้เหลียงหยวนโจว แต่สืออวี๋ก็รับรู้ได้ว่า เขาเปิดผ้าห่มด้านเขาแล้วเอนตัวลงนอน

ทันทีที่เตียงอีกฝั่งยุบลง ความมืดในห้องก็กลับมาเงียบสนิท จนได้ยินแม้กระทั่งลมหายใจของกันและกัน

สืออวี๋นอนไม่หลับอีก จึงนับแกะในใจแทน

เมื่อก่อนตอนนอนไม่หลับ เหลียงหยวนโจวมักจะเล่านิทานกล่อมเธอนอน บางครั้งก็เล่าถึงอนาคตให้เธอฟัง

บอกว่าเมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว จะซื้อบ้านที่มีหน้าต่างกระจกสูงใหญ่ให้เธอ บอกว่างานแต่งของพวกเขาจะจัดบนชายหาดมัลดีฟส์ บอกว่าอนาคตพวกเขาจะมีลูกสองคน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง……

ตอนนั้นพวกเขาจนมาก อัดกันอยู่ในห้องเช่าใต้ดินบนเตียงเล็กๆอันหนึ่ง แต่กลับมีเรื่องให้คุยอย่างไม่รู้จบ

ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ต่างฝ่ายต่างเงียบงัน นอนเตียงเดียวกันแต่ฝันคนละอย่าง

คิดแล้วก็น่าสมเพชอยู่ไม่น้อย

สืออวี๋ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน พอลืมตาอีกที ก็เกือบแปดโมงแล้ว

รถของเธอเอาไปเข้าศูนย์ ทั้งสัปดาห์นี้เลยต้องนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน

จากบ้านไปที่สำนักงานกฎหมายใช้เวลาเดินทางราวสี่สิบห้านาที ปกติเธอตื่นเจ็ดโมงยี่สิบ วันนี้ไม่รู้ว่าทำไมนาฬิกาปลุกถึงไม่ดัง

พอล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวเสร็จ เดินออกจากห้องนอนกลับเห็นเหลียงหยวนโจวที่สวมชุดสูทนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะ สืออวี๋ชะงักไปนิด

เธอจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เหลียงหยวนโจวกินข้าวเช้าที่บ้านคือเมื่อไร

เห็นเธอยืนยิ่งกับที่ เหลียงหยวนโจวเอ่ยปากขึ้นมาก่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “มากินข้าวเช้าสิ”

บนโต๊ะมีปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ เป็นอาหารเช้าที่สืออวี๋ชอบที่สุดในเมื่อก่อน

เมื่อก่อน ทุกครั้งที่พวกเขาทะเลาะกัน วันถัดมาเหลียงหยวนโจวมักจะตื่นมาทำปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ด้วยมือตนเอง แล้วปลุกสืออวี๋มากินข้าวเช้า

ปาท่องโก๋ที่เขาทำไม่เหมือนที่ขายทั่วไป แต่จะทำเป็นรูปหัวใจทุกครั้ง

ทุกครั้งที่เห็นปาท่องโก๋รูปหัวใจนั้น ความโกรธในใจของสืออวี๋ก็มักจะหายไปทันที

แต่ตั้งแต่เขานอกใจ เขาก็ไม่เคยทำอีกเลย เพราะเวลาทะเลาะกันเสร็จเขามักจะปิดประตูใส่เธอแล้วไม่สนสืออวี๋ จนกระทั่งเธอไปตามง้อขอคืนดีเอง

เธอนึกว่า เขาลืมนานแล้ว

ที่แท้เขาไม่ได้ลืม เพียงแค่ไม่อยากเหนื่อยใจทุ่มเทมาคอยเอาใจเธอเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น

การเปลี่ยนใจเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในโลกใบนี้แล้วจริงๆ

“ไม่กินแล้ว ฉันจะไปทันงานไม่ทันแล้ว”

“กินเสร็จเดี๋ยวผมไปส่งคุณ”

สืออวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ลังเลไปครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะอาหาร

พึ่งนั่งลง เหลียงหยวนโจวก็คีบปาท่องโก๋รูปหัวใจมาใส่ในจานของเธอ

“ไม่ได้ทำนานแล้ว คุณลองชิมดูฝีมือยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”

สืออวี๋ก้มหน้ามองปาท่องโก๋ในจานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคีบขึ้นมากัดหนึ่งคำ

กัดเข้าไปแล้วนุ่มละมุน ยังเป็นรสชาติเดิม

เพียงแต่ทุกวันนี้ด้วยการกินที่ไม่ตรงต่อเวลาของเธอ ทำให้กระเพาะเธอไม่ดี อาหารแบบนี้จึงมันเกินไปสำหรับเธอ

เห็นสืออวี๋กินไปแค่คำเดียวแล้ววางลง เหลียงหยวนโจวขมวดคิ้วทันที

“รสชาติไม่โอเคเหรอ?”

สืออวี๋ส่ายหน้า “เปล่า อร่อยมาก แค่ตอนนี้ฉันไม่ค่อยชอบกินของมันๆ เท่านั้นเอง”

มือที่จับตะเกียบของเหลียงหยวนโจวกำแน่นจนข้อนิ้วซีดเผือด ความเงียบปกคลุมห้องรับประทานอาหาร

ผ่านไปพักใหญ่ เขาวางตะเกียบลง

“ถ้ามันเกินไปก็ไม่ต้องกินแล้ว ผมไปส่งคุณทำงาน ระหว่างทางแวะซื้ออย่างอื่นให้”

“อืม”

พอไปถึงลานจอดรถใต้ดิน โทรศัพท์ของเหลียงหยวนโจวก็ดังขึ้นทันที

เขากดตัดไปหลายครั้ง แต่ปลายสายกลับมุ่งมั่น โทรเข้ามาไม่หยุด

สืออวี๋ไม่ต้องดู ก็รู้ว่าเป็นเสินหลี

“คุณรับเถอะ บางทีอาจมีเรื่องด่วนอะไรก็ได้”

เหลียงหยวนโจวเหลือบมองเธอ ขมวดคิ้วแน่น

แต่สืออวี๋กลับไม่ได้มองเขา เพียงแค่ก้มลงมองปลายรองเท้าตัวเอง

เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด สุดท้ายเหลียงหยวนโจวก็กดรับ

ในสายมีเสียงสะอื้นที่แผ่วเบาดังมา กับคำพูดขาดห้วงของผู้หญิงคนหนึ่ง สืออวี๋ได้ยินไม่ชัด

แต่พอวางสายแล้ว สีหน้าของเหลียงหยวนโจวก็ดูแย่ลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“ทางเสินหลีมีปัญหานิดหน่อย คุณเรียกรถไปเองแล้วกัน ผมไม่ไปส่งคุณแล้ว”

พูดจบไม่รอสืออวี๋ตอบ ก็รีบเดินไปที่รถของตัวเอง

สำหรับเขาแล้ว เช้านี้สืออวี๋กินปาท่องโก๋ที่เขาทำ ก็เท่ากับให้อภัยกับคำพูดที่เขาพูดในเมื่อคืนนี้แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาที่บนตัวของเธออีก

มองดูแผ่นหลังที่หายไปจากสายตา ใจของสืออวี๋กลับรู้สึกสงบมาก

ที่แท้ การไม่คาดหวังกับใคร ก็จะไม่รู้สึกเสียใจขนาดนั้นอีกแล้ว

เธอเรียกรถไปถึงสำนักงานกฎหมาย ก็เก้าโมงสิบหกแล้ว

พอเดินเข้าไปในสำนักงานกฎหมาย สืออวี๋ก็สัมผัสได้ถึงแววตาเวทนาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาหาเธอ คงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหารในเมื่อคืนนี้กันหมดแล้ว

สืออวี๋ก้มหน้าลงอย่างไร้สีหน้า เดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง นั่งลงแล้วเริ่มทำงาน

เพิ่งจัดการเอกสารอันหนึ่งเสร็จ มือถือก็ดังขึ้น ซ่งจื่ออินส่งรูปถ่ายมาหนึ่งรูป

เป็นภาพที่เหลียงหยวนโจวนั่งป้อนข้าวต้มให้เสินหลีที่ข้างเตียงคนไข้

แม้ถ่ายได้เพียงหน้าด้านข้างของเหลียงหยวนโจว แต่เขายิ้มมุมปาก แววตาที่มองดูเสินหลีเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เสินหลีเองก็เงยหน้ามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความรักที่เกือบจะเอ่อล้นออกมา

แสงแดดลอดหน้าต่างส่องลงมาบนตัวพวกเขา ภาพนั้นดูอบอุ่นและกลมกลืน

ไม่มีเวลาส่งเธอไปทำงาน แต่กลับมีเวลาไปดูแลผู้หญิงอีกคนที่โรงพยาบาล ป้อนข้าวต้มให้อีกฝ่ายอีก

ที่จริงแล้ว เขารักหรือไม่รักนั้นแยกออกได้ง่ายมาก เป็นเธอเองที่ไม่ยอมเผชิญความจริง เลือกที่จะปกปิดความจริงเอาไว้

เพียงแต่สืออวี๋ไม่ยอมเผชิญ เลือกที่จะปิดตาเสแสร้งว่าไม่มีอะไร

ปลายนิ้วที่จับโทรศัพท์ของสืออวี๋ขาวซีด ผ่านไปสักพักถึงค่อยตอบซ่งจื่ออิน

【รูปถ่ายได้สวยดี】

อีกฝ่ายขึ้นสถานะกำลังพิมพ์อยู่นาน สุดท้ายก็ส่งมาแค่เครื่องหมายไข่ปลา

สืออวี๋ไม่ตอบอะไรอีก คว่ำโทรศัพท์แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ

แต่ยังไม่ทันเริ่มเขียนเอกสาร เพื่อนร่วมงานข้างโต๊ะก็อุทานเสียงดังขึ้นมาว่า “ทนายสือ คุณรีบดูทวิตเตอร์เร็ว!”

มือที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ของสืออวี๋ชะงักไป หันไปมองเธอ “มีอะไรเหรอ?”

สีหน้าของเพื่อนร่วมงานแปลกประหลาดเล็กน้อย “คุณเปิดดูเองก็รู้แล้ว”

สืออวี๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเปิดทวิตเตอร์ขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือหัวข้อฮอตเทรนด์อันดับหนึ่ง โดยมีสัญลักษณ์ ระเบิดสีแดงอยู่ด้านหน้า

#รักโรแมนติกของประธานบริษัทเทคโนโลยีเหยวฮ่าง#

เมื่อคลิกเข้าไป ก็พบว่าเป็นรูปที่ซ่งจื่ออินส่งให้เธอดูเมื่อกี้นี้ รูปที่เหลียงหยวนโจวกำลังป้อนข้าวต้มให้เสินหลีกิน ความคิดเห็นด้านล่างนี้ล้วนแต่เป็นคำอวยพร

"ชายหล่อหญิงสวย สะดุดตาจังเลย!"

"ผู้หญิงคนนี้คือเลขาของประธานเหลียง ช่างเหมือนเวอร์ชันชีวิตจริงของเรื่องท่านประธานจอมเผด็จการตกหลุมรักฉันเลย!"

"ความรักหวานๆแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงตาฉันบ้าง ฉันก็อยากได้ท่านประธานจอมเผด็จการคนหนึ่งที่คอยป้อนข้าวต้มให้ฉันตอนป่วยเหมือนกัน!"

……

เห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนคิดว่าเสินหลีเป็นแฟนของเหลียงหยวนโจวแล้ว

เหลียงหยวนโจวไม่เคยเปิดเผยเธอให้คนภายนอกรู้ ในช่วงหลายปีนี้นอกจากเพื่อนใกล้ตัวของเขาก็แทบไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขาคบกัน ดังนั้นในสายตาคนอื่น เขาจึงยังคงเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมอยู่เสมอ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status