Mag-log in“ลดา ห้ามตกใจนะ มีบางอย่างที่กูไม่ได้บอกมึง” สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจที่จะเล่าให้ลดาฟัง เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวมีหวังอกแตกตายแน่ ๆ
“เรื่องใหญ่เลยเหรอเจ๊ กลัวอะ” “ไม่มั้ง ไม่หรอก” ฉันอึก ๆ อัก ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่ายังไงดี “คือกูจูบกับเขาแล้ว” “อ๋อ ตกใจคิดว่าเรื่องอะไร..... ห้ะ” รถบีเอ็มเบรกเอี๊ยด ดีที่ไม่มีรถอยู่ข้างหลัง ถ้าเป็นกรุงเทพฯ คงโดนชนตูดไปแล้ว “มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ดี คือว่า เขาจูบกูเพราะเมา และเขาเห็นกูเป็นเมียเก่าเขาที่ชื่อญาดา” “เมียเก่าเขา?” “มึงอย่าไปมองเขาไม่ดีนะ เขาแค่เมา แล้วเขาก็ขอโทษขอโพยกูใหญ่โต เขายอมรับผิดถึงขนาดจะพากูไปแจ้งตำรวจจับตัวเอง คุกเข่ายกมือไหว้ จะให้ทองกูอีกเป็นล้าน ๆ เขาดูรู้สึกผิดจริงกูเลยยกโทษให้เขาไปแล้ว” “แหม ความหมายมากมาย กลัวลดาไม่ชอบกำนันว่างั้นเถอะ” ฉันนั่งเงียบ ยัยนี่ก็รู้ไปซะทุกเรื่อง ใครได้มันเป็นเมียนี่คงไม่ต้องพูดถึง “แล้วเขาทำอะไรเจ๊อีกไหม” อุตส่าห์จะลืมแล้วนะ ภาพขึ้นนั้นวนกลับมาในหัวอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่จูบธรรมดาแต่มันร้อนแรงมาก แถมยังบีบหน้าอกฉันไม่รู้กี่ที แถมยังเห็นหน้าอกไปแล้วด้วย “ไม่นะ แค่นั้นแหละ” “เฮ้อ กำนันนะกำนัน ช่างเถอะ ถ้าเจ๊บอกว่าเขารู้สึกผิด ก็คงจะรู้สึกผิดจริง ๆ นั่นแหละ ต่อไปก็ระวังตัวตอนเขาเมาด้วยนะ หรือเจ๊จะกลับไปอยู่คอนโด” “ไม่ จะอยู่นี่แหละ บอกแล้วไงว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ กำนันเป็นคนดีมากนะ อย่าคิดลบกับแกเลย” “ยังไม่ใช่แฟนเลย ปกป้องนักนะเจ๊เจ้าขา” ตอนนี้พวกฉันสี่คนกำลังนั่งรอกำนันอยู่ที่โต๊ะไม้ยาว วันนี้เราจะเรียนรู้เรื่องวางแผนการผลิต คนตัวใหญ่เดินมาพร้อมกับแผนที่ไร่ เขากางแผนที่ไร่ออกจนสุด ขอบกระดาษมีรอยพับเก่า ๆ จากการใช้ซ้ำหลายปี “แปลงนี้สิบห้าไร่” กำนันใช้ดินสอชี้ลงไป “ถ้าปลูกพริกซ้ำ จะได้ผลผลิตเร็ว แต่ดินเริ่มล้าแล้ว พวกเอ็งคิดว่ายังไง” เอวาที่ถือสมุดจดเล็ก ๆ ยกมือ “เอวาเสนอให้พักดินหนึ่งรอบค่ะ” เธอพูดเสียงเรียบ “ปลุกถั่วเขียวสลับ เพื่อเพิ่มไนโตรเจน แล้วค่อยกลับมาปลูกพริกช่วงปลายฤดูฝน” กำนันไม่ตอบทันที เขาเปิดสมุดบัญชี ดูตัวเลขรายรับรายจ่ายก่อนจะถามกลับ “แล้วรายได้ช่วงพักดินล่ะ จะเอาอะไรแทน” เมเปิ้ลยกมือต่อ “แปลงข้างกันยังว่าง ผักสลัดใช้เวลาแค่ สามสิบห้าถึงสี่สิบวัน ถ้าปลูกแบ่งรอบ จะมีเงินหมุนเข้าทุกอาทิตย์ ถึงกำไรไม่สูง แต่ไม่ขาดกระแสเงินสด” บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่กำนันจะถามต่อ “ต้นทุนต่อไร่คิดยังไง” ความจริงแล้วไร่นี้มีรายได้มากมายอยู่แล้ว แต่กำนันแค่ต้องการจะสอน เพราะตอนที่เราเริ่มต้นทำเกษตร มันไม่ได้ง่ายเหมือนตอนนี้ ทุกวันทุกวินาทีคือเงิน มีต้นทุน ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าแพ็ก ละอัตราการสูญเสีย “ถ้าฝนตกหนักกว่าปกติเอ็งจะลดความเสี่ยงยังไง แล้วถ้าแรงงานขาดช่วงเก็บเกี่ยวล่ะ” ทุกคำถามบีบให้เด็กทุกคนต้องคิดต่อไป เพราะความเป็นจริงมันไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าแผนไม่ดี ถ้าเดินผิด ไม่ใช่แค่ทุกคนจะเหนื่อย แต่เราจะทิ้งเงินไปฟรี ๆ “ไหนพวกเอ็งช่วยกันคิด เราจะทำยังไงกันดี” “แปลงสลัดเอวาเสนอให้ยกร่องสูงกว่าปกติค่ะ แล้วปรับตารางให้น้ำ ลดวันรดน้ำ ถ้าฝนตกต่อเนื่องจะเปิดร่องระบายน้ำทันที ไม่ให้น้ำขังเกิน ยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะรากจะเน่าค่ะ” เจ้าขายกมือ “ส่วนพริกที่กลับมาปลูกปลายฤดูฝน เลือกลงต้นกล้าให้พ้นช่วงฝนหนัก ก็จะช่วยลดปัญหาโรคโคนเน่าและเชื้อราได้ค่ะ ส่วนแรงงานขาดช่วงเก็บเกี่ยว ผักสลัดวางแผนการปลูกแบบเบ่งแปลงย่อย เก็บไม่พร้อมกันทั้งแปลง ถ้าคนขาด จะยังทยอยเก็บได้ ไม่เสียทั้งรอบ” ลดายกมือต่อ “ส่วนพริก ถ้าแรงงานไม่พอ จะเน้นเก็บเฉพาะผลแก่จัดก่อน ลดการคัดละเอียดช่วงแรก แล้วค่อยมาเกรดผลทีหลัง” กำนันนิ่งก่อนว่าต่อ “แล้วถั่วเขียวที่บอกว่าจะปลูกพักดิน คิดยังไง ไม่กลัวขาดทุนเหรอ” เมเปิ้ลพูดตรงไปตรงมา “เรื่องถั่วเขียวเราเน้นปรับโครงสร้างดิน ถั่วเขียวอายุสั้น ใช้น้ำน้อย ไถกลบตอนออกดอก จะได้เพิ่มอินทรียวัตถุและฟื้นชีวิตให้ดิน” เขาพับแผนที่ไร่ลงช้า ๆ “พรุ่งนี้เอาแผนนี้ลองหนึ่งแปลง ถ้าพังถือว่าเรียน ถ้ารอด ถือว่าเอ็งสอบผ่าน” เราสี่คนพยักหน้า “เมื่อกี้ดุเดือดมากอะเจ๊ ขนลุก” ลดาพูดไปตักข้าวใส่ปากไป วันนี้มี่แค่ฉันและลดาที่มานั่งกินข้าวร้านเดิม กำนันไม่ได้มาด้วย แค่ควักเงินค่าข้าวให้แค่นั้น ส่วนเอวลาก็ยอมไปกินก๋วยเตี๋ยวกับเมเปิ้ล “โคตรเท่ กูอยากจะกริ๊ดในความหล่อ” อยากฝึกงานตลอดไป ปกติไปเรียนเกลียดวันจันทร์ ชอบเสาอาทิตย์ พอมาฝึกงานกับผู้ชายคนนี้ ฉันรักวันจันทร์ค่า เสาอาทิตย์มีแค่สองวันอย่านานนักได้ไหม “โอ๊ะ เท่กับผีสิ น่ากลัวจะตายไป นี่เจ๊คงชอบเขาจนใกล้บ้าแล้วแหละ” “มึงว่ากูไปบอกเขาตรง ๆ เลยดีปะ ว่ากูอยากจีบ” ฉันจริงจังนะเริ่มใจร้อนจริง ๆ แล้วอะ กำนันต้องเป็นที่หมายปองของสาว ๆ ในหมู่บ้านนี้แทบทุกคนแน่ ๆ “ใจเย็น ๆ เจ๊ ข่าวดีเลยนะ ป้าบัวบอกว่า สาว ๆ ชอบกำนันครึ่งหมู่บ้านได้ แต่ไม่มีใครจีบกำนันได้สักคน ป้าบัวบอกว่า ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเลขสามนะ ขนาดเลขสองยังมารอต่อแถวจีบกันเป็นทาง แต่หลัง ๆ มาพอทุกคนรู้ว่าไม่ได้ผล ก็เลิกจีบไปตาม ๆ กัน เพราะฉะนั้น ลดาคิดว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนจีบกำนันจีบหรอก เจ๊ไม่ต้องรีบ” “ข่าวดีกับผีสิอีห่า” แรก ๆ มาดี หลัง ๆ มาทำไม “ยกเว้นเจ๊ไง ถ้าเป็นเจ๊อาจจะติดก็ได้ เจ๊หน้าตาเหมือนเมียเก่าเขานะ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” “ก็จริง เอาวะ ยังไงกูก็ไม่ยอมปล่อยกำนันไปเฉย ๆ แบบไม่ทำอะไรเลยหรอก” แต่แล้วสิ่งที่ทำให้จิ๊ดจนใจเจ็บก็โผล่มาให้เห็นต่อหน้า ตอนรถที่เห็นรถกระบะกำนันโคตรจะดีใจเลย แต่พอเห็นลงรถจากรถอีกฝั่งเท่านั้นแหละ “หรือข่าวกูผิดวะ” ลดาเอ่ยติดตลก เพราะคนที่ลงมา คือน้าน้อยที่กำนันยิ้มหวานให้วันนั้น จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม มาก่อนแล้วไง ถ้ากำนันไม่ได้พูดว่าน้าเป็นเมีย ฉันก็ไม่หยุดหรอกจ่ะ อีเจ้าขาถือคติ มาก่อนก็ไปก่อนเลยจ่ะ “จะแข่งกับใครไม่แข่ง มาแข่งกับอีเจ้าขา อย่างน้อยก็นำหนึ่งก้าวล่ะวะ อย่างน้อยฉันก็อยู่เรือนเดียวกันกับกำนัน แถมเจอหน้ากันทุกวัน สาวกว่า เต่งตึงกว่า จะแพ้ก็ให้มันรู้ไป” ฉันพูดออกมาเบา ๆ “แป๊บนะเจ๊ มันนำยังไง ที่อยู่เรือนเดียวกันที่เจอหน้าทุกวัน ก็เพราะเราเป็นเด็กฝึกงานไม่ใช่” “หุบปาก”ข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







