LOGINเขาพาฉันเข้ามาในห้องหนึ่งเป็นห้องเล็ก ๆ ที่อยู่ฝั่งเขา ในห้องนั้นมีรูปคนรักที่ชื่อ ญาดา เขาสวยมาก สมแล้วที่เป็นคนรักของกำนัน แม้จะเป็นรูปถ่ายธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการแต่งเหมือนยุคนี้ เธอผมตรงสวย ตาโต มีรอยยิ้มที่สดใส มีความคล้ายคลึงกับพี่อิงดาว แต่ว่า ฉันคล้ายเขาเสียยิ่งกว่าพี่อิงดาวเสียอีก มันเป็นไปได้ยังไง
“เธอสวยนะคะ” ฉันหันไปพูดกับกำนัน ที่สายตาบ่งบอกถึงความรักและคิดถึงผู้หญิงในรูป “ใช่ สวยมาก ตอนนั้นข้าโชคดีที่ญาดามาหลงรักเด็กอย่างข้า เธออายุมากกว่าข้าสี่ปี เป็นคนเก่ง อ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ สวยจนใคร ๆ ก็เหลียวมอง” “เสียใจด้วยนะคะ” ไม่รู้จะดีใจหรือเจ็บดี เขาบอกฉันคล้ายเมียเก่าเขา แปลว่าฉันก็สวยใช่ไหม แต่ว่า เลือกได้ก็ไม่ได้อยากหน้าคล้ายเมียเก่าเขาหรอกนะ ที่หลัง ๆ กำนันมองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ หรือคืนนั้นที่เขาจูบ เขาไม่ได้พิศวาส หรืออยากล่วงเกินฉันหรอก แค่เมามากจนเห็นฉันเป็นคุณญาดาแค่นั้น ไม่ได้มีฉันอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย “ถึงอย่างไรข้าก็อยากขอโทษเอ็งอีกรอบ” “พอแล้วค่ะ เจ้าขาไม่ได้โกรธแล้วจริง ๆ คิดซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นนะคะ” พูดทำทรงไปงั้น ใครมันจะลืมจูบของเขาได้กัน แต่จูบนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะจูบฉันไง เขาจะจูบคุณญาดาต่างหาก “เอ็งไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว” “ค่ะ ฝันดีค่ะ” ฉันเดินออกจากห้องนั้น ตรงมาที่ห้องตัวเองโดยไม่ได้หันกลับไปมองเขาอีก มันแน่น ๆ ที่อกยังไงไม่รู้ แต่ก็เข้าใจ จากกันทั้งที่ไม่ได้บอกเลิกกัน จากกันทั้งที่ยังรักกัน เป็นใครก็คงไม่ลืม แต่งงาน มีลูก ผ่านมาด้วยกันขนาดนั้น ใครลืมก็บ้าแล้ว “เฮ้อ แล้วฉันจะเอาอะไรไปสู้ แล้วคุณญาดาจะโกรธไหมเนี่ยที่ฉันหลงรักคุณกำนัน” ฉันถอนหายใจยาว เปลือกตาคนตัวเล็กเริ่มปิดเพราะไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อวาน พอสบายใจแค่หัวถึงหมอนก็หลับไปแบบไม่รู้เรื่อง . . ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูหลายครั้งจนทำให้เธอสะดุ้งตื่น “อะไรเนี่ย ฉันจะนอน” ฉันตะโกนออกไปที่หน้าประตูพร้อมดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมโปง “นี่มันบ่ายแล้วนะเจ๊ เสาร์อาทิตย์นี้เจ๊ซ้อมตายหรือไง” ฉันหยิบโทรศัพท์มาดูก็พบว่าตอนนี้บ่ายโมงสี่สิบห้าแล้ว แต่ลดาจะรู้ไหมว่าฉันไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อวาน ฉันลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องให้ลดา แล้วกลับมานอนที่เตียงต่อ “เอาดี เจ๊จะไม่ตื่นจริงอะ ไม่หิวข้าวหรือไง” พอพูดถึงข้าวท้องฉันก็ร้องโครกคราก “ไปกินข้าวกัน ฉันข้าวเที่ยง เจ๊ข้าวเช้า เย็นนี้ไปไหนกันป้ะ อยู่แต่เรือน ลดาเบื่อจะบ้าแล้วเนี่ย เอวากับเมเปิ้ลก็ออกไปกันตั้งแต่เมื่อวาน คงจะไปเที่ยวกันนั่นแหละ” “ไปไหนดี” “ไปตลาดไหม เห็นบอกว่าตลาดของลูกเขยกำนันใหญ่แล้วก็สวยมาก มีดนตรีสดด้วย แค่ไปนั่งหาอะไรกิน ชิล ๆ” “ได้” วันนี้ตามใจลดาแล้วกัน ถือเป็นการขอโทษที่ตวาดใส่เมื่อวาน ห้าโมงแล้วกำนันยังไม่กลับเรือนอีกเหรอ ตอนนี้ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยกำลังเตรียมตัวจะไปตลาด แค่อยากเจอหน้าเขาสักนิดก็ยังดี แต่ดูทรงแล้วไม่น่าจะกลับเร็วหรอก บ้างานขนาดนั้น ไม่เข้าใจเลยว่ากำนันจะทำงานหนักทำไมนัก ในเมื่อลูกน้องก็มีตั้งเยอะแยะ ทำจนแยกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นเจ้าของสวน ดีที่มีหน้าตาและออร่าที่ทำให้รู้ว่านี่แหละเจ้าของไร่ “ไปยังเจ๊ ลีลาเพราะรอเจอหน้ากำนันใช่ป้ะ” ยัยนี่ก็รู้ดีไปซะทุกเรื่องเลยจริง ๆ “เออ ๆ ไปแล้ว ๆ” ฉันคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง “ไม่กลับเร็วขนาดนั้นหรอก กำนันทำงานจนฟ้ามืดทุกวันนั่นแหละ” วันนี้ฉันเป็นคนขับรถให้ลดา อีกฝ่ายก็แอบตกใจอยู่เหมือนกันเพราะส่วนมากลดาจะเป็นคนขับให้ฉันนั่งอยู่ตลอด ขับไปตามแมพประมาณสามสิบนาทีก็ถึงตลาดแล้ว ป้ายใหญ่เขียนชื่อตลาดอย่างเด่นว่า ตลาดฮีลใจบ้านเรา “คนเยอะเวอร์” ลดาพูด “ใหญ่กว่าที่คิดไว้สิบเท่า” ตลาดใหญ่มาก มองจากด้านนอกก็รู้แล้วว่าสวยและผ่านการตกแต่งอย่างดี มีชิงช้าสวรรค์ด้วย เออเริ่ด ก่อนจะเข้าตลาดมีรปภ.ตรวจของก่อนเข้าไปด้วย ดี ความปลอดภัยเป็นเลิศ ฉันเดินเข้าไปในตลาด ก็เห็นว่าข้างในตกแต่งสวยกว่าที่คิด มีดนตรีสดอย่างที่เขาว่าจริง ๆ โต๊ะนั่งเยอะมาก แต่ก็ไม่พอสำหรับลูกค้าในตลาดจริง ๆ มีม้าหมุน มีสนามเด็กเล่น “เวอร์ ตลาดอะไรเนี่ย” ลดาพูด “ลูกเขยกำนันไม่ธรรมดาเหมือนกันเนาะ” ฉันหันไปพูดกับลดา “เจ๊รู้ปะ ตลาดนี้เคยเป็นของกำนันมาก่อน แต่มันเจ๊ง แล้วลูกเขยเลยขอสานต่อ แล้วก็ทำออกมาได้ดีเวอร์ เห็นบอกว่าตอนที่กำนันทำ เป็นแค่พื้นที่ว่าง ๆ ให้คนมาตั้งของขาย ที่เปิดเพราะแค่อยากให้เศรษฐกิจในหมู่บ้านดีขึ้น เลยซื้อที่นี่ แล้วให้คนหมู่บ้านมีเพื่อนที่เช่าถูก ๆ ขายของ แต่ก็นะ มันเจ๊งเพราะอะไรหลาย ๆ อย่าง กำนันก็คงให้ความสนใจกับไร่พักใจมากกว่าด้วยแหละลดาว่านะ” “มึงไปรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” “ก็เมื่อวานเหงา ไม่มีเพื่อน เลยนั่งคุยกับป้าบัวแทบทั้งวัน ป้าเขาก็เล่าให้ฟัง ป้าบอกว่า ตลาดกับไร่ เป็นความฝันของกำนันเลย ความฝันกำนันไม่ได้มีแค่ตัวเอง แต่อยากให้คนในหมู่บ้านมีอาชีพ ไม่ลำบาก คนงานในไร่พักใจก็คนในหมู่บ้านทั้งนั้น ตอนนี้ตลาดที่ลูกเขยสานต่อ ก็เอื้อให้คนในหมู่บ้านมีสิทธิจองล็อคตลาดมากกว่าคนอื่น สมแล้วที่เป็นกำนันว่าไหมเจ๊” โอ๊ยยิ่งพูดแบบนี้ยิ่งชอบเขาเข้าไปใหญ่ อะไรมันจะน่ารักขนาดนั้น หล่อ เก่ง ฉลาด มีความเป็นผู้นำ มีเมตตา “เฮ้อ ชอบเขาจะแย่” ฉันหันไปพูดกับลดา “นั่นดิ ตอนแรกลดาไม่อยากเชียร์นะ ด้วยอายุ ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจละ เชียร์เต็มที่อะ กำนันเป็นผู้ชายที่ดีมากเวอร์ เท่าที่ลดาเคยรู้จักมานะ” “อ่าว ใช่ลดากับเจ้าขาไหม รู้จักตลาดนี้ด้วยเหรอ” คุณอิงดาวเดินเข้ามาทักอย่างยิ้มแย้ม สวยจัง ไม่แปลกใจเลยที่เป็นลูกของกำนันและคุณญาดา “สวัสดีค่ะคุณอิงดาว” ฉันกับลดายกมือไหว้ “โห ไม่ต้องทางการขนาดนั้นก็ได้ เรียกพี่เถอะค่ะ” “ค่ะ พี่อิงดาว ตลาดสวยมากเลยค่ะ” ลดาเอ่ยชม “ขอบคุณค่ะ แล้วจะไปไหนกันเหรอคะ มานั่งเล่นที่ร้านพี่ได้นะ ตอนนี้คงไม่เหลือโต๊ะนั่งแล้วแหละ” สุดท้ายพวกเราก็ซื้อของเข้าไปนั่งกินที่ร้านคุณอิงดาว ถ้าเธอรู้ว่าฉันแอบชอบพ่อเธออยู่ จะยังใจดีแบบนี้ไหมนะ... ในร้านขนมหวานลูกค้าเต็มทุกโต๊ะไม่ต่างกัน แต่ว่าในร้านมีโต๊ะว่างอยู่หนึ่งโต๊ะที่ไม่ใช่สำหรับลูกค้า คุณอิงดาวพาเราไปนั่งตรงนั้น พร้อมสั่งเต้าฮวยนมสดเลี้ยงเราอีกคนละถ้วย “ความจริงไม่ต้องเลี้ยงก็ได้นะคะ เกรงใจค่ะ แค่นี้ก็รบกวนมากแล้ว” ฉันหันไปพูดกับคุณอิงดาวที่นั่งจ้องหน้าฉันอยู่ “เล็กน้อยค่ะ ช่วยงานในไร่ตั้งเยอะ เงินเดือนก็ได้แค่ครึ่งเดียว” “เงินเดือนได้ครึ่งเดียวก็จริง แต่ที่นอนฟรี แถมดีมากด้วยค่ะ อาหารฟรีสามมื้อ ที่ฝึกงานแค่นี้ก็ดีมากแล้วค่ะ” ลดาหันไปพูด พร้อมตักเต้าฮวยนมสดใส่ปากคำใหญ่ ดวงตาเป็นประกายทันทีที่ได้สัมผัสกับเต้าฮวย มันอร่อยจนไม่อยากจะเชื่อ เกิดมาเพิ่งเคยกินเต้าฮวยอร่อยขนาดนี้เป็นครั้งแรก ไม่แปลกที่ลูกค้าจะเต็มร้านเลยจริง ๆ “อร่อยเกินไปไหมคะ” คุณอิงดาวยิ้มเขิน ๆ ฉันพอได้เห็นรีแอคชั่นของลดาก็ตักเต้าฮวยในชามตัวเองเข้าปาก ไม่เวอร์สักนิดเพราะมันอร่อยมาก อร่อยจนอยากกินทุกวัน ถ้ากลับกรุงเทพฯจะหาเต้าฮวยรสชาติแบบนี้จากไหน “อร่อยจริงค่ะ สงสัยต้องฝากตัวเป็นลูกค้าประจำร้านนี้แล้วค่ะ” “ขอบคุณนะคะ” ผ่านไปไม่กี่นาทีฉันกับลดาก็ซัดเต้าฮวยนมสดหมดถ้วย นี่แหละรสชาติที่ตามหา เราสามคนสั่งคุณกันหลายเรื่อง คุณอิงดาวเป็นคนดี นิสัยน่ารัก การวางตัวก็ดี “ขอเสียมารยาทได้ไหมคะ เจ้าขา เธอหน้าตาเหมือนแม่ฉันมากเลย จริง ๆ นะ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เธอทำให้ฉันคิดถึงแม่มาก ๆ” สายตาของคุณอิงดาวดูเศร้าหน่อย ๆ แต่ไม่กี่วินาทีเธอก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส “คะ” ฉันทำเหมือนไม่รู้เรื่องที่แม่ของคุณอิงดาวเสียไปแล้ว “คือว่าแม่ฉันเสียไปนานแล้วน่ะค่ะ” “เสียใจด้วยนะคะ” ฉันกับลดาพูดพร้อมกัน “ฉันโอเคแล้วค่ะไม่ต้องห่วง เรื่องมันผ่านมานานเป็นสิบปีแล้วค่ะ” “คุณ เอ๊ย พี่อิงดาวเก่งมาก ๆ เลยค่ะที่ผ่านทุกอย่างมาได้ เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก” “พ่อเก่งกว่าฉันเยอะมาก ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ฉันหวังแค่อย่างเดียว คืออยากให้พ่อมีคนรักค่ะ อยากให้มีคนคอยดูแลท่าน อยากให้ท่านมีความสุขบ้าง แต่พ่อก็ปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอด” แล้วถ้าฉันจีบพ่อคุณอิงดาว คุณอิงดาวจะโอเคไหมคะ อันนี้คือเสียงในหัวที่ฉันจะไม่พูดออกไปเด็ดขาด ขืนคุณอิงดาวเกลียดฉัน ก็จบเห่ขึ้นมาจริง ๆข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







