แชร์

บทที่๑๔ เป็นตัวร้าย

ผู้เขียน: Daisy Eye
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-30 14:52:21

“นั่งด้วยกันไหมคะ” ฉันเอ่ยทักเมื่อสบตากับกำนัน อีกฝ่ายอึกอักนิดหน่อยแต่ก็เดินมานั่งโต๊ะเดียวกับพวกฉัน ลดาลุกมานั่งฝั่งเดียวกับฉัน แล้วให้ทั้งสองนั่งใกล้กัน ไม่รู้งานเลยจริง ๆ แต่ก็เข้าใจมันเป็นเรื่องของมารยาท

“เอาเหมือนเดิมครับป้า” กำนันตะโกนสั่งอาหาร เมนูเดิมก็คือหมูกรอบไข่ดาวที่เขาแนะนำนั่นแหละ

“เอาราดหน้าหมูจ่ะ” น้าน้อยตะโกนไป ป้าที่ทำกับข้าวก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม นี่มันไม่ธรรมดาแล้ว ไม่ชอบสักนิด หงุดหงิด

“พวกหนูชอบกินร้านนี้กันด้วยบ่จ่ะ กำนันแนะนำแน่เลย” น้าน้อยพูดภาษากลางคุยกับพวกฉัน ถึงบางคำจะมีภาษาอีสานบ้างแต่ก็ฟังเข้าใจ

“ค่ะ ตั้งแต่กำนันแนะนำก็ติดร้านนี้งอมแงมเลย” ฉันพูดจายิ้มแย้ม ทั้งที่ความจริง หงุดหงิดจนไม่รู้จะหงุดหงิดยังไงแล้ว ไม่พอกำนันยังเดินไปตักน้ำให้น้าน้อยอีก สุภาพบุรุษเสียจริงนะ

“แล้วน้าน้อยชอบร้านนี้เหมือนกันเหรอคะ” ฉันถามกลับ

“แม่นจ่ะ กำนันแนะนำเหมือนกัน ตั้งแต่กินครั้งแรกน้าก็ชอบร้านนี้มาตลอด บ่เคยเปลี่ยนใจเลยจ่ะ แต่บางทีกะต้องทำใจ ของมันดีคนจะมากินมันเลยเยอะ” ฉันคนเดียวไหมที่คิดว่าคำตอบมันแปลก ๆ ฉันหันไปมองลดาแล้วมันก็มองหน้าฉันอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่ามองตาก็รู้ใจ ไม่เบานะคะน้าน้อย

“เอ้อ แล้วช่วงนี้ขายดีบ่” กำนันพูดขึ้นมาแทรกกับบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด

“ก็ดีจ่ะ เรื่อย ๆ เลย ส่วนกำนันน้อยคงบ่ต้องถาม กำนันเก่งหลาย ปัญหาอีหยังกะแก้ได้ ไร่ถึงเติบโตขึ้นทุกปี แถมปีนี้มีเด็กฝึกงานหน้าตาเป็นตาฮักมาซอยอีก คงจะดีนำ”

ฉันกับลดาเอ๊ะอีกรอบ มันปกติหรือพวกฉันที่อคติไปเอง

“ยอกันโพด คนเฮากะมีมื้อขึ้นมื้อลงเป็นธรรมดา ปัญหาบางอย่างกะแก้บ่ตกดอก” กำนันตอบ พร้อมกับตักข้าวคำใหญ่

“จริงค่ะ พวกหนูเองก็ยัง เด็ก คงไม่ได้ช่วยกำนันแก้ไขปัญหาใหญ่ ๆได้ เป็นแค่ เด็ก นักศึกษาฝึกงานเองค่ะ ไม่ได้ช่วยอะไรได้เยอะหรอก” ฉันพูดเน้นคำ จนลดาเอาขามาชนฉันเบา ๆ ฉันยังคงยิ้มหวานใส่น้าน้อยเหมือนเดิม

“บ่แมนดอก เด็กน้อยปีนี้เก่งอยู่เด้ เบิ่งเป็นผู้ใหญ่กว่าปีอื่น ๆ” กำนันหันไปพูดกับน้าน้อย ที่ยิ้มแฉ่งอยู่เหมือนกัน รู้นะว่าในใจไม่ยิ้ม

“ดีแล้วจ่ะ สิได้ซอยเบาแรงกำนัน แต่กะเป็นแต่เสียดายอยู่ อยู่นำกันได้แค่สี่เดือน” ลดาหันมองหน้าฉันแล้วยิ้ม เป็นนัย ๆ ว่าอีน้าคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ๆ เห็นใส ๆ แต่เปิดฉันก่อนนะ แบบนี้แหละดี ฉันจะได้ไม่ต้องเกรงใจ

“ไม่ต้องห่วงเลยจ้ะน้าน้อย เจ้าขาชอบที่นี่นะ ถ้ากำนันคิดพวกเราเก่ง เดี๋ยวเรียนจบแล้วเจ้าขามาทำงานที่นี่ก็ได้นี่คะ เดี๋ยวสมัครเป็นหัวหน้าแผนกโรงเรือนแปรรูปผลผลิตดีไหมคะกำนัน” ที่ฉันรู้เพราะกำนันชอบบ่นว่ายังไม่มีใครเหมาะจะเป็นหัวหน้าคนคุมแผนกโรงเรือนแปรรูปผลผลิตเลย กำนันต้องคอยไปสั่งงาน และให้คุมกันเองไปก่อน

“งั้นเหรอ เงินเดือนข้ามันไม่น่าจะพอสำหรับเอ็งนะ” กำนันหันมาพูดกับฉัน

“ไม่ติดค่ะ ถ้าเจ้าขาชอบก็ไม่มีอะไรห้ามได้หรอกค่ะ พอดีรวยมากอยู่แล้วด้วย เรื่องเงินเลยไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร ถ้าลองแล้วติดใจจริง ๆ ก็อยู่ได้จนตายเลยค่ะ” ฉันพูด คราวนี้เหมือนอีกฝ่ายจะยิ้มไม่ออกแล้ว ลดาก็ไม่สะกิดฉันแล้วด้วย เอาแต่นั่งยิ้มกรุ้มกริ่ม

“กินเสร็จแล้วก็ไปพร้อมกันนี่แหละ เดี๋ยวไปส่งน้อยก่อน แล้วเราก็ไปเรียนกันต่อ”

กำนันไปส่งน้าน้อยเสร็จ ก็พาเราไปเรียนกันต่อ ตอนบ่ายนี้เราไม่เรียนอะไรมาก เหมือนช่วยงานพี่ในไร่มากกว่า แต่วันนี้กำนันพาไปดูโรงเรือนผลิต ไปดูการทำงานต่าง ๆ พอบ่ายสามก็ปล่อยพวกเรากลับเรือน ที่บอกว่าเลิกเรียนห้าโมงไม่เคยถึงห้าโมงสักวัน

พอถึงเรือนปุ๊บ เอวากับเมเปิ้ลก็ออกไปไปทันที ดูทรงแล้วไม่น่าจะกลับหรอกคืนนี้ น่าจะไปนอนที่อื่นนั่นแหละ ช่วงนี้ยัยเมเปิ้ลก็ดูเงียบ ๆ เรื่องกำนัน หมายถึงปกตินางจะอ่อยตลอดเวลา แถมยังไม่แซะฉันอีก มันแปลก ๆ นะ

“สองคนนั้นเขาเที่ยวไหนกันนักเนาะเจ๊”

“นั่นดิ ช่วงนี้ยัยเมเปิ้ลก็เงียบแปลกๆ แต่ก็ดี แค่นี้ฉันก็ปวดหัวจะตาย” ฉันถอนหายใจยาว

“หมายถึงปวดหัวกับสาว ๆ ที่ชอบกำนันเหรอ” ก็ใช่ไง ฉันไม่ได้ตอบลดา เดินเข้าห้องไปหยิบผ้าขนหนูไปอาบน้ำ จะไม่ให้ปวดหัวได้ไง เอาจริง ๆ ความห่างของอายุน้าน้อยชนะแน่อยู่แล้ว ไหนลูกสาวกำนันจะเชียร์สองคนนี้อีก ถ้าให้ยอมรับจริง ๆ แกก็สวยด้วย สวยแบบวัยกลางคน

แต่ฉันมันเด็กไง เด็กฝึกงาน อายุน้อยกว่าลูกสาวเขาอีก ลูกสาวเขายังให้ฉันเรียกว่าพี่อยู่เลย ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ ปกติแล้วถ้าจีบใครก็จะบอกเขาตรง ๆ ว่าชอบนะ แล้วก็แค่จีบสุดกำลัง ผู้ชายกรุงเทพฯ คนอายุเยอะคบกับคนอายุน้อยเป็นเรื่องปกติ เยอะแยะไป หมายถึงที่บรรลุนิติภาวะแล้วนะ

แต่เอาจริงฉันก็ไม่เคยจีบคนที่อายุสี่สิบหก แถมยังเป็นหนุ่มไทบ้านอีก จูบฉันขนาดนั้นไม่หวั่นไหวบ้างเลยเหรอ ถ้าเป็นคนปกติต้องหลงรักฉันแล้ว แต่ตาคนนี้มันไม่ปกติไง

ฉันหยิบเสื้อยืดตัวโคร่งๆ ใส่กับกางเกงขายาว ถ้าถามว่าทำไมอยู่นี่ถึงแต่งตัวป้านัก ก็คิดดูสิ คนงานกำนันอายุ สามสิบ สี่สิบ บางคนถึงห้าสิบ ถ้าให้ฉันแต่งเสื้อรัดรูป เสื้อเอวลอยก็ไม่น่าจะเหมาะ แม่ยิ่งให้มาเยอะอยู่

“กินข้าวเสร็จแล้วมาคุยกับข้าหน่อย” เขาเดินมากระซิบตอนฉันตักข้าว อย่าบอกนะว่าหลงรักฉันแล้ว ว่าแล้วไงใครได้จูบฉันก็ต้องหลงรักทั้งนั้นแหละ

“เป็นอะไรเจ๊เจ้าขา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” อาการมันออกขนาดนั้นเลยเหรอ

“เปล่า ไม่มีไร คิดไรไปเรื่อย”

“จ้า เชื่อ ๆ แต่ลาบหมูโคตรอร่อยอะเจ๊ มีจานที่สองแน่ เอาจริงป้ะ อยู่นี่น้ำหนักขึ้นมาสองโลละ ฝึกเสร็จตัวตันแน่ ๆ”

สรุปแล้วฉันก็รอคุยกับเขาจนเกือบสองทุ่ม พอกินข้าวเสร็จ เขาก็นั่งจิบเบียร์อยู่กับคนงาน ฉันเลยไม่ได้เดินเข้าไปคุย ขึ้นเรือนมาเขาก็ลงไปอาบน้ำ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกัน

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูเบา ๆ เป็นเขานั่นแหละ เขาเอานิ้วชี้ขึ้นมาเป็นสัญญาณให้ฉันเบา ๆ น่าจะกลัวลดาได้ยิน

“คุยห้องหนูก็ได้ มีอะไรเหรอคะ”

“คุยด้านนอกดีกว่า” เขาพาฉันไปยืนอยู่กลางบ้าน “ทำไมเอ็งถึงพูดจาแบบนั้น” เขาเปิดคำถาม

“พูดจาอะไรคะ”

“ก็ที่เองพูดเมื่อตอนเที่ยง” คือจะมาดุฉันเหรอ ฝ่ายนั้นเริ่มก่อนเถอะ

“ไม่เข้าใจค่ะ หมายถึงเรื่องอะไร” ฉันตีหน้าซื่อต่อไป ไม่คิดเลยว่าเขาจะปกป้องน้าน้อยขนาดนี้ คงชอบเขาไปแล้วนั่นแหละ แล้วไหนบอกลูกว่าไม่อยากมีเมียใหม่ไง

“ข้ารู้ว่าเอ็งรู้ เอ็งพูดแบบนั้นกับน้อยทำไม แค่ตอบข้ามาตามตรง”

“ก็ยังไม่ได้พูดอะไรไม่ดีนี่คะ เรื่องนี้มันสำคัญมากจนกำนันต้องเรียกเจ้าขามาคุยเลยเหรอคะ” ฉันเริ่มพูดเสียงดังตามอารมณ์ เขาก็เห็น ๆ อยู่ แต่อีกฝ่ายเริ่มพูดก่อน แต่ว่าเรียกที่จะมาดุฉันเนี่ยนะ มันคงชัดเจนแล้วแหละ

“น้อยเป็นคนดี การที่เอ็งพูดแซะเขาแบบนั้นมันไม่ดี เอ็งเป็นเด็กที่อยู่ในการดูแลของข้าตอนนี้”

“เจ้าขาพูดจาไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันเริ่มคิ้วขมวด ไม่อยากจะเสียมารยาทหรอกนะ แต่ว่าที่พูดไปก็ไม่ได้มีคำหยาบสักคำ

“แล้วที่เอ็งไปแซะกว่าเขาแก่ มันน่ารักแล้วเหรอ หรือเอ็งจะบอกข้าว่าเอ็งไม่ได้หมายความแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นข้าจะได้ขอโทษที่เข้าใจเอ็งผิด”

ฉันเงียบ ก็ไม่ได้ด่าว่าแก่สักหน่อย แค่เน้นคำว่าเด็กเอง มันคงทำให้กำนันเสียอารมณ์มาก ที่ฉันทำให้คนที่เขารักรู้สึกไม่ดี

“ค่ะ ขอโทษค่ะ ต่อไปจะไม่ทำให้คนรักของกำนันเสียความรู้สึกแล้วค่ะ”

“น้อยไม่ได้เป็นคนรักข้า เอ็งอย่าเข้าใจผิด”

“เหรอคะ ถ้าไม่ใช่คนรัก แล้วจะมาดุเจ้าขาเรื่องของเขาทำไม”

“ข้าดุ เพราะเอ็งเป็นเด็กที่ข้าดูแลอยู่ แล้วเอ็งทำตัวไม่น่ารัก ไม่ใช่เพราะข้าชอบพอใคร”

“แล้วสรุปชอบหรือไม่ชอบล่ะคะ”

“มันไม่ใช่เรื่องของเอ็ง”

“สรุปก็ชอบ” ฉันหันหลังมาพูดกับตัวเองเบา ๆ ไม่รู้ทำไมน้ำสีใสถึงคลอเบ้า ปกติถ้าเป็นคนอื่นฉันคงด่ากลับแรง ๆ ไปแล้ว แต่พอเป็นเขา ก็ปากไม่เก่งซะงั้น

“ไม่ได้ชอบ แล้วถ้าเอ็งไม่ได้รู้สึกผิดที่พูดแบบนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วยแล้ว”

“ก็ขอโทษแล้วนี่คะ จะเอาอะไรจากเจ้าขาอีก”

“เอ็งไม่ได้ขอโทษเพราะรู้สึกผิดจริงไง เอ็งแค่ขอโทษไปงั้น ๆ ช่างมันข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเอ็งแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”

“อะไร เจ้าขาก็ขอโทษกำนันแล้วไง อีกอย่าง ถ้ากำนันฉลาดนัก ทำไมถึงดูไม่ออก ว่าฝั่งนั้นเริ่มก่อน เอาแต่จับผิดเจ้าขา ทำไมไม่จับผิดคนของตัวเองบ้าง” ฉันหันหน้ากลับไปหาเขา น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างลวก ๆ

เขาได้แต่ยืนเงียบไม่พูดอะไรสักคำ

“แค่นี้ก็ดูไม่ออก ว่าคนของตัวเองต่างหากที่เริ่มก่อน ถ้าหวงขนาดนั้น ทำไมไม่แต่งงานกันไปเลยล่ะ คนอื่นจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผัวกับเมียใคร” พูดจบฉันก็เดินหันหลังเข้าห้อง ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว เอาเถอะ ถ้าจะคิดว่าฉันเป็นตัวร้ายก็คิดไปเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   ตอนพิเศษ

    ข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   บทที่๔๔ เอาชนะใจกำนันได้(จบบริบูรณ์)

    “แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   บทที่๔๓ อยากสู่ขอ

    เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   บทที่๔๒ ที่บ้านเจ้าขา

    หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   บทที่๔๑ ขีดจำกัดผมมันต่ำ

    เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน

  • คุณกำนันเป็นของเจ้าขาเถอะ   บทที่๔๐ง้อเมียเด็ก

    หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status