LOGIN“คุณชาย เชิญรับเจ้าสาวเจ้าค่ะ”
ลี่ชาได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงใกล้เกี้ยว
ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงเสียงชายหนุ่มกล่าวสั้น ๆ
“ถึงแล้ว ลงมาเถอะ”
นางหลุบมองปลายรองเท้าของตน ก่อนขยับตัวอย่างระมัดระวัง ชุดที่สวมหนักกว่าชุดทำงานหลายเท่า ทั้งเครื่องประดับบนศีรษะยังทำให้นางต้องคอยประคองต้นคอ
ชิงเถาเลิกม่านขึ้น แม่สื่อเข้ามาช่วยอีกด้าน
ลี่ชาเพิ่งก้าวออกจากเกี้ยว ปลายกระโปรงก็เกี่ยวกับขอบไม้เล็กน้อย ร่างของนางเซไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งจึงยื่นมารองใต้ข้อศอกอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือของชายหนุ่มมั่นคงและอุ่นกว่าที่คิด
“ระวัง”
นางยืนได้ตรงแล้วจึงกล่าวเบา ๆ
“ขอบคุณ”
เยี่ยนโจวชะงักเล็กน้อย ก่อนปล่อยมือเมื่อเห็นว่าสาวใช้ประคองนางเรียบร้อยแล้ว
น้ำเสียงนั้นสงบ ไม่มีความตัดพ้อจากการถูกปล่อยให้รอ และไม่มีอาการตื่นเต้นอย่างที่เขาเคยคาดไว้
เขาเคยพบหลินลี่ชาเพียงครั้งเดียว นางยืนอยู่ข้างบิดา ก้มหน้าจนแทบมองไม่เห็นดวงตา เมื่อผู้ใหญ่เอ่ยถามก็เพียงตอบรับเบา ๆ สองสามคำ
มารดาบอกว่านางเป็นเด็กว่าง่าย ไม่รู้เรื่องนอกเรือนนัก แม้ชาติกำเนิดไม่เหมาะสม แต่อย่างน้อยก็คงไม่ทำให้ครอบครัววุ่นวาย
หญิงสาวตรงหน้าดูสงบจริง ทว่ากลับเป็นความสงบอีกแบบหนึ่ง
นางไม่ได้รีบเดินตามทันที แต่หันหน้าไปทางด้านหลังเกี้ยวเล็กน้อย
“ชิงเถา ผู้ดูแลหลิวอยู่หรือไม่”
“อยู่เจ้าค่ะ”
“ให้เขานำบัญชีสินเดิมมาด้วย”
เยี่ยนโจวเหลือบมองสาวใช้ ก่อนหันกลับมาหาเจ้าสาว
“จะเอาบัญชีมาทำอะไรตอนนี้”
“ตรวจส่งมอบของ”
“คนของจวนจะจัดการเอง”
ลี่ชาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้มีผ้าคลุมกั้นอยู่ นางก็ยังหันมาทางเขาได้ตรงตำแหน่ง
“ข้ามีคนส่งของมา ทางจวนมีคนรับของ หากตรวจร่วมกันให้ครบตั้งแต่วันนี้ ภายหลังก็ไม่ต้องเสียเวลาถามกันว่าอะไรอยู่ที่ใด”
เยี่ยนโจวยังไม่ทันตอบ เสียงสตรีก็ดังมาจากเหนือบันได
“เจ้าสาวยังไม่ทันเข้าประตู ก็ห่วงแต่หีบเงินหีบทองเสียแล้วหรือ”
เหอซูหลันยืนอยู่กับหญิงรับใช้สองคน ชุดผ้าไหมสีเข้มและเครื่องประดับบนมวยผมเรียบร้อยสมฐานะ แต่แววตาซึ่งมองขบวนสินเดิมกลับไม่มีรอยยินดี
ลี่ชาหยุดอยู่กับที่
ไม่จำเป็นต้องเปิดผ้าคลุมหน้า นางก็เดาได้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร
“ท่านแม่ เหตุใดออกมาถึงด้านนอก”
เยี่ยนโจวหันไปถาม
“คนเข้ามาบอกว่าขบวนหน้าจวนยาวจนแขกเดินเข้าออกลำบาก ข้าจึงออกมาดู”
เหอซูหลันกวาดตามองหีบไม้ซึ่งผูกผ้าแดงเรียงต่อกัน ก่อนกล่าวด้วยเสียงที่เบาลงเพียงเล็กน้อย
“งานแต่งควรยึดความเหมาะสมเป็นหลัก จัดใหญ่โตเกินฐานะก็มีแต่ทำให้คนมุงดู คนค้าขายคงชอบให้ผู้อื่นรู้ว่าตนมีเงิน”
ผู้ดูแลหลิวกำบัญชีในมือแน่น
หลินเจิ้งถังเตรียมสินเดิมให้บุตรสาวอย่างดีที่สุด แต่ไม่ได้จัดสิ่งใดเกินธรรมเนียม รายการทุกอย่างยังแจ้งให้ทางจวนเซียวรับทราบล่วงหน้าแล้วด้วย
เขาขยับจะพูด ทว่าเสียงของเจ้าสาวดังขึ้นก่อน
“หากขบวนกีดขวางประตู ขอให้ยกหีบเข้าไปวางในลานด้านข้างก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”
น้ำเสียงนางราบเรียบ ไม่มีวี่แววจะโต้เถียง
เหอซูหลันมองนางอย่างพิจารณา
“เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ปล่อยให้ผู้ดูแลจัดการ เจ้าตามเยี่ยนโจวเข้าไปเถอะ อย่าทำให้เสียฤกษ์”
“ได้เจ้าค่ะ เพียงขอให้คนรับของตรวจจำนวนหีบและตราผนึกต่อหน้าผู้ดูแลหลิว รายการข้างในค่อยตรวจต่อในที่เหมาะสม หากยังไม่เรียบร้อยก็ให้คนของข้าอยู่รอ”
คำตอบสุภาพจนไม่มีประโยคใดหยิบมาตำหนิได้ง่าย แต่เหอซูหลันกลับรู้สึกเหมือนสิ่งที่ตนพูดไม่ได้รับการทำตามทั้งหมด
“เจ้าคิดว่าจวนเซียวจะทำของเจ้าหายหรือ”
ชิงเถาหดไหล่ทันที
ลี่ชากลับนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเดิม
“ของมีหลายหีบ คนขนก็หลายคน ข้าเกรงว่าคนทำงานจะจำสับสนเจ้าค่ะ มีรายการตรงกันไว้ ทุกฝ่ายจะได้สบายใจ”
นางไม่ได้พูดว่าของเหล่านี้มีราคาสูงเพียงใด และไม่ได้อ้างสิทธิของบุตรสาวพ่อค้าให้กลายเป็นเรื่องท้าทายฐานะผู้ใหญ่
เพียงแต่ไม่ยอมปล่อยสิ่งของทั้งหมดไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ
เยี่ยนโจวมองมารดา แล้วหันไปเรียกผู้ดูแลจวน
“ให้คนตรวจจำนวนหีบและตราผนึกเดี๋ยวนี้ ลงชื่อรับไว้ทั้งสองฝ่าย ส่วนของข้างในตรวจต่อที่เรือนเจ้าสาว อย่าขนปะปนเข้าคลังกลาง”
เหอซูหลันหันขวับมามองบุตรชาย
เขากล่าวต่ออย่างสงบ
“ทำให้เรียบร้อยเสียวันนี้ ต่อไปจะได้ไม่ต้องรื้อค้นกันอีก”
ผู้ดูแลจวนรับคำทันที ผู้ดูแลหลิวจึงค่อยคลายมือจากสันบัญชีและก้มศีรษะคารวะ
“ขอบคุณคุณชายขอรับ”
ผู้ดูแลก้มหน้าต่ำ“ข้าน้อยส่งเรื่องให้ห้องบัญชีแล้วขอรับ คิดว่าจ่ายไปบางส่วนแล้ว”“ส่วนใด”“ข้าน้อยต้องกลับไปตรวจอีกครั้ง”เยี่ยนโจวมองเขานิ่ง ก่อนสั่งให้คนไปตามผู้ดูแลบัญชี พร้อมนำสมุดรายจ่ายค่าอาหารในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาออกมาลี่ชายืนฟังอยู่ด้านข้าง ไม่ได้เสนอเปิดหีบสินเดิม ไม่ได้เรียกชิงเถาไปหยิบเงินนางรู้ว่าพ่อค้าเดือดร้อน แต่เงินหนึ่งก้อนที่จ่ายออกไปโดยไม่รู้สาเหตุอาจเพียงช่วยให้ความผิดปกติถูกซ่อนต่อไปอีกครั้งผู้มีหน้าที่ต้องเห็นปัญหาและรับผิดชอบก่อน“ท่านจะกลับร้านก่อนไหม”เยี่ยนโจวหันไปถามพ่อค้า“ข้าจะให้คนไปแจ้งผลภายในพรุ่งนี้ พร้อมกำหนดวันจ่ายที่ชัดเจน”ชายผู้นั้นลังเล เห็นได้ชัดว่าเคยได้รับคำรับปากมาหลายครั้งแล้วลี่ชาจึงกล่าวขึ้นเบา ๆ“ให้เขียนใบรับเรื่องไว้ ระบุยอดที่ท่านนำมาแจ้งวันนี้ด้วยดีหรือไม่ เมื่อคุณชายตรวจแล้ว จะได้คุยกันจากรายการเดียวกัน”เยี่ยนโจวพยักหน้า เรียกคนมาจัดการตามนั้น แล้วคืนสมุดให้พ่อค้านำกลับ โดยให้คัดรายการที่จำเป็นเก็บไว้ เมื่อได้หนังสือซึ่งมีชื่อคุณชายใหญ่กำกับ พ่อค้าจึงยอมคารวะกลับไป สีหน้าโล่งขึ้นบ้าง แม้ยังไม่ได้เงินในวันนี้ ผู้ดูแลบัญชีมาถึง
ทุกคนรับคำ แต่ไม่มีใครหยิบชามขึ้นมาก่อนนางเดินพ้นไปลี่ชาหยุดตรงมุมกำแพง รอให้คนกลับมานั่งแล้วจึงถามชิงเถาเบา ๆ“คนของเรากินอาหารที่ไหน”“ข้างครัวเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่เมื่อเช้าบ่าวกินขนมที่เหลือจากเมื่อคืน”“มื้อกลางวันล่ะ”ชิงเถาชะงักไปเล็กน้อย“กินแล้วเจ้าค่ะ”ลี่ชามองนาง“เหมือนที่เพิ่งเห็นหรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า“แต่บ่าวไม่ได้หิวมาก คุณหนูไม่ต้องกังวล”นางไม่เชื่อคำว่าไม่หิวเท่าใดนัก ชิงเถาเดินเข้าออก ยกน้ำ ยกของ และช่วยจัดหีบมาตลอดวัน อาหารเท่านั้นคงไม่พอแน่“เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”“บ่าวเพิ่งมา ไม่ทราบแน่เจ้าค่ะ ได้ยินคนในครัวบอกว่าช่วงนี้ต้องประหยัด”ลี่ชาหันมองไปทางเรือนรับรองกลิ่นเป็ดย่างยังลอยอยู่ในอากาศการรับแขกมีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากจำเป็นต้องประหยัดจนคนทำงานกินไม่อิ่ม ก็ควรมีเหตุผลมากกว่าคำสั่งกว้าง ๆ เพียงคำเดียวนางกำลังจะเดินกลับ เมื่อเสียงโต้เถียงดังมาจากทางประตูหลัง“ข้าไม่ได้มาขอเงินล่วงหน้า ข้ามาทวงเงินที่ค้างอยู่!”“เบาเสียงหน่อย ที่นี่จวนเซียว จะส่งเสียงเอะอะเช่นนี้ได้อย่างไร”“ข้ารู้ว่าเป็นจวนเซียวจึงอดทนรอมา แต่คนงานร้านข้าก็ต้องกินข้าว หากยังไ
เยี่ยนโจวเหลือบมองเป็นระยะ เขาคิดว่านางอาจขุ่นเคืองจนวางตะเกียบหนี หรือน้ำตาคลอจากคำตำหนิ แต่นางกลับกินอาหารอย่างเรียบร้อย ตอบเมื่อถูกถาม และขอตัวกลับเมื่อผู้ใหญ่อนุญาตความสงบเช่นนั้นทำให้เขาเดาอารมณ์ไม่ออกยิ่งกว่าเดิม ระหว่างทางกลับเรือน ชิงเถาเดินตามอยู่ด้านหลังจนเยี่ยนโจวให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย“เจ้าคิดมากเรื่องเมื่อครู่หรือ”ลี่ชาเดินต่ออีกสองก้าวจึงหยุด“ท่านหมายถึงเรื่องใด”“ท่านแม่พูดตรงไปบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย”นางหันมาหาเขา“ข้ายังไม่ได้กล่าวว่าท่านแม่มีเจตนาร้าย”เยี่ยนโจวเงียบไป ลี่ชามองทางเดินซึ่งทอดไปถึงเรือนของตน แสงแดดอ่อนตกบนขอบกระเบื้อง ใกล้กันมีสาวใช้กวาดใบไม้ คนในจวนเริ่มทำงานตามปกติราวกับเช้านี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“เมื่อคืนท่านรับปากว่าสินเดิมอยู่ในการดูแลของข้า”“ข้าไม่ได้ให้เจ้ายกกุญแจออกไป”“แต่เมื่อข้าบอกเช่นเดียวกันต่อหน้าท่านแม่ ท่านกลับขอให้ข้าใจเย็น”“ข้าเพียงไม่อยากให้เถียงกันต่อหน้าคนรับใช้”“เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าควรตอบอย่างไร”เยี่ยนโจวขมวดคิ้ว ลี่ชารอ แต่เขายังไม่มีคำตอบ หากนางปฏิเสธ แม่เขาย่อมโกรธ หากนางส่งกุญแจให้ เรื่องคงจบลงอย่างสงบ อย่างน้อยก็ใ
ลี่ชาสบตาแม่สามี“อยู่กับข้าเจ้าค่ะ”“เอามาให้แม่บ้านเก็บไว้ที่คลังกลาง ของมีราคาควรอยู่รวมกัน คนดูแลจะได้ไม่สับสน”ชิงเถามือเย็นทันทีลี่ชากลับเพียงถาม“ท่านแม่หมายถึงของขวัญในกล่องนี้ หรือสินเดิมทั้งหมดเจ้าคะ”“สินเดิมของเจ้านั่นแหละ”“ของขวัญที่มอบวันนี้ให้แม่บ้านนำเข้าคลังได้เลยเจ้าค่ะ ส่วนสินเดิม ข้าจัดคนดูแลไว้แล้ว”ถ้วยชาในมือเหอซูหลันถูกวางลงบนจานรองแรงขึ้นเล็กน้อย“เจ้าเพิ่งเข้าจวนวันเดียว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดการของเช่นไร”“ข้ามีบัญชีและผู้ดูแลจากบ้านเดิมช่วยส่งมอบ ทุกหีบตรวจครบแล้ว เมื่อคืนแม่บ้านของจวนก็ลงชื่อรับทราบจำนวนไว้เจ้าค่ะ”“ข้าถามเรื่องกุญแจ ไม่ได้ถามว่าเจ้าตรวจของแล้วหรือยัง”บรรยากาศในโถงเงียบลงเซียวจิ่งเหวินเงยหน้าจากถ้วยชา ส่วนเยี่ยนโจวซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเริ่มขมวดคิ้วลี่ชาวางมือบนตักเพื่อไม่ให้เผลอกำชายเสื้อ“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ แต่สินเดิมเป็นทรัพย์สินที่ท่านพ่อยกให้ข้า ข้าจึงอยากเก็บกุญแจและดูแลบัญชีเอง หากในจวนต้องการใช้สิ่งใด ขอให้แจ้งรายการ ข้าจะพิจารณาให้”เหอซูหลันหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าพูดเหมือนคนในจวนต้องมาขอของจากเจ้า”ลี่ชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่า
ลี่ชามองแสงฟ้าที่เพิ่งเริ่มสว่างนอกหน้าต่างแล้วพยักหน้า“ข้าพร้อมแล้ว”ชิงเถาหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมไว้มาถือ ภายในมีผ้าตัดชุดและซองเงินสำหรับมอบผู้ใหญ่ หลินเจิ้งถังให้คนจัดไว้ก่อนวันแต่งงาน ลี่ชาตรวจรายการตั้งแต่เมื่อคืน จึงรู้ว่าสิ่งใดเป็นของขวัญและสิ่งใดเป็นสินเดิมของตนก่อนออกจากห้อง นางเก็บกุญแจกล่องหนังสือข้อตกลงเข้าไว้ในถุงผ้าเล็กที่ติดตัวเยี่ยนโจวเห็น แต่ทำเพียงเบือนหน้าออกไปทั้งคู่เดินมาถึงเรือนใหญ่ก่อนเวลาที่นัดไว้เล็กน้อย ทว่าหญิงรับใช้หน้าประตูกลับแจ้งว่าเหอซูหลันยังแต่งตัวไม่เสร็จ ให้รออยู่ที่โถงด้านนอกก่อน“แล้วท่านพ่อล่ะ”เยี่ยนโจวถาม“นายท่านกำลังรับยาเจ้าค่ะ”เขาพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่ง ลี่ชานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน ชิงเถาวางกล่องของขวัญไว้บนโต๊ะเล็ก ก่อนถอยไปยืนด้านหลัง แรก ๆ ยังมีเสียงคนเดินผ่านเรือนเป็นระยะ ต่อมาค่อยเงียบลง แสงอาทิตย์เลื่อนจากชายระเบียงเข้ามาถึงพื้นโถงชาร้อนที่หญิงรับใช้นำมาให้เริ่มเย็น ลี่ชายกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้กินอาหาร นางมองถาดว่างตรงกลางโต๊ะ ก่อนหันไปถามชิงเถาเบา ๆ ว่านำขนมติดมาหรือไม่ เด็กสาวส่ายหน้าอย่างเสียใจ เยี่ยนโจวได้ย
ลี่ชารับพู่กันมาลงชื่ออย่างช้า ๆ ลายมือยังไม่งดงามนัก แต่พออ่านออก นางวางพู่กันแล้วเลื่อนกระดาษให้เขา เยี่ยนโจวมองชื่อหลินลี่ชาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลงชื่อของตนด้านข้าง หมึกสีดำซึมลงบนกระดาษ ครบหกเดือนนับจากวันนี้ ทั้งคู่จะดำเนินการแยกทางโดยสมัครใจ เขาวางพู่กันแรงกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย“พอใจแล้วหรือ”ลี่ชารอให้หมึกแห้ง ก่อนหยิบฉบับของตนขึ้นตรวจอีกครั้ง“ขอบคุณที่ยอมคุยกัน”คำขอบคุณนั้นจริงใจจนเขาหาคำตอบไม่ถูกเยี่ยนโจวลุกขึ้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกพาดพนักเก้าอี้ ขณะที่ลี่ชาพับหนังสือข้อตกลงเก็บใส่กล่องเล็กซึ่งมีกุญแจของนางเองนางปิดฝากล่องด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของคืนเขามองแล้วรู้สึกขัดตาอย่างบอกไม่ถูกหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลี่ชาหันมองเตียง แล้วมองตั่งยาวริมหน้าต่างเยี่ยนโจวเห็นสายตานั้นทันที“อะไรอีก”“เรื่องที่นอน”เขามองเตียงกว้าง ก่อนหันกลับมาหานาง“เจ้าคงไม่ได้จะให้ข้าออกไปนอนนอกเรือน”“ไม่ต้อง ข้างนอกมีคนอยู่มาก หากเห็นท่านออกไปคงถามกันไม่จบ”“แล้ว?”นางเหลือบไปยังตั่งอีกครั้งเยี่ยนโจวเงียบไปนาน ก่อนกล่าวชัด ๆ“นี่เรือนข้า”“ข้าทราบ”“เตียงก็ของข้า”ลี่ชามองใบหน้าเขา แล้ว







