Share

คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
Author: หรงหรงจื่ออี

บทที่ 1

Author: หรงหรงจื่ออี
เสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียนแต่งงานกันลับ ๆ มาห้าปี เป็นสามีภรรยากันตามพฤตินัย หากว่าไม่มีความรักใคร่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ไม่สิ น่าจะต้องพูดว่าเสิ่นชิงซูซ่อนเร้นความรู้สึกที่มีต่อสามีได้อย่างมิดชิดไร้ร่องรอยใดปรากฏมากกว่า

ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมืองที่เจริญรุ่งเรืองถูกปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลน ทั่วทุกสารทิศมีแต่ความคึกคักครื้นเครง

เว้นแต่ในคฤหาสน์หนานซีที่ใหญ่โตโอ่อ่ากลับมีแค่เสิ่นชิงซูอยู่เพียงลำพัง

เธอต้มบะหมี่ง่าย ๆ ให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง แต่กลับไม่กินสักคำ

มือถือบนโต๊ะอาหารกำลังเล่นภาพเคลื่อนไหวบนไทม์ไลน์ในแอปพลิเคชันไลน์หนึ่งอยู่...

ผู้ชายในจอมีนิ้วเรียวยาวเห็นข้อกระดูกชัดเจน มือข้างนั้นถือแหวนเพชรเม็ดเท่าไข่นกพิราบ ดันสวมเข้าไปที่นิ้วนางอันเรียวเล็กของหญิงสาวย่างแม่นยำ

ตามด้วยเสียงอ่อนหวานชดช้อยของหญิงสาวดังแว่วขึ้นมา “คุณฟู่ ขอฝากชีวิตที่เหลือด้วยนะ”

เสิ่นชิงซูจ้องนาฬิกาที่ข้อมือของชายในจอนิ่ง เครื่องหมายแสดงตัวตนซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ความขมขื่นก็เริ่มทะลักเข้ามาในใจ

ภาพเคลื่อนไหวได้หยุดนิ่งลงแล้ว ทว่านิ้วมือกลับยังคงไม่อาจเลื่อนขยับ เธอทำได้แค่ยืนยันราวกับการทรมานตัวเองซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น

เมื่อครึ่งปีก่อนหญิงสาวเป็นฝ่ายเพิ่มเพื่อนเธอในไลน์

นับแต่นั้นมา เธอก็มักได้เห็นสามีตัวเองผ่านไทม์ไลน์ของหญิงสาวอยู่เนืองนิตย์

แต่งงานแบบไม่เปิดเผยมาห้าปี จนมาวันนี้ เสิ่นชิงซูถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้สามีของเธอก็อบอุ่น โรแมนติกและใส่ใจรายละเอียดได้ถึงขนาดนี้ด้วย

บะหมี่ที่เมื่อครู่ยังมีควันพวยพุ่งเย็นชืดแล้ว

บะหมี่กินไม่ได้แล้ว เธอเพิ่งจะจับตะเกียบคีบขึ้นมา กลับเหมือนว่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

เฉกเช่นเดียวกับการสมรสอันเลวร้ายนี้ของเธอ ไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้อีก

เสิ่นชิงซูหลับตาลง น้ำตาร่วงเผาะ เธอลุกขึ้นกลับห้องไปล้างหน้าล้างตา ก่อนปิดไฟแล้วล้มตัวนอนลง

ดึกมากแล้ว ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นกลับแทรกขึ้นมาด้วยเสียงปลดสายรัดเสื้อผ้า

เสิ่นชิงซูนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงหลังใหญ่

เธอรู้ว่าฟู่ซือเหยียนกลับมาแล้ว แต่ยังคงหลับตาปี๋แสร้งทำทีเป็นว่านอนหลับสนิท

เตียงด้านข้างยุบลงยวบ

ตามด้วยร่างกายใหญ่โตที่เข้ามาคร่อมอยู่บนตัวเธอ

หัวคิ้วของเสิ่นชิงซูขมวดเป็นปมเล็กน้อย

ชั่วอึดใจต่อมาชายกระโปรงชุดนอนถูกเลิกขึ้นสูง ฝ่ามือกระด้างแต่อุ่นร้อนเริ่มวางนาบลงมา...

เสิ่นชิงซูสะดุ้งตกใจ รีบลืมตาฉับพลัน

เค้าโครงองคาพยพอันคมคายบนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงคืบ แว่นกรอบบางสีเงินวางคาดไว้บนสันจมูกที่สูงโด่ง

ไฟหัวเตียงดวงเล็กยังคงเปิดไว้ในค่ำคืน แสงนวลสีส้มตกกระทบบนกระจกแว่น

ดวงตาเฉี่ยวยาวหลังเลนส์แว่นของชายหนุ่มระคนด้วยความต้องการ

“ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมาล่ะคะ?”

เสียงของเธอนุ่มนวลละมุนละไมแต่กำเนิด

ชายหนุ่มจดจ้องหางตาอันแดงก่ำของเธอ คิ้วดกดำเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ไม่ต้อนรับเหรอ?”

เสิ่นชิงซูมองเข้าไปในแววตาลุ่มลึกสีดำขลับประหนึ่งหยกทมิฬของชายหนุ่มตรง ๆ ก่อนกล่าวอธิบายเสียงแผ่ว “เปล่า แค่คิดไม่ถึงนิดหน่อยน่ะ”

ปลายนิ้วอันเรียวยาวของชายหนุ่มแข็งกระด้างแต่ก็อบอุ่น ลูบไล้ผ่านใบหน้าอันนวลลออผุดผ่องของเธอเบา ๆ นัยน์ตาสีดำขลับมืดสนิท น้ำเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังดังขึ้น “ถอดแว่นตาออกซะ”

เสิ่นชิงซูขมวดคิ้วเล็กน้อย

ดวงหน้าถูกปลายนิ้วของเขาลูบไล้อย่างเบามือ เธอมองใบหน้าที่ทำให้เธอหลงรักหัวปักหัวปำมานานนับปี ในหัวพลันปรากฏภาพเคลื่อนไหวบนไทม์ไลน์เมื่อครู่นี้...

เธอที่ทำใจขัดอารมณ์เขาไม่ได้มาโดยตลอดปฏิเสธเขาด้วยสีหน้าเย็นยะเยือกเป็นครั้งแรก “ฉันไม่ค่อยสบาย”

“ประจำเดือนมาแล้วเหรอ?”

“ไม่ใช่ค่ะ ก็แค่…”

“งั้นก็อย่ามาทำให้เสียอารมณ์”

เสียงทุ้มต่ำเย็นชาตัดบทเธอที่กำลังจะอธิบาย นัยน์ตาลุ่มลึกเริ่มมืดมนดังบรรยากาศยามราตรี

เสิ่นชิงซูรู้ว่าเขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่

ในชีวิตสมรสครั้งนี้ เธอคือฝ่ายที่ต่ำต้อยและยึดเอาความต้องการของเขาเป็นหลักเสมอมา

เสิ่นชิงซูรู้สึกชอกช้ำในใจ จึงน้ำตารื้นอย่างห้ามไม่อยู่

แว่นตาถูกชายหนุ่มโยนทิ้งไปที่ตู้ข้างหัวเตียง มือใหญ่ของบุรุษคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าอันเรียวเล็กและงดงามของเธอ...

ไฟดวงเล็กสีส้มที่หัวเตียงดับลง

ภายในห้องนอนเข้าสู่ความมืดมิด

การรับรู้ถูกเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด

ไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือน ฟู่ซือเหยียนรุนแรงจนน่ากลัว

เสิ่นชิงซูขัดขืนแต่ไร้ผล สุดท้ายได้แต่กัดฟันฝืนทน...

หิมะนอกหน้าต่างตกหนักขึ้นทุกที ลมหนาวพัดกระโชกหวีดหวิว

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เสิ่นชิงซูเปียกโชกไปทั้งร่าง

รู้สึกไม่สบายท้องเล็กน้อย

นึกถึงเรื่องที่ประจำเดือนของตนยังไม่มาเสียที สุดท้ายเธอจึงเอ่ยออกไปว่า “ฟู่ซือเหยียน ฉัน…”

แต่บุรุษกลับไม่พอใจที่เธอวอกแวก จึงกระแทกร่างอย่างกระหน่ำยิ่งขึ้น

เสียงเล็กบางที่พูดไม่เป็นคำของเธอถูกชายหนุ่มกลืนกินไปพร้อมกับจุมพิตที่เอาแต่ใจไม่หยุด...

ครั้นเสร็จกิจ ท้องฟ้ายังไม่สว่าง

เสิ่นชิงซูเหนื่อยล้าจนแทบสติเลือนราง ท้องน้อยรู้สึกปวดหนึบ อาการไม่รุนแรง แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้

ได้ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์แล้ว เธอจึงพยายามดึงสติไว้และลืมตาขึ้นมา

ภายในทัศนวิสัยอันพร่ามัว เห็นเพียงชายหนุ่มเดินไปรับสายที่ริมหน้าต่าง

ในห้องเงียบสงัด จึงสามารถได้ยินเสียงออดอ้อนที่ดังแว่วมาราง ๆ

เขากล่าวปลอบโยนปลายสายอย่างใจเย็น แต่หมางเมินไม่สนใจไยดีภรรยาที่หลับลึกอยู่ข้าง ๆ

ผ่านไปไม่นาน มีเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากชั้นล่าง

ฟู่ซือเหยียนไปแล้ว

……

ครั้นตื่นขึ้นในวันถัดมา ที่นอนข้างกายยังคงเย็นเฉียบดังเดิม

เสิ่นชิงซูพลิกตัวทีหนึ่ง ลูบท้องน้อยเบา ๆ

ไม่ปวดแล้ว

กริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นฉินฟางแม่ของฟู่ซือเหยียน

“เธอมาที่นี่เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเย็นชาแกมบังคับ ไม่เปิดช่องให้เธอปฏิเสธ

เสิ่นชิงซูตอบรับเสียงเรียบไปคำหนึ่ง

ฉินฟางกดวางโทรศัพท์

แต่งงานกับฟู่ซือเหยียนอย่างลับ ๆ มาห้าปี ฉินฟางก็ไม่เคยชอบขี้หน้าเธอเลย เสิ่นชิงซูจึงชินแล้ว

อย่างไรเสียตระกูลฟู่ก็เป็นอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลเศรษฐีใหญ่แห่งเมืองเป่ย แม้เธอจะเกิดในตระกูลเสิ่น แต่กลับเป็นลูกสาวถูกทิ้งที่ไม่มีใครรัก

การแต่งงานระหว่างเธอและฟู่ซือเหยียนเกิดจากการทำข้อตกลงกัน

เมื่อห้าปีก่อนแม่ได้พลั้งมือฆ่าพ่อตายระหว่างโดนทำร้ายร่างกายครั้งหนึ่ง น้องชายร่วมมือกับย่าและทุกคนในตระกูลเสิ่นฟ้องร้องแม่ พยายามขอให้ตัดสินโทษประหารชีวิต

ตระกูลเจียงซึ่งเป็นครอบครัวเดิมของแม่ก็เป็นตระกูลเศรษฐีในเมืองเป่ยเหมือนกัน กลับประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับแม่หลังจากเกิดเรื่องในทันที

เนื่องจากเป็นกระบอกเสียงให้แม่ เสิ่นชิงซูจึงถูกตระกูลเสิ่นและตระกูลเจียงตามทำร้ายและเอาคืน ครั้นอับจนหนทาง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่แนะนำให้เธอไปหาฟู่ซือเหยียน

ในแง่ของอำนาจ ภูมิหลังของตระกูลฟู่คือตัวตนที่ตระกูลเจียงและตระกูลเสิ่นร่วมมือกันก็ไม่อาจสร้างความสะเทือนได้

ในด้านกฎหมาย คดีที่ผ่านมือฟู่ซือเหยียนจวบจนถึงปัจจุบันยังคงสถิติแพ้คดีเป็นศูนย์ดังเดิม

ในท้ายที่สุดฟู่ซือเหยียนช่วยเหลือให้แม่มีโทษจำคุกแค่ห้าปี ซึ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้ เสิ่นชิงซูต้องแต่งงานแบบไม่เปิดเผยกับฟู่ซือเหยียน

จากที่ฟังฟู่ซือเหยียนพูด พ่อแม่บังเกิดเกล้าของลูกเลี้ยงฟู่ซืออวี่ลาโลกไปด้วยอุบัติเหตุอย่างโชคไม่ดี

และเขาเป็นเพื่อนรักกับพ่อของฟู่ซืออวี่ ดังนั้นจึงรับฟู่ซืออวี่ที่ยังแบเบาะมาเลี้ยง

ตอนนี้ผ่านมาห้าปีแล้ว อีกแค่เดือนเดียว แม่ก็จะพ้นโทษออกมาแล้ว

การแต่งงานครั้งนี้ถูกตีราคาอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับในสิ่งที่ต้องการ ฉะนั้นเสิ่นชิงซูไม่ได้เสียเปรียบ

น่าเสียดายที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าการแต่งงานนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรัก หนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่ามันจะจบลงเมื่อใด แต่กระนั้นเธอก็ยังแอบมีใจให้อยู่ดี

เสิ่นชิงซูหยุดความคิดนั้นไว้ ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าห้องอาบน้ำไป

ขณะอาบน้ำพลันรู้สึกไม่สบายท้องน้อยขึ้นมาอีกรอบ

ความวิตกกังวลเริ่มก่อเกิดขึ้นในใจเป็นครั้งที่สอง

เธอกับฟู่ซือเหยียนป้องกันทุกครั้ง มีเพียงครั้งนั้นครั้งเดียวที่ฟู่ซือเหยียนเมาเหล้าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...

แม้วันถัดมาเธอจะกินยาไปแล้ว แต่ก็มีกรณีที่ป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ล้มเหลวเหมือนกัน

เพื่อรับประกันความเสี่ยง ระหว่างทางที่เสิ่นชิงซูขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลฟู่ ก็มาจอดเทียบที่หน้าร้านยาแห่งหนึ่ง ก่อนลงรถไปซื้อที่ตรวจครรภ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
ณัฐตรี กุศลเพิ่มพูล
น่าติดตามดีค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 510

    เขาถึงขั้นนึกถึงคำพูดที่เสิ่นชิงซูเคยพูดกับเขา[ฟู่ซือเหยียน กระทั่งว่าลูกสาวกำลังโกรธคุณหรือกำลังอ้อนคุณ คุณก็ยังแยกไม่ออก]ดังนั้นตอนนี้ลูกสาวกำลังอ้อนเขาอยู่สินะฟู่ซือเหยียนไม่แน่ใจแต่เขาต้องลองทำความเข้าใจนี่คือสิ่งที่เขาซึ่งเป็นพ่อควรกระทำฟู่ซือเหยียนมองเด็กน้อยเปราะบางน่ารัก เสียงอ่อ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 499

    ชั้นหนึ่ง เสิ่นชิงซูกับฉินเยี่ยนเฉิงต่างนั่งลงเวินจิ่งซีชงชาเงียบ ๆ“เป็นคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น บางอย่างผมผมพูดตรง ๆ ไป หมอฉินไม่ถือสาใช่ไหมคะ?”ฉินเยี่ยนเฉิงยิ้มอย่างจนใจ “ตอนนี้ผมเครียดกว่าทุกคน ยังหวังให้พวกคุณช่วยออกไอเดียให้ผมด้วยนะครับ!”“ซิงซิงน่าจะเป็นซึมเศร้าหลังคลอดนิดหน่อยค่ะ”ฉินเยี่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 494

    เพียงแต่ก่อนหน้าวันนี้ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจิ้นเชวี่ยจะมีความรู้สึกอื่นที่นอกเหนือจากความเป็นเพื่อนกับเธอแต่เธอก็คิดกับจิ้นเชวี่ยเป็นแค่เพื่อนมาโดยตลอด“จิ้นเชวี่ยคะ น่าจะเป็นฉันที่ต้องถามคุณมากกว่า ว่าฟู่ซือเหยียนรู้สถานะของคุณมาตั้งแต่แรกหรือเปล่า?”“เขาก็น่าจะเพิ่งมารู้เมื่อไม

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 520

    “แต่เรื่องความรุนแรงในครอบครัว คนที่เคยเจอกับตัวจะรู้ดีว่ามีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง ไม่มีทางเปลี่ยนได้หรอกค่ะ หลังจากนั้นเขาก็ลงมืออีกหลายครั้ง ฉันก็เริ่มรู้ตัวว่าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปไม่ได้แน่ ๆ ฉันเลยแอบติดกล้องไว้ในบ้าน ตอนลูกอายุเจ็ดเดือน ฉันโดนเขาตีจนซี่โครงหักต้องส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน ครั้งนั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status