Masuk“ระหว่างผมกับเธอไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ”หานหมิงอวี่ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดเหมือนโดนใส่ร้าย น้ำเสียงจึงเย็นชาลงหลายส่วน “เสิ่นชิงซู ผมรู้นะว่าคุณไม่ชอบขี้หน้าผม แต่ในสายตาคุณ ผมเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือไง?”เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากเธอไม่ได้หมายความแบบนั้นแค่รู้สึกว่าระหว่างชีหมิงเสวียนกับหานหมิงอวี่ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ ๆ อย่างน้อยที่สุด ระหว่างพวกเขาก็ต้องมีใครสักคนที่ปิดบังอะไรบางอย่างไว้แต่ในเมื่อหานหมิงอวี่ปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนี้ เธอก็จะไม่เซ้าซี้ต่ออีกอย่างตอนนี้ชีหมิงเสวียนก็นอนหมดสติไม่รู้เรื่องรู้ราว หานหมิงอวี่ก็ยืนกรานปฏิเสธ เธอเองก็คงพูดอะไรมากไม่ได้“ในเมื่อคุณเป็นห่วงชีหมิงเสวียนขนาดนี้ งั้นก็ฝากเธอไว้กับคุณแล้วกัน ผมกำลังหาทางปลีกตัวไม่ได้อยู่พอดี!” หานหมิงอวี่พูดจบ ก็ยื่นใบแจ้งหนี้ในมือให้เสิ่นชิงซู “ตั้งแต่วันนี้ไป คุณดูแลเธอแล้วกัน ผมไปล่ะ”เสิ่นชิงซูรับใบแจ้งหนี้มา “คุณ...”หานหมิงอวี่โบกมือ “ไปล่ะ”แล้วเขาก็เดินจากไปดื้อ ๆ แบบนั้นเลยเสิ่นชิงซูมองแผ่นหลังอันไร้เยื่อใยของหานหมิงอวี่ คิ้วขมวดมุ่นฟู่ซือเหยียนยื่นมือมาดึงใบแจ้งหนี้ไป “เดี๋ย
ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออก เสิ่นชิงซูเดินออกมาชายหนุ่มทั้งสองหยุดบทสนทนาลงพร้อมกันอย่างรู้ใจ“ซิงซิงมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ” เสิ่นชิงซูมองไปที่ฉินเยี่ยนเฉิง “ฉันคุยกับเธอแล้ว ตอนนี้อารมณ์เธอโอเคขึ้นแล้ว หมอฉินคะ หวังว่าครั้งนี้คุณจะใจเย็น ๆ แล้วหันหน้าคุยกับเธอดี ๆ นะคะ”ฉินเยี่ยนเฉิงเม้มปากเล็กน้อย “ผมทราบแล้วครับ”“งั้นพวกเรากลับก่อนนะ”“เดินทางปลอดภัยครับ” ฉินเยี่ยนเฉิงกล่าวลาพวกเขา แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องพักประตูห้องพักปิดลง เสิ่นชิงซูเดินเคียงข้างฟู่ซือเหยียนไปยังลิฟต์พอมาถึงหน้าลิฟต์ ประตูก็เปิดออกพอดีภายในลิฟต์ หานหมิงอวี่เพิ่งจะก้าวเท้าออกมา พอเห็นเสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียน เขาก็ชะงักเสิ่นชิงซูและฟู่ซือเหยียนเองก็ตกใจเช่นกัน ไม่คิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอกันที่นี่ทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กหานหมิงอวี่เดินออกมาจากลิฟต์ แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อนจากนั้นสายตาของเขาก็กวาดมองผ่านมือทั้งสองข้างของฟู่ซือเหยียน แววตาแฝงความเหยียดหยามในใจคิดว่า สมกับเป็นฟู่ซือเหยียนจริง ๆ ถึงขั้นใช้อุบายเจ็บตัวเรียกคะแนนสงสารเลยเหรอฟู่ซือเหยียนเห็นแววตาเย้ยหยันของหานหมิงอวี่ชั
“แค่แผลเล็กน้อย” ฟู่ซือเหยียนตอบปัด ๆ “นายกับเฉียวซิงเจียเป็นยังไงบ้าง?”“ก็งั้นๆ แหละ” ฉินเยี่ยนเฉิงถอนหายใจ “นี่นายแวะมาเยี่ยมเมียฉันงั้นเหรอ?”“เปล่า”ฉินเยี่ยนเฉิง “...?”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปาก “ฉันมาหาอาซู”ฉินเยี่ยนเฉิงกรอกตามองบนอย่างหมั่นไส้ “พอเถอะน่า เธอไม่ต้อนรับนายด้วยซ้ำ นายกลับไปดีกว่า เดี๋ยวพอเห็นหน้านายแล้วเสิ่นชิงซูของขึ้น เมียฉันยิ่งทนเห็นเพื่อนโดนรังแกไม่ได้อยู่ด้วย เดี๋ยวคนซวยก็เป็นฉันอีก!”ฟู่ซือเหยียนยิ้มจาง ๆ “ไม่หรอกน่า”ไม่หรอกกับผีน่ะสิ!ฉินเยี่ยนเฉิงถือซะว่าฟู่ซือเหยียนหน้าหนาก็แล้วกันเขาผลักประตูห้อง เดินเข้าไปพลางชูมือสองข้างขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ “ผมขอบอกไว้ก่อนนะ คนคนนี้ผมไม่ได้พามา เขามาของเขาเอง ไม่เกี่ยวกับผมนะ!”พอได้ยินเสียง เสิ่นชิงซูที่กำลังปอกแอปเปิลอยู่ก็ชะงัก หันข้างกลับมามองที่ประตูเมื่อเห็นฟู่ซือเหยียน เธอก็ยิ้มบาง ๆ “น้ำเกลือหมดเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”“อืม” ฟู่ซือเหยียนส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ จากนั้นเดินเข้ามามองเฉียวซิงเจียที่อยู่บนเตียงคนไข้ พยักหน้าให้เล็กน้อย “ดีขึ้นบ้างไหม?”“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง” เฉียวซิงเ
เสิ่นชิงซูพาฟู่ซือเหยียนไปทำแผลก่อนหลังจากทำแผลเสร็จ ยังต้องให้น้ำเกลือต่ออย่างน้อย ๆ ก็หนึ่งชั่วโมงกว่าเสิ่นชิงซูลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามเขาว่า “คุณอยู่คนเดียวได้ไหม?”ฟู่ซือเหยียนรู้ว่าในใจเธอเป็นห่วงเฉียวซิงเจีย “ตรงนี้มีพยาบาลอยู่ คุณไปดูเฉียวซิงเจียก่อนเถอะ น้ำเกลือหมดแล้วเดี๋ยวผมไปหาคุณ”เสิ่นชิงซูพยักหน้า “งั้นมีอะไรก็โทรหาฉันนะ”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะไม่ต้องห่วง”เสิ่นชิงซูจึงไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินตรงไปยังตึกผู้ป่วยใน......เสิ่นชิงซูมาหยุดหน้าห้องพักฟื้นของเฉียวซิงเจีย ยกมือขึ้นเคาะประตูไม่นานประตูก็เปิดออกฉินเยี่ยนเฉิงเห็นว่าเป็นเธอ ก็กล่าวทักทายแล้วเบี่ยงตัวหลบให้เสิ่นชิงซูพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปในห้องเฉียวซิงเจียยังคงหลับสนิทเสิ่นชิงซูเดินไปที่ข้างเตียง ยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอไข้ลดแล้วฉินเยี่ยนเฉิงปิดประตูแล้วเดินเข้ามาเสิ่นชิงซูถามขึ้น “เธอไม่ตื่นเลยเหรอคะ?”“เมื่อเช้าตอนหกโมงกว่าตื่นมาพักหนึ่ง ถามผมว่าแม่ยายเป็นยังไงบ้าง? ผมไม่กล้าปิดบังเธอ แต่ก็พยายามพูดให้ฟังดูดีที่สุด พอเธอฟังจบก็แค่พยักหน้า จากนั้นก
“ผมปิดบังคุณเอง ไม่โทษคุณหรอก”“แต่ฉันโกรธจริง ๆ นะคะ” เสิ่นชิงซูมองเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่จริงจัง “ตอนนั้นฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะแต่งงานใหม่เร็วขนาดนั้น ถึงขั้น เสียใจอยู่เหมือนกัน”ฟู่ซือเหยียนอึ้งไปผ่านไปหลายวินาที กว่าเขาจะตั้งสติได้ ขนตาเขาสั่นไหว ร่างกายเกร็งขึ้นมาทันที “อาซู คุณหมายความว่า...”คำพูดต่อจากนั้น ฟู่ซือเหยียนไม่ได้เอ่ยออกมา แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าใจกันดีนัยน์ตาคู่สวยของหญิงสาวเจือรอยยิ้มจาง ๆ ที่ก้นบึ้งของดวงตานั้น สะท้อนเพียงใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มนี่คือคำตอบที่ไร้เสียงของเธอภายในรถเงียบสนิทลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองนิ้วมือที่พันผ้ากอซกุมท้ายทอยของหญิงสาวไว้ ภายใต้สายตาที่ตื่นตะลึงเล็กน้อยของเธอ ชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงจูบวินาทีที่ริมฝีปากสัมผัสกัน หัวใจทั้งสองดวงราวกับระเบิดออกในฉับพลันเลือดลมร้อนผ่าวสูบฉีดไปทั่วร่าง ความรู้สึกซาบซ่านแผ่กระจายจากริมฝีปากลามไปจนถึงกลางกระหม่อมทีละน้อยจูบของฟู่ซือเหยียนทั้งแผ่วเบาและอ่อนโยน เต็มไปด้วยความอดกลั้นและยับยั้งชั่งใจแยกทางกันไปหลายปี ต่างฝ่ายต่างครองตัวเป็นโสด ทั้งคู่จึงด
เสิ่นชิงซูเดินไปนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับฟู่ซือเหยียนป้าอวิ๋นตักโจ๊กข้าวฟ่างวางลงตรงหน้าเธอ ปรายตามองฟู่ซือเหยียนแวบหนึ่ง แล้วช่วยพูดแก้ต่างให้“คุณฟู่แค่ฝืนทำเก่งไปงั้นแหละค่ะ เขาไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าเด็ก ๆ น่ะค่ะ!”ฟู่ซือเหยียนกระแอมเบา ๆ พยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองสุดฤทธิ์“คือวันนี้รู้สึกว่าแผลดีขึ้นมากแล้ว ผ้ากอซก็พันหลวมลงหน่อย นิ้วเลยพอจะขยับถูไถได้บ้าง”ความจริงเสิ่นชิงซูมองลูกไม้ตื้น ๆ ของฟู่ซือเหยียนออกตั้งนานแล้ว แต่เห็นแก่ที่ครั้งนี้เขาเสียสละเพื่อเธอมากขนาดนี้ เธอจึงทำใจร้ายให้เขาผิดหวังไม่ลงก็แค่ไม่กี่วันนี้ ถือซะว่าเลี้ยงเด็กก็แล้วกัน“อาการดีขึ้นก็ดีแล้ว กินข้าวเสร็จฉันจะพาคุณไปล้างแผลให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล” เสิ่นชิงซูเอ่ยขึ้นพอได้ยินดังนั้น ฟู่ซือเหยียนก็มองหน้าเธอเสิ่นชิงซูก้มหน้าก้มตากินโจ๊กฟู่ซือเหยียนเห็นสีหน้าเธอเป็นปกติ แน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้โกรธ ถึงได้ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังกินมื้อเช้าเสร็จ เสิ่นชิงซูจะพาฟู่ซือเหยียนไปล้างแผลที่โรงพยาบาล และจะแวะไปเยี่ยมเฉียวซิงเจียด้วยเสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันรบเร้าจะขอตามไปด้วยโรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะ เสิ่นชิ







