Masukบรรยากาศที่เคยละมุนละไมจากร้านอาหารไทยพังทลายลงทันทีที่รถยุโรปของคุณนายเอมอรเลี้ยวเข้ามาในเขตปั๊มน้ำมันทวีกิจ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงหรี่มองรถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่จอดขวางหน้าออฟฟิศชั่วคราวของเธออย่างเสียมารยาท และที่แย่ไปกว่านั้นคือร่างของใครบางคนที่ยืนพิงรถคันนั้นอยู่
หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้ารูปแบบสมัยใหม่ เส้นผมซอยสั้นดูโฉบเฉี่ยว และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบคนรุ่นใหม่ เธอคือ แพรวพราว เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งมาเปิดดักหน้าปั๊มของเอมอรไม่ถึงกิโลเมตร แน่นอนว่าเธอคือคู่แข่งตัวฉกาจที่เอมอรเกลียดเข้าไส้
“อ้าว นั่นคุณแพรวนี่คะ” กนกอรเปรยขึ้นเบา ๆ
“รู้จักกันด้วยเหรอ?” เอมอรเสียงแข็งขึ้นมาทันที มือที่จับพวงมาลัยเผลอกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ
“รู้จักค่ะ เคยร่วมงานกันตอนโปรเจกต์คอนโดที่กรุงเทพฯ เธอเป็นลูกค้าที่ใจกว้างมากคนหนึ่งเลยค่ะ”
คำว่า ‘ใจกว้าง’ และ ‘ลูกค้า’ ทำเอาคุณนายเอมอรหน้าร้อนผ่าว เธอเบรกรถกะทันหันจนตัวโก่งก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยท่าทางดุดันราวกับจะไปออกรบ กนกอรเดินตามลงมาด้วยอาการสำรวมแต่แววตากลับฉายแววพึงพอใจบางอย่างเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคุณนาย
“ลมอะไรหอบเจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์มาถึงปั๊มน้ำมันโทรม ๆ ของฉันล่ะคะคุณแพรวพราว?”
เอมอรเอ่ยประชดประชันพลางกอดอกมองคู่แข่ง ทว่าแพรวพราวไม่ได้สนใจคำจิกกัดของเอมอร เธอถอดแว่นกันแดดออกแล้วส่งยิ้มหวานไปให้กนกอรที่เดินตามหลังมา
“ฉันไม่ได้มาหาคุณนาย ฉันมาหา กนก ต่างหาก”
กนกอรยิ้มตอบตามมารยาท “สวัสดีค่ะคุณแพรว มีธุระด่วนอะไรรึเปล่าคะถึงมาหาถึงที่นี่”
“ด่วนสิคะ” แพรวพราวยิ้มเต็มใบหน้า เธอเดินมาหยุดตรงหน้ากนกและมองคนตัวเล็กกว่าอย่างสนใจ
“โปรเจกต์เฟสสองของแพรวที่กำลังจะขึ้น แพรวอยากให้กนกไปเป็นหัวหน้าทีมออกแบบให้ แพรวรู้ว่ากนกกำลังทำงานที่นี่อยู่ แต่แพรวยินดีจ่ายค่าเสียเวลาและอัปค่าตัวให้กนกเป็นสามเท่านะคะ หรือจะเรียกเท่าไหร่ก็ได้”
เอมอรยืนฟังจนหัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธ สามเท่างั้นเหรอ? นี่มันตั้งใจมาตบหน้ากันชัด ๆ แถมยังมาเรียก ‘กนก’ เฉยๆ ราวกับสนิทสนมกันมาแรมปี
“กนกอรเค้ามีสัญญาจ้างกับฉันอยู่ คุณไม่รู้มารยาททางธุรกิจรึไงคุณแพรวพราว” เอมอรแทรกขึ้น เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น
“สัญญาจ้างก็แค่กระดาษแผ่นเดียวค่ะคุณนาย ถ้ากนกอยากไป แพรวจัดการเรื่องกฎหมายให้ได้ทุกอย่าง”
แพรวพราวขยับเข้าไปใกล้กนกอรมากขึ้น มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะต้นแขนของสถาปนิกสาวอย่างถือวิสาสะ
“ไปอยู่กับแพรวเถอะนะคะ ที่นั่นมีอิสระกว่า และที่สำคัญ แพรวดูแลกนกได้ดีกว่า คนแก่ แถวนี้แน่นอน”
คำว่า คนแก่ เหมือนระเบิดที่โยนเข้ากลางกองเพลิง เอมอรฟิวส์ขาดทันที เธอเดินปรี่เข้าไปกระชากมือของแพรวพราวออกจากแขนกนกอร แล้วดึงตัวสถาปนิกสาวให้มาอยู่ข้างหลังเธออย่างปกป้อง
“หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้วแพรวพราว!”
เอมอรตวาดลั่นจนเด็กปั๊มแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว “กนกอรจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
“ทำไมคะ? คุณนายจะบังคับเค้าเหรอ?” แพรวพราวหัวเราะในลำคอ “กนกเป็นอิสระ เขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้”
“ใช่! เค้าเลือกได้ และเค้าเลือกที่จะอยู่ที่นี่!” เอมอรสบตากับแพรวพราวด้วยสายตาที่ดุดันที่สุดในชีวิต “และฟังฉันให้ชัด ๆ นะ กนกไม่ใช่แค่สถาปนิกที่บริษัทส่งมาทำออฟฟิศให้ฉัน แต่เธอเป็น คนของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง หรือมาเสนอหน้าดึงตัวเค้าไปทั้งนั้น!”
คำว่า ‘คนของฉัน’ ถูกประกาศก้องไปทั่วปั๊มน้ำมัน ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ แพรวพราวอึ้งไปกับท่าทีหวงของที่รุนแรงเกินเหตุของคุณนายเอมอร ส่วนกนกอรที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับลอบยิ้มกว้างออกมา หัวใจของเธอพองโตเมื่อเห็นกำแพงที่แสนหยิ่งทะนงของคุณนายพังทลายลงเพราะความหึงหวง
“คนของคุณนายงั้นเหรอคะ...ในฐานะอะไรคะ?” แพรวพราวถามลองเชิง
“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถามหรอกนะ เธอรู้ไว้แค่ กนกอรต้องอยู่กับฉันเท่านั้น ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาเอาตัวไปไหนทั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้ฉันจองแล้ว”
“จองแล้ว?” แพรวพราวถามย้ำราวกับไม่เชื่อหู
“ใช่ ฉันจองแล้ว”
เอมอรพูดออกไปโดยไม่ทันคิดถึงผลที่จะตามมา เธอคว้าข้อมือของกนกอรไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายตัวไป “กลับไปซะแพรวพราว เป็นไปได้ก็ไม่ต้องเหยียบมาที่นี่อีก!”
แพรวพราวมองท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเอมอรแล้วส่ายหน้าขำ ๆ
“โอเค กลับก็ได้ เห็นคนเสียอาการจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้ แพรวไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัว แต่จำไว้นะคะกนก ข้อเสนอของแพรวยังเหมือนเดิม” แพรวพราวหันไปมองกนกด้วยสายตาหวานฉ่ำ “ถ้าเบื่อคนแก่ขี้โมโหแถวนี้เมื่อไหร่ โทรหาแพรวนะคะ”
แพรวพราวทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น ตามด้วยการขยิบตาด้วยท่าทีขี้เล่นให้กนกหนึ่งที แล้วเดินตัวปลิวออกมาจากตรงนั้น ทว่าท่าทีของเธอกลับทำให้อีกคนที่อยู่ตรงนั้นหัวร้อนมากกว่าเดิม
เมื่อรถสปอร์ตสีแดงขับออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม เอมอรยังคงกำข้อมือสถาปนิกสาวไว้แน่น ลมหายใจของเธอหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมตามอารมณ์ที่ยังค้างคา
“พี่คะ... ปล่อยมือได้แล้วค่ะ กนกเจ็บ”
เสียงนุ่มละมุนของกนกอรทำให้เอมอรได้สติ เธอรีบปล่อยมือทันที ใบหน้าที่เคยดุดันบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเพิ่งพูดอะไรออกไป
“เรื่องที่ฉันพูดไป ฉัน...ฉันแค่ทวงสัญญาจ้าง ยัยนั่นไม่มีมารยาท ฉันเลยต้องสั่งสอน”
“ทวงสัญญาจ้าง...ด้วยการประกาศว่าฉันเป็นคนของคุณเนี่ยนะคะ”
กนกอรขยับเข้าไปใกล้ ขีดจำกัดพื้นที่ส่วนตัวถูกทำลายลงจนแทบไม่เหลือ “คุณทำเหมือนกำลังหึงฉันเลยนะคะ”
“ใครหึง! ฉันแค่รำคาญยัยแพรวพราว!”
เอมอรเชิดหน้าเดินหนีเข้าไปในออฟฟิศ แต่กนกอรกลับเดินตามไปติด ๆ
“ถ้าไม่หึง...งั้นกนกขออนุญาตโทรหาคุณแพรวนะคะ พอดีเงินเดือนสามเท่ามันก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน”
“กนกอร!” เอมอรหันกลับมาถลึงตาใส่ “ถ้าเธอโทรไปคุยกับยัยนั่นแม้แต่คำเดียว ฉันจะ...ฉันจะ...”
“จะทำไมคะ?” กนกอรหยุดยืนตรงหน้า ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูคุณนายหน้าดุที่ตอนนี้ยืนแข็งทื่อเป็นหิน “จะจับฉันไปขังเหรอคะ คุณทำอย่างกับเป็นเจ้าของฉัน”
เอมอรใจสั่นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมของกนกอรวนเวียนอยู่ปลายจมูก ความหยิ่งทะนงที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกโหยหาที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด
“เธอมัน...เด็กนิสัยเสีย” เอมอรพึมพำเสียงแผ่ว
“เด็กนิสัยเสียเหรอคะ...เด็กนิสัยเสียที่คุณนายเพิ่งประกาศแสดงความเป็นเจ้าของไปเมื่อกี้อะนะ?” กนกอรยิ้มหวาน แววตาเต็มไปด้วยความเปล่งประกายของผู้ชนะ “พูดอะไรไว้ ห้ามคืนคำล่ะ”
เอมอรพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่สะบัดหน้าหนีไปที่โต๊ะทำงาน แต่หัวใจกลับเต้นรัวอย่างประหลาด ทุกคำพูดที่เธอเคยพูดไว้ ไม่ว่ากับกลุ่มเพื่อน กับกนกอร หรือแม้แต่กับตัวเอง ดูเหมือนว่าตอนนี้ คำพูดพวกนั้นกำลังย้อนกลับมาหาตัวคนพูดอย่างไม่ทันตั้งตัว
ไม่ชอบเด็ก ไม่คบเด็ก ไม่มีวัน...
หมายถึง อาจจะยังไม่ใช่วันนี้
แต่...อนาคตใครจะไปรู้ล่ะ?
สายลมหนาวพัดโชยผ่านระเบียงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวนี้คือสถานที่ที่เอมอรเลือกเพื่อฉลองวันครบรอบสามปีของการใช้ชีวิตร่วมกับกนกอร เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพฝัน แต่มันคือภาพฝันที่เป็นจริงและมั่นคงที่สุดในชีวิตของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันเอมอรในวัยที่ใกล้จะก้าวเข้าสู่เลขห้า ยังคงความสง่างามและดูเท่ไม่เปลี่ยน เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นมวยสูงบัดนี้ถูกปล่อยสยายรับลมทะเล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นสะท้อนภาพหญิงสาวรุ่นน้องที่เดินถือถาดไวน์เข้ามาหา“ดื่มหน่อยมั้ยคะที่รัก วิวสวยขนาดนี้ ไวน์รสชาติดีสักแก้วน่าจะช่วยให้ครบรอบสามปีของเราสมบูรณ์แบบขึ้น” กนกอรในวัยเกือบสี่สิบปีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานที่ยังคงขโมยหัวใจเอมอรได้เสมอเอมอรรับแก้วไวน์มาจากมือคนรัก พร้อมกับคว้าเอวบางของอีกฝ่ายมากอดไว้ สายตาของทั้งคู่ที่มองกันยังเต็มไปด้วยความหวานฉ่ำไม่ต่างจากวันแรก“เป็นสามปีที่เราตื่นมาเจอกันทุกเช้า แล้วก็ได้เข้านอนพร้อมกันทุกคืน พี่มีความสุขมากเลยค่ะ” เอมอรโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม “พี่ขอบคุณเธ
ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบในคฤหาสน์หลังงามของทวีกิจรุ่งเรือง กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฟ้าคะนองกึกก้องเพียงครั้งเดียว ก่อนที่แสงไฟระยิบระยับทั่วทั้งบ้านจะดับวูบลง ทิ้งทุกอย่างให้อยู่ในความมืดมิดที่น่าอึดอัด เครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงครางเบา ๆ เงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมพัดแรงปะทะบานหน้าต่างกนกอรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดไฟฉาย แต่ยังไม่ทันที่จะกดเปิด เธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและเสียงบางอย่างหล่นกระแทกพื้นมาจากทางห้องทำงานของเอมอร“พี่อร! พี่อยู่ไหนคะ!” กนกร้องเรียกพลางรีบสาวเท้าไปยังทิศทางของเสียง แสงจากไฟฉายมือถือตัดผ่านความมืดไปกระทบกับร่างของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องทำงาน มือทั้งสองข้างกอดเข่าแน่น ใบหน้าที่เคยดูสง่าและเด็ดเดี่ยวกลายเป็นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อพราย“พี่อร! เป็นอะไรไปคะ” กนกปราดเข้าไปทรุดตัวลงข้าง ๆ แล้วดึงร่างที่สั่นเทาของคนรักเข้ามากอดไว้แน่น“เธออย่าไปไหนนะ อย่าทิ้งพี่ไว้ในที่มืด...”เสียงของเอมอรสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอจิกเกร็งลงบนแขนข
ฤดูฝนเพิ่งจะผ่านพ้นไป ทิ้งความชุ่มฉ่ำและอากาศที่สดชื่นไว้ให้ปั๊มน้ำมันทวีกิจ กนกอรในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนตัวเก่งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมดินในสวนดอกไม้หลังออฟฟิศที่เป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกของเธอ เสียงเสียมกระทบพื้นดินดังขลุกขลักเป็นจังหวะ แต่ใบหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“คุณภรรยาคะ ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย”เสียงทุ้มแหบพร่าของเอมอรดังขึ้นจากด้านหลัง เธอเดินเข้ามาในชุดเสื้อผ้าที่ดูคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่กลับมีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ผูกทับอยู่ เอมอรถือตะกร้าที่บรรจุถุงมือและอุปกรณ์ทำสวนอันเล็ก ๆ มาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนแฟนเด็กอดไม่ได้ที่จะแซว“โห...นี่คุณนายเจ้าของปั๊มน้ำมันจะลงมาเป็นคนสวนเองเลยเหรอคะเนี่ย”“ก็คนสวนของพี่กำลังจะปลูกดอกไม้ให้พี่นี่นา แล้วพี่จะให้นั่งดูเฉย ๆ ได้ยังไง” เอมอรวางตะกร้าลงพลางสวมถุงมืออย่างคล่องแคล่ว“พี่เตรียมพันธุ์ไม้มาให้เธอเลือกเยอะแยะเลยนะ ทั้งกล้วยไม้ พุดซ้อน ชวนชม ที่รักอยากปลูกอะไรเพิ่มมั้ย”กนกอรยิ้มรับพลางส่ายหน้า “ไม่ปลูกอะไรเพิ่มแล้วค่ะ เพราะกนกมีดอกไม้พันธุ์พิเศษที่เตรียมจะลงดินแล้ว”เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบกระถางต้นกุหลาบพุ่มใหญ่สองกระถางที่วา
เวลาผันผ่านไปอย่างมั่นคงราวกับโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ปั๊มน้ำมันทวีกิจในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักเติมน้ำมันอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครผ่านไปมาต้องเหลียวมอง ออฟฟิศทรงโมเดิร์นที่โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้บานสะพรั่งคือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของสถาปนิกสาว และการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเจ้าแม่สายฟาดอย่างคุณนายเอมอรเช้าวันที่อากาศสดใส เอมอรในวัยที่ดูอ่อนเยาว์ลงกว่าแต่ก่อนมาก เดินถือถ้วยกาแฟคั่วบดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ เธอไม่ได้เคาะประตู ไม่ได้วางมาดขรึมอย่างที่เคยเป็น แต่กลับมีรอยยิ้มที่ละมุนละไมแต้มอยู่บนใบหน้าเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา“กาแฟค่ะคุณสถาปนิก...คิ้วขมวดแต่เช้าเลยเหรอ”เอมอรวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของแฟนสาว ที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาตรวจแบบแปลนปั๊มน้ำมันสาขาใหม่ทางภาคเหนือคนเด็กกว่าเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด แววตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนโยนลงกว่าวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันมหาศาล เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเอมอรแล้วดึงให้คนรักโน้มตัวลงมาหา“ขอบคุณค่ะที่รัก กนกได้ทำงานที่รักไม่เคยเหนื่อยเลยค่ะ แล้วกนกก็อยากให้แบบสาขานี้อ
สามสิบวันแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ สำหรับคุณนายเอมอรมันเป็นหนึ่งเดือนที่แสนยาวนานยิ่งกว่าช่วงเวลาที่เธอสร้างอาณาจักรปั๊มน้ำมันเสียอีก ทุกวันที่เธอขับรถจากปั๊มน้ำมันมาดักรอรับกนกอรที่หน้าบริษัทสถาปนิกในกรุงเทพฯ เธอจะคอยนับถอยหลังในใจเสมอ จนกระทั่งถึงเช้าวันจันทร์ที่สดใส วันที่กนกอรไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มบริษัทเดิมอีกต่อไป แต่กลับอยู่ในชุดสูทลำลองสีขาวครีมที่เอมอรเป็นคนสั่งตัดให้เป็นพิเศษวันนี้ไม่ใช่แค่วันเริ่มงานใหม่ของกนกอร แต่มันคือวันเปิดตัวโครงการ ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สาขาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่กนกอรออกแบบไว้ และเป็นวันแรกที่เธอจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและพัฒนาโครงการของอาณาจักรทวีกิจหน้าโครงการใหม่ที่ประดับประดาด้วยช่อดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แขกเหรื่อระดับวีไอพี นักธุรกิจ และสื่อมวลชนท้องถิ่นต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี รถยุโรปคันหรูของเอมอรเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าพรมแดงทันทีที่ประตูรถเปิดออก เอมอรก้าวลงมาในชุดเดรสสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ดูสง่างามและทรงพลังสมฉายาเจ้าแม่ปั๊มน้ำมัน แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องฮือฮา คือการที่เธอเดินไปเปิดประตูอีกฝั่ง และส่ง
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกไลเซนทัสสีขาวและสีพาสเทลที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตแม้ว่าตอนแรกคุณนายเอมอรจะวาดฝันถึงงานหมั้นและงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด มีแขกเหรื่อนับพันเพื่อประกาศศักดาความรักของเธอให้ก้องโลกแต่เมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของกนกอรว่าเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน พ่อแม่จากไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก และเติบโตมาด้วยลำแข้งของตัวเองมาตลอดเอมอรจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนทุกอย่างทันที...งานแต่งงานในวันนี้จึงกลายเป็นงานที่เรียบง่าย ทว่าหรูหราและอบอุ่นที่สุดเท่าที่หัวใจของคุณนายสายฟาดจะรังสรรค์ขึ้นมาได้“สวย...ที่รักของพี่สวยที่สุดในโลกเลย”เอมอรเอ่ยชมเสียงแผ่วในขณะที่ช่วยจัดชายผ้าลูกไม้บนชุดราตรีสีครีมเรียบหรูของคนรัก ทั้งคู่ยืนอยู่หน้ากระจกบานยักษ์ก่อนพิธีสวมแหวนจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้สถาปนิกสาวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ต้องสู้ชีวิตมาเพียงลำพังอย่างเธอ จะมีวันที่ใครสักคนจัดเตรียมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมาย ไปจนถึงก







