LOGINฉันไม่คบเด็ก...และจะไม่มีวันคบแน่ ๆ นั่นคือสิ่งที่เอมอรมั่นใจมาโดยตลอด จนกระทั่งได้มาเจอกนกอร เธอก็รู้สึกราวกับว่า จะต้องกลืนน้ำลายตัวเองซะแล้ว
View More“ถ้าทำงานชุ่ยขนาดนี้ ก็เชิญไปทำปั๊มอื่นไป!!” เสียงตวาดก้องกังวานของสตรีในชุดสูทสีดำเข้มตัดเย็บประณีต ทำเอาคนงานนับสิบชีวิตในไซต์ก่อสร้างกลางปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ต้องก้มหน้ามุดดิน
เจ้าของประโยคแข็งกร้าวเมื่อครู่นี้ ผู้คนแถวนี้เรียกเธอว่า คุณนายเอมอร เพราะนอกจากมีธุรกิจปั๊มน้ำมันแล้ว เธอยังมีอีกหนึ่งธุรกิจคือการปล่อยเงินกู้ และถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ชอบสรรพนามนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็ขี้เกียจมาอธิบายอะไรให้มากความ ใครพึงพอใจจะเรียกเธอแบบไหนก็แล้วแต่สะดวก ขอแค่จ่ายเงินคืนเธอตรงเวลาก็พอ
เอมอรยืนกอดอกมองความล่าช้าของงานรีโนเวทด้วยสายตาคมกริบที่พร้อมจะสับทุกคนให้เป็นชิ้น ๆ
รองเท้าส้นสูงสีดำขลับแวววาวบดขยี้ไปบนเศษปูนอย่างไม่นึกเสียดาย แม้อายุจะล่วงเลยมาถึงสี่สิบหกปี แต่กาลเวลากลับทำอะไรผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีหันไปถลึงตาใส่หัวหน้าคนงานที่ยืนตัวสั่น
“ฉันจ้างมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาให้นั่งดมฝุ่น ถ้างบมันบานปลายแม้แต่บาทเดียว ฉันจะยกเลิกงานนี้!”
“แต่คุณนายครับ คือสถาปนิกคนเก่าเขา...”
“ฉันไม่ฟังข้ออ้าง!” เอมอรยกนาฬิกาหรูขึ้นดู “แค่สิบนาทีเท่านั้นที่ฉันจะยืนรอตรงนี้เพื่อคุยกับนักออกแบบคนใหม่ที่บริษัทส่งมา และบอกไว้ก่อนว่า ถ้าไม่ฉลาดกว่าคนเก่า ก็เตรียมเก็บของออกไปให้หมดเลย!”
บรรยากาศรอบข้างร้อนระอุยิ่งกว่าเปลวแดดตอนเที่ยงวัน ทุกคนรู้ดีว่าคำไหนคำนั้นของคุณนายเอมอรคือประกาศิต เธอเกลียดคนทำงานช้า เกลียดความผิดพลาด
และที่สำคัญที่สุด เธอเกลียดคนไม่รักษาเวลา…
ทว่าท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่เงียบลงชั่วคราว รถเก๋งยุโรปสีขาวสะอาดตาก็แล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทหน้าไซต์งาน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำให้ความร้อนระอุเมื่อครู่ดูเหมือนจะจางไปชั่วขณะ
หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงสอบสีครีมยาวคลุมเข่า สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าลินินดูละมุนตา เธอเดินก้าวลงจากรถด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ เส้นผมสีนิลถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเนียนที่ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงสามสิบหกปีของเธอ แววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมดูฉลาดและสุขุม เมื่ออีกฝ่ายเดินมาหยุดตรงหน้า เอมอรก็เอ่ยทันที
“มาสายไปสามนาทีนะ” เอมอรเปรยเสียงเย็นชา “บริษัทคุณไม่มีนาฬิการึไง”
หญิงสาวคนใหม่ไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตนั้น เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูบ้าง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเจ้าของปั๊มตรง ๆ
“สามนาทีที่เสียไป คือเวลาที่ฉันใช้ในการวนรถดูรอบไซต์งานของคุณเพื่อหาจุดบกพร่องที่สถาปนิกคนเก่าทำทิ้งไว้ค่ะ ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ ฉันคงไม่มีคำตอบที่ดีพอให้คนที่กำลังอารมณ์เสียอยู่ตอนนี้หรอกค่ะ คุณนายเอมอร”
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลแต่ก็หนักแน่นมากพอที่จะทำให้เอมอรชะงักไปเล็กน้อย
“รู้จักฉันแล้วก็ดี เธอชื่ออะไร บริษัทส่งเด็กฝึกงานมาทำงานใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ดูจะเกินความสามารถของเธอไปหน่อยมั้ง”
เอมอรกวาดสายตามองร่างเพรียวบางตรงหน้าอย่างดูแคลน “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เอาพวกเด็กอมมือ”
“ฉันชื่อกนกอรค่ะ เป็นสถาปนิกด้านการออกแบบภายใน เพิ่งมาทำงานที่บริษัทเมื่อวานนี้ เรียกกนกก็ได้ค่ะ ฉันอายุสามสิบหก ไม่ใช่เด็กอมมืออย่างที่คุณเข้าใจค่ะ”
กนกอรยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเย้ยหยันเบา ๆ
“ทางบริษัทแจ้งฉันว่า คุณนายเอมอรต้องการงานที่เนี้ยบที่สุด เพราะงั้น เรามาคุยกันแบบมืออาชีพดีมั้ยคะ”
เอมอรหรี่ตาลง มองสถาปนิกสาวที่ดูเหมือนดอกไม้ป่าท่ามกลางดงหนาม ความหยิ่งทะนงในตัวเธอกำลังถูกท้าทายด้วยความนิ่งที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน
“ดี ถ้าเธอมั่นใจว่าเธอมืออาชีพ งั้นก็ช่วยทำให้เห็นละกันว่าเธอเก่งอย่างที่ว่า ไม่ใช่ดีแต่พูด”
“แน่นอนค่ะคุณนายจะได้เห็น และถ้าสุดท้ายผลงานของฉันไม่ถูกใจ ฉันยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างเองค่ะ หรือคุณนายจะยึดใบประกอบวิชาชีพของฉันก็ได้ค่ะ”
กนกอรเดินเข้าไปใกล้เอมอรอีกหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ หอมสดชื่นคล้ายดอกไม้เมืองหนาวลอยมาแตะจมูกเจ้าของปั๊มน้ำมันจนเธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว “แต่ถ้างานออกมาถูกใจ คุณนายต้องรับปาก ว่าจะเลิกวีนใส่ลูกน้องฉัน แล้วหันมาฟังเสียงของฉันด้วยความเต็มใจนะคะ”
หัวใจของเอมอรที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างน่าประหลาด เธอมองผู้หญิงตรงหน้าที่เตี้ยกว่าเธอเพียงเล็กน้อยแต่กลับมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกเสียการควบคุม
“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยคุณสถาปนิก ฉันคือผู้ว่าจ้าง คุณต่างหากที่ต้องทำตามแผนของฉัน ยิ่งกับคนอายุน้อยกว่า ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องเดินตามแผนของเธอ”
“งั้นเรามาพนันกันไหมคะคุณนาย”
กนกอรขยับแว่นเบา ๆ แววตาคู่สวยเปล่งประกายอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า “งานรีโนเวทออฟฟิศปั๊มน้ำมันครั้งนี้ มันจะต้องเป็นไปตามแผนของฉันแน่นอน และไม่แน่ว่า สิ่งที่คุณนายพูดไว้ อาจจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองภายหลังก็ได้นะคะ”
เอมอรยืนอึ้ง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีสถาปนิกสาวหน้าหวานก็เดินผ่านหน้าเธอไป และกางแบบแปลนคุยกับลูกน้อง โดยทิ้งไว้เพียงความร้อนรุ่มที่ไม่ได้มาจากแสงแดด แต่มาจากคำท้าทายที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
‘ยัยเด็กนี่...กล้าดียังไง!’
เอมอรขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ พลางมองตามแผ่นหลังบางที่ดูสง่างามในชุดกระโปรงสีนวลนั้นไป
ดูเหมือนการเจอกันครั้งนี้ กำลังจะทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจของเอมอรถูกสั่นคลอน รวมไปถึงความหยิ่งทะนง และพื้นที่หวงแหนภายในจิตใจที่ไม่เคยปล่อยให้ใครเข้าไปครอบครองเลยสักครั้ง
เห็นทีหลังจากนี้ การมาของกนกอรกำลังจะทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขแล้วล่ะ
สายลมหนาวพัดโชยผ่านระเบียงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวนี้คือสถานที่ที่เอมอรเลือกเพื่อฉลองวันครบรอบสามปีของการใช้ชีวิตร่วมกับกนกอร เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพฝัน แต่มันคือภาพฝันที่เป็นจริงและมั่นคงที่สุดในชีวิตของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันเอมอรในวัยที่ใกล้จะก้าวเข้าสู่เลขห้า ยังคงความสง่างามและดูเท่ไม่เปลี่ยน เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นมวยสูงบัดนี้ถูกปล่อยสยายรับลมทะเล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นสะท้อนภาพหญิงสาวรุ่นน้องที่เดินถือถาดไวน์เข้ามาหา“ดื่มหน่อยมั้ยคะที่รัก วิวสวยขนาดนี้ ไวน์รสชาติดีสักแก้วน่าจะช่วยให้ครบรอบสามปีของเราสมบูรณ์แบบขึ้น” กนกอรในวัยเกือบสี่สิบปีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานที่ยังคงขโมยหัวใจเอมอรได้เสมอเอมอรรับแก้วไวน์มาจากมือคนรัก พร้อมกับคว้าเอวบางของอีกฝ่ายมากอดไว้ สายตาของทั้งคู่ที่มองกันยังเต็มไปด้วยความหวานฉ่ำไม่ต่างจากวันแรก“เป็นสามปีที่เราตื่นมาเจอกันทุกเช้า แล้วก็ได้เข้านอนพร้อมกันทุกคืน พี่มีความสุขมากเลยค่ะ” เอมอรโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม “พี่ขอบคุณเธ
ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบในคฤหาสน์หลังงามของทวีกิจรุ่งเรือง กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฟ้าคะนองกึกก้องเพียงครั้งเดียว ก่อนที่แสงไฟระยิบระยับทั่วทั้งบ้านจะดับวูบลง ทิ้งทุกอย่างให้อยู่ในความมืดมิดที่น่าอึดอัด เครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงครางเบา ๆ เงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมพัดแรงปะทะบานหน้าต่างกนกอรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดไฟฉาย แต่ยังไม่ทันที่จะกดเปิด เธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและเสียงบางอย่างหล่นกระแทกพื้นมาจากทางห้องทำงานของเอมอร“พี่อร! พี่อยู่ไหนคะ!” กนกร้องเรียกพลางรีบสาวเท้าไปยังทิศทางของเสียง แสงจากไฟฉายมือถือตัดผ่านความมืดไปกระทบกับร่างของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องทำงาน มือทั้งสองข้างกอดเข่าแน่น ใบหน้าที่เคยดูสง่าและเด็ดเดี่ยวกลายเป็นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อพราย“พี่อร! เป็นอะไรไปคะ” กนกปราดเข้าไปทรุดตัวลงข้าง ๆ แล้วดึงร่างที่สั่นเทาของคนรักเข้ามากอดไว้แน่น“เธออย่าไปไหนนะ อย่าทิ้งพี่ไว้ในที่มืด...”เสียงของเอมอรสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอจิกเกร็งลงบนแขนข
ฤดูฝนเพิ่งจะผ่านพ้นไป ทิ้งความชุ่มฉ่ำและอากาศที่สดชื่นไว้ให้ปั๊มน้ำมันทวีกิจ กนกอรในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนตัวเก่งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมดินในสวนดอกไม้หลังออฟฟิศที่เป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกของเธอ เสียงเสียมกระทบพื้นดินดังขลุกขลักเป็นจังหวะ แต่ใบหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“คุณภรรยาคะ ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย”เสียงทุ้มแหบพร่าของเอมอรดังขึ้นจากด้านหลัง เธอเดินเข้ามาในชุดเสื้อผ้าที่ดูคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่กลับมีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ผูกทับอยู่ เอมอรถือตะกร้าที่บรรจุถุงมือและอุปกรณ์ทำสวนอันเล็ก ๆ มาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนแฟนเด็กอดไม่ได้ที่จะแซว“โห...นี่คุณนายเจ้าของปั๊มน้ำมันจะลงมาเป็นคนสวนเองเลยเหรอคะเนี่ย”“ก็คนสวนของพี่กำลังจะปลูกดอกไม้ให้พี่นี่นา แล้วพี่จะให้นั่งดูเฉย ๆ ได้ยังไง” เอมอรวางตะกร้าลงพลางสวมถุงมืออย่างคล่องแคล่ว“พี่เตรียมพันธุ์ไม้มาให้เธอเลือกเยอะแยะเลยนะ ทั้งกล้วยไม้ พุดซ้อน ชวนชม ที่รักอยากปลูกอะไรเพิ่มมั้ย”กนกอรยิ้มรับพลางส่ายหน้า “ไม่ปลูกอะไรเพิ่มแล้วค่ะ เพราะกนกมีดอกไม้พันธุ์พิเศษที่เตรียมจะลงดินแล้ว”เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบกระถางต้นกุหลาบพุ่มใหญ่สองกระถางที่วา
เวลาผันผ่านไปอย่างมั่นคงราวกับโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ปั๊มน้ำมันทวีกิจในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักเติมน้ำมันอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครผ่านไปมาต้องเหลียวมอง ออฟฟิศทรงโมเดิร์นที่โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้บานสะพรั่งคือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของสถาปนิกสาว และการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเจ้าแม่สายฟาดอย่างคุณนายเอมอรเช้าวันที่อากาศสดใส เอมอรในวัยที่ดูอ่อนเยาว์ลงกว่าแต่ก่อนมาก เดินถือถ้วยกาแฟคั่วบดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ เธอไม่ได้เคาะประตู ไม่ได้วางมาดขรึมอย่างที่เคยเป็น แต่กลับมีรอยยิ้มที่ละมุนละไมแต้มอยู่บนใบหน้าเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา“กาแฟค่ะคุณสถาปนิก...คิ้วขมวดแต่เช้าเลยเหรอ”เอมอรวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของแฟนสาว ที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาตรวจแบบแปลนปั๊มน้ำมันสาขาใหม่ทางภาคเหนือคนเด็กกว่าเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด แววตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนโยนลงกว่าวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันมหาศาล เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเอมอรแล้วดึงให้คนรักโน้มตัวลงมาหา“ขอบคุณค่ะที่รัก กนกได้ทำงานที่รักไม่เคยเหนื่อยเลยค่ะ แล้วกนกก็อยากให้แบบสาขานี้อ