LOGINขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้
“ไอ้ต้า” เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ “เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม” “เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ” “แล้วเกี่ยวอะไรกับกู” “เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี “ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย” “..ขอโทษ” “ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง” “..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่” “มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น “เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้ “กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว” โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้านหลังให้ตัวของต้าเอนไปเล็กน้อย “มึงเป็นพี่ว้ากก็อย่าใช้อำนาจในทางที่ผิด รู้จักขอบเขต อย่าให้มันมากเกินไป” “…” ต้าก้มหน้ารับฟังอย่างดี “ไปไหนก็ไป ๆ แล้วถ้ากูเห็นมึงทำอะไรบ้า ๆ เหมือนเดิมอีก กูไม่ทำแค่กระชากคอเสื้อมึงแบบเมื่อกี้แน่” “โอเค กูจะไม่ทำแล้ว” “ไป” โชนสั่งต้าอีกครั้งด้วยเสียงเรียบนิ่ง สายตาดุดันประจำตัวดูน่าเกรงขาม ต้าจึงลุกจากที่นั่งแล้วเดินจากไป เปปเปอร์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ โชนยกมือไปจับบ่าเพื่อนหนุ่มที่เพิ่งผ่อนเบาอารมณ์ตนเองลง “กูเข้าใจมึง ไม่เป็นไรนะ” “กูเกลียดคนประเภทนี้จริง ๆ เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง” โชนพูดเสียงเข้ม ก่อนจะก้มหน้าใช้มือถือต่อจากเดิม เบี่ยงเบนความคิดของตน “เห็นมึงโดนเฮดว้ากเรียก มีอะไรวะ” เพื่อนของต้าถามขึ้นหลังจากต้าเดินมาที่โต๊ะของพวกเขาในโรงอาหารแล้ว โซเฟียซึ่งนั่งอยู่โต๊ะแถวถัดมาจากพวกเขา และหันหลังให้จึงได้ยินโดยบังเอิญ คำว่า ‘เฮดว้าก’ ทำให้เธอต้องชะงักมือที่กำลังจะป้อนข้าวคำแรกเข้าปากตัวเองลง “เมื่อวานกูสั่งน้องปี 1 ทำบ้า ๆ นิดหน่อยอะ เฮดว้ากเลยโกรธ” “ทำไรวะ” “ให้น้องตะโกนบอกกลางลานเกียร์ว่าอยากจีบเฮดว้าก” “เอ๊า ..โหเป็นกูกูก็โกรธ ทำไมมึงไม่ให้น้องพูดว่าอยากจีบตัวเองแทนอะ แกล้งน้องก็น่าจะให้เล่นกับตัวเองดิ” “กูมีเหตุผลของกูละกัน” โซเฟียฟังแล้วก็ระบายลมหายใจลากยาวพลางทำหน้าระอา ก่อนจะนำอาหารบนช้อนเข้าปากตัวเองตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก “เฟีย!” “อื้อ! แค่ก ๆ ๆ” คนถูกเรียกเสียงดังจากด้านหลังใกล้ ๆ โดยไม่ทันตั้งตัวร้องตกใจทั้งที่มีข้าวอยู่เต็มปาก ก่อนจะไอสำลักเล็กน้อย ดีที่ยังปิดปากได้ เธอรีบเคี้ยวรีบกลืนอาหารอย่างไม่รอช้า เมื่อเห็นแล้วว่าเป็นเพื่อนสาวคนสนิทจากคณะบริหารธุรกิจของตนที่เข้ามาทัก “อะไรของมึงเนี่ยไอซ์ กูเกือบสำลักตายรู้ไหม” ไม่ได้ใส่อารมณ์โมโห แต่ก็มีบ้างเล็กน้อย “แงขอโทษ กูไม่ทันดูว่ามึงเคี้ยวอยู่” “ไม่เป็นไร ๆ แล้วมาได้ไงเนี่ย มาก็ไม่บอกกูก่อน กินไรยัง ไปนั่ง ๆ” พูดพลันมองไปฝั่งตรงข้ามที่นั่งตน เชิงบอกให้เพื่อนสาวไปนั่งลงบนนั้น “ยังไม่กิน กะจะมากินกับมึงนี่แหละ” “อุ๊ย น่ารักอะ” “หึ มาดูด้วยว่าคนดื่มจนเละเมื่อวาน วันนี้เป็นยังไง” “อะไรคะ อย่าเว่อร์เนอะ ไม่ได้เละขนาดนั้นสักหน่อย” “ไม่เละอะไร มึงเห็นจู๋หมาโผล่แล้วหันมาถามกูว่าใครแกล้งน้อง เอาไส้กรอกแดงไปเสียบ” “ฮะ? กูถามงั้นด้วยเหรอ” “เออดิ ฟังกล้องหน้ารถกูไหมล่ะ” “บ้าบอ กูทำเหมือนตัวเองไม่เคยเห็นจู๋หมา ถ้าจู๋คนก็ว่าไปอย่าง” “หึ หนังโป๊ไม่เคยดูไง?” “ไม่เค้ยย ใครจะดูล่ะ คนออกจะใส ๆ” “จ้าา แม่คนใสบริสุทธิ์” “อยากเสียบริสุทธิ์จะแย่ มึงบอกให้ฟ้าส่งใครสักคนมาจิ้มกูสักทีซิ” “ทีเดียวไม่เสร็จหรอก ต้องหลายที” “โว้ย” “ฮ่า ๆ ๆ กูไปซื้อข้าวก่อน เดี๋ยวมา” “ที่นี่ข้าวมันไก่อร่อย มึงไปลองได้ ช้าหมดอดนะ” “จัดไป” “มึง กูไปเอารอยสักออกดีป้ะ” หลังจากทานอาหารในจานกันไม่กี่คำ โซเฟียก็วางช้อนส้อมลงแล้วยื่นหน้าไปถามไอซ์ด้วยน้ำเสียงเบาทว่าจริงจัง กลัวคนรอบข้างจะได้ยิน “ฮะ? señorita อะนะ” “ใช่ กูก็มีอยู่รอยสักเดียว” “เอาออกทำไมอะ ไหนบอกว่าชอบรอยสักนี้มาก เป็นคำที่ดูยกย่องตัวเอง เป็นตัวแม่สวย ๆ” “ก็ผู้ชายที่กูไม่ชอบขี้หน้า นางไปชอบไปสนใจผู้หญิงที่มีรอยสักเหมือนกูนี่อะดิ” “ฮะ? señorita เนี่ยนะ กูว่ามันก็ไม่ใช่คำที่ฮิตขนาดนั้นสักหน่อย” “ก็ต้องฮิตขนาดนั้นแล้วไหม นี่ มึงดูทวีตนี้ กูเพิ่งเห็นตอนต่อแถวซื้อข้าว” “…” “เห็นไหม ผู้หญิงคนนั้นสักเหมือนกู หมอนั่นสนใจจนเข้าไปขอชนแก้วด้วยเลย ทั้งที่ปกติไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน แล้วก็ไม่เคยเดินไปขอชนแก้วใคร” “..เอาจริงป้ะ” “อะไร” “เป็นมึงเองหรือเปล่า” “จะบ้าเหรอ จะใช่กูได้ไง” “ก็เมื่อวานมึงก็ไปผับไม่ใช่เหรอ เมาจนต้องเรียกให้กูไปรับ” “…” “อีกอย่างในทวีตนี้ก็ไม่ได้บอกว่าเห็นที่ร้านไหน ก็มีความเป็นไปได้ว่าเป็นมึง เมื่อวานมึงเมา อาจจะจำไม่ได้” “กูเมา แต่กูยังมีสติอยู่ ไม่ใช่กูหรอก กูไม่เจอนางสักหน่อย” “แล้วมีคนมาขอมึงชนแก้วไหม” “…” “ทำไมเงียบ มีหรือไม่มี” “มี” “นั่น” “ไม่ใช่หรอก ผู้ชายคนเมื่อวานกูได้ยินแค่เสียงเขา เสียงหล่อกว่าอีตานั่นตั้งเยอะ มึงนี่ก็จะให้เป็นกูให้ได้เลย กูไม่เอาหรอกนะ แค่คิดว่านางมาชอบก็.. Eww!” “เลย?” “เลยค่ะ พอ ๆ ๆ ตกลงมึงว่ากูไปลบออกดีมะ” “ไม่รู้สิ รอยสักมึง ตัวมึง” “…” ไอซ์ทานข้าวต่อ ส่วนโซเฟียก็นั่งเขี่ยอาหารในจานไปมาอย่างกำลังคิดตัดสินใจ “ไม่ลบละกัน ตัวแม่จะแคร์ทำไม ยังไงอยู่มอก็ไม่มีใครเห็นรอยสักอยู่ละ เพราะใส่เสื้อแขนยาวปิดตลอด ไม่ก็แปะแผ่นปิด” “จ้ะ เอาที่สบายใจค่ะตัวแม่ หน้าม้าหนา แว่นก็หนาขนาดนี้ ผมก็สีดำ” “ร่างสองค่ะ ของปลอมทั้งนั้น” “เอ็นดูมึงจริง ๆ กลัวผู้ชายมาจีบอะไรขนาดนี้” “ที่นี่ที่ไหนคะ วิศวฯ ค่ะเนอะ ไม่กลัวสิแปลก มีแต่ผู้ชายชายแท้ แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้กลัวหรอก เบื่อมากกว่า ลำไย คุยไปก็เสียเวลา” “โหแล้วมึงพูดทั้ง ๆ ที่อยู่ในวิศวฯ” “กลัวไร” “งั้นใส่ not all ด้วยค่ะ” “ค่ะ not all” “เลิศ!” 2 วันต่อมา.. ณ ร้าน 7 Days ในยามค่ำคืน โชนนั่งอยู่ภายในร้านพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือ สายตาคอยกวาดมองโดยรอบอยู่ตลอด หาคนคนเดิมที่เขาเจอครั้งแรกที่นี่ และกลายเป็นเหตุผลในการมาที่ร้านนี้ครั้งต่อ ๆ ไป รวมถึงครั้งนี้ของเขา ทว่านั่งมองหาอยู่นาน รอคอยอยู่เป็นชั่วโมง จนเลยเวลาที่เขามักจะเห็นเธอมาปรากฏตัวแล้ว ชายหนุ่มจึงคิดว่าวันนี้เธอคงไม่มาที่ร้านนี้อย่างที่ตนเองหวัง โชนรินมิกเซอร์ใส่แก้วที่เพิ่งว่างเปล่าพลางเทเหล้าตามไป เขายังไม่จับแก้วขึ้นมายกดื่มในทันที แต่หันไปมองหาผู้หญิงในสายตาคนเดียวคนเดิมนั้น เมื่อเอี้ยวหน้าหันหลังมองโดยทั่วแล้วไม่เจอ จึงหันกลับมากวาดสายตามองทางด้านหน้าตนเองต่อ “ไม่มาจริงเหรอเนี่ย..” พึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างนึกเสียดาย เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้เพราะอะไร ที่รู้ก็แค่ว่าเขาอยากทำความรู้จักกับเธอ คนรอบตัวมีผู้หญิงมากมายที่คล้ายเธอ แต่ทำไมเขาถึงสนใจแค่เธอคนเดียว.. โชนยกแก้วเหล้าซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าขึ้นให้ปากแก้วจรดริมฝีปาก นำสิ่งมึนเมาฤทธิ์จางเข้าร่างกายจนหายไปครึ่งแก้ว จากนั้นก็นั่งดูบรรยากาศครื้นเครงภายในร้าน บรรเทาอาการเซ็งของตัวเองไป เพียงไม่นานโชนก็เริ่มรู้สึกร้อน เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้า นำทิชชูซับเท่าไรก็ไม่หมดไป ครู่เดียวเขาก็รู้ตัวว่าตัวเองมีสิ่งแปลกปลอมเข้าร่างกาย จึงรีบลุกจากที่นั่งวิ่งไปล้างหน้าในห้องน้ำพอให้น้ำเย็นได้ช่วยให้ตนตื่นตัว เมื่อเรียบร้อยก็รีบออกจากร้านไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของตน เขาคิดกับตัวเองว่าอาการแบบนี้คงโดนยาปลุกเซ็กซ์ อาจจะตอนที่เขามัวแต่หันหลังมองหาหญิงสาว ไม่ได้ดูที่แก้วตัวเอง คนร้ายจึงใช้โอกาสนั้นแอบใส่ยาในแก้วน้ำของเขา โชนล้วงหยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงทั้งที่มือสั่นเทาเล็กน้อย จะติดต่อหาเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ร้านนี้ที่สุดให้มาช่วยเหลือตนเอง ทว่าทำเพียงแค่ปลดล็อกมือถือเท่านั้นก็ต้องหยุดลง เปลี่ยนไปสนใจที่ฝั่งข้างคนขับ เมื่อมีคนเปิดประตูแล้วก้มหน้ามายิ้มกว้างทักทายเขา “สวัสดีค่ะเฮดว้าก” “!!” “ทำหน้าอย่างกับเห็นผี” “โซเฟีย เธอมาทำอะไรที่นี่” “แล้วนายล่ะมาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนที่เพื่อย้อมใจ ไม่กล้ากลับไปที่เก่า หลังจากโดนแม่สาว Señorita เท” “ออกไป อย่ามายุ่งกับฉัน” บอกเสียงเข้มทว่าแหบปลายเล็กน้อย ตอนนี้เขาพยายามควบคุมอาการตัวเองอย่างถึงขีดสุด ยิ่งเห็นเธอที่เป็นผู้หญิงใกล้ ๆ แบบนี้ด้วย ความต้องการตามฤทธิ์ยามันก็ยิ่งมีมากขึ้น “ให้นี่ออกไปเหรอ ..ไม่อะ ตอนนี้อยากล้อ ขอเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เลยละกัน” พูดแล้วก็ถือวิสาสะขึ้นรถมานั่งเบาะข้างคนขับก่อนจะปิดประตูลง พลันหันมายิ้มเย้ยคนข้างกาย “ไง เฮดว้ากคนโหด อยู่ในโหมดปิ๊งสาวเหรอคะ หึ อยากรู้จริง ๆ ว่าใครคือผู้โชคร้ายคนนั้น” วันนี้เธอมาในลุคเด็กติ๋มแบบที่เพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากร้านนี้อยู่ใกล้คอนโดมิเนียมของเธอ และเป็นที่ที่ปกติเธอเดินผ่านเวลาจะเข้าซอยคอนโดฯ เมื่อครู่เธอเดินแล้วบังเอิญเห็นเขาออกจากร้านมาพอดี จึงแวะเข้ามาแซว “ถ้าพูดจนพอใจแล้วก็ออกไปจากรถฉันได้แล้ว!” “นี่อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันนะ! อยู่กันสองคนฉันไม่ใช่รุ่นน้องของนาย!” “ถ้าไม่ให้ขึ้นเสียงจะให้ฉันขึ้นเธอไหมล่ะฮะ?!” “ว้าย! พูดบ้าอะไรของนาย ดูท่าตัวหนักอย่างกับควาย จะมาขึ้นฉันทำไม” “ออกไปได้แล้วโซเฟีย ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว” “ทนอะไร ..เหอะ เห็นหน้าฉันแล้วมันจะอ้วกหรือไง” “นับ 1” “โห ต้องนับขนาดนี้เลยเหรอ จริงจังไปป้ะ นี่ในรถนายนะไม่ใช่ห้องเชียร์” “นับ 2” “ไม่ลง อยากเห็นหน้าคนโดนหักอกนาน ๆ สะใจดี ..จะว่าไปถ่ายรูปเก็บไว้หน่อ- อ๊ะ! เฮ้ยนั่นนายจะเอาโทรศัพท์ฉั-” “งั้นเธอก็อยู่ช่วยฉันบนนี้ให้เสร็จเลยละกัน” “ฮะ? อ๊าย! ไอ้บ้า ทำอะไรของนายเนี่ยมาไซ้คอฉันทำไม!” “…” “โชน! ออกไปนะ ถอยไป!” “..ฉันให้โอกาสเธอครั้งสุดท้าย ฉันไม่อยากทำกับคนที่ไม่เต็มใจ ก่อนที่จะย้อนกลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้อีก ตอนนี้ถ้าเธอจะลงก็ลงไปได้แล้ว” โชนบอกเสียงแหบพร่า หอบหายใจด้วยแรงอารมณ์เบา ๆ ทั้งยังเหงื่อท่วมหน้า ..ในสายตาเธอ ตอนนี้เขาดูเซ็กซี่มากเหลือเกิน “…” “ทำไมยังไม่ลงไปอีกวะ ลงไปสิ!” “นายคงจะเป็นคนที่ฟ้าส่งมาให้ฉันตามคำขอสินะ” “ฮะ?” “นายโดนยาปลุกเซ็กซ์เหรอ” “คิดว่า ใครก็ไม่รู้แม่งแอบใส่” “มา เดี๋ยวฉันช่วยนายเอง” “…” “มองอยู่ทำไมล่ะ นายไม่เริ่มฉันเริ่มเองนะ” “เฮ้ย ๆ ๆ นี่เธอข้ามมาทำ-” “ทำตัวดี ๆ ได้ไหม ให้มันน่าทำด้วยหน่อย” “…” “ฉันอยากลองมีครั้งแรกมานานละ ไม่มีแฟนไม่เป็นไร เอาแค่นายให้รู้ก็ได้” “…” “ฉันจะคิดว่านายเป็นผู้ชายคนหนึ่งนะ ลืมไปก่อนว่าเราไม่ชอบหน้ากัน” “..ใครบอกว่าเรา” “ฮะ? ..อะไรนะ” “ช่างเถอะ มานี่ เดี๋ยวฉันทำเอง” “อ๊ะ! อุ๊ย ..ทำไมตักแข็งงี้” “ไม่ใช่ตัก” “แล้วอะไร” “ค__” “โอ้มายก้อด!” โปรดติดตามตอนต่อไป.. อุดปากกรี๊ดดด โซเฟียหนูดูหิวมากเลยนะลูกก55555เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







