LOGINโชนจูงข้อมือของโซเฟียพาเดินมาหลังอาคารเรียนซึ่งไม่ค่อยมีคนสัญจรผ่าน เพื่อจะได้พูดคุยกันสองต่อสองอย่างเป็นส่วนตัว
เมื่อถึงจุดหมายที่ต้องการแล้วโชนก็หยุดเดิน โซเฟียมองเขาก่อนจะดึงข้อมือของตนออกจากกำมือของชายหนุ่มอย่างแรง โชนเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวแล้วจึงถอนหายใจเบา ๆ “เธออยากให้คนอื่นรู้ไหมว่าตัวเองอายุเท่าปี 3” “…” “ฮะ? ว่าไง” “ไม่” “ไม่แล้วทำไมไม่พูดจาดี ๆ กับฉัน ถ้าเธอยังพูดกับฉันเหมือนตอนที่พวกเราอยู่ม.ปลายกัน คนอื่นได้รู้หมดแน่” “ก็มันกระดากปาก ใครอยากจะเห็นนายเป็นพี่กัน” บอกขณะเปลี่ยนสายตามองไปด้านข้าง ไม่อยากสบตากับคนตรงหน้า “..แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ปี 1” “เรียนบริหารฯ มา 2 ปี รู้สึกว่าไม่ใช่ทาง เลยซิ่วมาที่นี่” “อ้อ.. แล้วทำไมถึงไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าจริง ๆ อายุเท่าปี 3” “ก็ไม่อยากให้เขาปฏิบัติกับฉันไม่เหมือนคนอื่น ปี 1 ด้วยกันก็อยากให้เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน ส่วนพวกปี 2 ขึ้นไปก็อยากให้เห็นว่านี่เป็นน้อง เอาให้เหมือนฉันเป็นปี 1 จริง ๆ” “งั้นเธอก็เต็มใจเรียกฉันว่า ‘พี่โชน’ ใช่ไหม” “ไอ้ม่อต้อ!” “นี่” “นี่นายพาฉันมาถึงนี่เพราะแค่จะถามแค่นี้หรือไง เสียเวลาอะเดินมาตั้งไกล” “ไกลที่ไหน แค่นี้เอง เธอออกกำลังกายน้อยหรือไงแค่นี้ถึงได้บ่น ไม่น่าล่ะไขมันถึงย้วยที่เหนียงเต็มเลย” “ไอ้บ้า! ฉันไม่มีเหนียงเถอะ อย่ามาใส่ร้ายนะ!” “งั้นก็ที่ใต้คาง” “นี่!” “…” “คนบ้าอะไรว่าคนอื่นได้หน้านิ่งขนาดนี้ มีความรู้สึกบ้างไหมนายน่ะฮะ?!” “ในคอนั่นมีโทรโข่งหรือไง เสียงมันดังอะไรขนาดนี้” “โทรโข่ง? โทรโข่งคืออะไร” “หึ ช่างเถอะ” “นี่อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ นายว่าอะไรฉันอีก อธิบายมาเลยนะ!” “ยัยเสาไฟฟ้าโซนยุโรป” พูดเท่านี้ก็หมุนตัวเดินจะออกไปจากบริเวณนี้ “ไอ้บ้าโชน! ฉันลูกครึ่งอเมริกันต่างหาก! ..เฮ้ยเดี๋ยว!” หญิงสาวรีบตามไปดึงเสื้อเขารั้งไว้จากด้านหลัง จนชายหนุ่มต้องหยุดก้าวเท้าลง “อะไรของเธอ” “เมื่อกี้สั่งให้เพื่อนฉันพูดแบบนั้นทำไม นายคิดบ้าอะไรอยู่ฮะ? ชอบเพื่อนฉันหรือไง” “ฉันไม่ได้สั่ง เพื่อนมันสั่ง ฉันไม่รู้เรื่อง” “..จริงเหรอ” “จริง ฉันไม่ได้ใจง่ายชอบใครง่าย ๆ หรอกนะ ถ้าคนนั้นไม่ดึงดูดสายตาฉันจริง ๆ” “อ้าว นี่นายหาว่าปิ่นเพื่อนฉันไม่ดึงดูดสายตาเหรอ” “เปล่า” ตอบแล้วก็หันตัวจะเดินไปต่อ “เฮ้ยนี่! คุยให้รู้เรื่องก่อนสิ” เธอดึงเสื้อเขาไว้อีกครั้ง “อะไรอีก หยุดทำรุ่มร่ามกับเสื้อฉันสักทีได้ไหม ฉันไม่ชอบ” “จับแค่นี้ทำมาบ่น ลูกคุณหนูว่ะ” “พูดจา” “ทำไม” “เฮ้อ ถ้าเธอไม่อยากให้ใครรู้จริง ๆ ว่าโตกว่าปี 1 ก็ระงับอารมณ์ตัวเองหน่อยเถอะ อย่าวีนให้มันมาก มันดูกร่างเกินเด็กปี 1” “…” “ตามนี้ ครั้งต่อไปหวังว่าเธอจะรู้จักควบคุมตัวเองมากกว่านี้นะ” สิ้นเสียงก็พลิกตัวเดินจากไป โซเฟียได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างอยู่อย่างนั้น ไม่นานก็เปลี่ยนทิศสายตา ระบายลมหายใจแล้วยกมือเกาศีรษะตนเองเบา ๆ ตกค่ำ.. “ยากจังเลยเว้ย ชีวิตเด็กซิ่วปี 1 ต้องทำตัวกลมกลืนกับคนรุ่นน้อง ..แถมยังปิดกั้นตัวเองเพราะแฟนเก่า กลัวผู้ชายเหี้ย ๆ จะมาจีบอีกเลยทำตัวติ๋ม ๆ เชย ๆ ..แต่ถึงยังงั้นสันดานก็ยังปิดไม่มิด แรงไม่มีหยุด ใครฉุดกูด่า!” โซเฟียพูดระบายกับตัวเองจบก็กระดกสิ่งมึนเมาในแก้วซึ่งตนกำลังจับอยู่ เมื่อหมดแก้วก็วางลงกระแทกเคาน์เตอร์บาร์เบา ๆ “อีกแก้วค่ะพี่ ใส่มาอีก!” คนนั่งอยู่อีกมุมของสถานที่มองดูเธอพลางยกยิ้มมุมปากบาง ๆ ครั้งนี้เขามาที่ร้าน 7 Days นี้คนเดียว และมาพร้อมกับความหวังที่ว่าจะได้เจอหญิงสาวคนเดิมที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากได้อีก แล้วก็เป็นดั่งที่หวัง เมื่อเธอปรากฏกายให้เขาเห็นหลังจากที่เขาเข้ามานั่งภายในร้านได้ไม่นาน เฝ้ามองหญิงสาวรับบริการจากบาร์เทนเดอร์มาพักใหญ่แล้ว และเห็นว่าเธอดูเริ่มไร้สติ ครั้งนี้เขาไม่อยากนั่งมองเธออยู่ห่าง ๆ เฉย ๆ อย่างคราวก่อน จึงตัดสินใจลุกจากที่นั่งพร้อมกับถือแก้วเครื่องดื่มของตนเดินไปหาคนในสายตาอย่างไม่ลังเล เมื่อมาถึงเบื้องหลังคนตัวเล็ก เขาก็สะดุดตากับรอยสักบนหลังต้นแขนของเธอที่เป็นตัวอักษรเรียงตัวกันเป็นแนวดิ่งลงมา รอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะเอ่ยทักเธอขึ้น “Señorita” “…” คนได้ยินกระตุกคิ้วเบา ๆ แต่ยังไม่ได้สนใจหันหลังไปมองเขา เนื่องจากคิดว่าตนหูฝาด “Señorita ผมขอชนแก้วด้วยหน่อยได้ไหมครับ” “!!” เธอมั่นใจแล้วว่าตนเองไม่ได้หูฝาด จึงก้มหน้าลงหันมาทางเขาแล้วโบกมือบังหน้าตนเองส่ายปฏิเสธไป จากนั้นก็รีบลุกจากที่นั่งเดินเซหนีออกมา โชนหันมองตามหลังเธองง ๆ ได้แต่ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ตามหญิงสาวไปต่อ “อยากเห็นหน้าจัง..” เอ่ยแล้วก็นั่งลงไปบนที่นั่งของเธอ “เขาจ่ายหรือยังครับ ถ้ายัง ผมจะจ่ายให้แทน” “อ้อ คุณผู้หญิงจ่ายเรียบร้อยแล้วครับ” “..โอเคครับ ว่าแต่.. เขาสวยไหมเหรอครับ” “โอ้โห สวยมากครับ วันนี้คุณผู้หญิงมานั่งตรงนี้ทำเอาผมรู้สึกคุ้มที่มาทำงานมาก เพราะเขาสวยมองเพลินตาจริง ๆ” คนฟังคลี่ยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง ก่อนจะเหลียวหน้าหันไปมองทางที่หญิงสาวเดินไปอีกครั้ง “คุณผู้หญิง..” แค่นึกถึงว่าเธอมีรอยสักว่า señorita จึงพูดแปลเป็นภาษาไทยออกมา สายตาและรอยยิ้มของเขาดูพึงใจในตัวเธอไม่น้อย “โอ๊ยย! ดื่มอยู่ดี ๆ ยังจะมาจีบอีก รู้ตัวว่าสวย แต่อย่ามายุ่งได้ไหม หึ่ย! เรียกนี่ว่า ‘Señorita’ อีก จะบ้า เสียงก็หล่อ คนถูกเรียกมันใจสั่นนะไม่รู้เหรอ!” หลังจากโซเฟียเดินมาไกลจากที่ที่นั่งอยู่ตอนแรกพอสมควรแล้วจึงหยุดยืนก่อนจะพูดออกมาพึมพำกับตัวเอง เธอยืนตั้งสติอีกครู่หนึ่งก็หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเพื่อนสนิทวานให้ช่วยสละเวลาขับรถมารับตน เพราะตอนนี้เมา คงกลับเองไม่ไหว เมื่อโทร.เรียบร้อยก็เดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ โชคดีที่เมาไม่มาก เลยยังพอมีสติตระหนักรู้ในตัวเอง วันต่อมา.. โชนนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ด้านหน้าโรงอาหาร ต่างคนต่างก้มหน้าเล่นมือถือของตน ไร้การสนทนาใดเกิดขึ้นระหว่างคนในกลุ่ม ทว่าไม่นานเจมส์ซึ่งกำลังไถหน้าจอมือถืออยู่ก็ขดคิ้วเข้าด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ตาเห็นบนหน้าจอ “เชี่ย โชน มึงเห็นนี่ยัง” “อะไร” โชนที่กำลังตั้งใจอ่านประชาสัมพันธ์จากคณะฯ ในไลน์รุ่นถามไป ท่าทียังไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่เพื่อนหนุ่มทัก “นี่ มึงดูดิ คนนี้เขาทวีตว่าเห็นมึงเข้าไปทักสาวในผับเมื่อคืน น่าจะเป็นเด็กที่นี่แล้วเป็นเอฟซีมึงอะ” “…” โชนยอมละสายตาจากมือถือของตนแล้วย้ายมามองของเจมส์แทน สีหน้ายังคงเรียบนิ่งดังเดิม ทว่าคิ้วหนาเริ่มมัดปมเล็กน้อย “เฮ้ย อย่างโชนมันจะไปทักสาวที่ไหนในผับ ไม่ใช่โชนเราเปล่า อาจจะโชนอื่น” เปปเปอร์แย้งขึ้น “ก็วันก่อนมันยังสนใจสาวชุดแดงคนนั้นเลย มึงก็เห็นหนิ” “เออว่ะ” “สาวชุดแดงอะไรวะ ทำไมกูไม่รู้เรื่อง” นัทถาม “ใครมัวแต่คั่วสาวก็อดรู้ไปตามระเบียบนะครับ” “เอ๊า” “ตกลงยังไงวะ นี่ใช่มึงไหมโชน” “เออ ถ้าในทวีตนี้เขียนว่าผู้หญิงคนนั้นสักว่า ‘señorita’ แบบนี้ โชนที่ทวีตนี้หมายถึงก็คือกูเอง” “เฮ้ย อะไรยังไง คนเดียวกับคนคืนนั้นเหรอ” “รูปร่างใช่ ผมก็ใช่ หลาย ๆ อย่างตรงกับผู้หญิงคนนั้น ถ้ากูดูไว้กูไม่เคยพลาด” โชนตอบเสียงเรียบ “เหยดด มันเอาว่ะ” “สาวสักซะด้วย แซ่บถึงใจพี่โชนเลยดิ” “แล้วดู มึงต้องดังขนาดไหนวะ ทวีตนี้คนถึงรีเป็นพันจนมาขึ้นฟีดกูแบบนี้” “ดังไม่ดัง คนฟอลฯ ไอจีที่มันไม่ลงรูปอะไรเลยเจ็ดพันคนอะ ไม่รู้มาจากไหนกัน รูปดิสมันก็เห็นแค่มือ” “อย่างว่า เส้นเลือดบนมือมันเอาเรื่องซะขนาดนั้น” “คนพวกนี้น่ารำคาญ เห็นแค่นี้ต้องเอาไปโพสต์ลงโซเชียล ถ้าล้ำเส้นมากกูจะฟ้องเอาความให้หมด” โชนพูดขึ้นเสียงเข้ม “แหม ก็ปกติมึงสนใจผู้หญิงที่ไหนโชน นี่เขาบังเอิญไปเห็นในผับว่ามึงเข้าไปขอชนแก้วสาวเอง แถมยังเรียกสาวตามรอยสักเขาว่า señorita อีก คนที่เขาตามกรี๊ดมึงไม่ตื่นเต้นกันก็ยังไงอยู่” โชนส่ายหน้าระอา ก่อนจะกลับไปดูหน้าจอมือถือของตนต่อ ทว่าครั้งนี้กลับไม่มีสมาธิ เพราะมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาเกือบจะได้เผชิญหน้ากับเธอ คิดแล้วก็ยังเสียดายวนไปอยู่อย่างนั้น ทำไมเธอถึงหนีเขาแบบนั้นนะ หน้าก็ยังไม่ได้มองกันเลย.. โซเฟียที่เดินมาทางหน้าโรงอาหารผ่านกลุ่มของโชนพอดี ได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ประมาณว่าโชนสนใจผู้หญิงที่มีรอยสักว่า ‘señorita’ ที่ผับ อยากจะเข้าไปขอชนแก้วด้วย ก็รีบเดินเร็วหนีออกมา พลางจับหลังต้นแขนขวาตนเองถูเบา ๆ “ทำไมไอ้ม่อต้อต้องอยากพิศวาสคนสักเหมือนฉันด้วยเนี่ย ..ยี้ ไปลบรอยสักดีไหมเนี่ย ไม่ชอบเลยอะ” พูดแล้วก็ทำท่าขนลุก ก่อนจะเดินเข้าโรงอาหารไป โปรดติดตามตอนต่อไป.. เธอคนนั้นคือฉันอีกคนงี้เหรอ โซเฟียลูกกก ถถถถเพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







