Masuk“ไอ้ก้อง! แกอยู่ไหนแล้ววะ” ภาคินัยกรอกเสียงลงโทรศัพท์ด้วยความกระวนกระวายพลางเหลือบมองเข็มที่ค้างอยู่ที่หลังมืออย่างสยดสยอง
“เออๆ กำลังซิ่งไปหาแกที่โรงพยาบาลนั่นแหละ ใจเย็นๆ สิวะ ว่าแต่ใบแก้วที่ฉันให้เคี้ยวได้ผลไหม!!” เสียงก้องเกียรติถามกลับมาอย่างขำๆ
“โหย... ได้ผลชะงัด วัดไข้พุ่งไปตั้ง 38 องศา พยาบาลที่นี่เชื่อสนิทใจเลยว่ะ โดยเฉพาะคนที่เจาะเลือดให้ฉันน่ะ อย่างเด็ด!”
ก้องเกียรติจอดรถทิ้งไว้ที่หน้าตึกผู้ป่วยในแล้วรีบก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปที่ลิฟต์ แต่ก่อนที่นิ้วจะทันกดปุ่มเปิด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังจนเขาเสียวสันหลังวาบ
“จะรีบร้อนไปไหนนักหนาเหรอตาก้อง” แพทย์หญิงศรีมัณฑนา เดินเข้ามาหาลูกชายพร้อมสายตารู้ทัน
“โธ่แม่! มาแบบนี้ผมตกใจหมดเลย”
“แม่ครับ... ผมมีเรื่องสารภาพ คือไอ้ภาคย์เพื่อนผมที่มาตรวจเมื่อเช้าน่ะ มันไม่ได้ป่วยจริงหรอก มันหนีงานหมั้นพรุ่งนี้ครับแม่”
“จริงเหรอ” หญิงวัยกลางคนอุทานอย่างตกใจ
“ต๊าย ตายแน่! งานนี้คุณนายนวลฉวีเอาแม่ตายแน่ๆ ถ้ามารู้ทีหลัง”
“ไหนๆ แม่ก็หลงกลมันไปแล้ว ช่วยมันหน่อยนะครับแม่” คุณหมอศรีมัณฑนาส่ายหัวอย่างระอาใจแต่ก็อดเอ็นดูเพื่อนลูกชายไม่ได้
“งั้นตามแม่มานี่เลย”
ก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก..
“เฮ่ย! กว่าจะโผล่หัวมาได้นะแก...” ภาคินัยโวยวายทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู แต่พอเห็นร่างที่เดินตามหลังเพื่อนเข้ามา เขาก็รีบเปลี่ยนโหมดทันควัน
“เอ่อ! สวัสดีครับคุณแม่... ขอโทษจริงๆ ครับที่ผมไม่ได้บอกความจริง”
“เราสองคนนี่จริงๆ เลยนะ จะทำอะไรไม่ปรึกษาแม่ก่อน” คุณหมอศรีมัณฑนาดุอย่างไม่จริงจังนัก
“แม่ครับ ช่วยสั่งพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือให้ไอ้ภาคย์หน่อยสิครับ มันจะขาดใจตายอยู่แล้ว ไอ้เนี่ยมันกลัวเข็ม”
“โอเคจ้ะ เดี๋ยวแม่โทรตาม หนูเจนมาถอดให้นะ”
“หนูเจน...คุณแม่หมายถึง คือพยาบาลคนสวยที่ห้องเจาะเลือดชั้นล่างหรือเปล่าครับ!” ภาคินัยตาโต ลุกขึ้นพรวดจนสายน้ำเกลือเกือบตึง
“ใช่จ้ะ... ทำไมเหรอภาคย์?”
“ปะเปล่า ๆ ครับ แฮะๆ!”
“เอ่อ...ผมขอร้องคุณแม่ อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่ผมแกล้งป่วยกับน้องเขาได้ไหมครับ คือว่า...ผมอยากทำคะแนนจีบ!”
“เฮ้ยไอ้ภาคย์! คนเก่ายังเคลียร์ไม่จบ แกจะสร้างเรื่องใหม่อีกแล้วเหรอ?” ก้องเกียรติเบรกเพื่อน
“เฮ่ย!!..แต่คนนี้คือฉันจริงใจว่ะ จะเรียกว่าแม่ของลูกเลยก็ได้ ฉันพูดจริงเว้ย!” คุณหมอศรีมัณฑนามองหน้าหนุ่มรุ่นลูกด้วยสายตาจริงจัง
“ภาคย์!!... หนูเจนเป็นลูกเพื่อนรักของแม่นะ พ่อเขาเสียไปแล้ว เธออยู่กับแม่และยาย ถ้าภาคย์แค่จะมาเล่นๆ แม่ขอให้ปล่อยน้องไป แต่ถ้าภาคย์ยืนยันว่ารักจริง แม่ก็จะไม่ห้าม...”
“ผมยืนยันครับคุณแม่! ไอ้ก้อง แกเป็นพยานนะเว้ย!”
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
“คุณแม่ครับ! ผมขอร้องว่า อย่าเพิ่งบอกความจริงนะกับเจนนะครับ!” ภาคินัยกระซิบเสียงต่ำแล้วรีบทิ้งตัวลงนอนทำหน้าซื่อตาใส
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” เจนจิราเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มละมุน เธอสวมชุดพยาบาลสีขาวที่ขับผิวให้ดูเปล่งประกาย ท่วงท่าที่อ่อนโยนทำเอาภาคินัยใจสั่นคลอน
“จ้ะหนูเจน... พอดีป้าหมอมีธุระด่วน เลยอยากฝากหนูให้ช่วยดูแลพี่ภาคย์ต่อหน่อย เขาเป็นเพื่อนของตาก้องเกียรติ ถ้าเจ้าน้ำเกลือหมดกระปุกนี้แล้ว หนูช่วยถอดให้พี่เขาด้วยนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะคุณหมอ ถือว่าเป็นคนไข้ของคุณหมอ เจนยินดีดูแลค่ะ” เจนจิราตอบรับอย่างว่าง่าย
“งั้นดีเลย... เดี๋ยวป้าจะทำเรื่องย้ายวอร์ดให้หนูมาดูแลวอร์ดนี้ชั่วคราว ฝากดูแลพี่ภาคย์เขาให้ดีนะลูก” คุณหมอศรีมัณฑนาแอบขยิบตาให้ลูกชายกับเพื่อน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ก้องเกียรติยืนมองเพื่อนรักที่จ้องพยาบาลสาวตาไม่กะพริบ
บรรยากาศในห้องพักวีไอพีเริ่มเงียบสงบลง เจนจิราที่เดินเข้ามาเช็กสายน้ำเกลือ ภาคินัยมองตามปลายนิ้วเรียวนุ่มที่สัมผัสสายยางอยู่ใกล้ๆ มือเขา กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวลอยมาปะทะจมูกอีกครั้ง ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วอก
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







