Masukหลังจากก้องเกียรติ และคุณแม่ขอตัวกลับไป ก็ทิ้งให้วิศวกรหนุ่มจอมกะล่อนอยู่กับพยาบาลสาวเพียงลำพัง ภายในห้องพักคนไข้ที่ดูหรูหรา ภาคินัยนอนทอดกายอยู่บนเตียง สายตาคมจับจ้องท่วงท่าการหยิบจับอุปกรณ์ของเจนจิรา ที่เดินเข้ามาตรวจเช็กอาการตามระเบียบ
“ความดันและชีพจรของคุณปกติทุกอย่างนะคะคุณภาคินัย” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวนุ่มแตะลงบนข้อมือหนาเพื่อจับชีพจร สัมผัสเบาๆ นั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ แล่นเข้าสู่หัวใจ
“ขอบคุณครับคุณเจน... แล้วอาการไข้ของผมล่ะ” เขาถามพลางแกล้งทำเสียงอ่อนแรง
เจนจิราไม่ตอบ แต่หยิบเครื่องวัดไข้ขึ้นมาตรวจที่ข้างใบหูของเขา ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้ภาคินัยได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอในระยะประชิด หัวใจเขากระตุกไหวเมื่อเห็นดวงตากลมโตจ้องมองหน้าจอเครื่องวัด
“36.4 องศาค่ะ... ผลเลือดของคุณออกมาแล้วนะคะ คุณไม่ได้เป็นทั้งไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ สรุปว่าคุณ ไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะ” เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด
“ถามจริงเถอะค่ะ... คุณมาโรงพยาบาลทำไมกันแน่?”
“โธ่... คุณเจนครับ ก็ตอนนั้นผมตัวร้อนจริงๆ นี่นา” ภาคินัยแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“แต่อาจจะเป็นเพราะได้เห็นหน้าพยาบาลสวยๆ อย่างคุณ ไข้มันเลยตกใจหนีหายไปหมดแล้วมั้งครับ”
“คุณภาคินัย!” เจนจิราดุเสียงต่ำ
“ในเมื่อไม่มีไข้แล้ว คุณก็น่าจะพอช่วยเหลือตัวเองได้นะคะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาใหม่ค่ะ”
“เดี๋ยวสิครับคุณเจน!” เขาคว้ามือเธอไว้ทันควันเมื่อเห็นเธอทำท่าจะเดินหนี
“คืนนี้... อยู่เป็นเพื่อนผมที่นี่ได้ไหม?”
“เสียใจค่ะ ฉันไม่ได้รับจ้างเฝ้าไข้ส่วนตัวค่ะ”
“ผมให้คุณกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้าน แล้วกลับมานอนเฝ้าผมที่นี่ครับ” ภาคินัยรุกหนัก นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“ผมโทรหาป้าหมอกริ๊งเดียว รับรองว่าคุณจะไม่กล้าขัดใจผมหรอก... แต่ผมไม่ได้จะใช้งานคุณฟรีๆ หรอกนะ ผมจะจ่ายค่าเฝ้าไข้ให้คุณอย่างงาม... ตกลงไหมครับ?”
“คุณไม่มีสิทธิ์สั่งฉันแบบนี้นะคะ... และทำไมต้องเป็นฉัน พยาบาลคนอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ” เจนจิราเริ่มว้าวุ่น เธอไม่เคยเจอคนไข้ที่รุกแรงและเอาแต่ใจขนาดนี้
“เพราะผมชอบคุณ...” คำสารภาพตรงๆ นั้นทำเอาพยาบาลสาวหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู เธอรีบชักมือออกแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมาสบตา ทิ้งให้ภาคินัยมองตามด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
เจนจิรากลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเป ภายใต้สายน้ำเย็นฉ่ำจากการอาบน้ำ เธอยังคงได้ยินเสียงทุ้มของภาคินัยวนเวียนอยู่ในหัว ใบหน้าหล่อเหลาและสายตาที่ดูเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวนั้นทำให้เธอใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เขาเป็นคนไข้ของป้าหมอ... แถมยังเป็นลูกชายเพื่อนรักของเจ้าของโรงพยาบาล ถ้าเราปฏิเสธ ป้าหมอจะลำบากใจไหมนะ” เจนจิราพึมพำคนเดียว เหตุผลร้อยแปดถูกยกขึ้นมาอ้าง เพื่อปกปิดความจริงที่ว่า... ลึกๆ แล้วเธอก็อยากจะกลับไปพบเขาอีกครั้ง
หลังจากทานมื้อค่ำกับแม่เสร็จ เจนจิราก็ตัดสินใจหยิบชุดลำลองใส่กระเป๋า
“วันนี้หนูมีขึ้นเวรต่อเหรอลูก?” แม่ถามด้วยความแปลกใจ
“ค่ะแม่ พอดีป้าหมอฝากให้ช่วยดูแลคนไข้พิเศษเป็นกรณีด่วนน่ะค่ะ” เธอตอบพลางหลบตา
“เจนไปก่อนนะคะแม่ ฝากจุ๊บแก้มฝันดีคุณยายด้วยนะคะ”
หญิงสาวขับรถกลับไปยังโรงพยาบาลท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน หัวใจเธอเต้นรัวแรงทุกขณะที่เข้าใกล้ห้องของภาคินัย... ค่ำคืนนี้จะเป็นเพียงการเฝ้าไข้ตามหน้าที่ หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของบ่วงรักที่เธอไม่อาจถอนตัวกันแน่ จนมาถึงตอนนี้เจนจิราเองก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้เลย
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







