Mag-log inก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก..
“เชิญค่ะ” เสียงหวานใสของเจนจิราตอบรับโดยไม่เงยหน้าจากกองเวชระเบียนบนโต๊ะ บานประตูเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงกำยำที่เธอเพิ่งเผชิญหน้าไปเมื่อครู่ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ
“คุณกลับมาอีกทำไมคะ ลืมอะไรหรือเปล่า”
“คุณยังไม่บอกชื่อผมเลย” ภาคินัยเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม นัยน์ตาคมพราวระยับขณะจ้องมองใบหน้าเนียนใสของพยาบาลสาวที่ดูจะหงุดหงิดขึ้นมาครามครัน
“เจนจิราค่ะ” เธอตอบสั้นๆ และก้มลงมองกองเวชระเบียนต่อไป
“มีชื่อเล่นมั้ยครับ”
“ถ้าไม่สนิทกับใคร ฉันไม่บอกหรอกค่ะ”
“งั้นผมเดาว่าคุณคงชื่อเจน...” เขาแกล้งลากเสียงยาวอย่างเจ้าเล่ห์
“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เจนจิราเมินสายตาหนี
“ผมภาคย์ครับ หรือจะเรียกว่าพี่ภาคย์ก็ได้ครับ”
“อย่าบอกให้เสียเวลาเลยค่ะ วันหนึ่งฉันเจอคนไข้เป็นร้อย คงจำไม่ได้หรอก” หญิงสาวลอบถอนหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยหน่าย
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญคุณกลับไปรอที่หน้าห้องตรวจได้แล้วค่ะ”
“ประสาท!” เจนจิราอุทานออกมาเบาๆ เมื่อแผ่นหลังกว้างเดินพ้นประตูไป ชายหนุ่มคนนี้ดูท่าทางจะรับมือยากกว่าที่เธอคิด
ภายในห้องตรวจ ภาคินัยสวมบทบาทนักแสดงเจ้าบทบาท เขาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเรื่องอาการครั่นเนื้อตัวและปวดหัวรุนแรงต่อหน้าแพทย์หญิงศรีมัณฑนา มารดาของเพื่อนสนิท จนคุณหมอหลงเชื่อและสั่งให้แอดมิทเพื่อรอดูอาการตามแผนที่เขาวางไว้
แต่ความกระหยิ่มยิ้มย่องก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้ช่วยพยาบาลแจ้งขั้นตอนต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“รบกวนที่ห้องเจาะเลือดด้วยค่ะ”
“อีกแล้วเหรอครับ”
ภาคินัยหน้าถอดสี เขาหาข้ออ้างแวบไปเข้าห้องน้ำเพื่อโทรศัพท์จิกหัวเพื่อนรักอย่างก้องเกียรติให้รีบมาช่วย แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ ร่างสูงใหญ่เดินคอตกราวกับนักโทษประหารมุ่งหน้าไปยังห้องเจาะเลือด แต่แล้วหัวใจที่ห่อเหี่ยวก็พองโตขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งถือเข็มรอเขาอยู่คือเจนจิรา
“นั่งลงสิคะ...คุณภาคินัย”
พยาบาลสาวโน้มตัวลงมาหาเขาเพื่อเตรียมอุปกรณ์ ระยะห่างที่ลดลงทำให้ภาคินัยลืมความกลัวเข็มไปเสียสนิท ยามที่เธอก้มลงหาเส้นเลือดที่ข้อพับแขนของเขา คอเสื้อพยาบาลสีขาวสะอาดตาแหวกลึกออกตามแรงโน้มถ่วงขณะที่ก้ม เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะ และปทุมถันคู่สวยที่อัดแน่นอยู่ในบราเซียสีหวาน
ภาพความเต่งตึงที่ขยับตามจังหวะการหายใจของเธอทำเอาเขาตาค้าง ลมหายใจเริ่มติดขัด ความร้อนในกายพุ่งพล่านยิ่งกว่าพิษไข้ป่า
“ซี้ดดดด... โอ๊ยยยยย!!! เบา ๆ ครับ” ภาคินัยครางกระเส่า เสียงนั้นดูจะสยิวมากกว่าเจ็บปวด
“เบาๆ ครับคุณเจน...”
“เจ็บเหรอคะ เข็มเล็กนิดเดียวเอง” เจนจิราเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความสงสัย แต่เธอกลับพบว่าใบหน้าของชายหนุ่มแดงซ่าน มีหยดเหงื่อผุดพรายตามไรผม และสายตาของเขากำลังจดจ้องอยู่ที่...
“ไม่เล็กแล้วครับ... อื้อหื้อ!... ใหญ่มาก... ขาว... เอ้ย! คมมากด้วยครับคุณเจน” เขาพูดตะกุกตะกัก พยายามจะถอนสายตาออกจากยอดเขาเบื้องหน้าแต่ก็ทำไม่ได้ จนกระทั่งเธอจัดการคาเข็มเอาไว้แล้วแปะพลาสเตอร์เสร็จสิ้นเตรียมพร้อมสำหรับการให้น้ำเกลือต่อไป
ภาคินัยเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้อง ผู้ช่วยพยาบาลที่ยืนรออยู่หน้าห้องตรวจถึงกับต้องกลั้นขำ เธอรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เขาทันที
“เอ่อ... อันนี้ทิชชูค่ะคุณภาคินัย”
“ให้ผมทำไมครับ?”
“ซับเลือดกำเดาไงคะ... สงสัยไข้จะสูงจัดจนเส้นเลือดฝอยแตกแบบเมื่อกี้อีกแล้วมั้งคะ”
ภาคินัยรีบรับทิชชูมาป้ายจมูก และพบว่าเป็นเลือดสีแดงสดจริงๆ เขาหน้าแตกยับเยินรีบก้มหน้าเดินตามรถเข็นไปยังห้องพักวีไอพีทันที
เมื่อประตูปิดลงและอยู่ตามลำพัง ภาคินัยทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม พลางนึกถึงสัมผัสมืออุ่นๆ และภาพจำในห้องเจาะเลือดเมื่อครู่
“โธ่เอ๊ยไอ้ภาคย์... เสียชื่อคาสโนวาหมด แค่เห็นนิดเห็นหน่อยถึงกับเลือดกำเดาไหลเลยเหรอวะ” เขาสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักอีกครั้ง
“ไอ้ก้อง! แกรีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”
ราตรีถัดมา ความลุ่มหลงในรสกามารมณ์ชั่วข้ามคืนฉุดรั้งให้เอกณัฐหวนกลับเข้าสู่กงจักรสังเวียนเดิมอีกครั้ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่รอการชำระ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสรัญจวนใจของนิดกลับยั่วยวนจนเขาตัดใจไม่ลง เขาแอบย่องเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่หอมฟุ้ง ท่ามกลางความเงียบงัดที่แสนอันตราย“เฮ่ย!..พี่เอก นิดตกใจหมด พี่เข้ามาได้ยังไงเนี่ย!” นิดอุทานลั่น ร่างอวบอิ่มในชุดนอนซีทรูสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างกำยำปรากฏกายขึ้น“ก็เข้ามาทางประตูนะสิ... คืนนี้นิดเป็นของพี่อีกนะ พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ” เอกณัฐไม่พูดเปล่า เขาพุ่งเข้าประชิดตัว ล็อกร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนพลางซุกไซ้ซอกคออย่างบ้าคลั่ง มือหนาบีบเค้นเต้าทรวงอวบหยัดผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือดี“อย่าพี่เอก! ปล่อยนะ อื้อ!!” นิดโวยวายและพยายามดิ้นรน ทว่าเสียงของเธอกลับไปกระตุกหนวดเสือที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาพอดิบพอดี“ไอ้สัด! มึงทำอะไรเมียกู!”เสียงกัมปนาทของชัยดังขึ้นพร้อมกับร่างถึกทึนที่ถลันเข้ามา ชัยกระชากคอเสื้อเอกณัฐออกไปจากตัวนิด ก่อนจะระดมหมัดและเท้าเข้าใส่ร่างของเอกณัฐอย่างไม่ยั้งแรง เอกณัฐพยายามฮึดสู้แต่ด้วยกำลังที่ต่างกัน เขาพลาดท่าล้มลง
ราตรีที่ความลับกำลังจะถูกกระชากหน้ากากเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง เอกณัฐก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทิ้งคราบชายผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าคืนนี้คือโอกาสทองเมื่อชัย ตัวละครลวงโลกออกไปแสวงโชคในวงพนัน ภายในห้องนอนที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำหอมอันเย้ายวน เอกณัฐจ้องมองนิด ในมุมมืดสายตาที่เย็นเฉียบดุจมัจจุราช เขาเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างถือวิสาสะ“พี่เอก!!! นิดตกใจหมดเลย”“คืนนี้พี่อยากนอนที่นี่...” เสียงทุ้มพร่าแฝงอำนาจคุกคามทำให้หญิงสาวใจสั่นสะท้าน“พี่เอก! นิดบอกแล้วไงคะว่าต้องรอให้หายดีก่อน จำที่หมอสั่งไม่ได้เหรอคะ...” เธอละล่ำละลัก พยายามยกข้ออ้างเดิม ๆ มาเป็นเกราะกำบัง ทว่า...เอกณัฐกลับไม่เปิดช่องว่างให้เธอหายใจ“พี่หายดีแล้วนิด...” วงแขนแกร่งตวัดรัดเอวบางเข้าหาตัว ก่อนจะล็อกร่างอรชรให้บดเบียดกับอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดระแวงของเธอ เขาซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่นพลางบีบเค้นสะโพกมนอย่างจงใจ รสจูบที่เขามอบให้มันช่างป่าเถื่อนและหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาวิญญาณของสาวสิบหกมงกุฎออกมาเค้นความจริง นิดที่ตั้งตัวไม่ติดเริ่มโอนอ่อนตามสัมผัสอันช่ำชองอย่างไม่อาจต้านทาน“ถ้าเราเป็น
แดดยามบ่ายที่ร้อนระอุภายในห้องโดยสารของรถดูดส้วมคันเก่าที่ไม่มีแอร์ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์เข้ามาบริเวณคนขับ เอกณัฐใช้ชีวิตอยู่ในห้องเก็บของเก่าๆ ท้ายหมู่บ้านมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว ความทรงจำของเขายังคงเป็นหลุมดำที่ว่างเปล่า มีเพียงคำบอกเล่าของ นิด และ ชัย เท่านั้นที่คอยย้ำเตือนว่าเขาเป็นใครและเคยทำอาชีพอะไรวันหนึ่ง หลังจากเสร็จงานดูดส้วมตามหมู่บ้าน เขาแวะตลาดตามคำสั่งของนิดเพื่อซื้อหมูสดไปนิดทำกับข้าวเย็น ในจังหวะที่เร่งรีบเขาก็เดินไปชนกับชายชราคนหนึ่งเข้าอย่างจัง“ขอโทษครับคุณลุง ผมรีบไปหน่อย” เอกณัฐรีบเอ่ยขอโทษพลางพยุงลุงคนนั้นไว้ลุงคนนั้นหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย สำเนียงเหน่อๆ แบบคนสุพรรณขนานแท้เอ่ยถามขึ้น “ไอ้หนุ่ม... เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่เร่อ!! ลุงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเอ็งเลย”“ผมชื่อเอกครับเมียชื่อนิด มีพี่ชื่อชัย บ้านผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน เอ่อ...ว่าแต่ลุงทำไมไม่เคยเห็นผมล่ะ” เอกณัฐถามกลับด้วยความประหลาดใจ“เป็นไปไม่ได้!” ลุงโบกมือวืดวาด “บ้านลุงน่ะอยู่ติดกับไอ้ชัยกับนังนิดมาจะยี่สิบกว่าปีแล้ว เห็นแค่เจ้าชัยกับนังนิด สองผัวเมียนั่น เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีใครอื่น”คำพูดของลุงเหมือนสายฟ
เที่ยงกว่า ๆ เอกณัฐ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง สัมผัสแรกที่เขารู้สึกคือความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวเนื้อเปลือยเปล่า เสียงเคาะประตูจากพนักงานโรงแรมดังรัวขึ้นพร้อมคำแจ้งเตือนที่ทำให้เขาต้องสะดุ้ง“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า เลยเวลาเช็คเอาท์มานานแล้วค่ะ หากต้องการพักต่อกรุณาชำระค่าที่พักเพิ่มด้วยนะคะ”เขาลนลานหากระเป๋าสตางค์และเสื้อผ้า แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่า เอกณัฐพยายามคาดคั้นถามพนักงานถึงเหตุการณ์เมื่อวานเย็น แต่ได้รับเพียงสายตาดูแคลน ผู้จัดการโรงแรมก้าวเข้ามาเชิญตัวเขาออกไปอย่างไม่ไว้หน้า ชายที่เคยจองหองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะพึ่งพาน้องชาย แต่ใบหน้าของเขาก็ต้องซีดเผือดทันทีเมื่อพบว่าข้อมูลในเครื่องถูกลบเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์... โลกของเขากำลังพังทลายลงในพริบตาด้วยความอับอายและสติที่เริ่มคลุ้มคลั่ง เอกณัฐในสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายพร้อมชุดชั้นในตัวเดียว ตัดสินใจวิ่งหนีสายตาผู้คนออกไปที่ลานจอดรถ เขาเห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ เจ้าของรถกำลังวุ่นอยู่กับการขนของด้านหลัง เขาไม่รอช้า พุ่งขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที
ในขณะที่ภาคินัยกำลังติดพันอยู่กับการประชุมใหญ่ เอกณัฐที่บัดนี้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดพร้อมเพลิงแค้นที่สุมอก ก็เริ่มเดินหมากตัวใหม่ เขาเฝ้ารอจังหวะกระชากหน้ากากของเมธินี นังตัวแสบที่บังอาจหักหลังเขาไปเป็นพวกศัตรูจำทำให้เขามีคดีความมาจนถึงทุกวันนี้เสียงแจ้งเตือนไลน์ในมือถือของเมธินีดังขึ้น เมื่อหล่อนเปิดดูดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มันคือคลิปวิดีโอส่วนตัวที่หล่อนกับเขาเคยมีสัมพันธ์กับเอกณัฐในอดีต พร้อมข้อความข่มขู่“ออกมาเจอฉันที่โรงแรมเดิม ถ้าไม่อยากให้คลิปนี้ไปโผล่ในมือถือผัวของเธอภายในสิบนาที!”เมธินีใจสั่นรัว หล่อนรู้ดีว่าเอกณัฐไม่ได้ขู่เล่น ในนาทีที่มืดแปดด้าน หล่อนนึกถึงคำพูดของ เจนจิรา ที่เคยสั่งไว้ว่าหากเอกณัฐติดต่อมาให้บอกทันที... สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้หล่อนเลือกพึ่งพาอำนาจเมียหลวง“เจน... เอกมันขู่เมย์ มันมีคลิปแบล็กเมล์เมย์...ทำไงดี” เมธินีสารภาพเสียงสั่นเครือเจนจิรานิ่งฟังด้วยสติที่มั่นคง หล่อนรู้ว่านี่คือโอกาสทองที่จะขุดรากถอนโคนความชั่วร้ายของเอกณัฐให้สิ้นซาก “เมย์ฟังเจนนะ... นัดมันเย็นนี้เลย ทำตามที่มันต้องการ เดี๋ยวเจนจะเอาของบางอย่างให้ไป”เจนจิราแอบส่งยานอนหลั
ราตรีที่แสนยุ่งเหยิงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ภาคินัยโอบประคองภรรยาสาวทั้งสองไว้แนบกาย ความขัดแย้งที่ทั้งคู่เคยมีต่อกันถูกหลอมละลายด้วยไฟตัณหาที่ภาคินัยมอบให้อย่างเท่าเทียม“คืนนี้ไหน ๆ เจนก็ลงเวรแล้ว” ภาคินัยกระซิบเสียงนุ่มก่อนจะโน้มตัวลงหอมแก้มเจนจิราอย่างแสนรัก “คืนนี้พี่ภาคย์จะควบสองเลยเหรอคะ พี่ไหวเหรอ” เมธินีแสร้งหยิกแกมหยอก แววตาจิกกัดเลือนหายไปเหลือเพียงความซุกซนที่รุ่มร้อน“ไหวสิครับหลายคืนนี้ที่เราสามคนไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน” ชายหนุ่มหันไปหอมแก้มเมธินีอีกฟากเพื่อไม่ให้เธอน้อยหน้า ก่อนจะนำพาสองนารีขึ้นรถมุ่งหน้าสู่รังรักที่กำลังจะกลายเป็นสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าภายในห้องพักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายเสน่หา ภาคินัยพาทั้งสองเข้าสู่ห้องน้ำหรูหรา อ่างน้ำวนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยฟองสบู่เนียนนุ่ม ร่างเปลือยเปล่าของสามคนสอดประสานกันท่ามกลางสายน้ำที่อุ่นกำลังดี เจนจิราที่ทนความคิดถึงไม่ไหวเป็นฝ่ายเริ่มจูบกับภาคินัยอย่างดูดดื่ม รสสัมผัสที่หวานล้ำทำเอาชายหนุ่มแทบละลาย ในขณะที่ท่อนล่างของเขาถูกเมธินีครอบครองด้วยเรียวปากอุ่นนุ่ม หล่อนใช้ลิ้นตวัดหยอกเย้าจนอาวุธร้ายแข็งขืนสู้มือ“
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสต
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่
เสียงหวีดร้องปนสะอื้นของเมธินีก้องอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันบิดเบี้ยว เมื่อเอกณัฐไม่ได้ใช้ความรักนำทาง แต่ใช้ความดิบเถื่อนเข้าครอบงำเพื่อสนองตัณหาและอำนาจที่เขามีเหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้า“โอ๊ย! อร๊าย!! พอแล้ว เสียบเข้าสิ เร็ว...ฉันไม่ไหวแล้วนะ!” หล่อนจิกนิ้วลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่น เมื่อใบหน้
หลังจากพายุอารมณ์ในครั้งนั้นมอดดับลง ความสัมพันธ์ของภาคินัยและเจนจิรากลับยิ่งแน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไหม้ ทั้งคู่ใช้ความเชื่อใจเป็นเกราะกำบัง จนไม่ว่าแผนการสกปรกของใครก็ไม่อาจแทรกซึมเข้าทำลายความรักของทั้งสองได้อีก แต่ฝั่งของคนที่พ่ายแพ้... เพลิงแค้นกลับยังคงคุกรุ่นท่ามกลางแสงสีที่สาดส







