Masukเมื่อมาถึงจุดหมายแล้ว ทั้งสองก็ต่างลงจากรถ เชสเดินไปคว้าจับแขนของโซฟี่ไว้ ก่อนจะพาเธอให้ตามตนไป
“ฉันเดินไปเองก็ได้นะคะคุณเชส ไม่ต้องจับฉันแบบนี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดขณะปล่อยตัวเดินตามชายหนุ่ม ไม่ได้ขัดขืน “ชักช้า” เขาตอบกลับสั้น ๆ โดยไม่ได้หันมามองหญิงสาว “…” ไม่มีคำพูดใดเปล่งออกมาจากปากของทั้งคู่ต่อ จนเชสพาคนตัวเล็กไปถึงห้องนอนของตนในที่สุด คนตัวใหญ่เหวี่ยงร่างบางให้ไปหยุดยืนหน้าเตียงขนาดคิงไซซ์ เธอต้องนำมือสองข้างเท้ายันพื้นเตียงไว้ ตั้งหลักให้ตนเอง เชสเดินเข้าไปใช้มือข้างหนึ่งจับบีบก้นภรรยาสาวเต็มมือ ทำให้เธอต้องรีบพลิกตัวกลับมามองเขา พลันนำมือปิดบั้นท้ายตัวเองไว้ “คุณเชส..” เอ่ยชื่อเขาด้วยเสียงอ่อนหวานอย่างปกติ แสร้งทำเป็นว่าตกใจ มีสายตาหวั่นกลัว “ตกใจอะไร เดี๋ยวยังไงเธอก็ต้องโดนฉันจับมากกว่านี้อยู่ดี” “…” “นอนลงไป ฉันไม่อยากใช้กำลังกับเธอไปมากกว่านี้ อ่อนแอแบบเธอเดี๋ยวจะกลัวจนร้องไห้ตัวสั่น ฉันขี้เกียจรำคาญ” “ทำไมเราต้องมีลูกด้วยกันด้วยคะ” “นี่สรุปไม่รู้จริง ๆ เหรอ เหอะ แล้วเธอคิดว่าเราจะแต่งงานกันไปทำไม แต่งไปเดี๋ยวก็หย่า ถ้าแต่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย รอแค่เวลาหย่า สู้ไม่ต้องแต่งตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ” “…” “ก่อนจะยอมตกลงมาเป็นเจ้าสาว ไม่คิดบ้างเหรอถามจริง” “ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกค่ะ ฉันต้องทำตามที่คุณพ่อคุณแม่ฉันขอ” “…” “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย บอกแค่ว่าฉันต้องแต่งงานกับคุณ 1 ปี เพราะคุณพ่อคุณอยากเห็นคุณเป็นฝั่งเป็นฝาบ้าง เพราะคุณเจ้าชู้ ไม่ยอมคบกับผู้หญิงคนไหนเป็นตัวเป็นตนสักที” “นั่นก็ส่วนหนึ่ง จริง ๆ พ่อฉันอยากมีหลานอีกนอกจากโชน ลูกของพี่ชายฉัน แฟนน้องสาวเธอ เขาอยากเห็นฉันมีลูกด้วย” “แต่ผู้หญิงตอนท้องแล้วต้องเสียสละหลายอย่างมากนะคะ ทั้งร่างกายที่ต้องแบ่งไปให้ลูก ไหนจะเวลา อารมณ์ แล้วฉันไม่ได้อยากท้อง ไม่ได้อยากมีลูกกับคุณด้วย ทำไมพวกคุณถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้คะ” “พ่อฉันให้คนมาช่วยดูแลเธออยู่แล้วถ้าเธอท้อง ไม่ต้องห่วงหรอก” “คุณเป็นผู้ชายกันก็พูดง่ายสิคะ แค่ทำแล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่ต้องอดทนอุ้มท้องอีกหนึ่งชีวิตที่พวกคุณเอาใส่เข้ามาให้ 9 เดือน พวกคุณไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงรู้สึกยังไง” “…” “ฉันจะบอกคุณพ่อคุณแม่ของฉันค่ะ ว่าฉันไม่เต็มใจจะท้องกับคุณ พวกเขาไม่บอกฉันก่อนเพราะคงคิดว่าฉันอาจจะยอม แต่ถ้าฉันไปบอกว่าไม่ยอม พวกเขาต้องยกเลิกเรื่องที่ฉันต้องท้องกับคุณให้ฉันแน่ ๆ” “เห็นติ๋ม ๆ เรียบร้อยแบบนี้ สู้คนน่าดูเลยนะโซฟี” “ฉันชื่อโซฟี่ค่ะ” “ชื่อเธอมันภาษาอังกฤษ เรียกแบบไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เรื่องมาก” “คุณควรจะให้เกียรติเจ้าของชื่อนะคะ ไม่ใช่เอาแต่ที่ตัวเองคิด” “นี่ดุฉันเหรอ” “หรือถ้าจะเอาตามที่คุณบอก งั้นฉันเรียกคุณว่าคุณเชษฐ์บ้าง คุณโอเคไหมคะ” “นี่เธอ แบบนั้นมันไม่เหลือความเป็นอังกฤษเลยนะ” “ก็หนึ่งชื่อ หลายโทนเสียงไงคะ” “กล้ามากนะ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร” “คุณเป็นสามีของฉัน ฉันรู้แค่นี้ค่ะ” “…” ทำไมจู่ ๆ เลือดก็สูบฉีดใบหน้ามากขึ้นจนเขารู้สึกเห่อร้อนแบบนี้ แค่เพราะเธอพูดว่าเขาเป็นสามีเธอเท่านั้น “ฉันขออนุญาตไปโทร.คุยกับคุณพ่อคุณแม่ฉันก่อนนะคะ” โซฟี่บอกแล้วก็จะเดินออกจากห้องนี้ไป แต่เชสกลับยกแขนขวางทางเธอไว้ ทำให้คนตัวเล็กต้องหยุดชะงักลง “คุยตรงนี้นี่แหละ ฉันจะฟังด้วย” “…” “มองฉันอยู่ทำไม เอาโทรศัพท์มาโทร.สิ” “ฉันเพิ่งเห็น คุณร้อนอีกแล้วเหรอคะ ทำไมหน้าแดง” “ฮะ?” โซฟี่มองเขานิ่งอีกครู่หนึ่งก็นำมือถือมาเปิดกล้องหน้า หันหน้าจอไปทางชายหนุ่ม “ดูสิคะ” เชสมองตัวเองในโทรศัพท์แล้วก็หันหน้าหลบพลันกระแอมในลำคอเบา ๆ นำมือจับคอเสื้อตัวเองขยับไปมา พัดให้พอมีลมกระทบใบหน้า “ใช่ บ้านนี้โคตรร้อนเลย” เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่ามันเขินอะไรกับอิแค่คำว่า สามี จากปากเธอ แต่คงเป็นเพราะตอนนี้เธอสวยมาก เขาเลยรู้สึกอ่อนไหวได้ง่าย ๆ เดี๋ยวรอให้โซฟี่เป็นนางเฉิ่มก่อน อาการเขาคงจะตรงข้ามกับตอนนี้โดยสิ้นเชิง เชสปลดกระดุมสูทเพื่อถอดชุดนอกของตนออก คลายความร้อนให้ได้ผลมากขึ้น จากนั้นก็โยนมันไปไว้บนที่นอน โซฟี่ที่กำลังจะกดต่อสายโทรศัพท์หาบุพการี เห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่เรียบร้อย จึงไปหยิบเสื้อสูทของชายหนุ่มมาพาดแขนตนไว้ “อย่าวางบนเตียงสิคะ เสื้อนี้คุณใส่มาหลายชั่วโมง ผ่านฝุ่นผ่านเหงื่อคุณมา เดี๋ยวเตียงสกปรกหมด” ไม่ได้พูดดุแต่อย่างใด เสียงที่ใช้นั้นอ่อนหวานดังเดิม “ถามจริง นมเธอนี่ทำมาไหม” ถามหลังจากที่สายตามองเนื้อเนินสาวตอนที่เธอโน้มตัวก้มลงหยิบชุดเขาเมื่อครู่ โซฟี่รีบยกมือปิดเนินอกตนเองทันที เขานี่เผลอหน่อยไม่ได้เลย ตาไวชะมัด “มันใหญ่เด่นมาก ผิดกับตัวเธอที่เล็กทั้งตัวแบบนี้” “คุณแม่ให้มาค่ะ” “..เหลือเชื่อเลย” “คุณเลิกลวนลามฉันทางสายตาได้ไหมคะ แค่แต่งชุดโชว์เนื้อหนังแบบนี้ฉันก็ลำบากใจจะแย่แล้ว ยังมาโดนคุณมองแบบนี้อีก” ความจริงเธอไม่ได้ลำบากใจเลย เพราะชุดนี้เธอเลือกเอง “ก็มันดึงดูดสายตาขนาดนี้ ฉันไม่ได้จะมอง ตามันก็มองเอง” โซฟี่มองเขาโดยไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะจับนำเสื้อสูทบนแขนมากางปิดบริเวณเหนือหน้าอกตนแทน โดยพาดตัวผ้าถึงบ่าเพื่อกันตก เชสมองการกระทำของคนตัวเล็กอึ้ง ๆ นี่เธอไม่อยากให้เขามองหน้าอกตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ อย่างน้อยเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีไหม ผู้หญิงอะไร ไม่เห็นเป็นอย่างที่เขาคิดเลย ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้เรียบร้อยขนาดนั้น ไม่ซื่อบื้ออย่างบุคลิกเลยสักนิด “นี่ แล้วเอาเสื้อฉันไปคลุมตัวแบบนั้น ไม่กลัวสกปรกแล้วหรือไง” “ก็ยังดีกว่าสายตาของคุณค่ะ” พูดตอบพลันกดโทร.ออกหามารดาอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก “นี่เธอ” เขายอมไม่ได้ ที่โซฟี่บอกมานั้น มันแสดงว่าเธอบอกว่าสายตาเขาสกปรกยิ่งกว่าเสื้อของเขา โซฟี่ยกนิ้วชี้ปิดปากตนเองพลันหันมามองเขา เชิงบอกให้ชายหนุ่มเงียบเสียง “…” เชสปิดปากตนเอง ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ หันหน้ามองไปด้านข้างแล้วแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเล็กน้อย งงว่าทำไมมาเฟียอย่างเขาที่ปกติเป็นคนคอยสั่งคนอื่นตลอด ต้องมาทำตามเธอแบบนี้ด้วย แต่ก็เพราะเธอกำลังจะคุยโทรศัพท์ไง การที่เขาไม่พูดแทรกก็ถือว่าเป็นคนมีมารยาทดี ..ใช่ เขาแค่เป็นคนที่มีมารยาท ไม่ได้ยอมเธอสักหน่อย “ฮัลโหลค่ะมัม” โซฟี่พูดสายหลังจากที่ปลายทางรับสายแล้ว “เปิดลำโพงด้วย” เชสบอกเธอเบา ๆ ระวังไม่ให้เสียงเข้าสายโทรศัพท์ หญิงสาวชำเลืองตามองผู้พูด ก่อนจะยอมทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี เวลาผ่านไป.. เชสไปข้างนอก ส่วนโซฟี่ยังคงอยู่ที่เรือนหอ ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของเธอและเขาเช่นเดิม และตอนนี้กำลังโทรศัพท์คุยกับ เมย์ เพื่อนสนิทของเธออยู่ “แด๊ดกับมัมกูใจร้ายมากเลย เขาบอกยังไงกูก็ต้องมีลูกกับนายเชสภายใน 1 ปี แต่ต้องทำแค่ตอนที่กูสมยอมเท่านั้น ห้ามขืนใจ แต่กูจะยอมได้ไง กูไม่ได้ชอบพออะไรนายนั่น แล้วมันก็ไม่ใช่งานที่กูต้องทำด้วย อีกอย่างนะ ทำไปกูก็ท้องไม่ได้ เพราะกูฝังยาคุมไว้” [แด๊ดกับมัมมึงไม่รู้ใช่ไหม เรื่องฝังยาคุม] “ไม่รู้ กูไม่ได้บอกใครเลย กูแอบไปฝังมา” [ถ้ามึงอยากหย่ากับเขา มึงก็ต้องถอดยาคุมออกแล้วปล่อยท้องนะฟี่] “แต่กูไม่อยากท้องอะเมย์ ถ้าท้องหุ่นกูเสียแน่ ๆ กูไม่เข้าใจแด๊ดมัมเลย บอกให้กูดูแลหุ่นมาตลอดตั้งแต่เด็ก ทำไมถึงมายอมให้กูท้องกับผู้ชายเจ้าชู้คนนี้ก็ไม่รู้” [กูเข้าใจมึง แต่จะทำยังไงได้ล่ะโซฟี่] “…” [หรือจะหนีไปเลยดีไหม] “กูดูเป็นคนที่ทำอะไรแบบนั้นเหรอ” [..ก็ไม่] “ถ้ากูจะหนี กูหนีไปตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เพราะกูมีโซเฟีย น้องรักกูมาก กูไม่อยากให้น้องเป็นห่วง” […] “เฮ้อ ช่างมัน มันจะเป็นยังไงก็ปล่อยให้มันเป็นไป ยังไงกูก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” [แง กอด ๆ มึงนะ เกิดเป็นมึงนี่ชีวิตยากจริง ๆ] “ชีวิตกูเป็นของแด๊ดกับมัมตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว กูไม่เคยได้ใช้ชีวิตของตัวเองเลย ที่ได้ใช้ก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เปิดเผยไม่ได้ แล้วนี่ต้องมาถอดยาคุมอีก ที่มีบัดดี้คงต้องยกเลิกไป ทำคลิปทำแอ็กเองคนเดียว” [ก็ใส่ถุงยางสิมึง] “มันก็ไม่ได้ป้องกันได้ดีเท่าฝังยาคุมอะ ..ยังไงไว้กูจะดูอีกทีแล้วกัน” [สู้ ๆ นะฟี่ มีอะไรคุยกับกูได้เสมอ] “ขอบคุณมึงนะ กูออกมาจากงานแต่งได้ไม่นานก็โทร.หาเลย” [ก็ห่วงเพื่อน กลัวโดนเสือกินตับ] “หึ” [ฮ่า ๆ เออ แล้วเห็นมึงบอกว่าตอนคุยกับแด๊ดมัมมึงเมื่อกี้ ผัวมึงก็ฟังด้วยหนิ แล้วเขาว่าไง] “เข้าทางนางไง พอกูวางสายก็เกลี้ยกล่อมกูใหญ่ กูเลยแกล้งทำเป็นรู้สึกว่าเมนส์มา นางก็เลยยอมหยุด นี่ออกไปข้างนอกละ บอกไปหาอะไรทำแก้เซ็ง” [หลังจากนี้จัดลุคยัยเฉิ่มไปหนัก ๆ ฟี่ แค่เห็นเขาก็หมดอารมณ์แล้ว จะได้ถ่วงเวลาไปได้หน่อย วันนี้เขาอยากกินมึงจัดเพราะมึงสวย แถมชุดเจ้าสาวยังโชว์ซะขนาดนั้น] “กูจัดอยู่แล้ว เบื่อพวกขี้หงี่ จะจืดให้ลืมความแซ่บวันแรกเลย” [เลิศเลยล่ะ] “แค่นี้นะ กูจะไปเปลี่ยนชุด ทำมื้อเย็นรอนางกลับบ้าน จะเสิร์ฟแต่เมนูจืด ๆ ให้เลย หมั่นไส้” [ฮ่า ๆ ๆ เบา ๆ ค่ะสาว เดี๋ยวเขารู้ธาตุแท้มึงหมด] “หน้าหวาน ๆ กูช่วยไว้หมดละ ยิ้มหน่อยเขาก็ไม่รู้ความคิดกูแล้ว” [ตัวมัม] “หึ แค่นี้มึง ไว้เจอกัน” โปรดติดตามตอนต่อไป..ใบหน้าหวานด้านข้างของโซฟี่กำลังขยับเสียดสีไปมากับพื้นโซฟาตัวหรู ขณะร่างกายกำลังพาดช่วงกลางลำตัวกับที่วางแขนของเครื่องเรือนนี้ในลักษณะคว่ำลง ตั้งแต่ช่วงหน้าท้องจึงทิ้งตัวมาหาที่นั่ง ทำให้หน้าอกกับใบหน้าดิ่งลงสัมผัสกับพื้นผิวของเก้าอี้นวมตัวยาวโดยตรง โดยเธอใช้มือจับขอบเบาะคอยยึดตัวเองไว้คนยืนคร่อมคู่ขาเรียวที่ตั้งก้นเชิดขึ้นหากลางกายตนเองอยู่ จับสะโพกมนไว้มั่นเพื่อสะบัดเอวกระแทกอาวุธกร่างเข้าร่องสงวนอันคุ้นเคยของสาวคนรักเร็วแรง“อ๊ะ! พี่เชสเบาหน่อยสิคะ ฟี่จุก~”“เอาให้ท้องคนที่ 4 เลยดีไหม หื้อ?!” เขาตอกอัดท่อนลำใหญ่ของตนเข้าไปในช่องทางรักเน้นหนัก ขณะส่งเสียงถามความเห็นหญิงสาวท้ายประโยค“อ๊ะ!!” โซฟี่ร้องลั่นพร้อมกับเหยเกใบหน้า มือกำจิกเบาะโซฟาแน่นขึ้น“พี่หวง หี่หึงฟี่ โดยเฉพาะกับมัน ฟี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ” ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบปลาย สายตาฉายแววแข็งกร้าวดุดันตามคำพูด“คีนเขาก็แค่แวะมาหาฟี่เองนะคะ อ๊ะ! นี่เราก็ลูก 3 แล้ว ไหนเขาจะหายไปจากพวกเราตั้งนานแล้วอีก พี่ยังจะหึงอีกเหรอ อ๊ะ..อ๊ะ พี่เชส~”“ไปแล้วก็ไปลับสิ จะกลับมาทำไมอีก กลับมาหยามว่าได้ฟี่ก่อนพี่หรือไง! อะ!” เชสกัดปากล่างสอบสะโพกเร็
วันถัดมาหลังออกจากโรงพยาบาล โซฟี่พาเชสมาที่คอนโดมิเนียมซึ่งตนเช่าไว้เพื่อใช้สำหรับทำคอนเทนต์วาบหวิวทางออนไลน์เธอไม่ได้บอกเขาล่วงหน้าว่าจะพามาที่นี่ บอกเพียงแค่ว่าอยากให้เขามาด้วยกัน ซึ่งผู้เป็นสามีก็ยอมมาตามที่ภรรยาต้องการโดยง่าย ไม่ถามคำถามอะไรแม้แต่อย่างเดียวเมื่อเชสเห็นที่ที่โซฟี่พาตนมาแล้ว ก็พอจะรู้ว่าเธอจะทำอะไร“นี่เป็นคอนโดฯ ที่ฟี่เช่าห้องไว้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกเมื่อจอดรถลงบริเวณหน้าอาคารแล้วเชสทำเป็นมองดูตัวสถานที่อย่างแปลกตา ครู่เดียวก็กลับไปมองหญิงสาวต่อ“จะลองเปลี่ยนบรรยากาศกับพี่เหรอ”“..พี่เชสอะ คิดแต่เรื่องอะไรแบบนั้นเหรอคะ”“หึ แล้วยังไงครับ พาพี่มาดูแล้ว ฟี่จะทำอะไรต่อ”หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกพลันค่อย ๆ ผ่อนออก ก่อนจะพูดต่อ“พี่ลงจากรถนะคะ เดี๋ยวฟี่พาไปที่ห้องฟี่”คู่สามีภรรยาเดินจับมือกันมาตลอดทาง กระทั่งมาหยุดยืนหน้าประตูห้องห้องหนึ่งในที่สุดเมื่อโซฟี่เปิดประตูแล้ว เธอก็พาชายคนรักให้เดินเข้าไปด้วยกันภายในได้รับการจัดตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสะอาด ทว่าเสื้อผ้าบนราวแขวนกลับดูแปลกตา เพราะมีแต่ชุดคอสเพลย์ของผู้หญิง และชุดเซ็กซี่ต่าง ๆ รวมถึงหลอดไฟที่ให้ความสว่างห
ประตูห้องคนไข้ถูกเปิดออก ทำให้คนกำลังนอนเหม่อมองเพดานได้สติขึ้นมาแล้วหันไปมอง ปรากฏเป็นชายร่างสูงกำยำก้าวเดินเข้าห้องมาพร้อมกับผู้หญิงอีกคน ที่ควงแขนเขาอยู่ไม่ห่าง “คุณเชส” โซฟี่ดวงตาลุกวาว เผยรอยยิ้มดีใจที่ชายคนรักของตนฟื้นมีสติแล้ว เธอพยุงตัวเองจะลุกขึ้นนั่ง ทว่าได้ยินสิ่งที่ทำให้ต้องหยุดทุกการเคลื่อนไหวก่อน “ผู้หญิงหน้าจืดไม่มีอะไรดีคนนี้น่ะเหรอ ที่พี่ได้เป็นเมีย” “…” โซฟี่มองเขานิ่ง เชสดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้ ..ราวกับว่าเขาไม่รู้จักเธอมาก่อน “ดูไร้เดียงสาชะมัด ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย อยู่ด้วยฉันคงเบื่อน่าดู” “จริงค่ะพี่เชส ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จืดแค่ที่นี่นะคะ อยู่บ้านหรือไปไหนก็จืดค่ะ แต่งตัวเฉิ่มไม่ไหว ใส่แขนยาวขายาวตลอด หน้าก็ไม่แต่ง” นัตตี้เสริม ยุยงให้ชายหนุ่มยิ่งมองภรรยาของเขาในแง่ลบ “เหอะ” เชสส่งเสียงออกมาจากช่องคอเพียงลมปาก “กลับห้องกันเถอะค่ะพี่เชส อย่าไปมองผู้หญิงคนนี้มากนักเลย เดี๋ยวภาพจะติดตาแล้วฝันร้ายนะคะ คนอะไรซีดอย่างกับศพ” “นัตกลับไปก่อน” เขาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ขณะจ้องมองภรรยาสาวตาเขม็ง “อ้าว ทำไมล่ะคะพี่เชส” “พี่จะคุยกับผู้หญิงคนนี้ให้เข
หลายสัปดาห์ต่อมาณ บ้านเรือนหอของเชสและโซฟี่นัตตี้มาเป็นแขกครั้งที่เท่าไรของทั้งสองก็ไม่รู้ได้ และทุกครั้งที่เธอมา เธอจะพูดทักทายใส่โซฟี่ว่า“สวัสดี ผู้หญิงหน้าจืดไม่มีอะไรดีของพี่เชส” เนื่องจากวันนั้นที่เธอพาเชสไปห้องพักผู้ป่วยของโซฟี่ในวันที่เขาฟื้นมีสติวันแรก คำพูดที่ชายหนุ่มพูดกับผู้เป็นภรรยาเมื่อเจอกัน คือ “ผู้หญิงหน้าจืดไม่มีอะไรดีคนนี้น่ะเหรอ ที่พี่ได้เป็นเมีย”พูดจบเธอก็แสยะยิ้มให้โซฟี่ ก่อนจะเดินไปหาเชสที่เพิ่งออกมาจากห้องส่วนตัวของเขา แล้วกอดแขนกำยำไว้ หันมองภรรยาของชายหนุ่มอย่างเย้ยหยันโซฟี่ถอนหายใจเบา ๆ พลางอมยิ้มบาง ๆ พลันเดินไปจะเข้าห้องของตน นัตตี้จึงรีบพูดกับเชสให้เธอได้ยิน“วันนี้เราสองคนไปสวีตหวานตามประสาคู่รักที่บาร์กันนะคะพี่เชส ร้านเปิดใหม่ เห็นคนไปกันเยอะมาก นัตอยากไปบ้าง พี่พานัตไปหน่อยนะคะ”โซฟี่ชะงักหยุดก้าวเท้าลงเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะค่อย ๆ เหลือบตามองคู่ชายหญิงที่ยืนห่างจากตนพอประมาณ“เอาสิ พี่ก็อยากไปดื่มอยู่เหมือนกัน”“งื้อ~ พี่เชสน่ารักที่สุดเลย” เธอหยิกแก้มเขาเบา ๆ“ดื่มแก้เซ็ง ที่พรุ่งนี้ต้องไปดูยัยเฉิ่มแถวนี้เดินแบบ เหอะ ถ้าพ่อไม่บังคับ อย่าหวัง
โซฟี่ขับรถออกจากบ้านเพียงลำพัง มีปลายทางคือสถานที่จัดงานเดินแบบซึ่งอยู่ชานเมือง ไปแต่งหน้า แต่งตัว ทำผมตามเวลานัดหมาย เพื่อเป็นหนึ่งในนางแบบของงานในค่ำคืนนี้ระหว่างทาง เมื่อถึงถนนสายที่ดูเปลี่ยว และรถน้อยคันสัญจรผ่าน โซฟี่ก็เกิดความประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากเธอไม่เคยขับรถบนถนนลักษณะนี้มาก่อนเลยหญิงสาวมองกระจกหลัง เห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมา ในคราแรกไม่ได้คิดอะไร แต่พอมองไปอีกครั้งก็เริ่มตงิดใจ เพราะรถคันดังกล่าวตามติดรถเธอมาก ดูทรงเหมือนจะแซงแต่ก็ไม่แซงไปสักทีโซฟี่เหยียบคันเร่ง เพิ่มความเร็วรถขับหนีให้ห่างจากรถคันดังกล่าว แต่ก็ทำไม่สำเร็จเมื่อคนขับรถสองล้อนั้นเร่งเครื่องตามเธอคนตัวเล็กพูดกับโทรศัพท์ซึ่งต่อบลูทูธกับรถยนต์อยู่ ให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของเครื่องต่อสายหาผู้เป็นสามี ทว่าสายโทรศัพท์กลับถูกตัดไปเสียดื้อ ๆไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้รถของเธอเริ่มบังคับไม่ได้ เร่งความเร็วมากขึ้นอัตโนมัติโดยที่หญิงสาวไม่ได้กดแรงปลายเท้าลงบนคันเร่งเลยแม้แต่น้อย“เกิดอะไรขึ้น ทำไมรถเป็นแบบนี้ล่ะ” โซฟี่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เธอพยายามเหยียบเบรกแต่ก็ไม่เป็นผล ตอนนี้ทำได้เพียงบังคับจับ
3 สัปดาห์ต่อมา..ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเชสนั่งรับบริการอยู่ที่ร้านไอศกรีม โดยเลือกเป็นโต๊ะมุมร้าน หลบตัวเองจากสายตาคนอื่นให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะจากคนที่อยู่ในร้านฝั่งตรงข้ามกันตอนนี้บนโต๊ะชายหนุ่มมีถ้วยใส่ไอศกรีมรสคุกกี้แอนด์ครีมหลายสกู๊ปวางอยู่เบื้องหน้า ซึ่งแต่ละลูกได้ละลายเหลวเป็นน้ำไปเกือบครึ่งแล้ว เนื่องจากเขาไม่แตะมันเลยตั้งแต่พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ เอาแต่มองคนที่ทำให้เขามาอยู่ตรงนี้ ไม่ละสายตาจากRrr~ Rrr~เสียงโทรศัพท์สั่นแจ้งเตือนคนเรียกสายเข้า เชสนำมือล้วงกระเป๋ากางเกงโดยที่ไม่ได้ก้มหน้ามอง เมื่อมีมือถืออยู่ในมือแล้วก็หลุบตาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เห็นว่าเป็น ‘ลูคัส’ เพื่อนสนิทของตนจึงกดรับสาย นำโทรศัพท์มาแนบหู“ฮัลโหล”[ไอ้เชส เดี๋ยวนี้มึงเป็นไร มีเมียแล้วลืมเพื่อนเหรอวะ พวกกูนัดอะไรมึงไม่เคยจะมาด้วยเลย นี่กูมาหามึงที่บริษัท ลูกน้องมึงก็บอกว่ามึงเสร็จงานปุ๊บก็ตรงกลับบ้านอย่างเดียว จะติดเมียอะไรขนาดนั้น]“กูไม่ได้ลืม แต่กูไม่ว่างจริง ๆ กูต้องดูเมียกู” ตอบทั้งที่สายตายังคงมองแต่คนคนเดิม[ดูทำไม]“พ่อกูบอกว่ากูมีดวงกินเมีย”[ฮะ?]“..กูก็ไม่เชื่อเรื่องไรแบบนี้หรอก แต่มันอดไม







