Compartir

บทที่ 2

Autor: ลำธารกวาง
ซูเสี่ยวถังซ่อนผลตรวจครรภ์ไว้ให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องรับแขก วันนี้เธอไม่แม้แต่จะเอ่ยเรียกใครสักคน ซึ่งต่างจากท่าทีในอดีต

เมื่อก่อนเธอมักคิดอย่างไร้เดียงสาว่า ขอเพียงดูแลพ่อแม่สามีให้ดี เป็นภรรยาที่รู้ความและเอาใจใส่ สักวันหนึ่งสามีก็ต้องมองเห็นความดีของเธอ

แต่ความจริงกลับตบหน้าเธออย่างแรง

ต่อให้เธอควักหัวใจออกมาประคองไว้ตรงหน้าคนตระกูลลู่ คนตระกูลลู่ก็อาจไม่ชายตามองด้วยซ้ำ

ห้าปีที่ทุ่มเทอยู่ฝ่ายเดียว ถึงเวลาที่ต้องเอาคืนมาแล้ว

เห็นได้ชัดว่าวันนี้ลู่เฉินกลับมาก็เพื่อจัดการธุระ ดังนั้นจึงเหลือบมองป้าหวังแล้วสั่งว่า “ป้าหวัง พาแม่ออกไปหน่อย”

ซูเสี่ยวถังที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่พูดอะไรสักคำตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ในดวงตาของเธอกลับมีความเย็นชาเพิ่มขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ลู่เฉินเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดของตระกูลลู่ และบริหารบริษัทได้อย่างยอดเยี่ยม

นิสัยของเขาก็ดี เขากตัญญูและอ่อนโยนต่อผู้ใหญ่ เขามีน้ำใจและรักษามิตรภาพต่อเพื่อน เขาให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจนต่อลูกน้อง และเขาก็ดูแลเอาใจใส่พนักงานเป็นอย่างดี...

ทุกคนที่เคยติดต่อกับเขาต่างพูดถึงเขาในทางที่ดีเป็นเสียงเดียวกัน เพื่อนที่รู้จักร่วมกันมากมายต่างบอกว่า ที่ซูเสี่ยวถังได้แต่งงานกับลู่เฉิน คงเป็นเพราะชาติที่แล้วเธอช่วยกอบกู้ทางช้างเผือกเอาไว้

แต่กลับมีเพียงซูเสี่ยวถังคนเดียวที่ไม่เคยได้รับความดีของลู่เฉิน

ตอนเดินผ่านข้างซูเสี่ยวถัง หลินซิ่วจูก็หยุดลงกะทันหัน แล้วตำหนิว่า “ถ้ายังท้องลูกชายไม่ได้อีก ฉันจะคอยดูว่าเธอจะมีหน้าไปพบหน้าบรรพบุรุษตระกูลลู่ได้ยังไง?”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูเสี่ยวถังคงเงียบแล้วอดทนผ่านไป

แต่ตอนนี้ เธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไปแล้ว

ซูเสี่ยวถังมองหลินซิ่วจู ในแววตาไม่มีความประจบเอาใจเหมือนที่ผ่านมาอีก ก่อนจะถามกลับอย่างเฉียบคมว่า “แม่ แม่กับฉันก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรื่องจะท้องลูกชายหรือลูกสาวเป็นความรับผิดชอบของฉันคนเดียวเหรอคะ?”

ในความทรงจำ ซูเสี่ยวถังเป็นคนขี้กลัวและยอมคนมาตลอด หลินซิ่วจูจึงคิดว่าการควบคุมลูกสะใภ้คนนี้เป็นเรื่องง่ายแสนง่าย แต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

แต่หลินซิ่วจูก็ไม่คิดจะตามใจเธอแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นตบหน้าซูเสี่ยวถังทันที “พูดกับผู้ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง? คุกเข่าลงแล้วขอโทษฉัน”

หลินซิ่วจูย่อมรู้ดีว่าซูเสี่ยวถังรักลู่เฉินมากแค่ไหน

ซูเสี่ยวถังยอมทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งหน้าตา กระทั่งยอมเป็นหมารับใช้คนตระกูลลู่เพื่อลู่เฉิน

แต่ตอนนี้เธอไม่อยากฝืนยอมจำนนเพื่อรักษาความสงบอีกแล้ว

แววตาของซูเสี่ยวถังที่มองหลินซิ่วจูหม่นลง เธอไม่พูดอะไร เพียงก้าวเข้าไปหมายจะตบคืน

แต่ฝ่ามือยังไม่ทันถึงตัวหลินซิ่วจู มือใหญ่ข้างหนึ่งก็คว้าเอาไว้กลางอากาศเสียก่อน

ขณะเดียวกัน เสียงคำรามต่ำที่เต็มไปด้วยการตำหนิก็ดังขึ้นข้างหู “ซูเสี่ยวถัง เธออาละวาดพอหรือยัง?”

ซูเสี่ยวถังเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาองอาจของลู่เฉินสะท้อนเข้ามาในสายตา แววตาเย็นเยียบของเขามองมาที่ซูเสี่ยวถังราวกับมีหนามทิ่มแทง

เมื่อก่อนใบหน้านี้เคยทำให้ซูเสี่ยวถังคลั่งไคล้ แต่ตอนนี้เมื่อมองอย่างละเอียดอีกครั้ง กลับเริ่มรู้สึกรังเกียจขึ้นมาเสียแล้ว

คนคนหนึ่งจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?

เรื่องที่ว่าไม่รัก นอกใจ ใช้ความเย็นชาทำร้ายกันก็ยังพอว่า แต่ทำไมถึงใจร้ายถึงขั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือผลิตลูกได้?

ทั้งยังไม่สนใจความเสี่ยงจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือดตอนที่เธอคลอดลูกคนแรก แล้วจะให้เธอมีลูกคนที่สองอีก นี่เขาอยากเอาชีวิตเธอหรือไง?

พอนึกถึงเรื่องเหล่านี้ ซูเสี่ยวถังก็รู้สึกคลื่นไส้

ขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ลู่เฉินกลับสะบัดมือเธอออกอย่างแรงทันที พร้อมกับเอ่ยเสียงเข้มว่า “วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ เรื่องลูกคนที่สองไว้ค่อยว่ากันเดือนหน้า”

พูดจบ เขาก็ประคองแขนหลินซิ่วจูแล้วเดินออกไปข้างนอก

หลินซิ่วจูหันกลับมาด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ราวกับกำลังพูดว่า ลูกชายที่ฉันคลอดมาก็ต้องเข้าข้างฉันอยู่แล้ว เธอก็แค่คนนอก ไม่รู้ฐานะตัวเองหรือไง?

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูเสี่ยวถังคงเสียใจจนร้องไห้ที่ลู่เฉินไม่ปกป้องเธอ แต่ตอนนี้เธอเหมือนจะชินเสียแล้ว กลับไม่รู้สึกผิดหวังแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าลู่เฉินกำลังจะเดินพ้นห้องโถงออกไป ซูเสี่ยวถังก็รีบเรียกเขา “ลู่เฉิน”

ซูเสี่ยวถังเป็นคนที่เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่เปลี่ยนคำ เมื่อเธอตัดสินใจจะหย่าแล้ว ก็ต้องเดินไปในทิศทางนั้นให้ถึงที่สุด

รักลู่เฉินมานานแปดปี ซูเสี่ยวถังเหนื่อยมามากพอแล้ว

เขามองไม่เห็นความดีของเธอ และไม่เคยคิดจะประคับประคองชีวิตแต่งงานกับเธอให้ดี ที่เขายอมแต่งงานกับเธอก็เพียงเพราะเธอท้องก่อนแต่ง และเขาคิดว่าตัวเองควรรับผิดชอบเท่านั้น

ชีวิตแต่งงานของพวกเขาเป็นเหมือนสุสาน แต่คนที่ถูกขังอยู่ข้างในกลับมีเพียงซูเสี่ยวถังคนเดียว

ที่จริงเธอควรตาสว่างตั้งนานแล้ว

ลู่เฉินหยุดฝีเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ซูเสี่ยวถังคิดว่าเขากำลังฟังเธอพูด จึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันไม่อยากใช้ชีวิตกับคุณอีกแล้ว เราหย่ากันเถอะ”

ทันทีที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา ซูเสี่ยวถังรู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ในตอนนั้นเอง ลู่เฉินกลับยกโทรศัพท์แนบหู ไม่รู้ว่าคนปลายสายพูดอะไร ก่อนจะได้ยินเสียงร้อนรนของเขาตอบว่า “ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

หลังวางสาย ลู่เฉินก็ประคองหลินซิ่วจูหายลับออกไปจากห้องโถงของจิ่นหยวน

ส่วนคำพูดที่เธอเพิ่งพูดออกมาและคิดว่าจะทำให้ตัวเองหลุดพ้น กลับไม่มีใครเก็บไปใส่ใจเลยสักคน

หลังจากป้าหวังไปส่งคนเสร็จแล้วกลับมา เมื่อเห็นซูเสี่ยวถังยังยืนเหม่อลอยอยู่ในห้องรับแขก จึงเรียกอย่างประหลาดใจว่า “คุณนายคะ?”

ซูเสี่ยวถังได้สติ หันตัวเดินไปนั่งที่โซฟา พร้อมสั่งป้าหวังว่า “ป้าหวัง ช่วยทำมื้อเย็นให้ฉันสักชุดนะ”

เมื่อก่อน ไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็ลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด เพียงเพราะหวังว่าจะทำให้ลู่เฉินเกิดความผูกพันและพึ่งพาเธอ

ตอนนี้เธอเหนื่อยแล้ว ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยเป็นคนที่ไม่ต้องหยิบจับงานบ้านอะไรเลย และเป็นคนที่พ่อแม่กับพี่ชายทะนุถนอมไว้ในอุ้งมือ คอยรักคอยเอาใจมาตลอด

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ซูเสี่ยวถังก็ขึ้นไปยังห้องหนังสือชั้นบนเพื่อเตรียมข้อตกลงหย่าหนึ่งฉบับ

ตระกูลซูไม่ได้เป็นครอบครัวธรรมดา ซูเสี่ยวถังเองก็เป็นแพทย์ศัลยกรรมเด็ก ที่จริงเธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และมีความสามารถมากพอที่จะมอบอนาคตที่ดีให้เหยาเหยา

แต่ตลอดห้าปีที่เธอไม่แย่งชิงและไม่โวยวาย สิ่งที่ได้กลับมาคือความเย็นชาและไร้เยื่อใยจากสามี

ดังนั้นเธอจึงเขียนไว้ในข้อตกลงอย่างชัดเจนว่า ต้องแบ่งรายได้หลังแต่งงานของลู่เฉินให้เธอครึ่งหนึ่ง และทุกเดือนยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเหยาเหยาเพิ่มเติมอีกสิบล้าน

แต่พอพูดถึงเหยาเหยา ซูเสี่ยวถังก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกอยากอยู่กับใคร?

เขียนข้อตกลงหย่าไปได้ครึ่งหนึ่ง ซูเสี่ยวถังรู้สึกว่ายังไงก็ควรถามความสมัครใจของเหยาเหยาก่อน จึงนำข้อตกลงที่ยังเขียนไม่เสร็จออกจากจิ่นหยวนไปด้วย

หลังจากเหยาเหยาเกิด ลู่เฉินก็ซื้อวิลล่าหลังหนึ่งให้เหยาเหยา ซูเสี่ยวถังลาออกจากงานมาดูแลลูกสี่ปีเต็ม หลังจากนั้น จึงกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งอีกครั้ง

เมื่อการงานเปลี่ยนไป เวลาที่ซูเสี่ยวถังได้อยู่กับลูกก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง

โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เธอไปฝึกอบรมเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดในจังหวัดข้างเคียงมาตลอด

ช่วงนี้ที่ได้เจอลู่เฉินสองครั้ง ก็เพราะเธอยังคงหลงรักจนหน้ามืด ถึงได้คิดอย่างโง่เขลาว่าจะใช้ลูกคนที่สองผูกหัวใจสามีที่ไม่ยอมกลับบ้านเอาไว้

ทั้งที่ไม่มีเวลา เธอก็ยังฝืนแลกเวรกับเพื่อนร่วมงาน เข้าเวรดึกติดกันสามคืน กว่าจะแลกวันว่างมาได้หนึ่งถึงสองวัน

แต่เธอกลับไม่เคยคิดเลยว่าการมีลูกคนที่สองไม่ใช่เรื่องที่เธอจะทำสำเร็จคนเดียวได้ ต่อให้เธอไม่มีเวลาว่าง ลู่เฉินก็เป็นฝ่ายไปหาเธอได้เหมือนกัน

เพียงแต่เวลาส่วนใหญ่ของลู่เฉินมอบให้เย่หนานเซิงไปแล้ว

ซูเสี่ยวถังเรียกรถไปคฤหาสน์เยว่หยวน ตอนนั้นเป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว

ทันทีที่ลงจากรถ อินสตาแกรมก็แจ้งเตือนมาว่า... คนที่คุณดูบ่อย ‘เสี่ยวเย่’ โพสต์วิดีโอใหม่แล้ว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 30

    “ไปส่งเหยาเหยาหน่อย ฉันถึงบริษัทแล้ว”คนรับใช้จัดการลู่เหยาจนเรียบร้อย ถักเปียเล็ก ๆ ให้สองข้าง แล้วคอยดูแลตอนเธอกินอาหารเช้ารอตั้งแต่แปดโมงจนถึงแปดโมงยี่สิบ เห็นว่ากำลังจะสายแล้ว แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่กลับมาสักทีคนรับใช้เริ่มร้อนใจ จึงรีบออกไปตามหาตอนนั้นเอง คุณปู่ก็ถือไม้เท้าเดินมาถึงหน้าห้องโถง พอเห็นคนรับใช้รีบร้อน ก็ถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยว่า “เป็นอะไร? รีบร้อนขนาดนี้”คนรับใช้มองไปด้านหลังคุณปู่ แต่กลับไม่เห็นซูเสี่ยวถัง จึงถามด้วยสีหน้าสงสัยว่า “คุณท่าน คุณนายล่ะคะ? คุณหนูน้อยยังรอเธออยู่เลย ใกล้จะสายแล้ว คุณนายนี่ก็เหลือเกิน ไม่ตรงต่อเวลาเอาเสียเลย”คุณปู่ไม่มีเวลาจะตำหนิคนรับใช้เรื่องแสดงความไม่พอใจต่อเจ้านาย เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวถังออกไปแล้ว อาเฉินยังอยู่ข้างบนไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนหรือไง?”คนรับใช้ได้ยินแล้วก็ยิ่งร้อนใจ “คุณผู้ชายก็ออกไปแล้วค่ะ เขาให้ฉันบอกคุณนายว่าให้คุณนายไปส่งคุณหนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล”พอคุณปู่ได้ยินแบบนั้นก็ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นแรง ๆ ทีหนึ่ง “เสี่ยวถังออกไปเกือบชั่วโมงแล้ว ลู่เฉินมันทำอะไรของมัน? ลูกสาวตัวเองจะไปโ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 29

    คนรับใช้รีบวิ่งไปที่ข้างเตียง แล้วถามเสียงเบาว่า “คุณหนูน้อย เป็นอะไรไปคะ?”พอลู่เหยาเห็นว่าเป็นคนรับใช้ ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“พ่ออยู่ไหน พ่ออยู่ไหน...”มือที่ตบผ้าปูเตียงยิ่งออกแรงมากขึ้น ขาทั้งสองข้างก็ถีบเตะไม่หยุดคนรับใช้ยื่นมือไปอุ้มเธอ “คุณหนูน้อย คุณชายออกไปแล้วค่ะ เขาให้คุณนายไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้นะคะ?”ลู่เหยาเห็นว่ามือของคนรับใช้ที่ยื่นมายังมีคราบมันเหนียวติดอยู่ ก็ผลักออกอย่างรังเกียจ “ฉันไม่ให้เธออุ้มหรอก เอามือสกปรกออกไปนะ”คนรับใช้ชักมือกลับ แล้วปลอบเสียงเบาอีกว่า “งั้นคุณหนูน้อยอย่าเพิ่งร้องนะคะ รอคุณนายกลับมาแล้วให้คุณนายช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้ดีไหม?”ลู่เหยาหันหน้าหนี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่อยากให้เธอทำ”คนรับใช้จนใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูน้อย คุณนายออกไปกับคุณท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ถักผมให้ก่อนนะคะ พอคุณนายกลับมาจะได้ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายเอานะ”คนรับใช้อดทนมาก เธอใช้น้ำเสียงแบบที่คุยกับเด็ก คอยปลอบคอยหลอกล่อลู่เหยาแต่ลู่เหยากลับไม่ฟั

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 28

    ส่วนทางฝั่งโทรศัพท์ เย่หนานเซิงได้ยินคำพูดของลู่เหยาก็รีบปลอบว่า “เหยาเหยาเด็กดี คืนนี้ไม่ต้องอาบก็ได้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เดี๋ยวน้าเซิงเซิงจะอาบให้เอง”ลู่เหยาได้ยินแล้วก็ส่งเสียงฮึเบา ๆ “โอเคค่ะ”น้าเซิงเซิงดีก็จริง แต่แม่อาบให้ละเอียดกว่าแต่ตอนนี้แม่ไม่รักเธอแล้วลู่เฉินเป็นผู้ชาย จึงไม่สะดวกอาบน้ำให้ลู่เหยา ส่วนลู่เหยาก็ไม่ได้เรียกคนรับใช้มาช่วยอาบ แต่ปีนขึ้นเตียงโดยตรง ดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับตาหลังวางสายวิดีโอคอล ลู่เฉินก็ลุกขึ้นเช่นกัน เขามองซูเสี่ยวถังแวบหนึ่งแต่ไม่ได้ถามอะไร แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าในห้องน้ำเองตอนเขาอาบน้ำเสร็จแล้วออกมา ซูเสี่ยวถังก็ปิดไฟไปแล้ว ในห้องเหลือเพียงโคมไฟติดผนังที่เปิดอยู่ลู่เฉินนอนอยู่ข้างลู่เหยา แต่กลับนอนไม่หลับเสียที ขณะที่บนโซฟาไม่ไกลก็มีเสียงหายใจสม่ำเสมอของซูเสี่ยวถังดังมาอะไรที่ทำให้ซูเสี่ยวถังเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?แต่พอลองคิดให้ดี เรื่องเหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้สำคัญอะไรมากนักเช้าวันรุ่งขึ้น ซูเสี่ยวถังก็ตื่นแต่เช้าตอนเธอลุกขึ้น ลู่เฉินกับลู่เหยายังคงหลับสนิท เธอไม่ได้ปลุกพวกเขา แต่ลงไปล้างหน้าแปรงฟันข้างล่างเธอลงมือเ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 27

    ตอนลู่เหยาอาละวาดอยู่ในห้องรับแขกจนพอใจ ลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องนอนของคุณปู่พอดีพอเห็นการ์ดกระจัดกระจายเต็มพื้น เขาก็มองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นเงาของซูเสี่ยวถังเขาสงสัยเล็กน้อย จึงถามลู่เหยาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “แม่หนูล่ะ?”ลู่เหยาเหลือบมองชั้นบนอย่างโมโห “ขึ้นไปแล้ว”ลู่เฉินได้ยินแบบนั้นก็เหม่อไปชั่วขณะผู้หญิงที่เคยมองลูกสาวสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ตอนนี้กลับไม่สนใจลูกสาวเลยแม้แต่น้อยหลังเงียบไปสองสามวินาที ลู่เฉินก็จับมือลู่เหยาแล้วเอ่ยว่า “ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อพาขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า”ลู่เหยาหยุดเดิน “คุณพ่อ หนูไม่อยากนอนกับแม่”ลู่เฉินหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณทวดจัดไว้แค่ห้องเดียว ถ้าหนูไม่อยากนอนกับแม่ก็ไปบอกคุณทวดเองนะ”ลู่เหยาทำปากยื่น ใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจและต่อต้านอย่างชัดเจนแต่ในเมื่อลู่เฉินไม่เข้าข้างเธอ ต่อให้งอแงก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจึงได้แต่ยอมแม่ไม่สนใจเธอ งั้นเธอก็ไม่สนใจแม่เหมือนกันพอมาถึงห้องนอน ลู่เฉินกลับไม่เห็นภาพซูเสี่ยวถังกำลังเตรียมชุดนอนกับของใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันให้พวกเขาเหมือนอย่างเคยตอนนี้ไฟในห้องน้ำกำลังเปิดอยู่ ซูเสี่ยวถังกำล

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 26

    คุณปู่เห็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ผ่านมาห้าปีแล้ว นอกจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ดีขึ้นแล้ว กลับมีแนวโน้มจะแตกหักหนักกว่าเดิมเสียอีกเขาพยายามจับคู่ให้ไม่รู้กี่รอบ แต่ทั้งสองคนก็ยังเป็นแบบนี้ เขาเองก็จนปัญญาแล้วหลังมื้ออาหาร ซูเสี่ยวถังจะไปล้างจานเอง แต่คุณปู่ไม่ยอม ให้คนรับใช้เป็นคนล้างแทนพอนั่งอยู่ในห้องรับแขก บรรยากาศก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วนลู่เหยาเล่นการ์ดไปพลางพูดคุยกับคุณทวดและลู่เฉินเป็นครั้งคราว ตลอดเวลานั้นไม่สนใจซูเสี่ยวถังเลยสักนิดส่วนซูเสี่ยวถังก็พูดคุยกับคุณปู่เพียงคนเดียว เธอเองก็ไม่สนใจทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกันลู่เฉินพูดไม่มาก เพียงส่งข้อความในโทรศัพท์เป็นครั้งคราวซูเสี่ยวถังรู้ว่าเขากำลังคุยกับเย่หนานเซิงบางทีอาจกำลังรู้สึกผิดที่คืนนี้ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเย่หนานเซิงคุณปู่ยังอยากช่วยจับคู่ทั้งสองอีกหน่อย แต่เวลาค่อนข้างดึกแล้ว ต่อให้ใจอยากทำก็ไม่มีเรี่ยวแรง จึงลุกขึ้นบอกว่าจะไปนอน และกำชับให้ซูเสี่ยวถังกับพวกเขาค้างคืนด้วยกันลู่เฉินเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น “เดี๋ยวผมไปส่งคุณปู่ที่ห้องนะครับ”คุณปู่เห็นลู่เฉินมีความกตัญญ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 25

    ซูเสี่ยวถังไม่อยากฟังลู่เหยาบ่นเกี่ยวกับตัวเองอีก จึงก้าวเข้าไปในห้องโถงทันทีคุณปู่เห็นเธอก็ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา “เสี่ยวถัง ในที่สุดก็มาสักที ทำไมวันนี้กลับมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”ซูเสี่ยวถังยิ้มแล้วอธิบายกับคุณปู่ว่า “ตอนเลิกงานมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาค่ะ พอจัดการเสร็จถึงได้รีบมา”ตอนลู่เหยาได้ยินเสียงของซูเสี่ยวถัง แผ่นหลังก็เกร็งขึ้นมา แต่เธอยังคงวางท่า ไม่คิดจะหันกลับไป เพียงนั่งอยู่แบบนั้นรอให้ซูเสี่ยวถังเป็นฝ่ายทักเธอก่อนเธอคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณทวด แม่คงไม่ถึงขั้นเมินเธอหรอกต่อให้แค่แกล้งทำ อย่างน้อยก็ควรแสดงสักหน่อยแต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าแม่ไม่ได้สนใจเธอเลย ราวกับเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ตอนคุณปู่ลุกขึ้น ลู่เฉินก็เหลือบมองซูเสี่ยวถังที่เพิ่งเดินเข้ามา แต่เธอไม่แม้แต่จะมองเขา ในสายตามีเพียงคุณปู่คนเดียวคุณปู่จูงซูเสี่ยวถังเดินไปทางโซฟา ระหว่างเดินก็เหลือบมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “เมียแกยังไม่ได้กินข้าว ไปเอาอาหารที่เก็บไว้ในครัวมาให้เธอ”น้ำเสียงเป็นคำสั่ง ไม่เปิดโอกาสให้ลู่เฉินปฏิเสธลู่เฉินเองก็ไม่อยากมีปากเสียงกับคุณปู่ ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่ไปยกอาหารมา เขาจึงตอบรับแ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status