Compartilhar

บทที่ 3

Autor: ลำธารกวาง
เธอไม่ได้อยากดู แต่สุดท้ายก็ยังกดเข้าไปตามความเคยชิน

ในวิดีโอยังคงมีเพียงภาพเดียว เป็นภาพลู่เฉินก้มตัวนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเย่หนานเซิง

ข้อความประกอบเขียนว่า “ดื่มไปนิดหน่อย โดนลมหนาวเข้า แค่ฉันโทรไป คุณก็มาหาแล้ว ดีจังเลยที่ตอนนี้มีคุณอยู่ด้วย”

เมื่อซูเสี่ยวถังเห็นสิ่งเหล่านี้ หัวใจก็เจ็บขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ในเมื่อพวกเขารักกันมากขนาดนั้น เธอควรจะใจกว้างกว่านี้หน่อย แล้วปล่อยให้พวกเขาสมหวังดีไหม?

ถ้าหย่า เธอขอแค่ลูกสาวกับส่วนแบ่งทรัพย์สินที่เธอควรได้รับ เธอไม่เอาอะไรทั้งนั้นนอกจากสองอย่างนี้

ซูเสี่ยวถังเก็บโทรศัพท์ แล้วก้าวเข้าไปในห้องรับแขก

ป้าเหลียงเห็นเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณนาย?”

“เหยาเหยาล่ะ?”

“คุณหนูกำลังเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่ชั้นบนค่ะ”

ทันทีที่ป้าเหลียงพูดจบ เสียงประหลาดใจของลู่เหยาก็ดังลงมาจากชั้นบน “แม่?”

ไม่ได้เจอลูกสาวมานาน ซูเสี่ยวถังรู้สึกหน่วงอยู่ในอก เธอรีบก้าวขึ้นชั้นบนไปกอดลูกสาว ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า ประคองใบหน้าลูกไว้แล้วหอมไม่หยุด

พอหอมเสร็จ เธอกำลังจะอ้าปากถามอะไรบางอย่าง ซูเสี่ยวถังก็เห็นลู่เหยายกมือขึ้นเช็ดหน้าตัวเองไม่หยุด จนผิวที่ถูกถูแดงถึงยอมหยุด

หัวใจของซูเสี่ยวถังเหมือนถูกบางอย่างขวางไว้ คำพูดที่มาถึงปากถูกกลืนกลับลงไปทั้งอย่างนั้น

เธอมองลูกสาวด้วยดวงตาชื้น ๆ ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจนบอกไม่ถูก

แต่ซูเสี่ยวถังยังไม่ทันได้พูดอะไร ลู่เหยาก็รีบเอ่ยขึ้นว่า “แม่ กลับมาพอดีเลย หนูกำลังจะโทรหาแม่อยู่พอดี หนูกำลังจะเข้าอนุบาลแล้ว หนูอยากไปโรงเรียนอนุบาลหยางกวางที่ปากถนนตงเจีย”

พอพูดถึงโรงเรียนอนุบาลตงเจีย ดวงตาของลู่เหยาก็เป็นประกาย

ซูเสี่ยวถังรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อลูกสาวยืนกรานว่าอยากไป เธอก็ไม่อยากขัดใจ ยิ่งไปกว่านั้นก็เป็นแค่โรงเรียนอนุบาล ถ้าไม่เหมาะค่อยเปลี่ยนใหม่ก็ได้

ดังนั้นเธอจึงตอบตกลง “งั้นก็ไปเรียนที่ตงเจียก็แล้วกัน”

ลู่เหยาได้ยินก็เด้งตัวขึ้นด้วยความดีใจ “ขอบคุณค่ะแม่ แม่ดีที่สุดเลย”

พอเห็นลูกสาวมีความสุข คำพูดบางอย่าง ซูเสี่ยวถังก็ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร

เธอเอื้อมมือลูบท้องโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วถามลู่เหยาอย่างจริงจังว่า “เหยาเหยาอยากมีน้องชายหรือน้องสาวไหม?”

ลู่เหยาดูเหมือนอยากกลับเข้าห้องแล้ว แต่ก็ยังคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “หนูอยากได้น้องชาย”

หัวใจของซูเสี่ยวถังพลันเจ็บแปลบ เธอถามทั้งที่ดวงตาเปียกชื้นว่า “แล้วถ้าแม่กลัวล่ะ?”

แม้ความเสี่ยงจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือดจะผ่านพ้นไปนานแล้ว แต่ปมในใจของเธอกลับไม่เคยผ่านพ้นไปเลย

ลู่เหยามองซูเสี่ยวถัง ก่อนจะตอบอย่างจริงจังว่า “งั้นแม่ก็อย่าเห็นแก่ตัวขนาดนั้นสิ แม่ก็คลอดเหยาเหยามาแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ชั่วขณะนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางวันแสก ๆ ซูเสี่ยวถังยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือด กระทั่งขยับตัวยังทำไม่ได้

ผ่านไปสักพักใหญ่ เธออ้าปากขยับริมฝีปากอยู่นาน กว่าจะเปล่งเสียงออกมาถามว่า “แล้วเหยาเหยาไม่กลัวว่าจะเสียแม่ไปเหรอ?”

ตั้งแต่ลู่เหยาเกิด ซูเสี่ยวถังก็เป็นคนเลี้ยงดูเธอมาตลอด ทั้งกลางวันกลางคืน ต้องคอยกล่อมนอน ป้อนนม ดูแลทุกอย่าง

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เธอแทบไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มสักคืน

ตอนนี้เธอเพียงอยากถามลูกสาวดูว่ายังรักเธออยู่หรือเปล่า

แต่ซูเสี่ยวถังกลับเห็นลู่เหยาขมวดคิ้วอย่างชัดเจน “โอ๊ย หนูจะไปนอนแล้ว”

พูดจบ ลู่เหยาก็วิ่งกลับเข้าห้องนอนแล้วปิดประตู

ซูเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงปากบันไดราวกับกลายเป็นหินไปทั้งตัว ร่างกายเย็นเฉียบ

ไม่นาน เสียงร่าเริงของลู่เหยาก็ดังออกมาจากในห้องนอน “น้าเซิงเซิง หนูไปโรงเรียนอนุบาลตงเจียได้แล้วนะ ต่อไปพอน้าเลิกงานก็มารับหนูได้เลย น้าเซิงเซิงจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”

“แล้วก็ ๆ น้าเซิงเซิงห้ามมีน้องชายหรือน้องสาวกับพ่อนะ หนูได้ยินแม่บอกว่าการคลอดลูกอันตรายมากเลย จะเสียเลือดเยอะ แล้วก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตด้วย ให้แม่เป็นคนทำเรื่องคลอดน้องชายเถอะ แม่เคยคลอดเหยาเหยามาแล้ว แม่ไม่กลัวหรอก”

“หนูคิดถึงน้าเซิงเซิงจัง อยากฟังน้าเล่านิทาน แล้วก็อยากกอดน้าด้วย...”

ซูเสี่ยวถังยืนอยู่หน้าประตู เมื่อนึกถึงตอนที่เมื่อครู่เธอหอมลูกสาวแล้วลูกสาวมีท่าทีต่อต้าน หัวใจก็เจ็บปวดราวกับแตกเป็นเสี่ยง ๆ

เธอเคยคิดว่าถ้าเธอกับลู่เฉินหย่ากัน อย่างน้อยลูกสาวก็ยังเป็นของเธอ แต่ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ลูกสาวก็ยังเลียนแบบลู่เฉิน เลือกสนิทกับคนนอกมากกว่า

ที่แท้ในชีวิตแต่งงานของเธอกับลู่เฉิน การทุ่มเทและเสียสละของเธอก็เป็นเพียงเรื่องตลก ไม่มีใครสนใจเลยว่าอดีตเธอเคยทำอะไรมา

ผ่านไปเนิ่นนาน ซูเสี่ยวถังถึงค่อยลากร่างอันอ่อนล้าลงมาชั้นล่าง

ป้าเหลียงเห็นเธอมีท่าทีเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรง จึงเดินเข้ามาหมายจะถามอะไรบางอย่าง แต่ถูกเธอโบกมือปัดกลับไป

ทันทีที่ออกจากคฤหาสน์เยว่หยวน ซูเสี่ยวถังก็โทรหาลู่เฉิน

โทรไปสองสามครั้งก็ไม่มีใครรับสาย แต่ซูเสี่ยวถังไม่ยอมแพ้ ยังคงโทรต่อไปเรื่อย ๆ

ที่จริงปกติ ถ้าเธอโทรไปหนึ่งถึงสองครั้งแล้วปลายสายไม่รับ เธอก็จะไม่โทรต่อแล้ว

แต่คืนนี้เธอกลับเหมือนคนเสียสติ โทรซ้ำไปไม่หยุด

ในที่สุดลู่เฉินก็รับสาย “ฉันกำลังยุ่ง มีอะไร...”

แต่ลู่เฉินยังพูดไม่ทันจบ ซูเสี่ยวถังก็ขัดขึ้นว่า “ฉันจะเจอคุณเดี๋ยวนี้ ทันที”

ซูเสี่ยวถังที่อยู่ปลายสายเหมือนคนเสียสติ ตะโกนคำรามใส่ลู่เฉิน

รอจนซูเสี่ยวถังค่อย ๆ สงบลงเล็กน้อย ลู่เฉินถึงเอ่ยว่า “มีอะไรไว้รอเดือนหน้าค่อยเจอกันแล้วค่อยพูด”

พูดจบ เขาก็กดวางสายอย่างไม่เกรงใจ

เมื่อได้ยินเสียงตู๊ด ๆ จากปลายสาย ซูเสี่ยวถังกลับร้องไห้ไม่ออกเลยแม้แต่หยดเดียว

ลู่เฉินก็เป็นแบบนี้ ทำให้เธอไม่มีแม้แต่ที่ให้ระบายความโกรธ

ตลอดห้าปีนี้ ซูเสี่ยวถังเหนื่อยเหลือเกิน

การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องหย่า

แต่เธอก็ยังต้องแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาวมาให้ได้

ต่อให้ตอนนี้ลูกสาวจะสนิทกับเย่หนานเซิงมากกว่า เธอก็ยังต้องพยายามดูสักตั้ง

เธอเป็นคนที่คลอดลูกสาวมา และเป็นคนที่อดหลับอดนอนเลี้ยงดูมานับคืนไม่ถ้วน เธอไม่มีวันยกให้คนอื่นง่าย ๆ เด็ดขาด

พอตัดสินใจแน่วแน่ รถโรลส์-รอยซ์ของลู่เฉินก็เบรกหยุดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์เยว่หยวน

ซูเสี่ยวถังหันไปมองตามเสียง เธอเห็นลู่เฉินนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับผ่านกระจกหน้ารถ ส่วนเย่หนานเซิงนั่งอยู่ข้างคนขับ บนตักอุ้มช่อดอกไม้ไว้หนึ่งช่อ

ลู่เฉินเองก็เห็นเธอ ทั้งสองสบตากันจากระยะไกลอย่างเงียบงันไร้ถ้อยคำ

สำหรับการมีอยู่ของเย่หนานเซิง เมื่อก่อนซูเสี่ยวถังไม่กล้าโวยวาย แต่ตอนนี้เธอกลับดูแคลนที่จะโวยวายเสียด้วยซ้ำ

หลังจากเงียบกันอยู่นาน ลู่เฉินถึงเปิดประตูรถลงมา เขาทำเหมือนไม่เห็นซูเสี่ยวถัง แล้วกำลังจะเดินไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้เย่หนานเซิง

แต่ซูเสี่ยวถังก็เอ่ยเรียกเขาไว้ “ลู่เฉิน เรามาคุยกันหน่อยสิ”

ลู่เฉินไม่สนใจ ยังคงเอื้อมมือไปจะเปิดประตูรถให้เย่หนานเซิง แต่ซูเสี่ยวถังก็พุ่งเข้ามาสองสามก้าวแล้วปัดมือเขาออก พร้อมเอ่ยด้วยความโกรธว่า “ลู่เฉิน คุณจะดีกับใครก็ได้ แต่เหยาเหยาเป็นลูกที่ฉันคลอดออกมา คุณมีสิทธิ์อะไรให้คนนอกเข้ามาแทรกระหว่างฉันกับลูก?”

ในที่สุด ลู่เฉินก็มองซูเสี่ยวถัง เขามองเธอจากเบื้องบน ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า “หนานเซิงเหมาะจะเป็นแม่มากกว่าเธอ”

พูดจบ ลู่เฉินก็ผลักเธอออก แล้วเปิดประตูรถ

ซูเสี่ยวถังยืนอยู่ที่เดิม ใช้เวลานานกว่าจะจับความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขาได้

เขาคิดจะให้ลูกของเธอยอมรับเย่หนานเซิงเป็นแม่อย่างนั้นเหรอ?

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 30

    “ไปส่งเหยาเหยาหน่อย ฉันถึงบริษัทแล้ว”คนรับใช้จัดการลู่เหยาจนเรียบร้อย ถักเปียเล็ก ๆ ให้สองข้าง แล้วคอยดูแลตอนเธอกินอาหารเช้ารอตั้งแต่แปดโมงจนถึงแปดโมงยี่สิบ เห็นว่ากำลังจะสายแล้ว แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่กลับมาสักทีคนรับใช้เริ่มร้อนใจ จึงรีบออกไปตามหาตอนนั้นเอง คุณปู่ก็ถือไม้เท้าเดินมาถึงหน้าห้องโถง พอเห็นคนรับใช้รีบร้อน ก็ถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยว่า “เป็นอะไร? รีบร้อนขนาดนี้”คนรับใช้มองไปด้านหลังคุณปู่ แต่กลับไม่เห็นซูเสี่ยวถัง จึงถามด้วยสีหน้าสงสัยว่า “คุณท่าน คุณนายล่ะคะ? คุณหนูน้อยยังรอเธออยู่เลย ใกล้จะสายแล้ว คุณนายนี่ก็เหลือเกิน ไม่ตรงต่อเวลาเอาเสียเลย”คุณปู่ไม่มีเวลาจะตำหนิคนรับใช้เรื่องแสดงความไม่พอใจต่อเจ้านาย เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวถังออกไปแล้ว อาเฉินยังอยู่ข้างบนไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนหรือไง?”คนรับใช้ได้ยินแล้วก็ยิ่งร้อนใจ “คุณผู้ชายก็ออกไปแล้วค่ะ เขาให้ฉันบอกคุณนายว่าให้คุณนายไปส่งคุณหนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล”พอคุณปู่ได้ยินแบบนั้นก็ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นแรง ๆ ทีหนึ่ง “เสี่ยวถังออกไปเกือบชั่วโมงแล้ว ลู่เฉินมันทำอะไรของมัน? ลูกสาวตัวเองจะไปโ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 29

    คนรับใช้รีบวิ่งไปที่ข้างเตียง แล้วถามเสียงเบาว่า “คุณหนูน้อย เป็นอะไรไปคะ?”พอลู่เหยาเห็นว่าเป็นคนรับใช้ ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“พ่ออยู่ไหน พ่ออยู่ไหน...”มือที่ตบผ้าปูเตียงยิ่งออกแรงมากขึ้น ขาทั้งสองข้างก็ถีบเตะไม่หยุดคนรับใช้ยื่นมือไปอุ้มเธอ “คุณหนูน้อย คุณชายออกไปแล้วค่ะ เขาให้คุณนายไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้นะคะ?”ลู่เหยาเห็นว่ามือของคนรับใช้ที่ยื่นมายังมีคราบมันเหนียวติดอยู่ ก็ผลักออกอย่างรังเกียจ “ฉันไม่ให้เธออุ้มหรอก เอามือสกปรกออกไปนะ”คนรับใช้ชักมือกลับ แล้วปลอบเสียงเบาอีกว่า “งั้นคุณหนูน้อยอย่าเพิ่งร้องนะคะ รอคุณนายกลับมาแล้วให้คุณนายช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้ดีไหม?”ลู่เหยาหันหน้าหนี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่อยากให้เธอทำ”คนรับใช้จนใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูน้อย คุณนายออกไปกับคุณท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ถักผมให้ก่อนนะคะ พอคุณนายกลับมาจะได้ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายเอานะ”คนรับใช้อดทนมาก เธอใช้น้ำเสียงแบบที่คุยกับเด็ก คอยปลอบคอยหลอกล่อลู่เหยาแต่ลู่เหยากลับไม่ฟั

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 28

    ส่วนทางฝั่งโทรศัพท์ เย่หนานเซิงได้ยินคำพูดของลู่เหยาก็รีบปลอบว่า “เหยาเหยาเด็กดี คืนนี้ไม่ต้องอาบก็ได้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เดี๋ยวน้าเซิงเซิงจะอาบให้เอง”ลู่เหยาได้ยินแล้วก็ส่งเสียงฮึเบา ๆ “โอเคค่ะ”น้าเซิงเซิงดีก็จริง แต่แม่อาบให้ละเอียดกว่าแต่ตอนนี้แม่ไม่รักเธอแล้วลู่เฉินเป็นผู้ชาย จึงไม่สะดวกอาบน้ำให้ลู่เหยา ส่วนลู่เหยาก็ไม่ได้เรียกคนรับใช้มาช่วยอาบ แต่ปีนขึ้นเตียงโดยตรง ดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับตาหลังวางสายวิดีโอคอล ลู่เฉินก็ลุกขึ้นเช่นกัน เขามองซูเสี่ยวถังแวบหนึ่งแต่ไม่ได้ถามอะไร แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าในห้องน้ำเองตอนเขาอาบน้ำเสร็จแล้วออกมา ซูเสี่ยวถังก็ปิดไฟไปแล้ว ในห้องเหลือเพียงโคมไฟติดผนังที่เปิดอยู่ลู่เฉินนอนอยู่ข้างลู่เหยา แต่กลับนอนไม่หลับเสียที ขณะที่บนโซฟาไม่ไกลก็มีเสียงหายใจสม่ำเสมอของซูเสี่ยวถังดังมาอะไรที่ทำให้ซูเสี่ยวถังเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?แต่พอลองคิดให้ดี เรื่องเหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้สำคัญอะไรมากนักเช้าวันรุ่งขึ้น ซูเสี่ยวถังก็ตื่นแต่เช้าตอนเธอลุกขึ้น ลู่เฉินกับลู่เหยายังคงหลับสนิท เธอไม่ได้ปลุกพวกเขา แต่ลงไปล้างหน้าแปรงฟันข้างล่างเธอลงมือเ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 27

    ตอนลู่เหยาอาละวาดอยู่ในห้องรับแขกจนพอใจ ลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องนอนของคุณปู่พอดีพอเห็นการ์ดกระจัดกระจายเต็มพื้น เขาก็มองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นเงาของซูเสี่ยวถังเขาสงสัยเล็กน้อย จึงถามลู่เหยาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “แม่หนูล่ะ?”ลู่เหยาเหลือบมองชั้นบนอย่างโมโห “ขึ้นไปแล้ว”ลู่เฉินได้ยินแบบนั้นก็เหม่อไปชั่วขณะผู้หญิงที่เคยมองลูกสาวสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ตอนนี้กลับไม่สนใจลูกสาวเลยแม้แต่น้อยหลังเงียบไปสองสามวินาที ลู่เฉินก็จับมือลู่เหยาแล้วเอ่ยว่า “ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อพาขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า”ลู่เหยาหยุดเดิน “คุณพ่อ หนูไม่อยากนอนกับแม่”ลู่เฉินหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณทวดจัดไว้แค่ห้องเดียว ถ้าหนูไม่อยากนอนกับแม่ก็ไปบอกคุณทวดเองนะ”ลู่เหยาทำปากยื่น ใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจและต่อต้านอย่างชัดเจนแต่ในเมื่อลู่เฉินไม่เข้าข้างเธอ ต่อให้งอแงก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจึงได้แต่ยอมแม่ไม่สนใจเธอ งั้นเธอก็ไม่สนใจแม่เหมือนกันพอมาถึงห้องนอน ลู่เฉินกลับไม่เห็นภาพซูเสี่ยวถังกำลังเตรียมชุดนอนกับของใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันให้พวกเขาเหมือนอย่างเคยตอนนี้ไฟในห้องน้ำกำลังเปิดอยู่ ซูเสี่ยวถังกำล

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 26

    คุณปู่เห็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ผ่านมาห้าปีแล้ว นอกจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ดีขึ้นแล้ว กลับมีแนวโน้มจะแตกหักหนักกว่าเดิมเสียอีกเขาพยายามจับคู่ให้ไม่รู้กี่รอบ แต่ทั้งสองคนก็ยังเป็นแบบนี้ เขาเองก็จนปัญญาแล้วหลังมื้ออาหาร ซูเสี่ยวถังจะไปล้างจานเอง แต่คุณปู่ไม่ยอม ให้คนรับใช้เป็นคนล้างแทนพอนั่งอยู่ในห้องรับแขก บรรยากาศก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วนลู่เหยาเล่นการ์ดไปพลางพูดคุยกับคุณทวดและลู่เฉินเป็นครั้งคราว ตลอดเวลานั้นไม่สนใจซูเสี่ยวถังเลยสักนิดส่วนซูเสี่ยวถังก็พูดคุยกับคุณปู่เพียงคนเดียว เธอเองก็ไม่สนใจทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกันลู่เฉินพูดไม่มาก เพียงส่งข้อความในโทรศัพท์เป็นครั้งคราวซูเสี่ยวถังรู้ว่าเขากำลังคุยกับเย่หนานเซิงบางทีอาจกำลังรู้สึกผิดที่คืนนี้ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเย่หนานเซิงคุณปู่ยังอยากช่วยจับคู่ทั้งสองอีกหน่อย แต่เวลาค่อนข้างดึกแล้ว ต่อให้ใจอยากทำก็ไม่มีเรี่ยวแรง จึงลุกขึ้นบอกว่าจะไปนอน และกำชับให้ซูเสี่ยวถังกับพวกเขาค้างคืนด้วยกันลู่เฉินเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น “เดี๋ยวผมไปส่งคุณปู่ที่ห้องนะครับ”คุณปู่เห็นลู่เฉินมีความกตัญญ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 25

    ซูเสี่ยวถังไม่อยากฟังลู่เหยาบ่นเกี่ยวกับตัวเองอีก จึงก้าวเข้าไปในห้องโถงทันทีคุณปู่เห็นเธอก็ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา “เสี่ยวถัง ในที่สุดก็มาสักที ทำไมวันนี้กลับมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”ซูเสี่ยวถังยิ้มแล้วอธิบายกับคุณปู่ว่า “ตอนเลิกงานมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาค่ะ พอจัดการเสร็จถึงได้รีบมา”ตอนลู่เหยาได้ยินเสียงของซูเสี่ยวถัง แผ่นหลังก็เกร็งขึ้นมา แต่เธอยังคงวางท่า ไม่คิดจะหันกลับไป เพียงนั่งอยู่แบบนั้นรอให้ซูเสี่ยวถังเป็นฝ่ายทักเธอก่อนเธอคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณทวด แม่คงไม่ถึงขั้นเมินเธอหรอกต่อให้แค่แกล้งทำ อย่างน้อยก็ควรแสดงสักหน่อยแต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าแม่ไม่ได้สนใจเธอเลย ราวกับเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ตอนคุณปู่ลุกขึ้น ลู่เฉินก็เหลือบมองซูเสี่ยวถังที่เพิ่งเดินเข้ามา แต่เธอไม่แม้แต่จะมองเขา ในสายตามีเพียงคุณปู่คนเดียวคุณปู่จูงซูเสี่ยวถังเดินไปทางโซฟา ระหว่างเดินก็เหลือบมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “เมียแกยังไม่ได้กินข้าว ไปเอาอาหารที่เก็บไว้ในครัวมาให้เธอ”น้ำเสียงเป็นคำสั่ง ไม่เปิดโอกาสให้ลู่เฉินปฏิเสธลู่เฉินเองก็ไม่อยากมีปากเสียงกับคุณปู่ ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่ไปยกอาหารมา เขาจึงตอบรับแ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status