Share

ตอนที่ 7 การเดินทางเพียงลำพัง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 01:36:14

ฝนยังโปรยปรายมาอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวมองความมืดสลัวผ่านกระจกสนามบินด้วยสายตาหม่นหมอง บางคราวสายตาของพิมพ์ดาววูบไหว และบางคราวก็หม่นแสงอ่อนล้าลง

หน้าท้องเธอเริ่มยื่นออกมา พอจะมองออกแล้วว่ากำลังท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว พิมพ์ดาวกลับมาอยู่บ้านตั้งแต่วันนั้น เธอไม่เคยติดต่ออชิรวิชย์กลับไปอีกเลย

“พิมพ์ลุกไหวมั้ย มาเช็คอินมา" เสียงแปร่งปร่าของพี่สาวกวักมือเรียก พร้อมเด็กชายวัยสามขวบและเด็กหญิงสี่ขวบ พิมพ์ดาวสะดุ้งออกจากความเศร้า หันไปตามเสียงเรียก ก่อนลุกเดินแอ่นตัวนิด ๆ ไปหา 

หญิงสาวยื่นพาสสปอร์ตให้พนักงานเช็คข้อมูล ส่วนกระเป๋าพี่เขยชาวออสเตรเลียมีน้ำใจยกให้เพราะพิมพ์ดาวกำลังท้อง 

“คุณพิมพ์ดาว เนินขาวนะคะ จะเดินทางไปที่ไหนคะ" พนักงานทวนข้อมูลเพื่อความถูกต้อง พิมพ์ดาวพูดคำว่า 'ออสเตรเลีย' ผ่านริมฝีปากแผ่วเบา อดไม่ได้จะเหลียวมองไปยังสายฝนด้านนอก คล้ายว่ามันเป็นภาพความฝันไม่ใช่ความจริง ทว่ามันคือความจริง ไม่ใช่ความฝันอย่างที่ต้องการ 

ชีวิตเดินทางผ่านพ้นการแต่งงาน มาจนกระทั่งวันที่เลิกรา แล้วอีกไม่นานการจากลากำลังก้าวเข้ามา

“ของผู้โดยสารเรียบร้อยค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ" พนักงานยกมือไหว้หลังออกบรอดดิ้งพาสมาให้ กระเป๋าถูกลำเลียงเข้าไปด้านในรอการขนส่งขึ้นเครื่อง 

พิมพ์ดาวประทับสายตาตรงนั้นแวบนึงอย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว 

พิมพ์เดือนดึงมือน้องสาวให้ตามมา แม่สั่งเอาไว้ว่า

"ดูมันดี ๆ เด้อ ผัวมันทิ้งมา อย่าให้มันหาย มันกำลังเสียใจ ระวังดี ๆ" นางหอมนวลบอกลูกสาวคนโตด้วยสำเนียงอิสาน 

ประจวบเหมาะตอนพิมพ์ดาวโซซัดโซเซกลับบ้านหลังวันอันปวดร้าว เป็นช่วงเวลาที่พิมพ์เดือน พี่สาวเธอเพิ่งหอบลูกหนีมาจากสามีเก่าและกำลังทำเรื่องไปอยู่ออสเตรเลียกับสามีใหม่ คนเป็นพี่จึงขอสามีให้น้องสาวไปอยู่ด้วย บอกว่าพิมพ์ดาวนั้นทำงานบ้านเก่ง จะช่วยดูแลลูกให้ สามีใหม่ของพิมพ์เดือนจึงตกลง สองพี่น้องหน้าคล้ายกันแต่บุคลิกแตกต่างชัดเจน พิมพ์เดือนผิวขาวแต่งตัวจัด ผมย้อมสีทอง มักจะสวมชุดรัดรูปเป็นประจำ ส่วนพิมพ์ดาวชอบแต่งตัวหวาน ๆ ชุดกระโปรงแขนตุ๊กตา ใส่เครื่องประดับเล็ก ๆ ตามประสาผู้หญิง

อารมณ์พิมพ์ดาวหม่นเศร้าตามเรื่องราวชีวิตที่ประสบพบเจอ เช็คอินแล้วหญิงสาวเดินตามพี่สาวกับพี่เขยขึ้นมาด้านบน ผ่านการตรวจเอกสารและข้าวของสัมภาระ จนมานั่งรออยู่หน้าประตูสำหรับเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน

“น้าพิมพ์น้องตัวใหญ่มั้ย" เด็กหญิงพระพาย ลูกสาวของพิมพ์เดือนสนใจท้องของพิมพ์ดาวเป็นพิเศษ เด็กหญิงผมหน้าม้าจำคำแม่บอกได้ว่าในท้องของน้าพิมพ์มีน้องยู่

“ยังไม่ใหญ่หรอกมั้ง" ล่าสุดที่ไปตรวจก็อยู่ในเกณฑ์ปกติเท่านั้น

“น้องได้ยินมั้ย" คนเกิดก่อนกรอกเสียงผ่านหน้าท้อง พิมพ์ดาวหัวเราะกับความไร้เดียงสา 

“น้องหลับจ้ะ"

“น้องตื่นกี่โมงจ๊ะน้าพิมพ์"

“อืม ..." พิมพ์ดาวครุ่นคิด “น่าจะสิบโมง ตอนเราถึงที่โน่นพอดี"

“ถ้าถึงที่โน่นแล้วพายจะปลุกน้องเด้อ จะชวนน้องมาดูหิมะ"

“ได้จ้ะ" พิมพ์ดาวพยักหน้า

“น้าพิมพ์ แล้วน้าพิมพ์ไม่มีแฟนเหรอ" เด็กหญิงพระพายยังถามไปเรื่อย "แฟนแบบลุงแจ็คไง" เด็กหญิงชี้ไปทางสามีใหม่แม่ "รวยนะ มีเงินซื้อขนมให้พายเยอะแยะด้วย"

คนถูกกล่าวอ้างว่ารวยพอจะฟังไทยออก เพราะเคยคบหากับผู้หญิงไทยมาหลายคนหัวเราะ

“พาย มานี่มา พูดอะไร บ่อเข้าท่าเล้ย" (พาย มานี่มา พูดอะไรไม่เข้าท่าเลย) พิมพ์เดือนยังติดคำอีสานมาบ้าง พิมพ์ดาวไม่ถือสาหลานแม้จะเศร้า เวลาผ่านมาสามสี่เดือนแล้ว เธอพอจะทำใจได้บ้างแล้ว 

“ไม่มีจ้ะ" หญิงสาวส่ายหน้า 

“ไปหาแฟนที่ต่างประเทศเนอะน้าพิมพ์ ยายบอกว่าฝรั่งหล่อบักคัก" (ยายบอกว่าฝรั่งหล่อมาก) พิมพ์เดือนตีแขนลูกเบา ๆ  ข้อหาพูดไปเรื่อยเปื่อย ลูกยังอยู่ในท้องจะมาหาฟงหาแฟนอะไร

เสียงประกาศเรียกเตรียมขึ้นเครื่องของสายการบินดังขึ้น พิมพ์เดือนดึงมือลูกไปต่อแถว พิมพ์ดาวประคองท้องตัวเองเดินตาม ครู่ต่อมาจึงรู้สึกถึงแรงสั่นของโทรศัพท์มือในกระเป๋าถือ

พิมพ์ดาวหยิบขึ้นมาดู 

เห็นข้อความส่งมาจากไลน์ของอชิรวิชย์ ใจเธอเต้นแรง ตัวร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เป็นข้อความแรกจากเขาตั้งแต่เกิดเรื่อง

“อยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับบ้าน"

เขาถามสั้น ๆ ห้วน ๆ

พิมพ์ดาวสะอื้นในอก เมื่อถ้อยคำเหล่านั้นไม่มีความห่วงใยหรือความปรารถนาดีมาถึงลูกเธอเลย

จนป่านนี้พิมพ์ดาวก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สิ่งที่ทำได้มีแค่ไม่คิดถึงมัน แม้จะสงสัยว่าทำไมเธอคนนั้นหน้าเหมือนไอยรดาราวกับแกะ แต่ไอยรดาตายไปแล้ว จะฟื้นคืนมาได้อย่างไร 

หรือหากมันจะมีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้นเธอก็คงไม่อาจจะรู้ได้เหมือนกัน

“ทำไมไม่อ่าน ไม่ตอบ อย่าเอาแต่ใจ ไม่ชอบ"

ข้อความที่สองส่งตามมาไม่ห่างจากข้อความแรกนัก พิมพ์ดาวหยุดนิ่งยืนอยู่กับที่ 

ภาพอชิรวิชย์แนบสนิทเนื้อตัวกับผู้หญิงคนนั้นสลักฝังลึกในควาทรงจำ หลายครั้งทำให้พิมพ์ดาวนอนไม่หลับเพราะครุ่นคิดหาคำตอบว่า เหตุการณ์นั้นจะมีที่มาที่ไปทางไหนได้บ้าง

เป็นชู้กัน 

เขามีคนใหม่ 

หรือว่าแท้จริงไอยรดายังไม่ตาย 

“น้าพิมพ์ไปกันเถอะจ้ะ" เสียงเรียกของเด็กหญิงพระพายเหมือนมือที่ดึงพิมพ์ดาวออกมาจากคำถามที่ไม่มีคำตอบ 

หญิงสาวมองไปรอบตัวมีผู้คนขวักไขว่ ทั้งเด็ก สตรี คนชรา ผู้หญิงผู้ชายมากมายเต็มไปหมด ทุกคนล้วนแล้วแต่ลากกระเป๋าเช็คอินเพื่อผ่านไปขึ้นเครื่องบินแล้วเดินทางไปที่ไหนสักที่ หรือพวกเขาก็มาจากที่ไหนสักที่เพื่อจะเดินทางไปสักแห่งในประเทศไทย 

“น้าพิมพ์ครับ เดี๋ยวสาย" เป็นเด็กชายพศินที่เรียกซ้ำ มือถือของพิมพ์ดาวดังขึ้น อชิรวิชย์ส่งข้ความมา 

‘เลิกทำตัวเหมือนเด็ก ๆ สักที คิดเหรอว่าถ้าไม่มีผม พิมพ์จะอยู่รอดได้’

พิมพ์ดาวกัดปากแน่น ถ้าจะส่งข้อความมาแค่เพื่อดูถูก ไม่ต้องส่งมาเสียยีงจะดีกว่า หญิงสาวกดพิมพ์ตอบกลับไปด้วยปลายนิ้วสั่นเทา

"ก็มาดูกันค่ะ ว่าจะรอดหรือไม่รอด"

จากนั้นก็บล็อกชื่อของอชิรวิชย์ออกจากทั้งโทรศัพท์และชีวิตนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #นิยายหย่าร้าง #นางเอกท้อง #นิยายมีเด็ก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 19 เรื่องเก่าเมื่อสามปีก่อน

    ไอยวรินทร์ลงรถหน้าบ้านของอชิรวิชย์ตอนตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า หมู่บ้านคนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ช่วงเย็น ๆ คนไปอยู่ตรงสนามเด็กเล่น หญิงสาวรูปร่างปราดเปรียวชะเง้อเข้าไปข้างในดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า กดออดแล้วรอหน้าบ้านสักพักก็ยังปราศจากเงาของเจ้าของอชิรวิชย์ไปไหนเนิ่นนานเกินไปแล้วสำหรับความสัมพันธ์แบบเธอต้องเป็นฝ่ายรอ หลังคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ไอยวรินทร์ก็เฝ้าฝันเฝ้าหวังว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้ามาแทนที่พี่สาว แทนที่พิมพ์ดาวด้วย ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่นานไปยิ่งร้อนใจ เธอกลัวว่าอชิรวิชย์จะไปเจอคนใหม่อีก ผู้หญิงคนนั้นอาจจะหลอกล่ออชิรวิชย์ให้ปฏิเสธหัวใจตัวเองอีกครั้งก็ได้"พี่วิชย์คะ" ไอยวรินทร์ร้องเรียก บ้านเดี่ยวตรงหน้ายังเงียบเหงา หญิงสาวเดินอ้อมไปอ้อมมา ก่อนจะตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปข้างในทันทีหลังจากมองซ้ายมองขวาจนทั่วแล้วสามปีก่อนก็แบบนี้ ไอยวรินทร์รู้ว่าทุกวันที่สิบสี่อชิรวิชย์จะไปทำบุญให้ไอยรดา วันนั้นเธอจงใจไปหาเขา บังเอิญเจอหลวงลุงเข้าพอดีหลวงลุงกำลังจะลุกออกจากโบสถ์เห็นไอยวรินทร์มาจึงนั่งลงตามเดิม ไอ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 18 ร่องรอยจากอดีต

    อชิรวิชย์เดินตามพิมพ์ดาวมาจนถึงคลินิก พยายามจะเรียกเธอหลายครั้งแต่พิมพ์ดาวจ้ำหนี ไม่ยอมหันมามอง กระทั่งถึงคลินิก อชิรวิยืจึงยอมหยุดคุณหมอคนเดิมเพิ่มเติมคือมีเคสใหม่มองเจ้าตัวยุ่งที่ไม่ได้มาหาหมอเป็นครั้งแรกทั้งสงสารทั้งเอ็นดู เอ่ยทักทายด้วยความคุ้นเคยออกไปว่า“วันนี้เศรษฐีพันล้านเป็นอะไรเนี่ย ฮึ” คนเป็นหมอวัยเกือบห้าสิบเกือบ ๆ จะหัวเราะ ไม่อยากจะทำแต่อดไม่ได้จริง ๆ ในละแวกสุขุมวิทนี่ไม่มีใครตึงเท่านี้แล้ว คราวก่อนหกล้มหัวเข่าเป็นแผลมาหาหมอก็บอกขาหักเดินไม่ได้ พอให้ถอดกระเป๋าออกบอกว่ากระเป๋าแพงพันล้านทั้งที่ค่าเทอมสองบาท แต่ความจริงคือเจ้าตัวยังไม่ได้ไปโรงเรียน มีแพลนว่าจะไปเร็ว ๆ นี้ เลยเตรียมซ้อมสะพายกระเป๋าไว้ก่อน“จุนหมอขา น้องปอยเจ็บ” (คุณหมอขาน้องพลอยเจ็บ) แก่นแก้วยังไงแต่เรื่องอ้อนคือที่หนึ่ง “ตะหมูกน้องปอยตุ่ย” (จมูกน้องพลอยบวมตุ่ย) เจ้าตัวยกมือแตะจมูกแล้วร้องจ๊ากแอคติ้งใหญ่ออกมา คุณหมอเลยให้พาเข้าห้องไปก่อน ส่วนพิมพ์ดาวยื่นบัตรประชาชนให้พยาบาลด้านหน้า บอกรายละเอียดแล้วตามเข้าไปเห็นเป็นห้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 16 ความเชื่อ

    ไอยวรินทร์กดโทรออกเป็นครั้งที่ห้า หลังจากสี่ครั้งแรกเบอร์ปลายทางปราศจากผู้รับสาย หญิงสาวเดินไปเดินมาจนคนเป็นแม่เวียนหัวไปหมด นางอรอุมาต้องหมุนตัวหนี หันหลังให้กับลูกสาวก่อนตัวเองจะคลื่นไส้อาเจียนไปเสียก่อนสองแม่ลูกอาศัยอยู่ทาวเฮ้าส์สองชั้น ส่วนหนึ่งได้เงินมาจากบริษัทประกันซึ่งจ่ายให้หลังจากลูกสาวคนโตของนางอรอุมาจากไป คนเป็นแม่นั่งบนโซฟาหนังเทียมสีเทาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนลูกสาวยังกระหน่ำกดโทรออกไปอยู่อย่างนั้นไม่เลิกไม่แล้ว“ทำไมพี่วิชย์ไม่รับสายรินทร์เลยล่ะคะ” ไอรวรินทร์กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาข้างแม่ นางอรอุมาถอนหายใจ พอลูกเลิกเดินไปเดินมาจึงขยับตัวกลับมายี่สิบองศาตอบคำถามไปสั้น ๆ ว่า“พ่อวิชย์เขายุ่งอยู่ล่ะมั้ง”“แต่นี่รินทร์นะคะ” ไอยวรินทร์คิดว่าตัวเองได้สิทธิ์พิเศษมากกว่าใครเสมอ เธอเป็นน้องสาวของไอยรดา หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ อชิรวิชย์จะต้องให้ความสำคัญกับเธอมากกว่าสิ่งอื่นในความน่าจะเป็นของไอยวรินทร์เธอเชื่ออย่างนั้น ทว่าในความเป็นจริงอชิรวิชย์ไม่ได้ให้สิทธิ์พิเศษเธอไปมากกว่าความเป็นน้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 15 ใครคนนั้นกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว

    พิมพ์ดาวปลดผ้ากันเปื้อนอย่างรวดเร็ว หลังต้นหอมวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาววิ่งสะดุดก้อนหินในสวนหน้าร้านล้มจนหน้าคะมำ ถึงขนาดเลือดกำเดาไหล แล้วลูกค้าที่เพิ่งมาถึงกำลังจะพาไปหาหมอหญิงสาวฝากหน้าที่ทำอาหารให้คนเป็นแม่ดูแล ส่วนตัวเองเดินเร็วจนเกือบ ๆ จะเหมือนวิ่งออกไปข้างนอก ผ่านโต๊ะลูกค้าสองโต๊ะตรงไปยังหน้าร้าน สายตาของพิมพ์ดาวเห็นแค่ลูกในอ้อมกอดของใครคนนึง เธอถลาเข้าไปรับร่างเล็กแนบอก อุ้มมาลูบหลังเบา ๆ ปลอบโยนเด็กหญิงไม่ให้ขวัญเสียไปมากกว่านี้“โอ๋ ๆ คุณแม่อยู่นี่นะคะ น้องพลอยสะดุดล้มเหรอคะ พี่หอมบอกน้องพลอยสะดุดล้ม เจ็บตรงไหนมั้ยคะ” พิมพ์ดาวปลอบลูกจนลืมสนใจคนรอบตัว ไม่ทันสังเกตว่าตรงนั้นใครคนนึงจ้องเธอเขม็ง หน้าเครียด คล้ายทั้งโกรธทั้งเจ็บใจทั้งโมโห แววตาอชิรวิชย์หลากหลายไปด้วยความรู้สึก มองคนเคยคุ้นและเด็กคนที่เขารับรู้บางอย่างด้วยสัญชาตญาณว่าพิเศษด้วยความรู้สึกแปลบปลาบในอก มันเหมือนความรู้สึกอัดอั้นหลากหลายจะทะลักทลายออกมา ใครคนที่หายไปกะทันหัน ตอนจะกลับมาก็รวดเร็วเกินจะคาดเดา“พิมพ์”เสียงเรียกดังไม่ถึงพ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 14 จุนแม่ขาหนูเจ็บ

    การเลือกวัสดุเสร็จสิ้นลงตอนบ่ายสองกว่า ๆ สามหนุ่มจากบริษัทออกแบบ A – Chi ได้ตัวอย่างวัสดุมาถุงใหญ่ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารอันเป็นหมุดหมาย‘ร้านเดือนดาว’ถึงตอนเกือบสี่โมงเย็น ทั้งสามคนลงจากรถเดินเข้าไปข้างใน เด็กหญิงพิมพ์ประภากำลังสะพายกระเป๋าราคาพันล้านเดินเสิร์ฟมะพร้าวแก้วโต๊ะอื่น ๆ อยู่ครั้นพอเห็นลูกค้าเจ้าเดิม เด็กหญิงตัวน้อยก็ปรี่เข้ามาหาทั้งที่ถาดแสตนเลสเล็กยังอยู่ในมือ“โต๊ะเจ็ม” เจ้าตัวบอกเหมือนเดิม วันนี้แฟชั่นของเด็กหญิงพิมพ์ประภามีความเฮ้ว มีความลูกสาวกำนัน เสื้อลายสก๊อตพับแขนกับกางเกงส์ขายาวสียีนส์และผมเปียสองข้างพร้อมกระเป๋าพันล้านเตรียมสำหรับไปโรงเรียน“ฮั่นแน่ วันนี้เป็นสาวห้าวนะเรา” เอกสิทธิ์แซวอชิรวิชย์เผลอยิ้มนิดนึง สายตาเอ็นดู หากเป็นเมื่อก่อนเขาเชื่อว่าตัวเองคงไม่รู้สึกอะไร ทว่าตอนนี้อาจจะเพราะอายุที่มากขึ้นด้วยกระมังอชิรวิชย์ให้เหตุผลกับตัวเองสามปีที่ผ่านมาบรรดาเพื่อน ๆ หลายคนอวดรูปลูกลงเฟซเป็นทิวแถว แม้แต่เอกสิทธิ์ก็เช

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 13 อย่าให้มีอีกครั้ง

    “คิดอะไรวะไอ้วิชย์” เอกสิทธิ์ตบหลังเพื่อนเบา ๆ ไม่รู้นั่งเหม่ออะไร เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานมันตั้งนานแล้วมันยังไม่รู้ตัว จนเขาต้องตบหลังสะกิด อชิรวิชย์จึงสะดุ้งห้องทำงานของอชิรวิชย์แยกจากคนอื่น ๆ ชายหนุ่มชอบความเป็นส่วนตัว ในห้องมีเครื่องใช้สำนักงานครบ หากเขาไม่อยู่ออฟฟิศ บางทีเอกสิทธิ์ก็เข้าใช้ห้องนั่งทำงาน ยกเว้นลิ้นชักที่อชิรวิชย์ค่อนข้างหวง ล็อกแล้วเก็บกุญแจไว้ แต่ว่าตู้เก็บของด้านหลังโต๊ะทำงานเขาอนุญาตให้เพื่อนเก็บของร่วมได้เอกสิทธิ์อ้อมมานั่งข้างหน้า โยนแบบคาเฟ่โปรเจคท์ใหม่ของลูกค้าลงหน้าเพื่อน "ว่าจะชวนมึงไปตระเวนดูวัสดุด้วยกัน" เอกสิทธิ์ชอบออกไปข้างนอก ไม่ค่อยชอบให้ซัพพลายเออร์เข้ามาเสนอวัสดุในออฟฟิศเท่าไหร่ยิ่งถ้าเจ้าไหนมีโชว์รูมเขาจะชอบเป็นพิเศษ ได้เห็นวัสดุสำหรับก่อสร้างเยอะดี"ไม่เรียกเข้ามาในออฟฟิศ เรียกมาหลาย ๆ เจ้าก็ได้ ให้รินทร์เรียกให้สิ" รินทร์ที่ว่าคือประสานงานของบริษัท มีหน้าที่ติดต่อซัพพลายเออร์ให้มาเสนอวัตถุดิบเพื่อใช้ในการวางสเปคให้ลูกค้า"เออ พูดเรื่องรินทร์นี่ยังไงวะ" เอกสิท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status