Share

ตอนที่ 8 อยากเห็นกับตา

last update Last Updated: 2026-01-06 20:45:13

"เราแวะหาอะไรกินก่อนมั้ยครับพี่วิชย์" อาทิตย์รวบรวมความกล้าชะโงกหน้าขึ้นมาถามเจ้านาย 

ถนนเส้นเข้าสุขุมวิทแออัดเช่นดังเดิม สี่หนุ่มในรถอันประกอบด้วย เอกสิทธิ์รับหน้าที่พลขับพ่วงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป อชิรวิชย์เป็นเจ้าของ A-Chi architecture นั่งข้างกัน และสถาปนิกระดับจูเนียร์ อาทิตย์ ชายหนุ่มผิวขาวชาวเหนือผู้เขินได้ทุกสถานการณ์ และกติกร หนุ่มใต้คมเข้ม ผู้พร้อมชงทุกหัวข้อแซวเพื่อน

ทั้งหมดเพิ่งกลับจากพรีเซนต์งานลูกค้าแถวเพลินจิตเป็นงานออกแบบร้านอาหารไทยฟิวชั่นของเชฟชื่อดังจากรายการทำิาหารยอดนิยม จะสร้างแลนด์มาร์คใจกลางสุขุมวิท

ปีนี้บริษัทออกแบบ A-Chi เติบโตมั่นคงขึ้นอีกก้าว หลังจากสองปีที่แล้ว อชิรวิชย์สร้างความฮือฮาด้วยการออกแบบที่พักเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ ทว่าโดดเด่นจนนักเดินทางหลายคนทำรีวิวชื่นชมกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ผู้คนจองเต็มไปถ่ายรูปจนได้ชื่อว่าเป็นแลนมาร์กใหม่ของดอยม่อนแจ่ม

หลังเหตุการณ์นั้นผ่านมาหนึ่งปี ทั้งบริษัทจึงทำงานกันหัวหมุน แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

เพื่อขยับขยายธุรกิจ อชิรวิชย์จึงย้ายออฟฟิศ ซึ่งแต่เดิมอยู่ใกล้บ้านของเขา มาอยู่แถวสุขุมวิท เข้าซอยไปลึกหน่อย แต่ว่าทำเลดีมีที่จอดรถและเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ สะดวกทั้งสำหรับลูกค้าและสำนักงาน แม้ว่าจะไกลบ้านของอชิรวิชย์สักหน่อย แต่ตัวเขาเองนาน ๆ จึงจะเข้าออฟฟิศที ส่วนใหญ่หัวแรงหลักในการคุมงานจะเป็นเอกสิทธิ์ เพื่อนสนิทสมัยเรียนของอชิรวิชย์ ที่เขาดึงตัวมาทำงานด้วย

"เอาเลย พี่ไม่หิว" อชิรวิชย์เป็นคนกินยาก เขาเลยหลบเลี่ยงการกินอาหารร่วมกับคนอื่น รวมถึงลูกน้องด้วย นอกจากจะเป็นงานสำคัญ อย่างงานเลี้ยงประจำปีบริษัท  หรือถ้าหากเป็นการเลี้ยงลูกค้า ชายหนุ่มก็จะเลือกคาเฟ่ในเมืองหรือร้านกาแฟเจ้าดังอย่างสตาร์บั๊ค ซึ่งการเจาะจงออเดอร์เฉพาะบางอย่างในเครื่องดื่มเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป

"มันจะไปกินข้าวที่ไหน มันจะไปจีบสาว" เอกสิทธิ์แซวลูกน้องเสียงดัง ชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปรับหน้าที่พลขับด้วย

“พี่เอกก็พูดเกินไป" อาทิตย์ยิ้มเขิน เมื่อโดนจับไต๋ได้ว่าการชวนมื้อเที่ยงมีเจตนาแอบแฝง แม้ความจริงไม่ได้มีเจตนาปิดบังแต่การโดนแซวตรง ๆ ก็ทำเอาแก้มอุ่น ๆ ขึ้นมาเหมือนกัน

“พี่วิชช์รู้ยังคงรับ ไอ้ทิตย์มันชอบแม่ค้าร้านอาหารอิสานในซอยข้าง ๆ ออฟฟิศเรา" กั้ง หรือกติกร ยื่นหน้ามาเล่าให้หัวหน้าทั้งสองคนฟัง

“ร้านไหนเหรอ" อชิรวิชย์ถามเสียงเบา 

“ร้านเดือนดาวพี่”

ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินชื่อร้านนี้มาก่อน กติกรเหมือนจะรู้ว่าเจ้านายไม่รู้จัก รีบอธิบายเพิ่ม

“เพิ่งมาเปิดใหม่ครับ แต่ไอ้ทิตย์เพิ่งค้นเจอสองสามเดือนก่อน อื้อหือ แม่ครัวนี่อย่างแจ่ม"

“ทำอาหารอร่อยเหรอ" พอบอกว่าแม่ครัวแจ่มเขาก็คิดออกแค่เรื่องนั้นเรื่องนี้

“ก็ด้วย แต่แจ่มสุดคือผิว ขาวจั๊วะ เหมือนหิมะ"

“ทิตย์ชอบผู้หญิงขาวเหรอ" อชิรวิชย์ถามลูกน้อง

อาทิตย์ยิ้มเขิน พยักหน้าพึมพำเบา ๆ

“คุณพิมพ์เขาทำอาหารอร่อยดีครับ"

ชื่อพิมพ์สะดุดใจอชิรวิชย์หน่อย ๆ หวนให้นึกถึงพิมพ์ดาว นับตั้งแต่เธอจากไปก็สามปีแล้ว เหลือแค่ใบหย่ายังไม่ได้เซ็นเอาไว้ดูต่างหน้า

อชิรวิชย์ไม่คิดว่าพิมพ์ดาวจะใจเด็ดขนาดนี้ อย่างน้อยเธอควรจะคร่ำครวญสักหน่อย แต่ไม่เลย หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพิมพ์ดาวไม่เคยกลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย

เดือนแรกอชิรวิชย์คิดว่าหญิงสาวแค่เรียกร้องความสนใจตามประสาคนวิตกกังวลหวาดหวั่นว่าตัวเองจะไม่ถูกเลือก เดือนที่สองเขาชักสับสนกระวนกระวายว่าพิมพ์ดาวไปอยู่ที่ไหน ไลน์ก็โดนบล็อก ทักในเฟซบุ๊ค ไอจี ติ๊กต่อก ไม่มีข้อความตอบรับ สัญญาณรักขาดหายจนอชิรวิชย์หวั่นใจ สังหรณ์ว่าการจากลาจะเป็นเรื่องจริง

ชายหนุ่มบากหน้าไปหาแม่ยาย ถามหาพิมพ์ดาว ให้เหตุผลว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระนิดหน่อย สิ่งที่ได้คือแม่ยายเอามะพร้าวแก้วโยนใส่หน้า

อชิรวิชย์หน้าม้าน จึงต้องถอยทัพกลับมากรุงเทพฯ ๆ จากนั้นไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่าพิมพ์ดาวไปอยู่ที่ไหน อชิรวิชย์ทำได้แค่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ กลางวันทำงานหนัก ตกเย็นออกกำลังกายหนัก ๆ เพื่อให้ร่างกายอ่อนเพลียจะได้หลับไป แต่ถ้าไม่หลับก็กินยานอนหลับให้ง่วง

รู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยมาสามปีแล้ว

“เหมือนไอ้วิชย์เหรอ เห็นอย่างนี้ชอบขาว ๆ อกตู้ม ๆ เหมือนกัน ชอบคนขี้อ้อน อยู่ในโอวาท ห้ามเถียง ห้ามค้าน”

“นั่นคนเหรอครับ” อาทิตย์ท้วง ความต้องการมากมายมหาศาลขนาดนั้นเขานึกออกแค่สิ่งมีชีวิตเดียว “ผมนึกว่าจะเลี้ยงแมวซะอีก”

เอกสิทธิ์ขำพรวด เออ ! ก็จริงของน้องมัน สรรพคุณเลิศเลอขนาดนี้ก็คงมีแต่แมวผู้ดีตามแบบเศรษฐีนั่นแหละ

“ต่างกันอยู่เว้ย” เอกสิทธิ์คิดอะไรขึ้นมาได้ “ไอ้วิชย์มันชอบผู้หญิงทำอาหารเก่ง แมวมันทำไม่ได้”

“อ้อ ! อย่างนั้นเหรอครับ” อาทิตย์ทำท่าเหมือนเพิ่งรู้ “ถึงว่าพี่วิชย์ไม่ค่อยไปกินข้าวข้างนอกเลย มีแฟนทำให้กินที่บ้านสินะครับ”

เอกสิทธิ์ได้หัวเราะอีกรอบ

“มันไม่มีหรอกแฟน เมียก็ทิ้ง ที่มันไม่กินข้าวนอกบ้านน่ะเป็นเพราะมันเรื่องมากร้านไหนก็ไม่ถูกใจไปหมด ไปกินครั้งเดียวก็ไม่ไปซ้ำ ตระเวณหาร้านอร่อยมาเจ็ดย่านน้ำแล้ว แต่ยังไม่เจอ”

อีกครั้งที่อาทิตย์ต้องทำหน้าสงสัย

“อย่างนั้นที่ผมชวนวันนี้พี่วิชย์คง...”

“ลองไปดูก็ได้นะ" อชิรวิชย์แทรกขึ้นมาก่อนลูกน้องจะตัดสินใจแทน

เอกสิทธิ์ตกใจเรื่องเพื่อนยอมไปกินข้าวนอกบ้านถึงกับเหยียบเบรกจนรถคันหลังบีบแตรด่ายาว ๆ

“มึงพูดจริงเหรอไอ้วิชย์” ก็สามสี่ปีที่ผ่านมาไอ้เพื่อนคนนี้เอาแต่ปฏิเสธเรื่องไปกินข้าวนอกบ้านท่าเดียว นอกจากจำเป็นลูกค้านัดเท่านั้นถึงจะได้ แล้วส่วนใหญ่ก็ดื่มแต่เครื่องดื่ม อาหารแทบไม่แตะ กินทีทำหน้าเหมือนเกลียดโลก จนเจ้าของร้านจะเกลียดหน้า การตกลงรับนัดกินข้าวนอกบ้านครั้งนี้ของอชิรวิชย์จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

"อืม ทำไมเหรอ" อชิรวิชย์ไม่เคยรู้เลยว่าการรับนัดกินข้าวตามปกติเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับทุกคน 

“ไอ้ห่า ฝนจะตกมั้ยวะ กูโทรบอกเมียให้เก็บผ้าก่อน”

แล้วเอกสิทธิ์ก็กดโทรหาภรรยาให้เก็บผ้าจริง ๆ ติดแต่บังเอิญโทรไปกวนตอนภรรยานอนกลางวันเลยโดนแว้ดกลับมา ทำเอาคนในรถหัวเราะครืนกันยกใหญ่ 

“งั้นบอกทางมาเลยไอ้ทิตย์ ไหนกูไปดูว่าที่น้องสะใภ้หน่อยซิ จะขาวเหมือนหยวกขนาดไหน" 

พูดแล้วเอกสิทธิ์ก็หมุนหัวรถเลี้ยวตามคำบอกของกติกรแบบไม่ลังเลเลยสักนิดเดียว 

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #นิยายหย่าร้าง #นางเอกท้อง #นิยายมีเด็ก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 19 เรื่องเก่าเมื่อสามปีก่อน

    ไอยวรินทร์ลงรถหน้าบ้านของอชิรวิชย์ตอนตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า หมู่บ้านคนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ช่วงเย็น ๆ คนไปอยู่ตรงสนามเด็กเล่น หญิงสาวรูปร่างปราดเปรียวชะเง้อเข้าไปข้างในดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า กดออดแล้วรอหน้าบ้านสักพักก็ยังปราศจากเงาของเจ้าของอชิรวิชย์ไปไหนเนิ่นนานเกินไปแล้วสำหรับความสัมพันธ์แบบเธอต้องเป็นฝ่ายรอ หลังคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ไอยวรินทร์ก็เฝ้าฝันเฝ้าหวังว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้ามาแทนที่พี่สาว แทนที่พิมพ์ดาวด้วย ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่นานไปยิ่งร้อนใจ เธอกลัวว่าอชิรวิชย์จะไปเจอคนใหม่อีก ผู้หญิงคนนั้นอาจจะหลอกล่ออชิรวิชย์ให้ปฏิเสธหัวใจตัวเองอีกครั้งก็ได้"พี่วิชย์คะ" ไอยวรินทร์ร้องเรียก บ้านเดี่ยวตรงหน้ายังเงียบเหงา หญิงสาวเดินอ้อมไปอ้อมมา ก่อนจะตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปข้างในทันทีหลังจากมองซ้ายมองขวาจนทั่วแล้วสามปีก่อนก็แบบนี้ ไอยวรินทร์รู้ว่าทุกวันที่สิบสี่อชิรวิชย์จะไปทำบุญให้ไอยรดา วันนั้นเธอจงใจไปหาเขา บังเอิญเจอหลวงลุงเข้าพอดีหลวงลุงกำลังจะลุกออกจากโบสถ์เห็นไอยวรินทร์มาจึงนั่งลงตามเดิม ไอ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 18 ร่องรอยจากอดีต

    อชิรวิชย์เดินตามพิมพ์ดาวมาจนถึงคลินิก พยายามจะเรียกเธอหลายครั้งแต่พิมพ์ดาวจ้ำหนี ไม่ยอมหันมามอง กระทั่งถึงคลินิก อชิรวิยืจึงยอมหยุดคุณหมอคนเดิมเพิ่มเติมคือมีเคสใหม่มองเจ้าตัวยุ่งที่ไม่ได้มาหาหมอเป็นครั้งแรกทั้งสงสารทั้งเอ็นดู เอ่ยทักทายด้วยความคุ้นเคยออกไปว่า“วันนี้เศรษฐีพันล้านเป็นอะไรเนี่ย ฮึ” คนเป็นหมอวัยเกือบห้าสิบเกือบ ๆ จะหัวเราะ ไม่อยากจะทำแต่อดไม่ได้จริง ๆ ในละแวกสุขุมวิทนี่ไม่มีใครตึงเท่านี้แล้ว คราวก่อนหกล้มหัวเข่าเป็นแผลมาหาหมอก็บอกขาหักเดินไม่ได้ พอให้ถอดกระเป๋าออกบอกว่ากระเป๋าแพงพันล้านทั้งที่ค่าเทอมสองบาท แต่ความจริงคือเจ้าตัวยังไม่ได้ไปโรงเรียน มีแพลนว่าจะไปเร็ว ๆ นี้ เลยเตรียมซ้อมสะพายกระเป๋าไว้ก่อน“จุนหมอขา น้องปอยเจ็บ” (คุณหมอขาน้องพลอยเจ็บ) แก่นแก้วยังไงแต่เรื่องอ้อนคือที่หนึ่ง “ตะหมูกน้องปอยตุ่ย” (จมูกน้องพลอยบวมตุ่ย) เจ้าตัวยกมือแตะจมูกแล้วร้องจ๊ากแอคติ้งใหญ่ออกมา คุณหมอเลยให้พาเข้าห้องไปก่อน ส่วนพิมพ์ดาวยื่นบัตรประชาชนให้พยาบาลด้านหน้า บอกรายละเอียดแล้วตามเข้าไปเห็นเป็นห้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 16 ความเชื่อ

    ไอยวรินทร์กดโทรออกเป็นครั้งที่ห้า หลังจากสี่ครั้งแรกเบอร์ปลายทางปราศจากผู้รับสาย หญิงสาวเดินไปเดินมาจนคนเป็นแม่เวียนหัวไปหมด นางอรอุมาต้องหมุนตัวหนี หันหลังให้กับลูกสาวก่อนตัวเองจะคลื่นไส้อาเจียนไปเสียก่อนสองแม่ลูกอาศัยอยู่ทาวเฮ้าส์สองชั้น ส่วนหนึ่งได้เงินมาจากบริษัทประกันซึ่งจ่ายให้หลังจากลูกสาวคนโตของนางอรอุมาจากไป คนเป็นแม่นั่งบนโซฟาหนังเทียมสีเทาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนลูกสาวยังกระหน่ำกดโทรออกไปอยู่อย่างนั้นไม่เลิกไม่แล้ว“ทำไมพี่วิชย์ไม่รับสายรินทร์เลยล่ะคะ” ไอรวรินทร์กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาข้างแม่ นางอรอุมาถอนหายใจ พอลูกเลิกเดินไปเดินมาจึงขยับตัวกลับมายี่สิบองศาตอบคำถามไปสั้น ๆ ว่า“พ่อวิชย์เขายุ่งอยู่ล่ะมั้ง”“แต่นี่รินทร์นะคะ” ไอยวรินทร์คิดว่าตัวเองได้สิทธิ์พิเศษมากกว่าใครเสมอ เธอเป็นน้องสาวของไอยรดา หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ อชิรวิชย์จะต้องให้ความสำคัญกับเธอมากกว่าสิ่งอื่นในความน่าจะเป็นของไอยวรินทร์เธอเชื่ออย่างนั้น ทว่าในความเป็นจริงอชิรวิชย์ไม่ได้ให้สิทธิ์พิเศษเธอไปมากกว่าความเป็นน้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 15 ใครคนนั้นกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว

    พิมพ์ดาวปลดผ้ากันเปื้อนอย่างรวดเร็ว หลังต้นหอมวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาววิ่งสะดุดก้อนหินในสวนหน้าร้านล้มจนหน้าคะมำ ถึงขนาดเลือดกำเดาไหล แล้วลูกค้าที่เพิ่งมาถึงกำลังจะพาไปหาหมอหญิงสาวฝากหน้าที่ทำอาหารให้คนเป็นแม่ดูแล ส่วนตัวเองเดินเร็วจนเกือบ ๆ จะเหมือนวิ่งออกไปข้างนอก ผ่านโต๊ะลูกค้าสองโต๊ะตรงไปยังหน้าร้าน สายตาของพิมพ์ดาวเห็นแค่ลูกในอ้อมกอดของใครคนนึง เธอถลาเข้าไปรับร่างเล็กแนบอก อุ้มมาลูบหลังเบา ๆ ปลอบโยนเด็กหญิงไม่ให้ขวัญเสียไปมากกว่านี้“โอ๋ ๆ คุณแม่อยู่นี่นะคะ น้องพลอยสะดุดล้มเหรอคะ พี่หอมบอกน้องพลอยสะดุดล้ม เจ็บตรงไหนมั้ยคะ” พิมพ์ดาวปลอบลูกจนลืมสนใจคนรอบตัว ไม่ทันสังเกตว่าตรงนั้นใครคนนึงจ้องเธอเขม็ง หน้าเครียด คล้ายทั้งโกรธทั้งเจ็บใจทั้งโมโห แววตาอชิรวิชย์หลากหลายไปด้วยความรู้สึก มองคนเคยคุ้นและเด็กคนที่เขารับรู้บางอย่างด้วยสัญชาตญาณว่าพิเศษด้วยความรู้สึกแปลบปลาบในอก มันเหมือนความรู้สึกอัดอั้นหลากหลายจะทะลักทลายออกมา ใครคนที่หายไปกะทันหัน ตอนจะกลับมาก็รวดเร็วเกินจะคาดเดา“พิมพ์”เสียงเรียกดังไม่ถึงพ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 14 จุนแม่ขาหนูเจ็บ

    การเลือกวัสดุเสร็จสิ้นลงตอนบ่ายสองกว่า ๆ สามหนุ่มจากบริษัทออกแบบ A – Chi ได้ตัวอย่างวัสดุมาถุงใหญ่ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารอันเป็นหมุดหมาย‘ร้านเดือนดาว’ถึงตอนเกือบสี่โมงเย็น ทั้งสามคนลงจากรถเดินเข้าไปข้างใน เด็กหญิงพิมพ์ประภากำลังสะพายกระเป๋าราคาพันล้านเดินเสิร์ฟมะพร้าวแก้วโต๊ะอื่น ๆ อยู่ครั้นพอเห็นลูกค้าเจ้าเดิม เด็กหญิงตัวน้อยก็ปรี่เข้ามาหาทั้งที่ถาดแสตนเลสเล็กยังอยู่ในมือ“โต๊ะเจ็ม” เจ้าตัวบอกเหมือนเดิม วันนี้แฟชั่นของเด็กหญิงพิมพ์ประภามีความเฮ้ว มีความลูกสาวกำนัน เสื้อลายสก๊อตพับแขนกับกางเกงส์ขายาวสียีนส์และผมเปียสองข้างพร้อมกระเป๋าพันล้านเตรียมสำหรับไปโรงเรียน“ฮั่นแน่ วันนี้เป็นสาวห้าวนะเรา” เอกสิทธิ์แซวอชิรวิชย์เผลอยิ้มนิดนึง สายตาเอ็นดู หากเป็นเมื่อก่อนเขาเชื่อว่าตัวเองคงไม่รู้สึกอะไร ทว่าตอนนี้อาจจะเพราะอายุที่มากขึ้นด้วยกระมังอชิรวิชย์ให้เหตุผลกับตัวเองสามปีที่ผ่านมาบรรดาเพื่อน ๆ หลายคนอวดรูปลูกลงเฟซเป็นทิวแถว แม้แต่เอกสิทธิ์ก็เช

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 13 อย่าให้มีอีกครั้ง

    “คิดอะไรวะไอ้วิชย์” เอกสิทธิ์ตบหลังเพื่อนเบา ๆ ไม่รู้นั่งเหม่ออะไร เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานมันตั้งนานแล้วมันยังไม่รู้ตัว จนเขาต้องตบหลังสะกิด อชิรวิชย์จึงสะดุ้งห้องทำงานของอชิรวิชย์แยกจากคนอื่น ๆ ชายหนุ่มชอบความเป็นส่วนตัว ในห้องมีเครื่องใช้สำนักงานครบ หากเขาไม่อยู่ออฟฟิศ บางทีเอกสิทธิ์ก็เข้าใช้ห้องนั่งทำงาน ยกเว้นลิ้นชักที่อชิรวิชย์ค่อนข้างหวง ล็อกแล้วเก็บกุญแจไว้ แต่ว่าตู้เก็บของด้านหลังโต๊ะทำงานเขาอนุญาตให้เพื่อนเก็บของร่วมได้เอกสิทธิ์อ้อมมานั่งข้างหน้า โยนแบบคาเฟ่โปรเจคท์ใหม่ของลูกค้าลงหน้าเพื่อน "ว่าจะชวนมึงไปตระเวนดูวัสดุด้วยกัน" เอกสิทธิ์ชอบออกไปข้างนอก ไม่ค่อยชอบให้ซัพพลายเออร์เข้ามาเสนอวัสดุในออฟฟิศเท่าไหร่ยิ่งถ้าเจ้าไหนมีโชว์รูมเขาจะชอบเป็นพิเศษ ได้เห็นวัสดุสำหรับก่อสร้างเยอะดี"ไม่เรียกเข้ามาในออฟฟิศ เรียกมาหลาย ๆ เจ้าก็ได้ ให้รินทร์เรียกให้สิ" รินทร์ที่ว่าคือประสานงานของบริษัท มีหน้าที่ติดต่อซัพพลายเออร์ให้มาเสนอวัตถุดิบเพื่อใช้ในการวางสเปคให้ลูกค้า"เออ พูดเรื่องรินทร์นี่ยังไงวะ" เอกสิท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status