تسجيل الدخولแม้นว่าธิปติพัศจะใช้เวลาคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานแต่ปรียาดาก็ไม่ยอมไปไหน เธออดทนนั่งรอเขาแบบใจจดใจจ่ออยากรู้แทบแย่ว่าคนที่โทรเข้ามาหาเขาในเวลานี้เป็นใคร
จนกระทั่งที่เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กระจกระเบียงถูกเลื่อนเปิดพร้อมกับธิปติพัศที่เดินเข้ามา เขาชะงักเล็กน้อยที่เห็นหญิงสาวยังนอยู่ในห้องทำงาน เขาคิดว่าเธอจะกลับห้องไปแล้วเสียอีก "ใครโทรมาเหรอคะ" ไม่รอเวลาให้มันผ่านไปปรียาดายิงคำถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ใส่ธิปติพัศทันที เธอจ้องหน้าเขานิ่ง "ลูกค้าน่ะ" ธิปติพัศบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจสาวเท้าเดินมาหาปรียาดา "นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ พี่ว่าปันไปนอนดีกว่าไหม" "......" ปรียาดามองธิปติพัศอย่างสงสัยหนักขึ้นไปอีกแต่เธอก็ไม่ได้คิดจะถามอะไรชายหนุ่มออกไปให้มากความ เก็บงำทุกความสงสัยไว้ในใจเธอต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ชื่อ รดา เป็นใคร ทำไมต้องโทรหาสามีเธอในยามนี้ ส่วนที่ธิปติพัศบอกว่าเป็นลูกค้า? เธออายุยี่สิบห้าแล้วนะคิดว่าเธอจะเชื่อคำของเขาหรือไง แล้วลูกค้าที่ไหนมันจะโทรหาคนอื่นยามดึกแบบไร้ความเกรงใจได้ขนาดนี้กัน "ปันอยากนอนพร้อมพี่ภีม" อยากให้เธอนอนก็ได้ แต่เขาต้องไปนอนกับเธอ "แต่พี่ยังทำงานไม่เสร็จ" "ปันขอวันหนึ่งได้ไหมคะ วันนี้ให้ปันได้ไหม ปันอยากนอนกอดพี่ภีม อยากนอนกอดสามีของปัน นะคะ นะคะพี่ภีม" ปรียาดาอ้อนหนักเธอจับมือธิปติพัศแนบแก้ส่งสายตาเว้าวอนเขาสุดฤทธิ์เพื่อให้เขาใจอ่อน ธิปติพัศทำหน้าครุ่นคิดเพียงครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง "ก็ได้" "เย่ พี่ภีมของปันน่ารักที่สุด" ปรียาดากระโดดโลดเต้นราวกับเด็กน้อยก็ไม่ปาน เธอตวัดวงแขนโอบกอดลำคอชายหนุ่มพร้อมโน้มใบหน้าเขาเข้าหาแล้วจุ้บปากเขาเบา ๆ "ไปค่ะ ไปนอนกัน" จับมือชายหนุ่มเดินออกจากห้องทำงานมายังห้องนอนของเรา ธิปติพัศที่มองการกระทำของปรียาดาอยู่ตลอดตั้งแต่เธออ้อนเขาให้มานอนด้วยกัน กระโดดโลดเต้นเหมือนม้าดีดกระโหลก โน้มหน้าเขาเข้าหาแล้วจุ้บปากเขาแรง ๆ ทุกการกระทำของเธอทำธิปติพัศใจสั่น เผลอหวั่นไหวให้กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนี้ เมื่อความคิดและความรู้สึกเริ่มเตลิดธิปติพัศสะบัดหน้าแรง ๆ ใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับมา การที่เขารู้สึกหวั่นไหวกับปรียาดามันไม่ใช่เรื่องที่ดี วันนั้นกับวันนี้ ทุกความรู้สึกที่เขาเคยมีมันเปลี่ยนไปแล้ว "มาค่ะ พี่ภีมเรามานอนด้วยกัน" ปรียาดาตบที่ว่างข้าง ๆ ให้คนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ปลายเตียงขึ้นมานอนข้าง ๆ เธอ "พี่ขอไปอาบน้ำก่อน" เพราะตั้งแต่กลับมาจากทำงานเขายังไม่ได้อาบน้ำเลยด้วยซ้ำ จะให้นอนสภาพนี้คงไม่ไหวเขากลัวว่าปรียาดาจะเหม็นกลิ่นเหงื่อจากตัวเขาได้ มันจะพลอยทำให้เธอนอนไม่หลับ "อย่านานนะคะ ปันรอ" "ถ้าปันง่วง ปันนอนได้เลยครับ" "ไม่ค่ะปันจะรอ" ปรียาดาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมองตามมือของธิปติพัศที่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนที่เธอจะเบนสายตากลับมามองเขา ธิปติพัศเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ปรียาดาไม่ช้ารีบลุกจากที่นอนคว้าหมับเข้ากับโทรศัพท์มือถือของเขา "บ้าจริง" ปรียาดาสบถออกมาด้วยความหัวเสียเมื่อธิปติพัศตั้งรหัสปลดล็อกหน้าจอ เธอพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้นิ่งและพยายามนึกรหัสผ่านที่เธอคิดว่าใช่ แต่ไม่ว่าเธอจะใส่รหัสอะไรมันก็ไม่ถูกสักอย่าง วันเกิดเขา วันเกิดเธอ วันแต่งงานของเรา มันไม่มีอะไรถูกเลย "บ้าจริง" เป็นอีกครั้งที่ปรียาดาสบถออกมาด้วยควาหัวเสียก่อนจะวางโทรศัพท์ของธิปติพัศไว้ที่เดิม วงศาการวางแบบเดิมเป๊ะ ๆ แล้วพาตัวเองกลับมานอนที่เก่า แกร่ก เป็นจังหวะเดียวกันที่ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับธิปติพัศที่เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าขนหนูพันรอบเอวผืนเดียว "เซ็กซี่จัง" ปรียาดาเอ่ยชมเธอทำตัวปกติราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ้องมองหยดน้ำบนแผงอกของธิปติพัศเป็นประกายลอบกลืนน้ำลายราวกับคนโรคจิต "หึ" เขาที่เห็นคนตัวเล็กทำท่าทางหื่น ๆ ก็เค้นหัวเราะในลำคอออกมาเบา ๆ แสร้งเดินเข้ามาหาเธอทั้งสภาพอย่างนั้นใช้มือผลักศีรษะเธอเบา ๆ "เด็กหื่น" ปรียาดาย่นจมูกเมื่อโดนธิปติพัศด่า เธอไม่ได้ตั้งใจมองเขาด้วยสายตาแบบนั้นสักหน่อย ไม่ได้ตั้งใจกลืนน้ำลายให้เขาเห็น แต่เป็นเขานั่นแหละที่ตั้งใจยั่วเธอตั้งใจโชว์แผงอกขาว ๆ ให้เธอมอง เพราะฉะนั้นเขาจะมาโทษว่าเธอเป็นคนหื่นไม่ได้ "น้ำกำเดาไหลแล้วนะ" ธิปติพัศเย้าแหย่อย่างไม่จริงจังมากนัก "บ้าน่าพี่ภีม" ก่อนจะโดนปรียาดามองค้อนกลับมาเบา ๆ เมื่อแกล้งกันจนพอใจธิปติพัศก็เดินไปใส่เสื้อผ้าแล้วเดินย้อนกลับมาล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ปรียาดา เขาดึงตัวเธอเข้ามาใกล้สอดแขนเข้าไปใต้ต้นคอของเธอ ปรียาดาเองก็ไม่น้อยหน้าเธอตะแคงข้างเข้าหาธิปติพัศ ตวัดวงแขนโอบกอดเขา เงยหน้าจุ้บปากเขาเบา ๆ เช่นเดียวกันกับธิปติพัศที่จูบปากเธอกลับ "ฝันดีครับ" "ฝันดีค่ะ" บอกฝันดีออกมาพร้อมกันแล้วค่อย ๆ ปิดตาหลับเข้าสู่ห้วงนิทรา ภายในห้องนอนที่มืดสลัวมีใครคนหนึ่งที่หลับไปแล้วและมีใครหนึ่งคนที่ยังลืมตามองเพดานผ่านความมืดอยู่ ปรียาดานอนไม่หลับเธอลืมตามองเพดานอยู่อย่างนั้น แววตาของเธอฉายชัดถึงความกังวล ชื่อของบุคคลปริศนาวนเวียนอยู่ในสมองรบกวนระบบประสาทของเธอมันทำให้เธอนอนไม่หลับ เธอคิดมากต่าง ๆ นานา แค่แวบแรกที่เห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามาหาธิปติพัศ ความรู้สึกของเธอมันก็บอกได้ทันทีเลยว่าบุคคลปริศนาที่เธอสงสัยไม่ธรรมดา และยิ่งเห็นท่าทางของธิปติพัศที่รีบหยิบโทรศัพท์หลบไม่ให้เธอเห็น ออกไปคุยกันแบบสองต่อสองเหมือนไม่อยากให้เธอได้ยิน เธอก็ยิ่งเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง เธออยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร ใช่คนที่ทำพี่ภีมของเธอเปลี่ยนไปรึเปล่า... เพราะเอาแต่คิดมากเลยทำให้ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาหนังตาล่างและหนังตาบนของปรียาดาไม่ได้เจอกันเลย "ทำไมสภาพเป็นแบบนั้นครับ เหมือนคนไม่ได้นอนยังไงยังงั้นเลย" "ไม่ได้นอนก็บ้าแล้วค่ะพี่ภีม หมอนข้างกอดอุ่มมากขนาดนี้" ปรียาดาตอบคำถามธิปติพัศแกมหยอกล้อ ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา "ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณเบา ๆ พร้อมหยิบกาแฟที่ปรียาดาชงให้ขึ้นจิบ "วันนี้ปันว่าจะไปดูร้านขนมหน่อยน่ะค่ะ อยากไปดูให้เห็นกับตาว่าคืบหน้าไปถึงแล้ว" "ก็ดีครับ อะไรที่ปันไม่ชอบปันจะได้แก้ไขทันท่วงที ยังไงก็ให้นพขับรถไปให้นะ" "ค่ะ" "พี่ไปทำงานก่อน" "ตั้งใจทำงานนะคะ" เธอโบกมือบ๊ายบายเขาที่เดินออกจากบ้านไปหลังจากหอมแก้มเธอเสร็จ และวันนี้แหละเธอจะตามเขาไปที่ทำงาน จะไปดูให้เห็นกับตา ว่าคนที่ชื่อ รดา อยู่ที่นั่นไหมธิปติพัศถึงปรียาดา หลังจากที่ปรียาดามาส่งเขาที่บ้านวันนั้น ธิปติพัศก็ได้ปรับความเข้าใจกับครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป กลับมาบริหารงานที่เขารัก ทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการทำงาน เขาทำงานหนักเพื่อไม่ให้จิตใจคิดฟุ้งซ่าน ธิปติพัศยังคงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้กับปรียาดาอยู่ทุกวัน ไม่เคยมีเลยสักวันที่เขาจะลืมเลือนสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เมื่อย้อนกลับไปมองในสิ่งที่เขาทำมันช่างผิดมหันต์จนไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ แต่ปรียาดาก็คือปรียาดาจิตใจของเธออ่อนโยนยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่เคยคิดโกรธหรือเกลียดใครเพราะเธอเป็นแบบนั้นธิปติพัศจึงยิ่งรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ธิปติพัศคงไม่ทำแบบนั้น และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่แต่งงานกับเธอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่บอกให้เธอรอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้อีกธิปติพัศก็อยากจะบอกกับปรียาดาว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาวเลย ในตอนนั้นธิปติพัศกับปรียาดาสนิทกันมาก ครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ อีกทั้งเขาและเธอยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน ความสนิทระหว่างเขากับเธอในตอนนั้นมันเพิ่มทวีคูณขึ้นทุก
วันนี้รัชชานนท์พาปรียาดามาลองชุดเจ้าสาวพร้อมกับถ่ายพรีเวดดิ้งแบบครอบครัว ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบปุบปับมากเพราะจากวันขอแต่งงาน อีกวันชายหนุ่มก็พาเธอมาลองชุดแต่งงานเลย เนื่องจากงานแต่งของเขาและเธอจะถูกจัดขึ้นอีกในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า ปรียาดาไม่รู้เลยว่ารัชชานนท์เตรียมการเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วเพราะทุกอย่างมันดูพร้อมไปหมดจนเธอแปลกใจ ไหนจะฤกษ์แต่งงานที่ไม่รู้รัชชานนท์แอบไปดูมาตอนไหน ไหนจะสถานที่จัดงานบลา ๆ รัชชานนท์จัดการเอาไว้อย่างเสร็จสรรพหมดแล้ว เหมือนเรื่องนี้มีแค่ปรียาดาเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย ก่อนถึงวันงานปรียาดากับรัชชานนท์ก็ต้องแยกกันอยู่ตามความเชื่อของผู้หลักผู้ใหญ่ รัชชานนท์ไปนอนที่บ้านของเขา ส่วนปรียาดาก็อยู่ที่บ้านปัจจุบันกับลูกน้อย จวบจนถึงวันแต่งงานปรียาดาตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำและรอช่างแต่งหน้ามาเนรมิตตัวเธอให้เป็นเจ้าสาวที่สวยสะพรั่งที่สุดในวันนี้ ถึงจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สองแล้ว แต่ทว่าความรู้สึกครั้งนี้มันกลับแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง…. ปรียาดามองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะฉีกยิ้มออกมาเบา ๆ วันนี้เธอในชุดเจ้าสาวสวยมาก และลู
หนึ่งปีต่อมา… ผ่านมาหนึ่งปีแล้วกับชีวิตแม่ลูกอ่อน พิมาลาในวัยหนึ่งขวบกำลังหัดพูดหัดจาและค่อนข้างจะซนมากเลยทีเดียว เธอเป็นเด็กสดใสยิ้มเก่ง หัวเราะง่ายเป็นที่รักของทุกคน พิมาดาเป็นเด็กที่ชอบเที่ยวมากในทุก ๆ วันหยุดรัชชานนท์เลยมักจะพาแม่ลูกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในหนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตของปรียาดาเป็นไปอย่างเรียบง่าย เช่นเดียวกันกับชีวิตคู่ของเธอที่ไม่ดูหวือหวามากกว่าตอนเป็นแฟนกันสักนิด รัชชานนท์ก็ยังคงเป็นรัชชานนท์เคยดูแลเธอยังไงก็ยังดูแลเธออยู่อย่างนั้น จากวันแรกที่เริ่มรู้จักกันจรดจนถึงวันนี้เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ที่บ้านค่อนข้างจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้า อา ที่พากันมาช่วยกันจัดงานฉลองวันเกิดปีแรกให้กับหนูน้อยพิมาลา บรรยากาศในงานถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสีอย่างสวยมาก มีเค้กก้อนโตวางอยู่ตรงกลาง รอบ ๆ ด้านรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย รัชชานนท์ยืนอุ้มลูกอยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ เขาเป็นภรรยาสาวสวยอย่างปรียาดา เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ถูกขับกล่อมไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สามคนพ่อลูกจะก้มลงเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกัน จากนั้นรัชชานนท
กลางดึกคืนหนึ่งแสนวุ่นวายเมื่อปรียาดาเจ็บท้องคลอดกะทันหัน บ้านทั้งบ้านวุ่นวายกันไปหมดเนื่องจากพากันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่พูด กว่าจะพาปรียาดาส่งโรงพยาบาลได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว รัชชานนท์ที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของภรรยาเขาก็รู้สึกสงสารปรียาดาจับใจ เสียงร้องไห้ด้วยเจ็บปวดของเธอมันบาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของเขา ความรู้สึกอยากเจ็บปวดแทนภรรยาเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อว่ารัชชานนท์อีกครั้ง ในขณะที่รอหมอพาปรียาดาเข้าห้องคลอดรัชชานนท์คอยจับมือหญิงสาวไม่ห่าง ยอมให้หญิงสาวใช้เล็บจิกมือเขาเพื่อระบายความเจ็บโดยที่เขาไม่คิดทักท้วงสิ่งใดออกมา “อดทนหน่อยนะครับ” บอกกับภรรยาพร้อมจรดริมฝีปากจุมพิตหน้าผากมนซ้ำ ๆ อย่างต้องการปลอบประโลมเธอ “อื้อ เจ็บอะเขื่อน ฮือออ” ปรียาดาบีบมือรัชชานนท์แน่นพลางร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเจ็บมาก เจ็บเหมือนร่างกายของเธอจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บเหมือนจะตายเสียให้ได้ เธอไม่คาดคิดเลยว่าการเจ็บท้องคลอดมันจะทรมานมากขนาดนี้วันนี้เธอรู้ซึ้งแล้ว รู้ซึ้งทุกอย่างแล้วจริง ๆ ปรียาดาหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด ในขณะที่รัชชานนท์ก็คอยยืนข้าง ๆ ไม่ไปไหน รอบ ๆ ห้องแห่งนี้เต็มไป
อยู่โรงพยาบาลต่อสองสามวันคุณหมอก็ให้กลับบ้านได้พร้อมให้ยามาบำรุงมาทานอีกเยอะแยะมากมายรวมถึงยาแก้แพ้ท้องที่หญิงสาวเป็นอยู่ หลังจากออกจากโรงพยาบาลพ่อกับแม่ปรียาดาที่รู้ว่าลูกสาวตั้งครรภ์และแพ้ท้องหนักก็ให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะได้มีคนคอยดูแลระหว่างรอรัชชานนท์จัดการปัญหาเรื่องงานทางนี้ให้เสร็จ ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้แล้วว่าปรียาดาตั้งครรภ์ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและทุกคนก็ดีใจกันมาก อย่างที่บอกว่าทั้งสองฝ่ายอยากให้รัชชานนท์กับปรียาดาแต่งงานและมีลูกด้วยกันมาตั้งนานมากแล้ว ถึงตอนนี้ปรียาดาจะท้องก่อนแต่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากปู่ย่า ตายาย ที่ดีใจ ปรียาดากับรัชชานนท์เองก็ดีใจมากเหมือนกัน ความกลัวที่ปรียาดาเคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อรับรู้ว่าทุกคนดีใจมากแค่ไหนที่รู้ว่าจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัว ระหว่างรอรัชชานนท์เคลียร์งานที่กรุงเทพ ปรียาดาก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านตามคำสั่งของพ่อกับแม่ เธอยังคงแพ้ท้องหนักนอนซมอยู่แต่บนที่นอน ทานอะไรเข้าไปนิดหน่อยก็อาเจียนออกมาจนหมด น้ำหนักของปรียาดาลดลงไปหลายกิโลเลยทีเดียว จากร่างกายที่เคยดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลก็กลับผอมลงถนัดตา
ในกลางดึกของคืนหนึ่ง หญิงสาวที่กำลังนอนหลับซุกอกกว้างของคนเป็นแฟนก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคันพลางตะเกียกตะกายพาตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วพลันเมื่อจู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหันจนต้องอาเจียนออกมา “อ้วก” ปรียาดากอดชักโครกอ้วกออกมาอย่างหมดสภาพเธอรู้สึกมวลท้องไปหมด รู้สึกหมดแรงไปเสียดื้อ ๆ และเสียงโครกครากที่ดังมาจากในห้องน้ำทำให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างรัชชานนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เขากวาดสายตาของหาร่างแบบบางอย่างเหลอหลาก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำ รัชชานนท์ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องสงสัยนานเขารีบพาตัวเองมาหาปรียาดายังห้องน้ำผลักประตูเข้าไปด้วยความร้อนใจ ก่อนจะผงะเล็กน้อยที่เห็นร่างคนตัวเล็กกำลังชะโงกหน้าอ้วกอยู่ ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปใช้มือลูบแผ่นหลังให้ “ไหวไหม” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดห่วงใย คิ้วของเขาทั้งสองข้างขมวดเข้ากันเป็นปม ตอนตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอปรียาดานอนอยู่ข้าง ๆ เขาแทบบ้า ยิ่งมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้รัชชานนท์ก็ยิ่งใจไม่ดี “ฮืออ” ปรียาดาส่ายหน้าพัลวันตอบรัชชานนท์ก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนัก เธอทรมานมาก ๆ เนื่องจากอาเจียนมาเป็นเว
ปรียาดาแยกกันกับพ่อแม่ที่หน้าบ้านของธิปติพัศ หญิงสาวขับรถมุ่งหน้ามายังสวนสาธารณะที่เธอเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ปรียาดาเพียงต้องการหาที่สงบนั่งเพื่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพียงคนเดียว เธอพาตัวเองมานั่งจ้ำอ้าวลงกับพื้นหญ้านั่งกอดเข่ามองแอ่งน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอนั่งนิ่งอยู่อย่างน
"ร้องไห้ไหมลูก" เพียงพ้นออกมาจากคฤหาสน์อธิราชบดินทร์ปรียาดาก็ก้าวขาขึ้นรถอย่างไม่คิดหันกลับไปเหลียวมอง กระทั่งที่ตัวรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจากที่แห่งนี้อย่างช้า ๆ แต่ปรียาดาก็ไม่คิดที่จะปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เธอนั่งนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาเสมือนว่าวิญญาณของเธอหลุดออกจากร่างไปเสียแล้ว แต่ถึงกระ
"ไม่ ผมไม่หย่า" ธิปติพัศพูดออกมาด้วยความร้อนรน เขาลนลานปรี่เข้ามาหาปรียาดาอย่างไม่สนใจเจ้าสัววิชัยที่ยืนกั้นกลางอยู่สักนิด ธิปติพัศจับมือหญิงสาวแน่นมองเธอด้วยสายตาเว้าวอนสุดฤทธิ์ เขาจะไม่ยอมหย่ากับเธอเด็ดขาด เขาอุตส่าห์เลือกเธอแล้ว แล้วเหตุไฉนเขาถึงต้องหย่ากับเธอด้วย มันไม่แฟร์กับเขาสักนิด มันไ
"ทำไมภีมพูดแบบนี้อะ ภีมทำแบบนี้กับดาได้ยังไง" รดาแทบสิ้นสติเธอร่ำไห้ออกมาแทบขาดใจเมื่อโดนชายอันเป็นที่รักตัดบัวไม่เหลือใย เธอตรงเข้ามาระดมทุบอกของชายหนุ่ม พลั่ก แต่ก็โดนเขาผลักจนล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างไม่ใยดีและไม่คิดจะแยแสเธอสักนิด ไม่คิดจะเหลียวมองเธอด้วยซ้ำว่าเธอเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า เขาไม่







