Home / รักโบราณ / คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล / ตอนที่ 10 ใส่ตะกร้าล้างน้ำ

Share

ตอนที่ 10 ใส่ตะกร้าล้างน้ำ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-05 10:16:27

ซูหย่าเบิกตาโต “นี่เจ้า ห้ามนอนเตียงของข้านะ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ซูหย่าถลาเข้าไปดึงแขนของเขาให้ลุกขึ้น แต่นางไม่ได้ใช้วรยุทธ์จึงดึงคนตัวโตขึ้นมาไม่ได้

           “ทำไมจะนอนไม่ได้ ตอนอยู่ในเรือยังนอนได้เลย” เขาพูดเสียงงัวเงีย พร้อมทั้งหลับตาคล้ายคนง่วงนอนจริง ๆ ความจริงเขาก็ง่วงจริง ๆ นั่นแหละ อีกทั้งกลิ่นหอมในห้องนี้ชวนให้น่านอนยิ่งนัก

           ซูหย่ายืนเท้าเอว เอ่ยอย่างจนใจ “ตกลง”

           เซี่ยเหยียนเหวินหรี่ตามองนาง “ตกลงอะไร”

           นางเบื่อคนที่แกล้งโง่อย่างเขายิ่งนัก “ตกลงรับเจ้าเป็นสหายอย่างไรเล่า”

           “ดี” เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง เหลือบมองกาน้ำชาในห้องแล้วเดินไปเทใส่ถ้วย “ดื่มชาสักถ้วยยอมรับการเป็นสหายของเรา”

           ทำไมเขาถึงเรื่องมากเช่นนี้นะ ถึงจะรู้สึกโมโหแต่ซูหย่าก็พยายามเก็บสีหน้า

           เซี่ยเหยียนเหวินรินชาเองแล้วยกขึ้นดื่ม สีหน้าเขาดูครุ่นคิด “เป็นชาที่ดีจริง ๆ” รสชาติหอมหวานละมุน นุ่มคอ มีรสเปรี้ยวนิด ๆ และฝาดเบา ๆ ที่ปลายลิ้นตามธรรมชาติ “ชานี้เป็นชาอะไร” เขารู้ว่าชานี้ไม่ได้ทำมาจากใบชา กลิ่นของมันหอมคล้ายดอกไม้

           “เป็นชาที่ทำมาจากดอกเหมยกุ้ย” วันนี้นางรู้สึกปวดท้องน้อยเพราะมีระดู มารดาจึงชงชากุหลาบมาให้

           “ซื้อมาจากที่ใด”

           “แม่ข้าเป็นคนทำเอง” หลิวเหม่ยหลิงมีความสามารถเรื่องการทำชาและชงชา ซูหย่าจึงแนะนำให้มารดาทำชาดอกไม้พวกนี้ขาย ที่สวนหลังบ้านยังปลูกกุหลาบ มะลิ และเก๊กฮวย 

           “แม่ของเจ้ามีชาดอกอะไรบ้าง” ชากุหลาบเขาไม่เคยดื่ม แต่มันรสชาติดีจริง ๆ เขารู้สึกสนใจขึ้นมาแล้ว

           “เจ้าจะอยากรู้ไปทำไม” ปกติเห็นสนใจแต่สุรากับนารี

           “ข้าแค่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีชาดอกไม้ด้วย”

           “มีกุหลาบ มะลิ เก๊กฮวย และหอมหมื่นลี้”

           “อืม ช่างน่าสนใจจริง ๆ”

           “ดื่มชาหมดแล้วก็กลับไปซะ คราวหน้าไม่ต้อง…”

           นางพูดยังไม่ทันจบ เขาก็พูดดักขึ้นก่อน “คราวหน้าข้าจะมาอีก” พูดจบ แค่สะกิดปลายเท้าเขาก็ออกไปจากห้องของนางแล้ว 

           ซูหย่ายืนมองเงาร่างที่ห่างออกไปอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน นี่มันเวรกรรมอะไรของนางถึงต้องมาเจอกับบุรุษหน้าด้านเช่นเขา

           เมื่อกลับมาถึงจวน ลู่จื้อเผิงจึงถามผู้เป็นนาย “ทำไมนายน้อยถึงได้ตามตอแยบ่าวคุ้มภัยคนนั้นนักขอรับ”

           นั่นสินะเขาก็ไม่เข้าใจตนเองเหมืองกัน “ข้ารู้สึกว่าชีวิตมันน่าสนใจดี” อีกอย่างยามที่หนุ่มน้อยคนนั้นโดนเขาแกล้ง ก็น่ามองไม่น้อย มุมปากเขาคล้ายมีรอยยิ้ม 

           ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นแข็งค้าง คิ้วพลันขมวดเข้าหากัน เขาชอบมองบ่าวน้อยคนนั้นอย่างนั้นรึ ไม่หรอก เขาไม่มีทางชอบผู้ชายอย่างแน่นอน แม้สตรีเขายังไม่คิดชอบ จะไปชอบบุรุษได้อย่างไร

           “แค่นี้หรือขอรับ” ลู่จื้อเผิงยังแปลกใจกับท่าทีของผู้เป็นนาย มันดูแปลกไปชอบกล เมื่อพูดถึงบ่าวคุ้มภัยใบหน้าเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

           “เหมือนเจ้าอยากจะเป็นคนดูแลคอกม้ามากกว่ารับใช้ข้าแล้วกระมัง” เซี่ยเหยียนเหวินมองเขาตาขวาง

           “ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ ข้าไม่ถามแล้วก็ได้” ลู่จื้อเผิงทำหน้าหงอยเหงาขึ้นมาทันที “ว่าแต่เทศกาลวันแช่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาถึงนี้ นายน้อยจะทำอย่างไรขอรับ” รอยแผลเป็นที่หน้าท้องของเขายังชัดเจนอยู่เลย หากต้องเปลือยกายลงแช่น้ำ เขาก็ต้องถูกจับได้

           “ยังไม่ได้คิด” ความจริงเขายังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร 

           “หากองค์ชายรองรู้ว่าท่าน…”

           “มันต้องมีวิธีสิ” เขายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก จะให้เซี่ยหมิงเสียงมาทำลายไม่ได้

           สายตาของลู่จื้อเผิงเหลือบไปเห็นถุงหอมที่ห้อยอยู่บนเข็มขัดของเซี่ยเหยียนเหวินก็รู้สึกแปลกใจ “นายน้อยซื้อถุงหอมตั้งแต่เมื่อใดขอรับ ปกติท่านไม่ชอบถุงหอมมิใช่หรือ” เขาแพ้กลิ่นหอมฉุนของเครื่องประทินผิวและเครื่องหอมของสตรี เช่นนั้นเขาไปซื้อถุงหอมมาทำไม

           “ข้าขอให้ซูหย่าทำให้” เขาพูดตกไปคำว่ามารดาของซูหย่าเป็นคนทำให้ จึงทำให้ความหมายเปลี่ยนไปทันที

           “นี่ท่าน…”

           “ข้าหมายถึงข้าขอซื้อกับเขาเพราะกลิ่นนี้มันหอมสดชื่นดี ข้าชอบ”

           สีหน้าของลู่จื้อเผิงดูย่ำแย่ นายน้อยของเขาคงไม่ใช่พวกชายตัดแขนเสื้อหรอกกระมัง ปกติหากไม่ใช่มารดาหรือญาติผู้ใหญ่เย็บให้ก็คงเป็นสตรีในดวงใจ และคนที่เย็บถุงหอมให้กันย่อมหมายถึงคนที่มีความรู้สึกพิเศษต่อกันไม่ใช่หรือ

แย่แล้ว! เรื่องนี้ท่านโหวกับคู่หมั้นของนายน้อยจะรู้ไม่ได้เป็นอันขาด

จวนสกุลหลิว

           วันนี้จิวชางซึ่งเป็นนายอำเภอประจำอยู่ที่อำเภอเจิ้งติ้งได้เดินทางมาเจรจากับเสนาบดีหลิวเพื่อขอหลิวเหม่ยหลิงแต่งเข้าเป็นภรรยา เนื่องจากภรรยาเอกของจิวชางได้เสียชีวิตไปเมื่อห้าเดือนก่อน เดิมทีจิวชางเคยแอบชอบหลิวเหม่ยหลิง แต่เนื่องจากเขาต้องย้ายไปเป็นนายอำเภออย่างกะทันหัน เรื่องการสู่ขอหลิวเหม่ยหลิงมาเป็นภรรยาจำต้องยกเลิกไป 

           กระทั่งเขาได้แต่งกับภรรยาที่อำภอเจิ้งติ้ง และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นด้วยกันจนให้กำเนิดทายาทชายหญิงถึงสองคน แต่ใครจะคาดคิดว่าหลังจากนางคลอดบุตรคนที่สองแล้วร่างกายของนางจะอ่อนแอลงอย่างมาก ผ่านไปสองปีภรรยาของเขาก็สิ้นใจ

เช่นนั้นเขาจึงคิดถึงหลิวเหม่ยหลิงเป็นคนแรก เมื่อสืบทราบว่านางยังไม่เคยมีข่าวแต่งงาน เขาจึงเดินทางมาที่เมืองหลวง เพื่อแต่งนางไปเป็นภรรยาเอกและช่วยเลี้ยงดูบุตรทั้งสองของเขา

           ฮูหยินผู้เฒ่าหลิว และเสนาบดีหลิวได้ฟังจุดประสงค์ของจิวชางก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะตั้งแต่เสนาบดีหลิวเนรเทศบุตรสาวคนนี้ออกไปอยู่นอกเมือง พวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกับนางอีกเลย ถึงเวลาที่เขาจะต้องจับนางใส่ตะกร้าล้างน้ำเสียที

           แต่ก่อนจะส่งนางไปแต่งงานกับจิวชาง เสนาบดีหลิวต้องจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียก่อน

           เสนาบดีหลิวกล่าวกับจิวชางว่า “ตั้งแต่มารดาของนางจากไป นางก็ขอไปสวดมนต์ที่อารามบ่อยครั้ง แต่ละครั้งก็ไปนานเป็นเดือนสองเดือน พอข้าบอกว่าจะให้นางออกเรือน นางกลับขู่ว่าจะบวชชี ข้าเองก็จนปัญญาจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เห็นนางเศร้าโศกเสียใจข้าก็มิอาจขัดขวาง เช่นนั้นใต้เท้าจิวโปรดรอสักหน่อย ข้าจะส่งคนไปรับนางกลับมาที่เมืองหลวงโดยเร็ว”

เพราะเกรงว่าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง หลิวฮุ่ยหมิ่นจึงไม่ได้บอกความจริงกับจิวชาง ว่าแท้จริงแล้วตนขับไล่บุตรสาวคนนี้ออกไปอยู่นอกเมือง หาได้ไปสวดมนต์ที่อารามไม่

           “หากนางไม่ยอมแต่งกับข้า…”

            

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 5

    หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เซี่ยเหยียนเหวินจึงพาสหายไปพักผ่อนจิ้งอี๋มองตามทั้งคู่ด้วยความสงสัย “ฮูหยิน เหตุใดสหายเจิงถึงพักห้องเดียวกันกับคุณชายสามเจ้าคะ”“พวกเขาคงมีเรื่องคุยกันกระมัง พี่จิ้งอี๋ไปเตรียมมื้อเย็นเถอะ” เพราะเย็นนี้มีอาหารต้องเตรียมหลายอย่าง ต้วนซูหย่าจึงให้นางไปเตรียมวัตถุดิบเร็วหน่อย“เจ้าค่ะ”ให้หลังจิ้งอี๋เซี่ยเหยียนเหวินจึงเอ่ยกับภรรยา “ข้าว่าสหายของซีเอ๋อร์ดูแปลก ๆ นะ”“ท่านพี่ก็สังเกตเหมือนกันหรือเจ้าคะ”“อืม แล้วฮูหยินคิดเหมือนกับข้าหรือไม่” เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เซี่ยเหยียนเหวินจึงรู้วิธีจับสังเกตผู้หญิงซูหย่าพยักหน้า พลางเอ่ย “ข้าว่าพวกเราคงไม่ต้องหาสะใภ้ให้ยุ่งยากแล้วกระมัง”“สมกับเป็นลูกชายข้าจริง ๆ” มีสตรีอยู่ข้างกายแต่ไม่รู้ว่าเป็นสตรี “แล้วเราจะทำอย่างไรดี”“รอดูไปก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าซีเอ๋อร์อาจมีใจให้นางเช่นกัน” ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้นางติดตามมาด้วย อีกอย่างคงไม่ตามใจนางเช่นนั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง เจิงเสวียนอี้จึงเอ่ยขึ้น “คืนนี้ข้าขอนอนกับเจ้านะ”“ทำไมล่ะ บ้านข้ามีตั้งหลายห้อง เจ้าจะมาแย่งข้านอนทำไม”“ข้าไม่ชินน่ะ กลัวนอนไม่หลับ ข้านอนตรงนี้ก็

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 4

    ทั้งสองเดินทางสิบสองวันก็มาถึงภูเขาอีซาน“นี่คือบ้านของเจ้ารึ”“อืม ไปกันเถอะ”เซี่ยเหยียนซีขี่ม้าเข้าไปในลานบ้านของตน ก็มีคนผู้หนึ่งออกมาต้อนรับ เส้นผมบนศีรษะของเขากลายเป็นสีดอกเลาเกือบครึ่งศีรษะแล้ว เขาคือลู่จื้อเผิงองครักษ์ข้างกายบิดาของเขา และยังเป็นคนที่เคยเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสามของเซี่ยเหยียนเหวินอีกด้วย“คุณชายสามกลับมาแล้ว” ลู่จื้อเผิงเอ่ยออกด้วยความดีใจ ที่เห็นเซี่ยเหยียนซีกลับบ้านสักที“ท่ายลุงลู่” เซี่ยเหยียนซีคำนับลู่จื้อเผิงคราหนึ่ง เพราะลู่จื้อเผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าจึงให้บุตรชายทั้งสามเรียกเขาว่าท่านลุง ยังมีจิ้งอี๋อีกคนที่พวกเขาต้องเรียกนางว่าท่านป้าเซี่ยเหยียนซีแนะนำสหายของตนให้ลู่จื้อเผิงรู้จัก “นี่คือเจิงเสวียนอี้สหายข้าเอง”“ท่านลุงลู่” เจิงเสวียนอี้คำนับลู่จื้อเผิงเช่นกัน แต่สายตาของลู่จื้อเผิงกลับมองเขาแปลก ๆ“อ้อ ขอรับ” ลู่จื้อเผิงรู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวเจิงเสวียนอี้แปลกไป ความรู้สึกเหมือนเขาพบกับเซี่ยฮูหยินคราแรก“ท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะ”“อยู่สวนดอกไม้ขอรับ”“เช่นนั้นข้ากับสหายขอตัวก่อนนะ”“ขอรับ”เซี่ยเหยียนซีเดินนำหน้า โดยมีเ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 3

    โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางแดนเหนือของแคว้นฉู่ เซี่ยเหยียนซีตื่นขึ้นมาล้างหน้าเตรียมตัวออกเดินทางแต่เช้า “จะไปแล้วเหรอ” เจิงเสวียนอี้เอ่ยถาม ทั้งสองเป็นสหายที่ร่วมท่องยุทธภพมาด้วยกันราวห้าหกปีแล้ว ไปไหนมาไหนก็พักห้องเดียวกันมาตลอด ทั้งสองจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก “อืม” “ข้าไปด้วยได้ไหม” “ไปทำไม” “ข้าอยากรู้จักกับบิดามารดาของเจ้า” “แต่ข้าคงไม่ได้กลับมาส่งเจ้าหรอกนะ” เพราะเขาเคยสัญญากับพี่ชายฝาแฝดทั้งสองว่าหากท่องยุทธภพจนอายุครบยี่สิบสามปีเมื่อไร เขาจะกลับไปแต่งงานและอยู่ดูแลบิดามารดาที่ภูเขาอีซาน ซึ่งตอนนี้อายุเขาก็เลยยี่สิบสามปีมาครึ่งปีแล้ว สำคัญกว่านั้นคือเขายังหาสตรีที่ถูกใจไม่ได้เลย “ในสายตาเจ้า ข้าดูอ่อนแอเพียงนั้นเชียวรึ” “ก็ไม่” เจิงเสวียนอี้ไม่ใช่บุรุษที่มีร่างกายสูงใหญ่ เขาเตี้ยกว่าเซี่ยเหยียนซีราวสี่ฉื่อ แต่กลับมีวรยุทธ์สูงส่ง อีกทั้งยังกินง่ายอยู่ง่ายคล้ายกับเซี่ยเหยียนซี ทั้งสองจึงเดินทางท่องยุทธภพด้วยกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังรู้ใจกันเป็นอย่างดี “งั้นข้าขอไปบ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 2

    รถม้าจอดที่จวนของเซี่ยเหยียนเหวิน“ท่านพ่อ นี่คือบ้านของใครหรือขอรับ” เซี่ยเหยียนอันถาม“บ้านพ่อเอง”“ท่านพ่อมีบ้านใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”“อืม ไปเถอะเข้าไปในบ้านกัน”สองพี่น้องฝาแฝดยังทำหน้างงงที่บิดามีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เซี่ยเหยียนชิงมองเห็นบ้านทางทิศตะวันออกจึงถาม “ท่านพ่อ บ้านหลังนั้นเป็นของใครหรือขอรับ”“บ้านท่านยาย แต่ตอนนี้ท่านยายย้ายไปอยู่บ้านท่านตาแล้ว”“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”วันต่อมาต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินจึงพาบุตรชายทั้งสองไปที่จวนสกุลต้วน ตอนนี้ต้วนจื่อรุ่ยลาออกจากราชการมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยากับมารดาแล้ว เขาจึงอยู่ที่จวนด้วย ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินคารวะต้วนจื่อรุ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าต้วน แต่สิ่งที่ทำให้ต้วนจื่อรุ่ยหัวใจพองโตมากที่สุดคือต้วนซูหย่ายอมเรียกเขาว่าท่านพ่อ “เจ้าสบายดีหรือไม่” แม้ในจดหมายนางจะเขียนบอกหลิวเหม่ยหลิงตลอด แต่ต้วนจื่อรุ่ยก็ยังอยากฟังจากปากบุตรสาว “สบายดีเจ้าค่ะ” เด็กแฝดสองคนก็คารวะเช่นเดียวกัน “คารวะท่านยายทวด ท่านตาขอรับ” “ทำไมเหลนยายถึงได้น่ารักน่าชังเช่นนี้” ฮูห

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 1

    ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินยังคงเลี้ยงดูบุตรทั้งสองอยู่ที่ภูเขาอีซาน คราแรกคนในหมู่บ้านหวงหลิ่งต่างพากันจับตามองฝาแฝดทั้งสองคนว่าจะนำพาหายนะอะไรมาสู่หมู่บ้านหรือไม่ เพราะสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ยอมแยกบุตรทั้งสองออกจากกัน เหมือนประเพณีที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อเดิมหากไม่แยกบุตรฝาแฝดเลี้ยงดูอยู่กันคนละที่ก็จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวบ้านยังคงเฝ้ามองดูอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวทว่าตอนนี้เด็กฝาแฝดสองคนนั้นอายุได้สี่ปีเต็มแล้วก็ยังไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น แต่กลับมีแต่สิ่งที่น่ายินดีเพิ่มเข้ามาในหมู่บ้าน อย่างเช่น คนในหมู่บ้านมีอาชีพที่ใช้ทำมาหากินมากขึ้นเช่น ปลูกกุหลาบ มะลิ และเก๊กฮวยขาย ซึ่งคนที่รับซื้อก็คือบิดามารดาของเด็กฝาแฝดสองคนนั้น ในหมู่บ้านมีการจ้างงานกันมากขึ้น ไม่ต้องล่าสัตว์เก็บของป่าเพียงอย่างเดียวมีการสอนทำขนมขาย พร้อมกับชาดอกไม้ เพราะตอนนี้เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าได้เปิดหอซุ่นจิ่วเจียอีกสาขาหนึ่งที่เมืองหนานจิง ซึ่งทำให้ต้องการชาดอกไม้และขนมที่หลิวเหม่ยหลิงทำขายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านหวงหลิ่งจึ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนที่ 112 บทส่งท้าย 2

    สองเดือนผ่านไปทั้งสองก็ได้ยินข่าวว่าเสิ่นซู่เจียจากไปเพราะป่วยหนัก ซึ่งเรื่องนี้ต้วนซูหย่าและเซี่ยเหยียนเหวินรู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงที่นางจากไปเกิดจากอะไรกันแน่ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกส่วนนักฆ่าผู้นั้นหลังจากกินอาหารเย็นวันหนึ่งแล้วก็จากไปอย่างสงบ ต้วนซูหย่าบอกเขาเสมอว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เช่นนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับโจรผู้นั้นสองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในบ้านบนภูเขาอีซานอย่างมีความสุข ต้วนซูหย่ายังคงเขียนนิยายทุกวันเขียนเสร็จก็ให้สามีช่วยอ่าน และทุกวันทั้งคู่ยังช่วยกันดูแลแปลงกุหลาบ เก๊กฮวย และมะลิ ที่พวกเขาช่วยกันปลูกไว้ตั้งแต่มาถึงบ้านพักได้เพียงห้าวัน ตอนนี้เริ่มตากแห้งและส่งไปให้หลิวเหม่ยหลิงทำชาขายได้แล้วซึ่งในแต่ละเดือนสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินจะเดินทางมาที่บ้านพักของเซี่ยเหยียนเหวินทุกเดือนเพื่อนำตั๋วเงินมาส่งมอบให้ ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าคุ้มภัยก็คือไป๋เทียนคั่ว และยังมีเหมยลี่ติดตามมาด้วย ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน“พี่ซูหย่าข้าว่าท่านดูอวบขึ้นนะเจ้าคะ ดูเหมือนจะสวยขึ้นด้วย บอกข้ามาซะดี ๆ ว่าท่านมีของดีอะไร”ต้วนซูหย่ายิ้มแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเหม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status